ดู: 227|ตอบกลับ: 1
               EP.2 ปีศาจที่ถูกช่วงชิง กุญแจที่ถูกมอบให้


               รูฟัสเลือกที่จะใช้ระบบที่พึ่งเคยถูกใส่เข้ามา Full Burst แต่แม้จะเป็นโมบิลสูทที่ทรงอานุภาพอย่างM-1ก็ไม่อาจทนรับภาระที่หนักเกินไปได้ระบบส่วนใหญ่จึงเริ่มมีอาการไม่ดีตามมา แต่ที่จะไม่ดีจริงๆเห็นจะเป็นรูฟัสที่ต้องอยู่ในสภาพที่ชีพจรในร่างกายเริ่มแบกรับภาระหนัก เจ้าตัวรู้ดีว่ายิ่งฝืนใช้Full Burstนานเท่าใหร่ ยิ่งเข้าใกล้ยมบาลมากเท่านั้นต้องรีบทำให้มันจบๆไป ในทางของชายหนุ่มแม้ร่างกายจะไม่เสียหายใดๆเลยแต่พลังงานของหุ่นกำลังจะหมด จอมอนิเตอร์รายงานว่าพลังงานต่ำ เหลือแต่17%เท่านั้น

              บีมเซเบอร์ถูกกระชากออกมาพร้อมๆกันหุ่นทั้ง2 เครื่องพุ่งเข้าหากันและทุ่มเรี่ยวแรงและพลังทั้งหมดที่มีเข้าฟาดฟันกัน
             ฝ่ายของM-1มีประสิทธิภาพและชั้นเชิงที่เหนือกว่าจึงชิงฝังคมดาบได้ก่อนบีมเซเบอร์ฟาดเข้าที่ลำตัวของแซ็ค แต่ไม่ลึกพอชายหนุ่มจึงสวนกลับด้วยการฟันใส่M-1ที่กำลังจะถอยหลบดาบของแซ็คฟาดโดนเป้าหมายเต็มๆ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แต่กลายเป็นว่าตัวหุ่นกลายเป็นเพียงละอองแสงสีเลือดเท่านั้น เมื่อละอองแสงหายไปแซ็คกลับเป็นฝ่ายถูกฟันจนหัวขาดซะเอง  M-1มาปรากฏตัวอีกครั้งที่ข้างหลังของแซ็ค

                                         “บ้าเอ๊ย!!”“ได้ไงกัน!?”
             แสงไฟในค็อกพิทของแซ็คเปลี่ยนเป็นสีแดงเป็นสัญญาณอันตรายว่าตอนนี้เครื่องไม่อาจแบกรับความเสียหายได้มากกว่านี้แล้ว
              ในด้านของรูฟัสเองก็แย่ไม่ต่างกันเลือดสายเล็กๆใหลลงมาตามไรคาง ใบหน้าขาวซีด ริมฝีปากเริ่มแห้งผากเค้าควรจบๆมันได้แล้ว วิธีสลายตัวเมื่อกี๊เป็นภาระหนักเกินไปพลังชีวิตเค้าเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ

                                        “จบสิ้นกันซักทีเถอะ...”
         M-1คว้าบีมเซเบอร์อีกเล่มออกมาและติดมันเข้าด้วยกันเป็นบีมเซเบอร์เล่มใหญ่ รูฟัสปล่อยฟันเนลอีกห้า ตัวที่เหลือออกไป อานุภาพของลำแสงมากขึ้นเมื่ออยู่ในสถานะFullBurst ชายหนุ่มบังคับเครื่องหลบ และหยิบบีมเซเบอร์ออกมา
                                        “ยังจะใช้ไอ้ของนั่นอีกเรอะ!!?มันไม่ได้ผลก็รู้นี่!!”ชายหนุ่มตะคอกใส่หลังคมดาบปะทะกัน                        “ก็ไม่ใช่ไม่ได้ผลซะทีเดียว...”
             รูฟัสบอกเสียงเหี้ยมไม่ทันจะระวังตัว ความเร็วของฟันเนลที่มากขึ้นทำให้เค้าไม่สามารถหลบได้ทัน กระสุนบีมยิงตัดขาของแซ็คที่พยายามหลบจนขาดและระเบิดออก
                                        “ไอ้...บ้าเอ๊ย!~!”
        M-1พุ่งออกมาจากกลุ่มควันและฟาดบีมเซเบอร์ใส่แต่พราะขนาดและพลังทำลายที่มากกว่า แขนของแซ็คจึงค่อยๆโดนความเสียหายกัดกินทีละนิดชายหนุ่มปล่อยให้แซ็คร่วงลงไปเล็กน้อยเพื่อถอยออกจากดาบที่สองที่รูฟัสซ้ำมา
            ฟันเนลยังคงตามราวีไม่หยุด กระสุนยังคงถูกยิงมาเป็นพายุการหลบให้หมดมันช่างบีบการเต้นของหัวใจแล้วกระสุนนัดหนึ่งก็ถากที่ทรัสเตอร์ตัวนึงที่หลังด้านซ้ายไอพ่นหยุดทำงานไปแล้วตัวหนึ่งการเคลื่อนใหวจึงไม่เป็นไปตามใจคิด
               รูฟัสเห็นโอกาสจึงพุ่งตามลงมากะปลิดชีพในดาบเดียวชายหนุ่มจำต้องยอมหยิบพลาสม่าแม็กนั่มออกมายิงใส่ที่พื้นเพื่อก่อเป็นแรงดันมหาศาลครั้งนึง
                                        “เลิกดันทุรังซะที!!!!”“แกจบแล้ว รูฟัส!!!!”คมดาบบีมเซเบอร์แทงทะลุอกข้างซ้ายของแซ็ค แต่หุ่นก็ยังเหลือเฮือกสุดท้ายอยู่
                                         “นัด!!!สุดท้าย!!!!”
              
                 พลาสม่าแม็กนั่มถูกจ่อเข้าที่รอยปริแตกของเกราะM-1กระสุนนัดสุดท้ายของแซ็คอัดใส่M-1แรงระเบิดอย่างรุนแรงกัมปนาทขึ้นส่งแรงอัดรุนแรงแผ่บริเวณกว้าง  
               กระสุนพลาสม่าแม็กนั่มทะลุM-1ออกไปเป็นสัญญาณว่านัดสุดท้าย เข้าเป้าไปอย่างสวยงาม นัยต์ตาของชายหนุ่มพล่าเลือนหุ่นกำลังจะร่วงลงโหม่งโลก เค้ากำลังจะตาย แต่นั่นก็คุ้มเค้าช่วยพ่อแม่และน้องได้แล้ว
               แต่ชั่ววูบที่หุ่นไร้การบังคับแรงขับเคลื่อนก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แซ็คที่ยับเยินยังคงประคองตัวได้แม้จะไม่มั่นคงแต่ก็มากพอที่จะไม่ร่วงลงไประเบิดตายข้างล่าง
                                     .............
                                    ..........



                                        “เฮ้ย!!อย่าพึ่งหลับนะไอ้หนู!แกเจ๋ง!!เจ๋งสุดๆเราต้องรอดนะโว้ย!โน่น ลิบๆนั่นเห็นรึ
                                          เปล่า!?พ่อแม่แกยังอยู่ กลับไปหาเค้าด้วยกัน!!”
                เกลผลักหัวชายหนุ่มเป็นเชิงปลุกและร้องเรียกอย่างดีใจมืออีกข้างที่ไม่ได้จับคันบังคับชี้ไปที่ขอบฟ้าไกลๆว่ามีคอปเตอร์บินอยู่ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มตอบในสภาพที่กึ่งเหม่อลอยเกลที่ยิ้มอย่างลิงโลดพยายามประคองหุ่นไปให้ดีที่สุดจนใกล้คอปเตอร์เข้าไปทุกที
               ใบหน้าของครอบครัวที่ยื่นหน้าออกมามองและเรียกหาทั้งรอยยิ้มและน้ำตาค่อยๆเรียกสติเค้าขึ้นมามือข้างหนึ่งที่ยื่นออกไปเหมือนจะสัมผัสกับไออุ่นของครอบครัวได้รอยยิ้มปลื้มปิติผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเค้า
                                                         
                                                                            บรึ้ม!!!
       เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นที่ตัวเครื่องเริ่มที่ทรัสเตอร์ก่อน แรงระเบิดดังขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดระบบทุกอย่างก็ดับลงทั้งหมด เสียงตะโกนโวยวายของเกลอื้ออึงในหูของเค้าภาพทั้งหมดในสมองหมุนเคว้งแรงอัดกระแทกครั้งนึงอัดเข้าที่ตัวเค้าเป็นความเจ็บปวดมหาศาล ภาพสุดท้ายที่เห็นคือมือที่ยื่นไปหาครอบครัว แต่แล้วก็มืดดับไป...
...
...
...



      ...
      ....
     .......ผมค่อยๆดันตัวขึ้นมาช้าๆบนเตียงเก่าๆ ดูจะพังแหล่มิพังแหล่-*-;;อืม...ใช่จะจำไม่ได้นะ เรื่องนี้ไม่ได้น้ำเน่าขนาดนั้น ผมไม่ได้ความจำเสื่อม(__)+ถ้าจำไม่ผิด หุ่นที่ผมขับมา มันตกทะเลนี่O^O;;เออ!! พ่อ แม่!!                                  “อุ๊!!”เจ็บ!เจ็บชิบเลยTOT
                                          “อ้าวๆ...ตื่นแล้วก็อยู่นิ่งๆซิ...เอ้อ...ใหนๆอือ~ ก็ยังแย่อยู่ นอนลงไปซะ...”ยายแก่ๆคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพลางพยุงใหล่ผมให้เอนตัวลงนอนผมก็พยายามจะพูดขอบคุณนะ...แต่ว่า-*-...

                                        “ยังพูดไม่ได้หรอก...ก็เล่นไปนอนจมอยู่ในกองทรายริมหาดอย่างนั้น”ยายแกพูดๆพลางเลื่อนเสาน้ำเกลือมาเปลี่ยนให้
                                        “ตอนพวกลุงๆไปหิ้วมาทั้งทรายทั้งดิน เต็มปากเต็มคอไปหมด มันคงบาดจนอักเสบน่ะ
                                          พ่อหนุ่ม”ผมจะเป็นใบ้มั๊ยอ่ะT*T;;จะเสียโฉมรึเปล่าTT__TT
                           “เอาเหอะไม่มะรืนไม่ก็ไม่กี่วันก็พูดได้แล้ว” โล่ง=O=
                     “ว่าแต่เราเถอะมายังไงล่ะพ่อคุณ ถึงลอยมาติดที่เกาะห่างไกลผู้ไกลคนอย่างนี้ ชื่อแซ่
                                          มีมั๊ย?” ผมพยักหน้าตอบ ยายแกก็ยิ้มมาให้พูดไม่ได้ก็จริง แต่ลองซักนิด...
                                        “ท...ที่.......นี่...”“โอ๊ย~!ยายก็ไม่รู้ เค้าพาอพยพหนีสงครามมาที่ไหนก็มานี่ก็อยู่มาสามสิบกว่าปีแล้ว คนที่นี่มีแค่กระหยุกเดียว พวกชาวไร่ชาวสวนหนุ่มๆบ้านนาสาวๆบ้านไร่” แต่ยายก็คนไทยแน่ล่ะ พูดไทยคล่องซ้า--...             “ไง...ตายยากพอตัวนี่หว่า”ผมหันไปทางประตูกระท่อม เกล... เออ เพราะเอ็งไง ตูถึงมีสภาพเยี่ยงนี้ ไปตายซะไอ้ทหารอินดี้=A=**
                                        “นั่งนิ่งๆงี้ก็ดูน่าเอ็นดูกว่าอีกว่ะ-.-เอ้าฟังนะข่าวดี”  “...”
                    “พ่อแม่แกปลอดภัยดี...เค้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว...” “!!!!”
                                      “พรืด!!ฮ่าๆๆๆๆๆ!ดูหน้ามันเซ่ะ!!ไม่ใช่โว๊ย ข้าหมายถึงโคโลนี่ ไอ้ทหารที่ขับคอปเตอร์มันแสนรู้เอาคนบ้านแกลักลอบไปกับพวกคนมีกะตังค์ นู่น~ป่านนี้ไปรอแกอยู่ที่โคโลนี่16บ้านข้าแล้ว”... โคโลนี่งั้นเหรอ จริงสิ ตั้งแต่พวกRWE.ก่อสงครามมันก็มีอำนาจสร้างอะไรได้ต่างๆนาๆแถมยังขายโคโลนี่ให้กับนานาประเทศที่ไม่มุ่งหวังสงครามและหวังสันติวิธีที่โคโลนี่แทบไม่ต่างจากโลก... ต่างเพียงแค่ ที่นั่น... ไม่มีสงครามคงเพราะอยู่นอกโลกมั้งสงครามเลยไปไม่ถึง
                                 “ส่วนข่าวร้าย...”  ชะ= =**
                 “แกกับชั้นเราต้องถูกลอยแพอยู่ที่นี่อีกซักระยะว่ะ แบบว่า ติดต่อขอความช่วยเหลือไม่ได้”
            อ้าก~กกกก!!!!!!  ถ้าคอไม่พังอยู่ อยากบอกว่าอยากจะร้องดังๆ!!

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------**Next Part2
อ่านเเล้วช่วยเม้นท์ทีจิ นะ นะ นะ~T^T///
Mikaela Hyakuya By ARAM
โพสต์ 25-11-2013 12:20:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมากคร้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 3-12-2016 20:44 , Processed in 0.050614 second(s), 21 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้