ดู: 2660|ตอบกลับ: 7

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (1)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่1 การออนไลน์ของยมทูต







          กล่องพัสดุที่มีรูปของอุปกรณ์อันคุ้นตาและเป็นที่รู้จักสำหรับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ติดอยู่รอบๆกล่องตราสัญลักษณ์ที่ระบุความเป็นเจ้าของของอุปกรณ์ชิ้นนั้นบนกล่องทำเอาชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าในชุดบาร์เทนเดอร์ต้องครุ่นคิดอย่างหนักเลยทีเดียวเช่นเดียวกันกับชายหญิงกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่บริเวณหน้าเคาท์เตอร์ก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กันหญิงสาวในชุดเมดสีดำเดินเข้ามาเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับทุกๆคนก่อนจะกลับไปให้บริการลูกค้าคนอื่นต่อ
          “ผมว่าเรามาคิดกันดีกว่านะครับว่าใครจะเป็นคนใช้เจ้าสิ่งนี้ดี”บาร์เทนเดอร์เปิดประเด็นของเรื่องขึ้น
          ชายหนุ่มร่างใหญ่อายุประมาณ 25ปียกแก้วเบียร์ของตัวเองขึ้นดื่มอย่างไม่เกรงใจก่อนจะพูดขึ้นว่า
          “ไม่ใช่ฉันแน่”
          “ก็ไม่ได้มีใครหวังในตัวของนายนี่นาอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยไอ้สมองกล้าม” ชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่พูดขัดขึ้นมาเล่นเอาชายร่างใหญ่ถึงกับโมโหใส่แต่ทว่าในกลุ่มนั้นกลับไม่มีใครห้ามปรามคงเพราะชินแล้วกับการที่ทั้งสองคนมักจะทะเลาะกันแบบนี้เสมอ
          แต่เอาเข้าจริงๆกลับเข้ากันได้ดีซะอย่างงั้น        
          “ส่วนฉันก็ขอผ่านเหมือนกันนะ ช่วงนี้ยิ่งต้องไปจัดการกับพวกทรายด์ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว”หญิงสาวในชุดนักศึกษาพูดเรียบๆ ขณะที่กำลังอ่านอะไรบางอย่างในโลกโซเชียล เนตเวิร์คบนมือถือและอมยิ้มขำเล็กน้อย
          สุดท้ายสายตาของบาร์เทนเดอร์ก็มาหยุดลงที่หญิงสาวที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มซึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ทำเอาเธอต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันทีสรุปแล้วไม่มีใครในกลุ่มนี้ยอมที่จะใช้อุปกรณ์ตรงหน้าเลยสักคนทั้งๆที่หากเป็นคนอื่นล่ะก็ต้องตะครุบเอาไว้แทบจะในทันที
          ใช่แล้วถ้าเป็นคนอื่นน่ะนะ
          “จะว่าไปมันเข้าไปอยู่ภายในนั่นได้อย่างไงคะแล้วมันจะเกิดผลอะไรตามมาหรือเปล่า”หญิงสาวอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเอ่ยถามอย่างสงสัย
          “เซ็ธประเภทกาฝาก”
          เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆทำเอาทุกๆคนยกเว้นบาเทนเดอร์หนุ่มจ้องมองด้วยความตกใจคงเพราะลืมไปแล้วว่ามีคนคนนี้อยู่ด้วยนั่นเองแต่อีกฝ่ายดูท่าจะขี้น้อยใจเสียจริงๆเอาแค่นั่งเงียบดื่มนมสดย้อมใจตัวเองอยู่แบบนั้นเหตุผลคงเพราะไม่มีใครถามเขาเลยนั่นเอง
          “แกมาเมื่อไหร่วะโกสท์” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าสมองกล้าม
          “คุณโกสินทร์นั่งอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่เมื่อสามสิบสี่นาทีที่แล้วครับเป็นคนแรกที่มาถึงเลยก็ว่าได้”
          มีเพียงเสียงพึมพำที่เบาหวิวดังออกมาจากปากของหนุ่มจืดจางมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าถ้าชายหนุ่มนามโกสินทร์ไม่พูดขึ้นมาคงไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่นอนว่าในร้านแห่งนี้มีเขา ‘คนนี้’ อยู่ด้วย
          “เรื่องนั้นช่างมันเถอะว่าแต่ที่โกสท์พูดมาหมายความว่ายังไงคะ แล้วเซ็ธประเภทกาฝากมันเกี่ยวอะไรด้วย”หญิงสาวถาม
          “ครับอย่างที่ทุกคนทราบดีเซ็ธคือวิญญาณที่ถูกความมืดในจิตใจกลืนกินจิตวิญญาณเพื่อรอการกลายสภาพดังนั้นมันจึงต้องอาศัยที่พึ่งหรือสถานที่อาศัยชั่วคราวอาจจะเป็นคน สัตว์หรือสิ่งของ ซึ่งมันก็ทำให้เกิดปัญหาที่ว่าขึ้น” บาร์เทนเดอร์กล่าว
          “มันสิงอยู่ในไอ้เจ้านี่น่ะเหรอ”ชายหนุ่มนักดื่มถาม คว้ากล่องที่ว่าขึ้นมาพลิกดูแต่กลับถูกหนุ่มผมควันบุหรี่ชิงไปดูเสียก่อนทำเอาชายหนุ่มรู้สึกหัวเสีย
          “กลับกันต่างหากครับคุณแทนไท การจะสถิตอยู่ในสิ่งของได้ก็ต้องมีเงื่อนไขเฉพาะอีกด้วยไม่ใช่ว่าอยากจะอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ต่างจากการสถิตสู่สิ่งมีชีวิตกลับสามารถทำได้อย่างอิสระเลยทีเดียวเอาเป็นว่าปัญหาที่พวกเรากำลังประสบอยู่ตอนนี้ก็คือการที่เซ็ธตัวนั้นได้เข้าไปในอยู่ในโลกที่เรียกว่าเกมออนไลน์ครับ”บาร์เทนเดอร์พูดยิ้มๆ ไม่ได้สนใจเลยว่ามันเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน ผิดกับกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่านั้นที่ดูตกใจมากทีเดียว
          “แล้วมันเข้าไปได้ยังไงล่ะครับ”หนุ่มผมสีควันบุหรี่ถามขณะเปิดกล่องดูเจ้าอุปกรณ์แบบสวมศีรษะที่นอนหลับสนิทอยู่ภายในถ้าถามว่าเขารู้จักไหมนั่นย่อมต้องรู้จักดี แต่ถ้าถามว่าเล่นไหมแล้วคงต้องบอกว่ามันไม่มีประโยชน์สำหรับเขาหรอก
          และนั่นอาจจะรวมถึงทุกคนในที่นี้ด้วย
          “นั่นน่ะสิคะคุณเจ้าของร้านแล้วแบบนี้พวกเราจะทำอย่างไงดีล่ะคะ” เด็กสาวถามบ้าง
          คุณเจ้าของร้านยิ้มเล็กน้อยเป็นการบอกนัยว่าเขาพอจะมีวิธีอยู่บ้าง ทำให้ทุกคนรู้สึกคลายกังวลใจขึ้นมานิดหน่อย
          “จากที่ผมได้ทำการตรวจสอบมา เซ็ธประเภทกาฝากตัวนี้สถิตอยู่ในร่างของมนุษย์คนหนึ่งนับว่านั่นโชคร้ายแล้วแต่ที่โชคร้ายกว่าก็คือความบังเอิญครับหากเซ็ธไปสถิตอยู่ที่อื่นก็คงไม่มีปัญหาแต่คาดการณ์แล้วเดาว่าน่าจะไปสถิตอยู่ที่บริเวณสมองส่วนของความคิดนั่นทำให้ทันทีที่เล่นเกมนี้เซ็ธตัวนั้นก็ถูกแปลงค่าเป็นข้อมูลและถูกส่งเข้าไปอยู่ในเกมทำให้มันมีร่างจริง ปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้นั่นแหละครับเพราะการที่เด็กคนนี้เสียชีวิตทำให้ผมคิดได้เพียงกรณีเดียว”
          “เจ้านั่นน่าจะมีความสามารถในเข้าสิงมนุษย์ในเกมและสามารถกลืนกินวิญญาณผ่านการเชื่อมต่อได้”โกสินทร์ที่นั่งเงียบอยู่นานจนทุกๆคนลืมไปแล้วพูดขึ้น
          “ถ้าแบบนั้นมันก็เป็นเรื่องใหญ่น่ะสิคะ”
          “มันก็ไม่แน่หรอกนะรอยยิ้มของคุณเจ้าของร้านนั่นแหละคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด” หญิงสาวพูดมองดูหนุ่มบาร์เทนเดอร์ที่ยิ้มกว้างอย่างไม่ปิดบังอะไร
          “ครับ อย่างที่คุณรุ้งฤดีพูดนับว่าเป็นโชคร้ายในโชคดีของมันถึงจะได้ความสามารถที่ดีขนาดนั้นมาแต่หากเซ็ธอยู่ในรูปของวิญญาณมนุษย์ธรรมดาคงไม่สามารถทำอะไรได้อย่างแน่นอนแต่เมื่อมันถูกแปลงให้มีตัวตนจริงๆในโลกเกมแล้วนั่นหมายความว่ามนุษย์ทุกคนจะมีสถานะเดียวกันครับหมายความว่ามนุษย์สามารถโจมตีเซ็ธตัวนี้ได้เช่นกัน”
          “มั่นใจแค่ไหนว่าสิ่งที่คิดน่ะมันถูก” แทนไทถามกระดกเบียร์รวดเดียวจนหมด
          “นั่นน่ะสิครับนี่เป็นเพียงแค่การคาดเดาของผมเท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ามนุษย์จะสามารถโจมตีมันได้จริงๆแต่ก็ไม่มีวิธีไหนที่จะจัดการกับมันได้อย่างถาวรทางเดียวก็คือการที่ต้องให้พวกคุณคนใดคนหนึ่งเข้าไปในนั้นและหาทางล่อให้เซ็ธออกมาปัญหาใหญ่ก็คือเมื่อเข้าไปอยู่ในนั้นจะไม่สามารถใช้พลังได้นะครับต้องใช้ความสามารถในเกมเท่านั้น”
          เมื่อได้ยินวิธีจัดการกับเซ็ธกับปัญหาที่พบหนุ่มสาวทั้งห้าคนก็เงียบกริบไม่มีใครแสดงความเห็นอะไรออกมาเลย การที่ไม่สามารถใช้พลังได้ก็เท่ากับว่าจะไม่สามารถค้นหาที่อยู่ของมันได้ต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูงมากทุกคนก็พยายามที่จะหลบเลี่ยงสายตาจนกระทั่งหนุ่มผมสีควันบุหรี่ชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่า
          “เรื่องเสี่ยงๆแบบนี้ต้องยกให้เจ้าสมองกล้ามบางทีฉันอาจจะโชคดีเห็นมันตายต่อหน้าต่อตา”
          “หาเรื่องกันหรือไงวะ หน้าที่นี้น่าจะเหมาะกับยัยซาดิสม์ซะมากกว่า”แทนไทปัญหานี้ไปยังรุ้งฤดีทันที เล่นเอาเธอถึงกับสะดุ้งโหยง
          “ทำไมถึงโยนมาที่ฉันได้ล่ะไอ้เจ้าบ้ากล้าม” เธอแว้ดใส่ ยกมือขึ้นเผยให้เห็นก้อนพลังงานสีดำ
          “เฮ้ย! ถึงกับต้องใช้พลังนั่นเลยเหรอยัยซาดิสม์เอ๊ย!” แทนไทร้องผละตัวอยู่ให้ห่างจากพลังนั่นเนื่องจากรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจนั่นดีชายหนุ่มผมสีควันบุหรี่ยิ้มหัวเราะร่า
          “ไอ้สมองกล้ามอย่างแกกลัวเป็นด้วยเหรอเนี่ยขอสักรูปล่ะกัน ภาพแบบนี้ไม่ได้มีเห็นออกบ่อย” ว่าแล้วก็หยิบเอามือถือขึ้นมาเตรียมจะกดถ่ายแต่มือหยาบกร้านก็ฉวยคว้าขึ้นมาบีบจนแหลกละเอียด
          “เฮ้ย! ฉันพึ่งได้เบอร์น้องน้ำตาลมาเชียวนะ”พูดพลางมองดูซากของมือถือที่โฆษณาว่าทนนักทนหนาจ้องมองใบหน้าของมือสังหารโทรศัพท์แล้วชี้นิ้วชี้และนิ้วกลางประทับเหมือนปืน
          ทว่าในตอนนั้นเองก็พลันขยับกันไม่ได้ขึ้นมาเมื่อปรากฏร่างของหญิงสาววัยสามสิบในชุดเมดเดินเข้ามาพร้อมกับพูดขึ้นว่า
          “ภายในร้านไม่อนุญาตให้ใช้พลังค่ะมิฉะนั้นจำเป็นต้องโดนสิ่งนั้นค่ะ”
          ชายหนุ่มสองคนหงอไม่ออกขึ้นมาทันที ผิดกับรุ้งฤดีที่รู้สึกเหมือนจะอยากถูกสิ่งนั้นมากไม่ใช่น้อยแน่นอนว่าในกลุ่มนี้ดูเหมือนจะมีอยู่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่กลัวสิ่งนั้น
          แต่แล้วจู่ๆก็พลันมีรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลิศนัยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณเจ้าของร้านหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนรู้จักคงไม่รู้สึกผิดแปลกอะไรทว่ากับทุกคนในอยู่บริเวณเคาท์เตอร์ตรงนี้นั้นไม่ใช่เลย
          “ดูเหมือนว่าผมจะหาคนที่สามารถใช้งานเจ้าเครื่องนี้ได้แล้วครับ”

          “ฮัดเช้ย!!”
          บนตึกระฟ้า ร่างผอมบางกะทัดรัดในชุดคลุมสีดำกระแสลมแรงพัดผ่านเข้ามาไม่ทำให้ร่างเล็กนั้นรู้สึกหวาดกลัวเลยทั้งๆที่กำลังนั่งแกว่งขาอยู่บนขอบกั้นเมื่อผ้าคลุมที่ปิดบังศีรษะเอาไว้ถูกกระแสลมพัดจนเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหวานใสคล้ายผู้หญิง
          “ตากลมนานๆแล้วเหมือนจะเป็นหวัดแหะเรา”
          พูดจบเด็กหนุ่มหน้าสวยก็ทิ้งตัวลงจากตึกอย่างไม่หวาดกลัวความตายเมื่อมาถึงความสูงระดับหนึ่งห่างจากพื้นไม่มากก็เอื้อมมือลงไปคว้าสายไฟฟ้าเส้นหนึ่งม้วนตัวขึ้นมายืนแล้วกระโดดไปยืนอยู่บนตึกใกล้ๆแทน
          “เกือบไปแล้วสิเรา”
          พูดแล้วก็มองลงไปข้างล่าง ดูเหมือนว่าจะมีอยู่ไม่กี่คนที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติและเงยหน้าขึ้นมองดูหากช้าไปเพียงสามวินาทีไม่แคล้วจะต้องมีคนเห็น และโดนลงโทษแน่ๆ
          นึกภาพโดนสิ่งนั้นแล้วก็ทำเอาขนลุกซู่เลยทีเดียว
          เด็กหนุ่มยกนาฬิกาขึ้นดูก็พบว่ามันตีสี่กว่าแล้วจึงมุ่งหน้ากลับ

          ที่ร้านยมทูตคาเฟ่ต์
          ประตูร้านเปิดผ่างออก ถึงจะเป็นเวลาเช้ามืดแต่ก็มีลูกค้าอยู่ประจำโต๊ะต่างๆเห็นก็รู้แล้วว่าพวกนี้เป็นขาประจำของร้านนี้เป้าหมายของพวกนี้แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกนักท่องเที่ยวที่เป็นนักท่องราตรีซะมากกว่าเห็นได้จากการที่ยังคงสังสรรค์อยู่ที่มุมหนึ่งของร้านส่งเสียงโหวกเหวกดังก็จริงแต่ก็ไม่มีใครสนใจบางโต๊ะก็มีคนนั่งทำงานโต้รุ่งมานั่งหาอะไรทาน
          ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อนก็พลันมีเสียงเรียกจากคุณเจ้าของร้านให้เข้าไปหา ไม่รู้ว่าคุณเจ้าของร้านจะให้ทำอะไรกันแน่เพราะปกติแล้วเขาจะไม่เอ่ยปากเรียกใครก่อนนอกเสียจากจะมีเรื่องให้ทำเท่านั้น
          ที่เคาท์เตอร์นั้นมีเด็กสาวอายุรุ่นเดียวกันนั่งอยู่เธอเป็นคนที่เด็กหนุ่มรู้จักเป็นอย่างดีเพราะเรียนอยู่ห้องเดียวกันรอยยิ้มของเธอนั้นราวกับกำลังกลั้นหัวเราะอะไรบางอย่างอยู่
          “มีอะไรเหรอครับคุณเจ้าของร้าน”
          ด้วยน้ำเสียงที่อยู่ในระดับกลางๆไม่สูงเกินหรือต่ำจนเกินไป หากใครได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มคนนี้ย่อมต้องคิดไปแล้วว่าเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์
          ทั้งๆที่ความจริงแล้วเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างหาก
          “ผมมีเรื่องอยากจะให้คุณอาคมช่วยสักหน่อย เกี่ยวข้องกับเซ็ธสถิตที่ซึ่งผมไม่เห็นใครสามารถทำงานนี้ได้นอกจากคุณอาคมเท่านั้น” คุณเจ้าของร้านพูด ถอนหายใจเฮือกใหญ่
          “เธอก็ทำไม่ได้งั้นเหรอ”อาคมหันไปถามเด็กสาวที่กลั้นยิ้มเอาไว้ เธอรีบตีสีหน้านิ่งถอนหายใจแล้วตอบว่า
          “ใช่ งานนี้ไม่ว่าจะเป็นฉัน พี่รุ้ง พี่เจหรือพี่แทนไทก็ทำไม่ได้ เฮ้อ! โลกคงจะถึงกาลอวสานแล้วสินะเนี่ยถึงได้เจอเรื่องที่มีแต่เจ้าทึ่มนี่เท่านั้นที่ทำได้น่ะ”
          “เอ๊ะ เรื่องที่ฉันทำได้เหรอ กีฬาหรือเปล่าหว่า...แต่เราก็ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นซะหน่อย หรือจะเป็นเรื่องเสิร์ฟอาหาร... แต่ทุกคนก็ทำได้นี่ เดี๋ยวนะ! เรื่องที่ฉันทำได้งั้นเหรออย่าบอกนะว่า...” อาคมกฤษณะครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำได้ก็ดันไปนึกถึงสิ่งที่ไม่อยากจะนึกซะด้วย
          “ไม่ใช่สิ่งที่คุณอาคมกำลังคิดอยู่แน่ครับ” คุณเจ้าของร้านพูดขัดขึ้น
          คนถูกขัดได้แต่เจื่อนยิ้มเพราะถ้าต้องสิ่งนั้นจริงๆให้ตายก็ไม่รับทำเด็ดขาดถึงพักหลังๆจะเริ่มชินและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับมันแล้วก็ตามทีแต่มันก็ยังรู้สึกเขินๆยังไงไม่รู้
          “แล้วมันคืออะไรเหรอครับ”
          “เรื่องนี้เกี่ยวกับเกมย่ะอีตาทึ่ม อย่างนายคงไม่รู้จักสินะ”เด็กสาวส่ายหน้าปลงๆ
          “เกมประมาณพวกเพลย์ทูอะไรพวกนี้ใช่ป่ะถ้าเรื่องนั้นฉันพอจะรู้จักนะ เกมที่ใช้แผ่น CDเล่นใช่ไหมล่ะ” อาคมยืดเต็มที่ หากพูดถึงเกมเพลย์ทูเขาก็เคยเล่นอยู่บ่อยมากแต่หลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นมาก็ไม่มีเวลาเล่น จนไม่รู้ว่ามันพัฒนาไปถึงเพลย์ไฟฟ์แล้ว
          “แล้วมันเกี่ยวกับเซ็ธตรงไหนเหรอ”
          คำถามของอาคมเรียกเสียงหัวเราะจากเด็กสาวได้เป็นอย่างดีทั้งๆที่บอกใบ้ไปซะขนาดนี้กลับยังไม่รู้ ดูเหมือนว่าอาการทึ่มของหนุ่มหน้าสวยนามอาคมคงจะหมดทางเยียวยาแล้วล่ะยิ่งได้เห็นใบหน้าที่บอกว่า ‘ก็ฉันมันทึ่ม’ ทำเอาเธออยากจะลงไปชักดิ้นชักงอบนพื้นเสียจริงๆ
          “คุณอาคมรู้จักเกมที่ชื่อว่า Legend Online หรือเปล่าครับ”
          “ก็คุ้นๆอยู่นะเป็นเกมที่ต้องนอนหลับก่อนถึงจะเล่นได้ใช่หรือเปล่าครับ”
          “ประมาณนั้นครับ” คุณเจ้าของร้านยิ้มไม่คิดจะแก้ไขหรืออธิบายให้เข้าใจเนื่องจากรู้ดีว่าคนคนนี้มีความสามารถในการรับสารต่ำแค่ไหน “แต่ปัญหาของเราก็คือเซ็ธเจ้าปัญหาตัวนี้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเกมทางเราจึงจำเป็นต้องหาผู้ที่จะเข้าไปจัดการกับมันครับ”
          “วิญญาณเล่นเกมเป็นด้วยเหรอครับนึกภาพไม่ออกเลยว่ามันจะเป็นแบบไหน” พูดพลางคิดไปถึงภาพของวิญญาณก้อนดำๆที่มีรูปร่างไม่แน่นอนนอนอยู่โดยมีเจ้าเครื่องเล่นเกมสวมอยู่ที่หัว
          ช่างเป็นภาพที่ดูไม่ได้เอาซะเลย...
          คุณเจ้าของร้านยื่นกล่องใส่อุปกรณ์สำหรับเล่นเกม LegendOnline ให้กับเด็กหนุ่มหน้าสวยเขารับมาเปิดดูพลางหยิบตัวอุปกรณ์นั้นขึ้นมาพลิกดูรอบๆเพื่อหาอะไรบางอย่าง
          “แล้ว...มันใส่แผ่นตรงไหนเหรอครับ”
          คำถามนั้นทำเอาเด็กสาวหัวเราะลั่นร้าน จนลูกค้าต้องหันมามองแต่เธอก็รู้ตัวแล้วกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างสุดความสามารถ คุณเจ้าของร้านยิ้มและอธิบายต่อว่า
          “นั่นเป็นเครื่องเกมที่จะส่งสัญญาณคลื่นสมองไปยังเครื่องเซิฟเวอร์หลักของเกมครับดังนั้นแล้วไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นข้อมูลของเกมสามารถใช้เล่นได้ทันที แต่ว่า...”
          “แต่ว่า?”
          “เครื่องนั่นราคา 6,500บาทครับ”
          “แล้วทำไมเหรอครับ”
          “ก็คุณอาคมต้องจ่ายอย่างไงล่ะครับ” คุณเจ้าของร้านตอบยิ้มๆแต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยื่นกล่องคืนกลับมาให้ก็พูดต่อว่า“สินค้าที่รับไปแล้วไม่มีการรับคืนครับ รวมราคาค่าอาหาร ค่าที่พักและค่าอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว คุณอาคมเป็นหนี้ผมอยู่ทั้งหมด 44,000บาท แน่นอนว่าต้องชำระภายในสิ้นเดือนนี้ครับแต่ถ้าคุณอาคมรับทำงานนี้แล้ว หนี้ของคุณอาคมจะเหลือแค่นี้ครับ”
          เครื่องคิดเลขถูกยื่นส่งมาให้ เด็กหนุ่มหน้าสวยเห็นราคาหนี้ที่ยังคงเหลืออยู่ก็เบ้ปาก
          “ถ้าคุณอาคมไม่ตกลงล่ะก็ไม่เป็นไรครับแต่ถ้ามาขอทำครั้งหน้าจะเป็นการทำฟรีแล้วนะครับ” คุณเจ้าของร้านกล่าวอย่างเป็นต่อเพราะอาคมรับอุปกรณ์ไปแล้วจึงมีทางเลือกอยู่ไม่มากนักเป็นการบีบบังคับให้ทำอย่างช่วยไม่ได้
          โดนเข้าจนได้...
          คุณเจ้าของร้านใจร้าย!
          “ผมถือว่านั่นเป็นคำชมนะครับ”
          ‘แน่ะ! ยังมาแอบอ่านใจอีก’
          อาคมที่ปลงแล้วว่างกล่องเครื่องเกมและสั่งเครื่องดื่มคุณเจ้าของร้านก็จัดให้ทันที
          “แต่ที่ผมยังสงสัยก็คือว่าถ้าแค่เข้าไปเล่นเกมไม่ว่าใครก็ทำได้นี่ครับทำไมถึงต้องเจาะจงเป็นผมด้วย” อาคมถาม ถ้าหากเป็นคนอื่นรับหน้าที่นี้เขาก็คงไม่ต้องเพิ่มหนี้ให้ตัวเองหรอก
          เด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆหัวเราะแล้วตอบว่า“นั่นเพราะว่านายสัมผัสพลังวิญญาณไม่เป็นอย่างไงล่ะ”
          “แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไงหว่า”
          “ที่คุณแอนนี่อยากจะพูดก็คือเพราะคุณอาคมยังไม่มีความสามารถในการสัมผัสพลังวิญญาณแต่ปัจจุบันคุณอาคมสามารถแยกแยะความแตกต่างและค้นหาวิญญาณได้ผ่านการมองด้วยตาเปล่าไม่ใช่ความรู้สึกดังนั้นแล้วในเกมที่ไม่สามารถใช้พลังได้แล้วการค้นหาเซ็ธต้องใช้เวลาและความอดทนสูงมากครับ” คุณเจ้าของร้านอธิบาย
          “ฟังดูดีนะ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนโดนด่าทางอ้อมอย่างไงไม่รู้สิ”เด็กหนุ่มบ่น
          “ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องที่ต้องลำบากในการค้นหาแล้วล่ะก็กะอีแค่เกมไม่เท่าไหร่หรอก”
          แล้วคุณเจ้าของร้านก็พูดว่า “เรื่องเวลาไม่ต้องกังวลนะครับเพราะผมได้เอาตัวตัดสัญญาณการเชื่อมต่อออกแล้วหากเป็นมนุษย์ทั่วไปล่ะก็การออนไลน์ในระยะเวลายาวนานอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้แต่กับคุณอาคมที่เป็นยมทูตแล้วข้อจำกัดนั้นเป็นผลดีที่ทำให้คุณอาคมสามารถอยู่ในเกมได้นานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ผมขอกำหนดเวลาเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้นนะครับถ้าตีเวลาเป็นในเกมก็ 336 วันมีเวลาเหลือเฟือครับ”
          เด็กหนุ่มผู้มีความสามารถในการรับข้อมูลได้ต่ำพยักหน้าหงึกๆถึงจะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นรู้เอาไว้ก่อน
          “แต่ว่า...”
          เอาอีกแล้ว แต่ว่าอีกแล้ว...
          ทำไมต้องแต่ว่า...
          “ค่าไฟสำหรับเครื่องเล่นเกมคุณอาคมก็ต้องจ่ายเองนะครับ”
          อาคม กฤษณะมองอุปกรณ์สร้างหนี้ตรงหน้าถ้าหากเขาจับเซ็ธตัวนี้ไม่ได้มีหวังเป็นหนี้บานเลย

          ทันทีที่อาคม กฤษณะใช้เครื่องเล่นเกมและออนไลน์เรียบร้อยภายในห้องของเด็กหนุ่มก็ปรากฏร่างของคนทั้งสามคนเป็นชายสองและหญิงหนึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากคุณเจ้าของร้าน โกสินทร์ และเมดสาว
          “ฝากด้วยนะครับคุณโกสินทร์ ยมทูตที่เชี่ยวชาญเรื่องวิชาอาณาเขตมีเพียงคุณคนเดียว...ส่วนคุณมิวเทียร์เองก็คอยให้ความช่วยเหลือพวกเขาทั้งสองด้วยนะครับ”
          “ถ้าเจ้าอาคมรู้ว่าคุณใช้เขาเป็นเหยื่อล่อเซ็ธไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไง”
          คุณเจ้าของร้านยกนิ้วขึ้นจ่อริมฝีปากและยิ้มออกมา “คุณอาคมจะไม่มีทางรู้เรื่องนี้จากปากของพวกเราเด็ดขาดครับการเป็นยมทูตไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิพิเศษเพราะแต่เดิมแล้วคุณอาคมก็คือคนตายแค่มีโอกาสได้กลับมาหายใจอีกครั้งต่างหากล่ะครับ”

          ในห้องสีขาวที่มีไว้สำหรับให้ผู้เล่นที่เข้ามาครั้งแรกได้สร้างตัวละครอาคม กฤษณะยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนพื้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ที่ความรู้สึกอุ่นสภาพบนพื้นนั้นทำให้เขาไม่อยากจะตื่นเล่นเอาNPCที่ทำหน้าที่เป็นผู้ต้อนรับถึงกับมองดูความแปลกประหลาดตรงหน้า
          เพราะนี่คงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีผู้เล่นนอนหลับก่อนจะสร้างตัวละคร
          “ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกม Legend Online ดิฉัน มาตารีน่า เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษในการสร้างตัวละคร สวัสดีค่ะ”
          ไร้เสียงตอบรับจากเด็กหนุ่มตรงหน้า
          รออยู่นานเกือบห้านาทีก็เริ่มมีปฏิกิริยาบ้างแล้วเด็กหนุ่มหน้าสวยลุกขึ้นมากะพริบตาปริบๆ
          “แหะๆ พอดีอากาศมันอุ่นน่านอน” อาคมแก้ตัวยิ้มๆ
          “ไม่เป็นไรค่ะเพราะการเข้าเกมครั้งแรกนั้นผู้เล่นทุกคนจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวประมาณห้าถึงสิบนาทีค่ะ”
          อาคมพยักหน้าแล้วมองไปรอบๆห้องด้วยความสนใจก็พบกับห้องที่กว้างกว่าห้องของตัวเองหลายเท่านั้นเล่นเอาหนุ่มหน้าสวยถึงกับอ้าปากค้างขณะเดียวกันมาตารีน่าก็พูดขึ้นมาว่า
          “ขณะนี้จะเริ่มทำการสร้างตัวละครคุณผู้เล่นสามารถปรับแต่งทรงผม สีผม สีตา สีผิว และสามารถเพิ่มตำหนิต่างๆบนร่างกายได้ค่ะ”
          แต่ทว่าเด็กหนุ่มที่ไม่ได้สนใจในคำพูดนั้นซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่มาตารีน่าถามจึงพูดขึ้นว่า
          “ห้องแบบนี้ ‘สวยสุดๆไปเลย’”
          และด้วยคำพูดนั้นเองทำให้มาตารีน่าเข้าใจความหมายว่าให้ตกแต่งตัวละครให้สวยๆไปเลย จึงดำเนินการทันที ดูเหมือนคนที่ต้องใช้ตัวอวตารตัวนี้จะไม่ได้สนใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเลยสักนิด
          “กรุณาตั้งชื่อให้กับตัวละครชื่อตัวละครไม่สามารถใช้ซ้ำกับชื่อที่มีอยู่แล้วในเกมและสามารถตั้งได้ไม่เกินเจ็ดพยางค์ค่ะ”
          “โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด”เด็กหนุ่มร้องออกมาเสียงดังเมื่อได้เห็นขนาดห้องจริงๆที่ใหญ่กว่าห้องของเขาไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า“ทำเอาห้องเรากลายเป็นห้องเก็บของไปเลยนะเนี่ย”
          “ชื่อนี้สามารถใช้ได้ค่ะ ยืนยันไหมคะ”
          “ห๊ะ! ครับ!”
          ‘เอ๊ะ! ครับเหรอ ไม่ใช่ผู้หญิงหรอกเหรอ ตายแล้วฉัน...อุตส่าห์ปรับให้ซะสวยพริ้งเลย’มาตารีน่าคิดในใจแต่พอคิดๆดูแล้วก็พบว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนเพศได้อยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแถมนี่ก็เป็นความต้องการของเจ้าตัวเองเรื่องนี้เธอไม่ผิด
          พอรู้แบบนั้นแล้วเธอก็ตีหน้าเรียบแล้วถามต่อว่า
          “ต้องการฟังคำแนะนำก่อนเริ่มเกมหรือเปล่าคะ”
          “ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ” อาคมตอบเพราะอย่างไงสมัยที่ยังเคยเป็นมนุษย์ก็เคยเล่นพวกเกมออนไลน์ที่ต้องไปตีสัตว์อสูรหน้าเมืองเก็บเลเวลให้สูงเข้าไว้แล้วก็เข้ากิลด์อะไรพวกนี้เพื่อทำกิจกรรมถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็เรื่องหมูๆ
          “ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นจะทำการส่งผู้เล่น ‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’เข้าเกม กรุณาอย่าลืมไปรับไอเทมเริ่มต้นที่อาคารเริ่มต้นนะคะ”
          แล้วจู่ๆอาคมก็คิดขึ้นมาได้อย่างหนึ่งขณะที่ร่างของเขากำลังจะกลายเป็นแสง
          ทำไมถึงไม่มีให้ตั้งชื่อตัวละครล่ะ...
          แล้วไอ้ ‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’ นี่มันใครวะ...






  • Janista Heart +1

  • ถูกใจ ^_^

    Kawa Heart +2

  • ถูกใจ ^_^

    ??? Heart +2

???
โพสต์ 23-7-2013 16:01:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไหนๆ ขอรับไปอ่าน
โพสต์ 23-7-2013 16:31:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณมาก
โพสต์ 24-7-2013 23:41:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกดีครับ *0*
โพสต์ 2-8-2013 13:39:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกดีนะครับ
โพสต์ 2-8-2013 13:40:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
โพสต์ 2-8-2013 13:42:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
โพสต์ 5-12-2014 00:00:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ใจจ้า
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 5-12-2016 03:25 , Processed in 0.074952 second(s), 36 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้