ดู: 474|ตอบกลับ: 0

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (2)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่2 โชคชะตา







          อาคม กฤษณะกำลังเหวี่ยงทวนไล่ตีกระต่ายรอบๆเมืองเล่นจนบัดนี้มีระดับอยู่ที่สิบสอง ซึ่งใช้เวลานานถึงห้าวันเลยทีเดียวกว่าจะมาถึงระดับนี้ได้หน้าตาที่สวยพริ้งโดยที่เจ้าตัวเองไม่ได้รับรู้เพราะไม่เคยส่องกระจกทำให้บรรดาเด็กหนุ่มและพวกที่ชอบกินเด็กต่างก็ต้องใจละลายไปตามๆกันและท่าทางที่ราวกับอยู่กันคนละโลกก็ส่งผลให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดคุยด้วยเลย
          เขาพึ่งมาทราบในภายหลังจากเสียงระบบที่คอยแจ้งเตือนว่าชื่อในเกมของตัวเองก็คือ ‘โอ้โห..ที่นี่กว้างชะมัด’ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงได้ชื่อนี้ออกมาด้วยเหตุนี้เองมันจึงเป็นปัญหาเวลาที่จะต้องบอกชื่อให้กับคนอื่นรู้
          ก็ไอ้ชื่อพรรค์นี้มันน่าอายออก...
          แต่หารู้ไม่ว่าในโลกแห่งนี้ชื่อที่แย่กว่า ‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’ ยังมีอยู่อีกเยอะ
          ถึงจะเข้ามาเล่นเกมแต่ก็ไม่ลืมจุดประสงค์จริงๆการค้นหาวิญญาณของเขานั้นก็คือการมองหากระแสพลังวิญญาณเพราะเชื่อว่าในโลกจริงนั้นมีพลังวิญญาณลอยปะปนอยู่ในอากาศตลอดเวลาหากมันถูกทำให้ไปรวมยังที่ใดที่หนึ่งแล้วย่อมหมายความว่าสถานที่นั้นน่าสงสัยและเมื่อที่นี่เป็นเกมซึ่งไม่มีพลังวิญญาณเท่ากับว่าพลังของมันจะโดดเด่นมากขึ้นหลายเท่าตัว
          แต่ที่ไหนได้ในโลกแห่งนี้กลับมีกระแสพลังแปลกๆไหลเวียนอยู่ทั่วไปหมดเล่นเอางานนี้ยากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ก็พอที่จะแยกแยะความแตกต่างได้ พลังวิญญาณนั้นจะมีเพียงสองสีคือสีขุ่นและสีดำทว่าที่เห็นอยู่ก็คือสีฟ้าซึ่งมันไม่ใช่ เท่านี้ก็พอจะมีทางอยู่บ้างแล้ว
          “ไงน้องสาว มายืนทำอะไรคนเดี๋ยวจ๊ะ”
          หนุ่มหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มผู้ที่ทักทายสลับกับมองรอบๆดูเพราะไม่รู้ว่า ‘น้องสาว’ นั่นน่ะหมายถึงใคร แต่บริเวณนั้นก็ไม่มีใครอยู่นอกจากเขาและพวกคนที่มาทักทายเท่านั้น
          “เราเหรอ”
          “แหมจะมีใครซะอีกล่ะว่ายังไงช่วงนี้พวกพี่ได้เงินมาเยอะ สนใจจะไปทานข้าวกับพวกพี่ไหมล่ะ”
          หากเป็นผู้หญิงคนอื่นล่ะก็ต้องปฏิเสธแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะไม่ไว้ใจคนพวกนี้ แต่กับอาคม กฤษณะที่เป็นผู้ชายบวกกับความทึ่มที่ยากจะหาใครเปรียบแล้วย่อมไม่มีทางเข้าใจจุดประสงค์แน่นอน
          “ไปสิ เลี้ยงใช่ไหมพวกพี่ชายนี่ใจดีจริงๆ กำลังหิวพอดีเลย”
          พวกนั้นได้ยินคำตอบที่แปลกไปจากทุกทีก็อึ้งและไปต่อไม่ได้ อาคมกลัวว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจก็กะพริบตาปริบๆเหมือนลูกหมาหิวนมแต่เขาไม่มีทางรู้เลยว่าไอ้ใบหน้าของเขาในตอนนี้ได้ขโมยหัวใจพวกผู้ชายตรงนี้ไปจนหมดแล้ว
          น่ารักเป็นบ้าเลยวุ้ย!
          ด้วยเหตุนี้มหกรรมสั่งดะก็ได้เริ่มขึ้นเขาไม่ได้มีเงินมากพอที่จะสั่งอาหารหรูๆ เอาเข้าจริงๆนี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ได้กินอาหารอร่อยๆแบบนี้เพราะโอกาสที่จะได้ทานอาหารพวกนี้ใช่ว่าจะมีออกบ่อย แต่ในเมื่อมีคนอาสาที่จะเลี้ยงแล้วก็ย่อมไม่ต้องเกรงใจทุกอย่างที่อยากกินมา และด้วยท่ากินอันเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า ‘ยัดเข้าปาก’ แทนที่พวกมันจะเห็นว่าไร้มารยาทนั้นกลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
          “น่ารักอ๊ะ!”

          หลายสัปดาห์ผ่านไป...
          “ผู้เล่น โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด ทำการเปลี่ยนอาชีพเป็นนักเวทย์สำเร็จค่ะ”
          หากมีคนที่มาสอบเปลี่ยนอาชีพนักเวทย์ในครั้งนี้ก็จะพบกับภาพของเด็กสาวที่สวยพริ้งกระโดดโลดเต้นดีใจหลังจากที่ได้รับตราปั้มที่เอกสารเปลี่ยนอาชีพช่างเป็นภาพที่ใครเห็นต่างก็บอกว่าน่ารักทั้งที่จริงๆแล้วคนคนนั้นกำลังรู้สึกดีใจทั้งน้ำตาต่างหาก เช่นเดียวกับNPCที่ทำการทดสอบ เพราะครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งที่สามสิบสองทีเดียว
          กว่าจะผ่านได้ก็ต้องยอมลดระดับของบททดสอบให้เพราะไม่อย่างงั้นล่ะก็มาสอบร้อยรอบก็ไม่ผ่านทั้งร้อยรอบทั้งๆที่แนะนำไปแล้วว่าควรหาอาชีพที่น่าจะเหมาะดีกว่าโดยเฉพาะเทคนิคการใช้ทวนที่สุดยอดนั่นน่าจะเหมาะมากกว่าแต่กลับเลือกที่จะเป็นนักเวทย์ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่า อยากใช้เวทย์มนต์เป็น
          ทั้งที่เซ้นต์ทางด้านเวทย์มนต์ก็ห่วยแตกเสียยิ่งกว่าอะไรดีแถมยังเกือบเผาอาคารทั้งหลังไปแล้วด้วย
          “ฮ่ะๆในที่สุดก็เปลี่ยนอาชีพสำเร็จแล้วสินะ ต่อจากนี้ก็ต้องเอาไปลองซะหน่อย”
          ว่าแล้วก็เดินออกจากอาคารเปลี่ยนอาชีพไปลองของใหม่ทันทีระหว่างที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าออกไปนอกเมืองนั่นเองก็พบกับผู้เล่นคนหนึ่งท่าทางนั้นเหมือนกับพึ่งจะเข้ามาออนไลน์ เพราะดูจากชุดมือใหม่ที่สวมใส่อยู่และท่าทางเหมือนกับเป็นมือใหม่ในโลกของเกมออนไลน์แต่สีหน้านั้นกลับดูนิ่งสงบและดูใจเย็นจนน่ากลัวมากทีเดียว
          “ขอโทษนะ ไม่ทราบว่าอาคารเริ่มต้นไปทางไหน”นั่นเป็นคำถามของผู้เล่นชายคนนั้น
          “เดินไปตามทางนี้นะ แล้วเลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆเดียวก็เจอ”
          หลังจากนั้นหนุ่มหน้าสวยก็เดินออกมาหน้าเมืองจากนั้นก็เริ่มทดลองใช้เวทย์ลูกบอลไฟยิงใส่พวกกระต่ายหน้าเมืองแต่น่าเสียดายที่เขาเป็นประเภทความแม่นยำต่ำ ทั้งที่มันอยู่ห่างเพียงแค่สองเมตรแต่ก็ยังยิงเวทย์พลาดได้อย่างน่าอัศจรรย์คาดว่าในโลกใบนี้คงไม่มีนักเวทย์คนไหนที่ฝีมือห่วยขนาดนี้อีกแล้ว
          หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีกระต่ายตัวไหนโดนเวทย์มนต์ลูกบอลไฟทำร้ายแม้แต่ปลายเส้นขนเจ้าคนร่ายเวทย์ได้แต่หอบแฮกๆ พอรู้ว่าใช้เวทย์มนต์ทำอะไรมันไม่ได้(ก็ยิงไม่โดนเอง)ก็เอาทวนออกมาโจมตี ถึงจะไม่กำหนดเรื่องอาวุธที่จะใช้ก็ตามแต่ภาพลักษณ์ของนักเวทย์ที่ใช้ทวนมันก็แปลกมากอยู่ดีเอาเข้าจริงๆเวทย์มนต์แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด
          ถึงเวทย์มนต์จะเรียกได้ว่าห่วยแตกแต่ฝีมือในการใช้ทวนนั้นก็ไม่น้อยหน้า ระดับของทักษะใช้อาวุธยาวก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพอเห็นว่าบริเวณนี้ไม่ค่อยมีสัตว์อสูรที่พอจะเป็นคู่มือได้ก็เดินลึกเข้าไปในป่าจนกระทั่งเย็นมากแล้วจึงหยุดพักอยู่แถวๆนั้น
          “เฮ้อ!อยู่ในนี้มาเดือนกว่าแล้วยังหาเซ็ธที่ว่าไม่เจอเลยแหะ” พูดพลางใช้เวทย์มนต์ก่อไฟหากถามว่านี่เป็นเหตุผลไหม คงต้องตอบว่าใช่แล้วล่ะ
          ก็คนมันขี้เกียจก่อไฟนี่นา...
          แล้วอาคมก็ลองใช้เวทย์ยิงใส่กองไฟทั้งๆที่อยู่ใกล้ขนาดนี้เขากลับทำในสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ทำไม่ได้กองไฟอยู่ห่างไม่ถึงเมตรครึ่งก็ยังยิงพลาดเป็นวาได้เห็นแล้วก็อดระเหี่ยใจกับความห่วยแตกของตัวเองไม่ได้จริงๆ

          ตูม!!
          เสียงระเบิดดังสนั่นปลุกให้คนตื่นยากอย่างอาคมลุกขึ้นมาทันทีพร้อมมองหาที่มาของเสียง ทว่าสิ่งที่เห็นก็คือ ต้นไม้ที่หักโค่นลงมาและตำแหน่งของมันก็คือจุดที่เขากำลังอยู่นั่นเองคงเพราะพึ่งตื่นดีทำให้การตอบสนองช้าลงก็เป็นได้
          โครม!!
          ร่างของหนุ่มหน้าหวานถูกต้นไม้ใหญ่หลายต้นล้มทับจนลุกไม่ขึ้นไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่บริเวณตำแหน่งนั้นเป็นหลุมทำให้ถึงจะทับลงมาก็ยังพอมีช่องว่างให้หลบได้ถึงจะไม่ตายแต่ก็ขยับไม่ได้แทน
          “ทำไงดีล่ะ คิดสิๆๆ ไอ้เจ้าอาคม!”
          หากสามารถใช้เคียวยมทูตได้ล่ะก็แค่ต้นไม้นี้ไม่เท่าไหร่หรอกแต่คุณเจ้าของร้านบอกว่าใช้พลังของยมทูตไม่ได้เนี่ยสิ
          เด็กหนุ่มได้ยินเสียงเหมือนมีความเคลื่อนไหวอะไรสักอย่างพอพยายามเพ่งมองดูก็ว่ามีเงาของใครบางคนอยู่ด้วย จึงพยายามส่งเสียงเรียกเพื่อขอความช่วยเหลือบางทีเสียงเรียกนั้นอาจจะเบาเกินไปจนอีกฝ่ายไม่ได้ยิน เพราะตอนนี้คนคนนั้นได้วิ่งหนีไปซะแล้ว
          เอาไงดีล่ะเรา...
          ให้ติดอยู่แบบนี้ไม่เอาด้วยหรอกนะ...
          “หรือจะเอาไฟเผาดี จะว่าไปเรานี่ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ”
เมื่อปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิดก็ลงมือทำทันทีต้นไม้นั้นติดไฟง่ายอยู่แล้วแค่คงสภาพของลูกบอลไฟเอาไว้จนไม้ติดไฟก็พอโดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายเลยสักนิด เพราะคิดว่าเป็นเกมจึงมั่นใจว่าเวทย์มนต์คงจะไม่ทำร้ายตัวเองแน่ๆแต่กว่าจะรู้สึกตัวถึงเรื่องนี้ได้ไฟก็ลุกท่วมต้นไม้แล้ว
ผ่านไปหนึ่งนาที
          “ทำไมมันรู้สึกร้อนๆหว่า”ดูเหมือนจะเริ่มรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทีละน้อยแล้ว
          ผ่านไปสองนาที
          “คราวนี้เริ่มรู้สึกแสบๆแฮะ”
          และเมื่อถึงนาทีที่สามนั่นเอง ไฟก็เริ่มลุกลามไปเกาะติดเสื้อผ้าทำเอาเจ้าตัวดิ้นพล่านพยายามที่จะดันต้นไม้นั้นให้ออกไปแต่ไฟก็เริ่มโหมแรงขึ้นอีกความร้อนนั้นทำให้เด็กหนุ่มพยายามที่จะเอาตัวรอดให้ได้
          “ผู้เล่น โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด บรรลุเงื่อนไขลับในการเผาตัวเอง ได้รับทักษะผิวประกายเพลิงค่ะ”
          “ได้รับทักษะ ทักษะควบคุมไฟ ระดับ 1 ต้านทานไฟ ระดับ 1”
          ทันทีที่เสียงระบบดังขึ้นอาคมกฤษณะก็ไม่รู้สึกถึงความร้อนของเปลวไฟเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับรู้สึกว่ามันไม่คิดจะทำร้ายเขาเสียมากกว่าเปลวไฟทั้งหมดนั้นถูกดูดเข้ามาในร่างกายเองโดยอัตโนมัติเล่นเอาเด็กหนุ่มถึงกับเหวอไปเลยทีเดียวคราวนี้พอลองเอามือจับต้นไม้และตั้งสมาธิให้ดีมันก็กลายเป็นถ่านไม้ร้อนๆเมื่อมองดูดีๆก็พบว่ามันถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนสูงจากภายใน
          “โอ้ ได้ทักษะแปลกๆมาด้วย”

          หลายวันผ่านไปอาคม กฤษณะก็ได้เวลากลับเข้าเมืองเพื่อไปหาซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ปัจจุบันตอนนี้เขาสามารถใช้ทักษะใหม่ที่ได้มาอย่างชำนาญแล้วปกติไม่ว่าจะจับอะไรก็จะเผาสิ่งนั้นในทันที จึงมีปัญหาเรื่องการกินแถมพอจะดื่มน้ำในแม่น้ำก็ทำเอาน้ำระเหยไปในทันทีแรกๆก็ลำบากแต่พอชินแล้วก็พบว่ามันมีประโยชน์มากในการใช้เวทย์ไฟเพราะสามารถควบคุมทิศทางและความแม่นยำได้แล้ว
          นอกจากนี้ยังโชคดีที่ระหว่างเดิน(หลง)ทางก็ไปพบกับวิหารแปลกๆท่าทางเหมือนมีคนมาสำรวจแล้วแต่ทันทีที่เข้าไปก็เจอกับตำราแปลกๆพอเปิดอ่านด้วยความอยากรู้ก็ดันได้ทักษะมหาเวทย์มาหนึ่งบทหลังจากลองใช้แล้วกลายเป็นว่าป่าราบเป็นหน้ากลองระดับก็พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นห้าสิบสี่ แถมยังได้ของมาอีกเยอะแยะ โดยเฉพาะไอเทมที่ชื่อว่า ไม้แห่งชีวิต ซึ่งมีคุณสมบัติในการเสริมพลังเวทย์ 25% และลดการใช้พลังเวทย์ลง 20% เห็นว่ามันเหมาะมือดีก็เลยเอามาใช้เป็นคทาซะเลย
          พอเอาของที่ได้ไปขายก็ได้เงินมากพอดู จึงไปหาซื้อชุดใส่คงเพราะเลือกชุดไม่เป็นจึงไปบอกแค่ว่าหาชุดที่ป้องกันไฟแค่นั้นแฟนซีได้ยินดังนั้นก็จัดให้เต็มที่หยิบชุดที่มั่นใจในคุณสมบัติมาให้ราคาของมันก็อยู่ที่สามร้อยกว่าเหรียญทอง เขาไม่ได้สนใจเรื่องเงินอยู่แล้วเพราะไม่ได้จะเล่นนานอะไรขนาดนั้นจึงจ่ายไปอย่างไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิดแต่พอหยิบมาใส่เท่านั้นแหละ
          “เวรกรรม นี่มันชุดผู้หญิงนี่หว่า”
          จะว่าไปแล้วตอนนี้ไอ้ยางอายของเขาคงจะไม่มีเหลือแล้วล่ะกะอีแค่ใส่ชุดผู้หญิงแค่นี้ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว ขณะที่จะเดินทางออกจากเมืองก็ดันไปเห็นว่ามีการจับกลุ่มไปทำภารกิจความจริงเขาก็อยากจะขอเดินทางไปด้วยนั่นแหละ(กลัวหลง)แต่พอคิดว่าหากเจอเซ็ธขึ้นมาระหว่างทางคงเป็นอะไรที่ไม่น่าดูแน่ๆจึงต้องไปคนเดียวอย่างช่วยไม่ได้
          พอเดินทางได้สักระยะก็ไปจ๊ะเอ๋เข้ากับฝูงหมาป่าซะงั้น ตอนแรกก็กะจะเลี่ยงแล้วแท้ๆแต่พอได้ยินเสียงระบบดังขึ้นก็ได้แต่ถอนหายใจ
          “สัตว์อสูรระดับราชา หมาป่าทุ่งราบระดับ 40เตรียมจู่โจม”
          แทบไม่ต้องทำอะไรเลยเพียงแค่มันเข้ามาในระยะเขาก็จัดการเคาะกะโหลกมันไปทีหนึ่ง ตามด้วยใช้เวทย์กำแพงไฟย่างสดมันโดยเร่งอุณหภูมิให้สูงจนมันตายในที่สุดพอเก็บของก็หันไปมองดูพวกลูกน้องหมาป่าที่พอเห็นลูกพี่มันตายก็วิ่งหนีหายไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าอีกไม่นานจะมีผู้เล่นที่จับกลุ่มทำภารกิจที่ตามหลังมาติดๆจะต้องปะทะกับสัตว์อสูรฝูงนี้
          ในที่สุดก็ค่ำอาคมกฤษณะที่จับปลามาได้เยอะแยะก็มานั่งทานทักษะที่ผู้เล่นสายเวทย์ต่างพูดกันว่าร้ายกาจนักหนา ถูกนำมาใช้แค่ย่างปลากินช่างเป็นความตกต่ำของเวทย์สายทำลายล้างเสียจริงๆ
          วันรุ่งขึ้นก็ออกเดินทางกันอีกครั้งสัตว์อสูรยุงยักษ์ที่ว่าร้ายกาจมากพอมาเจอกับหนุ่มสุดทึ่มก็กลายเป็นของหวานไปเลย เขาที่รำคาญบวกกับต้องการหาเงินระหว่างทางก็ไปเผารังของพวกยุงยักษ์จนมันแตกรังเห็นว่าสัตว์อสูรระดับราชาให้ของดีก็เลยเล็งแค่พวกระดับราชาเท่านั้นส่วนตัวเล็กๆก็ปล่อยมันไปด้วยความใจดี
          แต่หารู้ไม่ว่าความใจดีนั้นกลับสร้างความลำบากให้กับพวกที่ตามหลังมา
          แล้วจึงเดินทางต่อจนประสบกับปัญหาเดิมเพราะเส้นทางที่มันคดเคี้ยวเลี้ยวโค้งไปมาทำให้เขาหลงทางทว่าในโชคร้ายก็ยังมีโชคดีที่ในตอนนั้นได้ยินเสียงการต่อสู้ขึ้นไม่ไกลนักจึงเดินไปดูก็เห็นผู้เล่นจำนวนมากกำลังต่อสู้กับฝูงยุงยักษ์
          “โชคร้ายจริงๆเลยนะ โดยพวกยุงยักษ์เล่นงานเนี่ย”
          การบัญชาการรบของชายหนุ่มที่ท่าทางเป็นหัวหน้าทำได้ดีมากจริงๆแต่ปัญหาก็อยู่ที่ว่าทุกคนนั้นพึ่งจะออกจากเมืองเริ่มต้นทำให้ฝีมือยังไม่เข้าขั้นสักเท่าไหร่การสู้กับยุงยักษ์จำนวนมากก็เริ่มไม่ไหว ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยการเดินฝ่าฝูงยุงยักษ์เข้าไปตรงๆพวกมันเห็นดังนั้นก็รีบบินหนีทันทีทุกๆคนจึงรอดโดยปริยาย บรรยากาศที่ร้อนอบอ้าวราวกับอยู่ในเตาอบจึงกลับมาเป็นปกติ
          พอทุกคนเห็นผู้ที่เข้ามาช่วยพวกที่เป็นผู้ชายถึงใจละลายส่วนพวกผู้หญิงครึ่งหนึ่งก็รู้สึกอิจฉาในความสวยอีกผู้ช่วยเหลือและอีกครึ่งรู้สึกนับถือโดยเฉพาะชุดที่สวมกับคทาเวทย์บ่งบอกถึงอาชีพได้เป็นอย่างดี
          “ขอบคุณมากครับที่เข้าช่วยเหลือพวกเราไม่ทราบว่าคุณคือ...”
          “เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”คำตอบเรียบๆนั้นทำให้ผู้ถามถึงกับเงียบกริบ แต่เขาก็นิ่งมากที่จะไม่แสดงอาการอะไรออกมาแล้วพูดต่อว่า
          “ถึงกระนั้นพวกเราก็ต้องขอขอบคุณคุณมากหากไม่รังเกียจอยากให้พวกเราช่วยอะไรโปรดบอกมาได้”
          คำถามนี้แหละที่อยากได้ยิน!
          เด็กหนุ่มกระแอมไอก่อนจะถามว่า“พวกนายพอจะรู้ไหมว่าเมืองพอร์ต้าไปทางไหน”
          เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนในการบอกเส้นทางอาคม กฤษณะจึงอาสาที่จะคุ้มกันให้พวกผู้เล่นกลุ่มนั้นไปยังหมู่บ้านใกล้ๆแทนตลอดการเดินทางก็เห็นว่ามีผู้เล่นไม่น้อยจ้องมองเขาอยู่แววตานั้นส่อถึงความโลภอย่างเห็นได้ชัดเพราะคงไม่มีผู้เล่นมือใหม่มีเงินมากพอที่จะซื้อชุดสวยๆที่แพงหูฉี่ขนาดนี้เด็ดขาดหลายคนมีความคิดที่จะแย่งชิงแต่พอเห็นการใช้เวทย์ไฟที่มีอานุภาพร้ายแรงก็ต้องเก็บความคิดนั้นไปทันที
          พอตกเย็นนั่นเองอาคมกลับถูกพวกผู้หญิงเหม็นขี้หน้าขึ้นมาทันทีก็เพราะไอ้ท่าทางที่หยิ่งไม่พูดไม่จาและเหตุผลใหญ่ก็คือการที่พวกผู้ชายพยายามเข้าไปเอาอกเอาใจนั่นเองทำเอาเขาอยากจะร้องไห้และบอกให้ทุกๆคนรู้ไปเลยว่า ‘ผมเป็นผู้ชาย’แต่ก็ทำไม่ได้จึงได้แต่เงียบและควบคุมอุณหภูมิรอบๆตัวให้ร้อนจนพวกนั้นไม่กล้าเข้าใกล้
          พวกนักเวทย์ธาตุไฟที่เห็นวิธีใช้เวทย์แบบนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยจึงถามว่าทำอย่างไงถึงจะทำแบบนี้ได้บ้างแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่งกวิชาอยู่แล้วจึงตอบไปว่า ‘ก็ไปเผาตัวเองซะสิ’แต่กลับถูกหาว่างกวิชาซะงั้น แหงล่ะ เผาตัวเองก็เท่ากับว่าฆ่าตัวตายแถมยังโดนเอากลับไปนินทาอีกว่าเป็นพวก ‘งกวิชา’ ทำเอาเขาแทบจะร้องไห้
          เช้าวันต่อมาก็ออกเดินทางต่อเพียงแค่ใช้เวทย์สองสามครั้งก็ปลอดภัยตลอดการเดินทาง จนมาถึงหมู่บ้านในตอนบ่ายก่อนจะแยกก็ได้รับแผนที่แผ่นหนึ่งมาให้ซึ่งมีการเขียนเส้นทางบอกเอาไว้ให้หมดแล้วจึงกล่าวขอบคุณและเดินทางต่อจนในที่สุดก็ออกมายังเส้นทางหลักได้

          แม้ระยะทางจะไม่ได้ห่างไกลอะไรมากขนาดนั้นแต่อย่างน้อยๆก็อยากให้มั่นใจว่าที่เกาะเริ่มต้นแห่งนี้ไม่มีเซ็ธอยู่ จึงใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนในการเดินทางทั่วเกาะเรียกได้ว่าไม่มีสถานที่ไหนไม่เคยไปเหยียบมาก่อนไม่ว่าจะเป็นถ้ำ แม่น้ำ ทะเล สวนดอกไม้หรือที่ใดก็ตาม หากเจอสัตว์อสูรระดับราชาก็เจี๋ยนมันซะแล้วเอาของไปขายก็แค่นั้นเอง
          ใช้เวลานานพอดูกว่าจะมาถึงเมืองพอร์ต้าอย่างน้อยก็มั่นใจได้แล้วว่าในเกาะเริ่มต้นไม่มีเซ็ธ แต่พอมาคิดๆดูอีกทีในโลกนี้ผ่านมาสองเดือนกว่าจะสามเดือนแล้ว การที่เซ็ธยังไม่แสดงตัวน่าจะมีเหตุผลอื่นถ้าจะบอกว่ารอเวลาเป็นทรายด์ในเกมนี้ก็ไม่มีพลังวิญญาณอยู่แล้วมันจึงสะสมพลังเพื่อกลายสภาพไม่ได้ทางเดียวที่จะทำได้คือต้องกลืนวิญญาณเท่านั้นแต่ที่นี่ก็มีคนเก่งๆทั้งนั้นเป็นไปได้ว่ามันอาจจะถูกจัดการจนต้องหนีไปก่อนนั่นเองเพราะหากพูดถูกสัญชาตญาณ เซ็ธนั้นจะเหนือกว่าทรายด์ในเรื่องการเอาตัวรอด
          เหตุการณ์เดิมๆเหมือนเดจาวูปรากฏขึ้นอีกครั้งไม่รู้ว่าเกมนี้คนใจดีจะเยอะอะไรกันนักกันหนา จู่ๆก็มีพวกพี่ชายท่าทางใจดีอาสาจะพาไปกินข้าวอะไรที่ช่วยประหยัดเงินได้เขาย่อมต้องคว้าเอาไว้และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันที่เวลาตอบตกลงทีไรอีกฝ่ายก็จะนิ่งเป็นรูปปั้นหิน
          ไม่ใช่เมดูซ่าซะหน่อย...
          ร้านอาหารที่เป็นเหมือนบาร์เหล้าผู้เล่นส่วนใหญ่ที่มีเงินไม่ถึงก็จะมาทานอาหารที่นี่เพราะราคาที่ถูกแม้จะเทียบความอร่อยไม่ได้เหมือนร้านอาหารใหญ่ๆก็ตาม แต่ผู้เล่นก็มักจะมาดื่มกันระหว่างที่ทานอาหารอยู่นั่นเอง ประตูร้านก็ถูกใครบางคนทำลายลงด้วยเท้าเด็กหนุ่มหน้าสวยที่กำลังกินข้าวอยู่แม้จะสะดุ้งแต่ก็มือก็ยังเอื้อมไปหยิบไก่ทอดมากิน
“โว้ย ข่าวลวงอีกแล้วงั้นเหรอเนี่ย” ผู้มาเยือนชักดาบคาตานะออกมา
          พนักงานที่หลบอยู่หลังบาร์ เห็นท่าไม่ดีก็พยายามพูดด้วยน้ำเสียงหวาดๆ“เดี๋ยวก่อนครับ ถ้าคุณทำลายของในร้านคุณจะเป็นคนที่มีค่าหัวนะครับ”
          “จะค่าหัวหรือค่าตัวแต่ถ้ามันช่วยให้สามารถหาตัวอารินเจอได้ล่ะก็ จะตั้งค่าหัวให้ฉันกี่แสนกี่ล้านก็ตามสบายฉันไม่สนใจหรอก”
          ตูม!!
          และไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่จู่ๆคลื่นพลังของดาบก็ฟาดโต๊ะอาหารที่เด็กหนุ่มกำลังกินจนพังลงแต่มือก็ยังไวพอที่จะฉวยจานไก่ทอดขึ้นมาได้ทันฉิวเฉียดและตั้งหน้าตั้งตากินโดยไม่ทุกข์ร้อน หารู้ไม่ว่าพวกพี่ชายใจดีตอนนี้ลงไปนอนอยู่บนพื้นหมดแล้ว
          “นี่พี่ชาย...คนเมื่อกี้ใครเหรอ” เขาถามโดยมีไก่ทอดอยู่เต็มปาก
          “คุณหนูพึ่งมาใหม่คงไม่รู้จักสินะคนคนนั้นมีฉายาว่าสตรีทเมจิกว่ากันว่าถ้าไม่อยากเป็นศัตรูก็จงอย่าไปแตะต้องกับน้องสาวของเขา”
          “เป็นพวกที่ทำได้ทุกอย่างว่างั้นเถอะ”เด็กหนุ่มถามอีก กินไก่ทอดชิ้นสุดท้ายเสร็จก็นำจานไปวางเอาไว้บนโต๊ะก่อนจะชี้นิ้วไปยังผู้ที่อาสาจะเลี้ยงเป็นการบอกว่า ‘คนนั้นจ่าย’แล้วจึงเดินออกจากบาร์ไปทันทีเพื่อไปหาที่พักสำหรับคืนนี้
          พอวันถัดมาก็ออกไปหาอะไรทาน แต่ยังไม่ทันได้เข้าร้านอาหารก็เห็นมีผู้เล่นทยอยกันออกมาจากร้านเหมือนกับเกิดอุปาทานหมู่กลางโต๊ะอาหาร ด้วยเหตุนี้จึงไม่คิดที่จะเดินเข้าไปและไปหาร้านอื่นใกล้ๆกินแทนโดยสั่งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นมากิน
          ตูม!!
          เสียงระเบิดดังขึ้นจากภัตตาคารอาหารเรียกความสนใจจากทุกๆคนแต่เด็กหนุ่มหน้าสวยก็ยังคงก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวต่อไปโดยไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นแถมยังขอเบิ้ลอีกสองชามด้วย ท่าทางเจ้าของร้านจะรู้สึกหวาดๆ รีบเก็บของทันทีโดยไม่คิดเงินเพราะถ้าหากมามัวคิดเงินล่ะก็มีหวังได้เสียกันล่ะคราวนี้
          “พวกนี้ทะเลาะเรื่องอะไรกันหว่า”พูดพร้อมกับหันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งผ่านหน้าตัวเองไปเขาจำได้ในทันทีเลยว่าเป็นชายที่เจอกันเมื่อคืนวานที่บาร์นั่นเองจากนั้นก็หันไปมองดูอีกคนที่กำลังปะทะกับคนอีกหลายสิบคนทั้งๆที่อายุไม่น่าจะมากกว่าตัวเองสักเท่าไหร่แต่ฝีมือกลับไม่ใช่เล่นๆโดยเฉพาะการใช้หลักของศูนย์กลางน้ำหนักนั่นแหละ
          “ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกมนุษย์ถึงต้องทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องนะ”อาคม กฤษณะส่ายหน้าเซ็งๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังท่าเรือเพื่อหาซื้อตั๋วเรือแต่ก็พบว่าตั๋วเรือสำหรับวันนี้เต็มหมดแล้วจึงเหลือแค่พรุ่งนี้เท่านั้นเอง

          เช้าวันต่อมาระหว่างที่รอเที่ยวเรือก็ไปเดินตลาดก็พบกับร้านขายหนังสือและมีหนังสือการ์ตูนที่เลิกตีพิมพ์ไปแล้วขายอยู่ด้วยเพราะเป็นหนังสือเก่าราคาของมันจึงแพงมากจึงซื้อมาหนึ่งบ็อกเซตและหยิบออกมาอ่านระหว่างที่รอเรือมา
          เวลาบ่ายโมงเรือก็มาจอดเทียบท่าเด็กหนุ่มหน้าสวยรอสักพักก็เดินขึ้นเรือไปหาที่นั่งอ่านหนังสือการ์ตูนแม้มันจะเป็นหนังสือเก่าแต่ความสนุกของมันก็ยังไม่เก่าตาม อ่านไปก็หัวเราะไปจนรู้สึกได้ว่ามีผู้ชายสองสามคนเดินเข้ามาเพื่อที่จะคุยด้วยจึงหยุดอ่านหนังสือสักพักหนึ่งก่อนจะลุกเดินหนีไปแทน เพราะรู้เป้าหมายของพวกนี้ดี
          อยากรู้จริงๆว่าพวกมันมองอย่างไงว่าเขาเป็นผู้หญิงนะ(ดูท่าจะยังไม่รู้ตัว)
          แค่ใส่ชุดผู้หญิงไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นผู้หญิงซะหน่อย
          ห้องอาหารแม้จะยังไม่มีคนแต่ก็มีโต๊ะว่างอยู่เขาเลือกโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่างและนั่งอ่านหนังสือต่อรู้สึกตัวอีกทีห้องอาหารก็ถูกเติมเต็มไปด้วยผู้เล่นมากมายและเริ่มมีกลิ่นหอมของอาหารค่ำอาคมก็ไม่ได้โง่เพราะรู้ว่าจะต้องมีคนมาขอนั่งด้วยแน่ จึงยกเก้าอี้ไปแทรกที่โต๊ะตัวอื่นซะก่อนจึงไม่มีใครมารบกวน
          บริเวณหน้าเวทีพิธีกรท่านหนึ่งก็กล่าวเชื้อเชิญให้ผู้เล่นที่ได้รับฉายาว่าสตรีทเมจิกมาแสดงโชว์ต่อหน้าทันทีที่ได้ยินชื่อเด็กหนุ่มก็สะดุ้งก็ใครจะไปคิดล่ะว่าจะได้มีเจอกับคนที่ชื่อคล้ายตัวเองหากเป็นแบบนั้นจริงมีหวังได้สับสนกันแน่ๆ แต่ก็อีกชื่อ ‘อาคม’ ใช่ว่าจะมีแค่เขาคนเดียวในโลกซะหน่อยนี่นา
          มายากลของสตรีทเมจิกนั้นน่าสนใจมากเขาสามารถเล่นมายากลที่ดูตื่นตาตื่นใจและสร้างเสียงฮือฮาได้โดยเฉพาะมายากลสุดท้ายนั้นเองที่ไม่รู้ว่าทำได้อย่างไงบางคนก็คิดว่าอาจจะหนีออกไปก่อนที่จะปิดกล่อง แต่เสียงก็ดังออกมาจากกล่องไม่ว่าอย่างไรก็ตามเป็นการแสดงที่สุดยอดมากจริงๆ
          แล้วทันใดนั้นเองเรือก็เริ่มโคลงเคลงและเอนเอียงไปทางด้านซ้ายข้าวของทุกอย่างไหลลงไปตามแรงดึงดูดเช่นเดียวกับอาคมที่ไม่ได้เตรียมป้องกันอะไรเลย เด็กหนุ่มในคราบเด็กสาวก็ตกลงไปอยู่ในกองโต๊ะเก้าอี้รอจนกระทั่งเรือกลับมาสู่สมดุลเดิม
“สัตว์อสูร กิ้งก่าทะเล ระดับ 40จำนวน 16 ตัว เตรียมจู่โจม”
          “โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย”เด็กหนุ่มบ่นเปรยๆ
          “จะอยู่สบายๆสักวันไม่ได้เลยหรือยังไงนะเนี่ย!!”





ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 3-12-2016 00:58 , Processed in 0.060300 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้