ดู: 248|ตอบกลับ: 1
กลับมาเเล้วครับ!!!>O< หลังจากโพสบทนำไปได้สองวันก็มีผู้เข้าชม**ไม่นับที่ผมเข้าไปเเก้ต้นฉบับ-*-...*** รวมเเล้วสิบห้าคน ขอบคุณที่เเวะเวียนมาชมคร้าบTOT สำหรับนิยายเขียนเอง โมบิลสูท กันดั้ม เวนเจี้ยนต์นี้ เป็นผลงานออริจินัลของผมเอง ไม่ได้ไปคัดลอกของผู้ใดมาก จะมีก็เพียงหุ่นโมบิลสูทบางรุ่นที่มีจริงเเละถูกนำมาอ้างอิง เเต่สำหรับพล็อตเนื้อเรื่องนั้น กลั่นออกมาจากหัวของโอตาคุผู้นี้นี่เอง>O<        สำหรับEp.1เเละตอนต่อๆไป จะใช้วิธีเเบ่งเป็นสองถึงสามพาร์ทนะครับ เพราะเนื้อที่กระทู้ไม่พอ ต้องขออภัยจริงๆT^T สำหรับผลงานนี้เป็นผลงานเเรก เนื้องเรื่องจึงอาจมึนๆงงๆไปมั่ง ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
         ยินดีรับคำติชมครับ ถ้าอ่านเเล้วคอมเม้นท์คุยกันได้จะดีมาก เพื่อนำไปปรับปรุงเเก้ไขให้ดียิ่งๆขึ้นไปเพื่อเพื่อนร่วมบอร์ดครับ^^
         หมดเวลาทักทายละ เชิญชมได้เลยครับ Ep.เเรกของซีรี่ย์ ฝากผลงานด้วยนะครัย^^
         ***อ่านได้ ติได้ ชมได้ เเต่ห้ามคัดลอกไปเเอบอ้างเน้อ-.-***





EP.1 The Wars Is Never End.

             ราชอาณาจักรไทย เขตประเทศต่อต้านสงคราม และการรุกรานจากภายนอก                             
                          วันที่ 17 มิถุนายนพ.ศ. 266x(A.D.142)
     ในวันที่ทุกอย่างสูญสิ้นอย่างเป็นรูปธรรมมนุษย์ที่หลงใหลไปในภาพความสงบสุขอันหลอกลวงยังคงรับไม่ได้กับการสูญสิ้นของสันติสุข และเพื่อทำเพื่ออิสรภาพของตัวเองมนุษย์ยังคงฆ่าฟันกันเอง เพื่อตัวเอง
          ความพินาศเกิดขึ้นเป็นกิจวัตรประจำวันการตายและสูญเสียกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตผลพวงแห่งสงครามจุดเชื้อไฟแห่งความเคียดแค้นขึ้นมาแล้วซ้ำไปซ้ำมาอยู่ร่ำไป ในมือมนุษย์ผู้กุมความแค้นเข้าจับครองครองอาวุธเพื่อล้างแค้นและสร้างความแค้นให้แก่กันซ้ำไปซ้ำมาวงเวียนแห่งชะตากรรมที่หมุนได้ด้วยความแค้นและความมัวเมาสงครามจึงเกิดขึ้นสืบเนื่องมานับศตวรรษ ท้ายที่สุด
                                        ตำนาน...จึงเริ่มขึ้น จากโศกนาฎกรรมแห่งการสูญเสีย ของคนกลุ่มหนึ่ง
                                                                        เพื่อล้างแค้น...
                                                                  เพื่อกวาดล้างสงคราม
                                                                       เพื่อคำสัญญา
                                                                เพื่อเพื่อนและพี่น้อง ครอบครัว
                                                                          เพื่อ...ปกป้อง
             หาดกองทัพเรือ ราชอาณาจักรไทย
                                           “ประชาชนทุกท่านกรุณาทยอยเข้าหลุมหลบภัยอย่างมีระเบียบด้วยครับ!เรามีที่พอสำหรับทุกๆท่าน ขอให้อยู่ในความสงบด้วยครับ!!”นายทหารนายหนึ่งประกาศทางโทรโข่งเพื่อนำทางให้ประชาชนรีบอพยพเข้าไปในหลุมหลบภัยอย่างรวดเร็วที่สุดสงครามเกิดขึ้นอย่างฉับพลันในวันคืนที่ดูเหมือนจะสงบสุขของราชอาณาจักรแต่ทุกคนต้องบอกลามัน เมื่อในเวลาเช้ามืด การลอบสังหารนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงกองกำลังโมบิลสูทกลุ่มหนึ่งพร้อมยานรบอำนาจทำลายล้างสูงเคลื่อนเข้าสู่เขตราชอาณาจักร                    “เพราะไอ้พวกรัฐบาลเฮงซวยนั่น!...มันสมคบคิดกับพวกคณะทูตค้าสงคราม!!”จู่ๆชายคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นอย่างเคืองแค้น ท่ามกลางความวุ่นวายความเงียบได้มุ่งไปสู่ชายผู้เสียสติ
                                           “เพราะมัน...มันแอบรวมหัวกับพวกค้าสงครามพัฒนาหุ่นเวรพวกนั้น!!”
                                           “...ช...ชั้นก็เคยได้ยินว่ารัฐบาล กำลังพัฒนาอาวุธเพื่ออะไรซักอย่างในข่าวเหมือนกัน นี่มันจริงเหรอเนี่ย!”เสียงฮือฮาดังขึ้น หลังเค้าคำพูดของชายดังกล่าวมีเค้าความจริงเจือปน ท้ายที่สุดความหวาดกลัวก็เปลี่ยนเป็นความแค้นเคือง ในกลุ่มของผู้ที่กำลังลุกฮือขึ้นอย่างโกรธแค้นยังมีอีกหนึ่งครอบครัวกำลังเดินผ่านฝูงชนอย่างไม่สนใจคำเรียกปลุกระดม
                                            “อาวุธที่ว่า...รึว่าโมบิลสูท?”ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้เป็นพ่อที่เดินโดยไม่สนใจรอบข้าง
                                            “ต้องใช่แน่อยู่แล้วเพราะพ่อเป็นคนขับรถส่งชิ้นส่วนมันแน่ๆ-___-+”
                          “พ...พ่อ=[]=;;”“ใครจะไปรู้วะ-*-;ก็ตอนนั้นมันยังดูไม่ออกเลย”
                                            “ให้ตาย...แล้วเราจะโดนยิงดับทั้งบ้านเลยป่ะเนี่ย=__=;”“ถ้ารอดจากตรงนี้ก็คง
                                               รอดไปตลอดนั่นล่ะ คิดว่านะ...”หลังจากทำหน้าเซ็งในอารมณ์อย่างมากมายชายหนุ่มก็หันไปมองที่แม่และน้องสาวที่แบกกระเป๋าใบใหญ่ไว้มือใหญ่ยื่นไปคว้ากระเป๋าของแม่และน้องสาวมาแบกใส่หลังไว้หลังจากแลเห็นเม็ดเหงื่อที่ได้มาจากการเบียดอยู่กับฝูงชนและบวกกับน้ำหนักของกระเป๋าที่แม้ไม่หนักมากแต่เมื่อบวกกับความเพลียของการเดินผ่านฝูงชนอย่างยากลำบาก ความเหนื่อยล้าย่อมเกิดกับผู้หญิงอยู่แน่อยู่แล้วน้องสาวที่กำลังยิ้มจะขอบคุณให้อยู่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยขอบคุณพี่ชายออกมาได้กลับมีเงาร่างยักษ์บินผ่านไปด้วยความเร็วสูง
                                                “อ...อะไรน่ะ!?!” “โมบิลสูท!?”พ่อของชายหนุ่มคว้ามือภรรยาและลูกสาววิ่งไปตามทางที่ว่างและสะดวกที่สุดเสียงปืนจากทหารภาคพื้นดินระเบิดขึ้นต่อเนื่องจนน่ากลัวหุ่นยนต์ร่างยักษ์บินหลบทุกคมกระสุนจากพื้นดินได้อย่างไม่ยากเย็นการเคลื่อนใหวที่คล่องแคล่วอย่างไม่น่าเป็นไปได้วาดอยู่บนสายตาของทหารและประชาชนกระสุนแสงนัดหนึ่งถูกยิงจากปากกระบอกปืนส่งเป็นลำแสงทำลายนัดหนึ่งที่สามารถคร่าชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้ไปกลุ่มใหญ่ๆ
                                               “พ่อ!?หลุมหลบภัย!!”“ช่างมัน!!!ไปตอนนี้นอกจากจะไปแย่งกันเข้าให้เป็นเป้าแล้วไอ้นัดเมื่อกี้!ถ้ามันยิงอีกทีไอ้หลุมใหนๆก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้น มาทางนี้ เร็ว!!”ชายหนุ่มจึงละความสนใจจากหลุมหลบภัยไปที่พ่อแม่และน้องที่เปลี่ยนไปวิ่งไปที่ภูเขาแทน
                                                                               เปรี้ยง!!!!
           เสียงระเบิดดังสนั่นราวกับจะระเบิดทุกสิ่งให้ราบในที่เดียวเรียกสายตาของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งอยู่ให้หันไป... ภาพที่เห็นช่างโหดร้ายหลุมหลบภัยที่เป็นที่หลบซ่อนของผู้ที่กำลังหวาดกลัว ถูกกระสุนเพียงนัดเดียวยิงใส่สิ่งที่ติดอยู่ในดวงตาของเค้าคือภาพของศพของผู้คนที่นอนตายอย่างเกลื่อนกลาดบางคนไม่ตายทันทีแต่ทุรนทุรายอย่างแสนทรมาณเพราะร่างกายที่ขาดไปจากการระเบิดก่อนขาดใจตายบางคนที่กรีดร้องและเสียสติเพราะพ่อแม่พี่น้องถูกฆ่าตายไปต่อหน้าที่ชายหาดห่างออกไปยานทำลายล้างเคลื่อนเข้าสู่เขตประเทศพร้อมโมบิลสูทอีกหนึ่งกลุ่มใหญ่ เค้าไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากกัดฟันและวิ่งเพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป
                                                “เราจะไปที่ไหน?!” “ตอนพ่อรู้ว่ากำลังส่งอะไรก็คิดว่าต้องเกิดเรื่องแน่”พ่อพาชายหนุ่มและครอบครัววิ่งไปในเงาของป่าลึก แต่ยังไม่ลึกมากพอเสียงการโจมตียังคงดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
                                                 “พ่อรู้จักนายทหารคนนึงที่พ่อช่วยไว้เค้าจะช่วยพาเราไปที่ปลอดภัยจริงๆ”
                                                 “ที่ไหน?” “ไม่รู้แต่เราต้องรีบ เกิดเรื่องนี้ยิ่งแล้ว เราไปทางเรือไม่ได้!”
                                                 “แล้ว จะทำไงล่ะพ่อ!??”แม่เอ่ยถามอย่างหวังคำตอบหลังวิ่งลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นทุกทีจนน่ากลัวว่าจะหลงเอาง่ายๆ
                                                  “มีคอปเตอร์ที่เอาไว้ใช้อย่างลับๆของหน่วยของมันมันพอที่จะพาเราไป แต่เราต้องรีบ!”                                   “บ้า!ถ้าใช้ฮ. พวกมันก็ยิ่งเจอเราง่ายขึ้นสิ!” “มันเป็นทางเดียว!!”พ่อตอบอย่างจนหนทาง ไม่ว่าทางไหนก็เสี่ยง ดีกว่ายอมโดนยิงตายอยู่หน้าหลุมหลบภัยแต่ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่ดี ถ้าใครซักคนต้องมาตาย            “นั่น!!”น้องสาวร้องขึ้นมาเมื่อเห็นลานหญ้ากว้างเล็กน้อย คอปเตอร์ลำหนึ่งรอการมาของครอบครัวนี้นายทหารคนหนึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมารับกระเป๋าไปจากชายหนุ่ม
                                                    “ช้าชิบ!จะโดนยิงตายห้ากันหมดแล้ว-*-...”
                                                     “เกล...มีมา4คน พอไปใหวมั๊ย?”พ่อถามอย่างคาดหวังกับคำตอบ แม้คำตอบอาจจะไม่ได้สวยหรูเท่าใหร่แต่ก็ดีพอที่จะทำให้ชื้นใจขึ้นมามั่ง
                                                      “ใหว...แต่เครื่องคงอืดหน่อย ไปเร็ว!!”นายทหารเกลดันใหล่เพื่อนให้เข้าไปในคอปเตอร์พลางช่วยโยนกระเป๋าใส่ในคอปเตอร์ ใบพัดคอปเตอร์หมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆและส่งเสียงดังมากขึ้นมากขึ้น จนกลายเป็นเชื้อเชิญให้เซ็นเซอร์รับคลื่นเสียงของโมบิลสูทสองตัวใกล้ๆที่ออกมาสำรวจจับได้เข้า
                                                         “ชิบ!!เกล!!มีโมบิลสูทสองตัวกำลังพุ่งมาทีนี่!”
                                                          “เวร!!ไปๆๆ!!”“แล้วแกล่ะ เกล!!!”พ่อที่นั่งอยู่เบาะด้านในร้องถามเพื่อนที่ทำท่าจะออกไปจากคอปเตอร์ “ชั้นจะลองถ่วงด้วยหุ่นที่เก็บได้ดูน่าจะเอาอยู่ว่ะ หวังว่า- -;;”
                                                            “หุ่น?นี่แกขโมยออกมาจริงดิ!?”“เออ!เร็วเข้า!!”
                                                            “ตั้ม!!!เร็ว!”ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งไปที่คอปเตอร์ที่เริ่มลอยตัวแต่กระสุนปืนกลสาดลงมาตัดหน้าฉิวเฉียด ถ้าเกลไม่กระชากไว้เค้าคงตายอนาถ แรงอัดซัดให้สองคนกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้ใกล้ๆโชคดีที่คอปเตอร์ลอยขึ้นมาบ้างเลยไม่ค่อยได้รับความเสียหายเท่าไรนัก
                                                              “ไม่ต้องห่วง!!ไอ้เด็กนี่ข้าจะพามันไปส่งเอง!”
                                                            


                 ที่เงาป่าลึกร่างของหุ่นยักษ์นอนนิ่งอยู่ในเงาป่า ชายสองคนนั่งพิงหุ่นอย่างอ่อนแรงแต่ที่จะอ่อนแรงที่สุดคือนายทหารเกล เลือดที่ค่อยๆซึมผ่านหลังชุดทหารหลังของเกลมีรอยแผลโดนกระแทกจนแตกเป็นแผลฉกรรจ์                                                     “ลุง!!ใหวมั๊ย?”“ไม่=___=;;” ชัดเจน...
                                                                “ตาย!อุตส่าห์มาที่หุ่นได้แล้วแท้ๆ”    “...ถ้าแค่ขับตามไปคุ้มกันอาจได้”
                                                                 “งั้น”      “แต่ถ้ามีอันต้องปะทะกันคงไม่ใหว ตาพร่าไปหมด...”
                                                                “...พ่อ...แม่” “...”เกลลากดวงตาเหม่อลอยมามองที่ชายหนุ่มก่อนตบใหล่เบาๆ                                              “...ไปขับมันซิ” “!?!”
                                                                 “ไม่มีข้อแก้ตัวว่าขับไม่เป็น ชั้นจะสอนแบบเร่งรัด ถ้ามัวแต่อิดออด...”
                                                                 “...” “ถ้าแกมัวแต่อิดออดเล่นตัวไร้สาระคนบนฮ. ตาย...”
                                                                 “อึก...” “ขึ้น...!!”




                                                                  “เฮ้ย!ไม่มีว่ะ!!”“ชิ! คอปเตอร์นั่นล่ะ!?”
                                                                    “ไปฆ่ามันเลยมั๊ยล่ะยังทันถมไป” “เออๆ!”ตื้ด!ตื้ด!ตื้ด!
                เสียงเครื่องยนต์ดังสนั่นดวงตาแดงสว่างขึ้นร่างใหญ่ของโมบิลสูทลุกขึ้นมายืนตระหง่านเหนือผืนป่าและเงยหน้าขึ้นมาหาโมบิลสูทกู้ฟสองเครื่อง
                                                                     “เฮ้ยเฮ้ย~!แซ็คว่ะ?รุ่นดึกโคตรๆเลยว่ะ”“ฮิๆ!ยิงให้ร่วงเลยป่ะ”
                                                        


         
                                                                      “จำไว้...นั่นคือวิธีสู้พื้นฐาน ที่เหลือ ก็ขึ้นอยู่ที่แก”“ชอบคำนี้จริง”
                   แซ็คคว้าปืนขึ้นมากระชับในมือเครื่องยนต์เร่งแรงดันพลังงานสูงชาร์จความเร็วเตรียมพุ่งใส่
                                                                 “แซ็ค!!เข้าสู่...สนามรบ!!!”โมบิลสูทพุ่งขึ้นมาด้วยความเร็วสูงพลางชกหมัดเข้าใส่กู้ฟเครื่องซ้ายมือโดยศัตรูยังไม่ทันระวังตัว
                                                                  “ว...ไว!!”กู้ฟเครื่องขวามือจะชักดาบเหล็กขึ้นมาฟาดใส่ แต่ภายใน
ค็อกพิทเครื่องกลับสะเทือนอย่างรุนแรงเท้าของแซ็คอัดเข้าที่ท้องของกู้ฟเครื่องขวาจนกระเด็นออกห่างไปกู้ฟเครื่องซ้ายที่ตั้งตัวได้ชักปืนกลขึ้นซัดกระสุนใส่ไม่ยั้งชายหนุ่มเหยียบตัวเร่ง แรงดันถีบตัวหุ่นพุ่งสูงอย่างรวดเร็วดวงตาของชายหนุ่มสอดส่ายดูวิถีกระสุนและเคลื่อนหลบได้อย่างน่าตกใจ
                               “อ...ไอ้เวรเอ๊ย!!แค่แซ็คแท้ๆ!!”“เฮ้ย!ถอย!!”            กู้ฟเครื่องขวาซัดระเบิดมือขึ้นไปถึงสามลูกทันทีที่ระเบิดถูกขว้างออกมา ปืนที่รูปร่างแปลกตากว่าปืนของแซ็คถูกยิงออกมา กระสุน
พลาสม่าแรงดันสูงปล่อยกระแสไฟฟ้าสีแดงออกมาทันทีที่พลาสม่าก่อเป็นลูกกระสุนนัดหนึ่งที่ยิงออกมารุนแรงจนน่าหวั่นใจแรงอัดรุนแรงซัดแขนข้างที่ถือปืนให้สะบัดอย่างแรง
                               “กระสุนอะไรวะน่ะ!!?”“หลบ!หลบเร็ว!!”              ช้าไป... แม้จะหลบพ้น กระสุนที่พุ่งตัดระเบิดไฟทั้งสามลูกจนเกิดเป็นม่านไฟความร้อนสูงพุ่งมาปะทะกับโล่ของกู้ฟเครื่องซ้ายอย่างจัง และโล่ก็ไม่อาจรับแรงทำลายมหาศาลของปืนกระบอกนั้นได้จึงค่อยๆละลายและระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
                                  “บ้าน่า!!กระสุนบ้าอะไรวะ!?”                                   กู้ฟเครื่องสุดท้ายสบถอย่างหัวเสียแรงทำลายมหาศาลนั่นก็น่าหนักใจพอแล้วแต่ความเร็วของกระสุนที่ขัดกับอานุภาพนั่นน่าตกใจ      
                    “พวกพ่อกับแม่จะไปพ้นรึยังนะ?”“ยังหรอก!อย่าสนใจอย่างอื่น สมาธิสำคัญอย่าวอกแว่ก”  
            เกลกัดฟันพูดออกมาแม้เลือดจะไม่ออกเยอะเหมือนเมื่อกี๊แต่ความเพลียจากการเสียเลือดยังอยู่ แต่ถึงเค้าขับใหว ก็ไม่จำเป็นการเคลื่อนใหวเมื่อครู่ช่างน่าตกใจ ราวกับเป็นนักบินที่มีประสบการณ์มากมายทั้งๆที่เป็นเพียงพลเรือนธรรมดาๆ แม้แต่เค้าที่มั่นใจว่าบังคับหุ่นนี้ได้ยอดแล้วแม้จะเป็นเพียงการฝึกในระบบซีมูเลชั่นเท่านั้นแต่ชายหนุ่มคนนี้กลับบังคับหุ่นที่มีประสิทธิภาพธรรมดาๆเครื่องนี้ได้อย่างน่าพิศวงทั้งๆที่แค่เรียนรู้จากคำสอนแบบเร่งรีบเท่านั้น              
                                  “แล้ว...อีกเครื่องนั่นจะทำยังไง?”“รอจนกว่ามันจะหนีไปก็ได้ แต่ถ้ามันเรียกกำลังเสริมคงแย่...ทางที่ดี ยิง จะดีกว่า...” แม้จะพึ่งเคยขับโมบิลสูทแต่เค้าก็ไม่ได้ใสซื่อขนาดที่จะไม่รู้ ว่าเมื่อไม่กี่สิบวิก่อนเค้าได้ไสส่งคนคนหนึ่งให้ไปตายกับมือ
                                     “...ไม่...ไม่เอาหรอก...”เกลกระชากคอเสื้อยืดชายหนุ่มอย่างเหลืออดเรี่ยวแรงที่มีน้อยทำให้เสียงที่ออกมาเป็นเพียงคำพูดที่เบาบางแต่ดุดันน่ากลัว
                                       “ถ้าแกไม่ทำ...มันจะฆ่าเรา ฆ่าทุกคน แม้แต่พ่อแม่และน้องแก”
                        “คึ่ก...!”ชายหนุ่มกัดฟันอย่างครุ่นคิด จิตใต้สำนึกความเป็นคนกำลังรั้งให้เค้าพอแค่นี้                                            
                       “สงครามไม่มีคำว่าเห็นใจรึผิดชอบชั่วดี!!!ถ้าแกอยากรอดอยากกลับไปหาใครซักคน มันไม่มีเวลาให้แกมาลังเลนะโว้ย!!”
                       “หยุดพูดนะ!!!”
                      ระหว่างที่คนทั้งสองโต้เถียงกัน ชายหนุ่มปล่อยมือออกจากคันบังคับทำให้มือของหุ่นลดลงไปที่ข้างลำตัว กู้ฟเห็นท่าทีหุ่นเปลี่ยนไปจึงเริ่มเบาใจแต่แทนที่จะหนีไป กู้ฟจึงพุ่งสวนแซ็คไปอย่างรวดเร็ว
                                       “จ...จะทำอะไรน่ะ!!??”
                                        “แกฆ่าลูกทีมชั้นชั้นก็จะฆ่าคนบนฮ.นั่นบ้าง แกพลาดแล้ว!!”นักบินกู้ฟสบถหัวเราะออกมาอย่างเสียสติและพุ่งไปหาคอปเตอร์ที่ยังไม่พ้นจุดอันตราย
                                          “อย่านะ!!”“ระยะขนาดนั้น!ไม่ทันแน่!!”ความเย็นยะเยือกจับที่หัวใจอย่างน่าขนลุกภาพผู้คนที่ตายระเนระนาดผุดขึ้นมาที่ดวงตา ชิ้นส่วนแขนขาของผู้เสียชีวิตฝันร้ายที่พึ่งประสบเจอ เพียงเค้าคิดว่าถ้าหากว่ามันเกิดกับคนสำคัญเหล่านั้น ...ราวกับภาพครอบครัวค่อยๆโดนไฟเผาทีละนิด
                                               “โทษตัวเองไปเถอะ!!!ไอ้ไก่อ่อน!”
                                                “หยุดเดี๋ยวนี้!!!!”ไอพลังขับเคลื่อนแรงดันสูงพู่งออกจากทรัสเตอร์เป็นไอพ่นสีน้ำเงิน แซ็คพุ่งไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเป็นไปได้  บีมเซเบอร์ฟาดตัดแขนของกู้ฟที่ถือปืนจนขาดกระเด็นนัยต์ตาของชายหนุ่มที่สะท้อนแสงออกมาเป็นสีเหลืองเข้มตวัดดวงตาไปที่กู้ฟอย่างเดือดดาล                                                                           
                          “ห...หยา...!”
                          “ทำไมล่ะ...?”      กู้ฟถอยออกไปอย่างเสียขวัญสะเก็ดไฟกระเด็นออกจากซีกซ้ายของหุ่น บรรยากาศในค็อกพิคของแซ็คเงียบสนิทมีเพียงชายหนุ่มที่ก้มหน้าลงอย่างหมดหวัง                                                         
                         “ทำไมต้อง...    มีสงครามบ้าๆนี่ด้วย!!!?” “อ้าก~กกกก!!!”
บีมเซเบอร์ฟาดตัดกลางลำตัวกู้ฟจนขาดสะบั้นดับชีวิตคนขับโมบิลสูทไปได้อย่างง่ายดายร่างของโมบิลสูทร่วงถึงพื้นก็ระเบิดอย่างรุนแรง ชายหนุ่มมองดูโมบิลสูทและนักบินที่เค้าฆ่าไปด้วยความรู้สึกแย่มากมายดวงตาที่ส่องประกายหม่นลงกลับเป็นสีน้ำตาลดำอย่างเดิม
                                             “...ไปเถอะ...ยิ่งออกน่านน้ำแล้วยิ่งน่าเป็นห่วง...” เกลตบใหล่ชายหนุ่มเบาๆเค้าพยักหน้าเป็นเชิงรู้ ก่อนจะพาโมบิลสูทตามไปคุ้มกันคอปเตอร์ต่อไป...



-----------------------------------------------------------------------------------------------------**Next Part.2
อ่านต่อ
Mikaela Hyakuya By ARAM
โพสต์ 25-11-2013 12:17:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากคร้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 19:05 , Processed in 0.069247 second(s), 21 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้