ดู: 441|ตอบกลับ: 0

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (3)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่3 การจู่โจมของเซ็ธ







          ไม่มีกิ้งก่าทะเลตัวไหนกล้าเข้าใกล้อาคมกฤษณะเลยสักตัว คงเพราะพวกมันรับรู้ได้ถึงความร้อนอุณหภูมิสูงซึ่งสามารถฆ่ามันได้อย่างง่ายดายแต่ถึงมันจะเข้ามาเขาก็จะใช้ไม้เท้าฟาดมันให้ออกไปห่างๆ เพื่อขอที่ว่างสำหรับอ่านหนังสือการ์ตูนเท่านั้นอย่างไงก็ตามหากมีสัตว์อสูรเข้ามาในระยะสายตาก็จะใช้บอลไฟขว้างออกไปเพื่อไล่พวกมันให้ไปทางอื่นแทน
          ก็ขว้างไปเท่าไหร่ก็ไม่เคยโดนมันเลยเนี่ยสิ
          พวกบรรดายอดฝีมือบนเรือต่างก็สนุกอยู่กับการไล่สังหารเจ้ากิ้งก่าทะเลอย่างสนุกสนานเช่นเดียวกับเจ้าคนที่แอบไปหลบอยู่ในห้องควบคุมคอยสั่งการอยู่ห่างๆแต่กลับสามารถทำให้ผู้เล่นที่ระดับต่ำกว่าสามารถต้านทานพวกมันได้ไม่ยากแถมยังรู้ด้วยว่าใครมีเวทย์อะไรอยู่บ้างหากเปลี่ยนให้เขาเป็นคนสั่งการคงทำไม่ได้แน่ๆ
          เพราะรู้ตัวเองดีอย่างน้อยก็ควรจะช่วยเหลือคนอื่นด้วยเหตุนี้เองเหล่าผู้เล่นชายต่างก็เริ่มมีกำลังใจเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากนางฟ้า(?)ผู้ใช้เวทย์ไฟรอยยิ้มที่แสนสดใสนั้นทำให้รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมากแต่ก็เล่นเอาเจ้าของรอยยิ้มรู้สึกขนลุกเมื่อมีไอ้บ้าคนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า
          “พวกเรา นางฟ้าแห่งชัยชนะยิ้มให้พวกเราโว้ยงานนี้ตายไปก็ไม่เสียดายชีวิต”
          การต่อสู้ดำเนินไปโดยที่พวกผู้เล่นแม้จะไม่มีใครถึงตายแต่มีก็บาดเจ็บและเริ่มเหนื่อยหอบบ้างแล้วมีเพียงยอดฝีมือหลายสิบคนแอบโชว์ความเทพของตัวเองโดยการรับมือกับกิ้งก่าทะเลสี่ตัวพร้อมกันและปิดฉากลงด้วยชัยชนะเห็นแบบนั้นเหล่าผู้เล่นก็ไม่ยอมแพ้ หวังจะเก่งแบบนั้นให้ได้บ้าง
          “พวกยอดฝีมือที่อยู่บนเรือตอนนี้ถึงหน้าที่สำคัญแล้วหวังว่าคงรู้นะว่าอยากให้ช่วยอะไร” เสียงประกาศนั้นทำให้เด็กหนุ่มหน้าสวยที่กำลังยื่นอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่แอบยิ้มเล็กน้อยในใจก็คิดเพียงอย่างเดียว
          ‘ในที่สุดก็จบซะทีเริ่มหิวแล้วนะเนี่ย’
          อาคมกฤษณะเดินออกไปยืนรวมกลุ่มกับพวกยอดฝีมือทั้งหลายที่กาบเรือด้านซ้ายแต่ละคนนั้นแผ่ความรู้สึกแปลกๆออกมากับคนที่ต่อสู้กับความเป็นความตายมาตลอดนั้นย่อมรู้จักความรู้สึกนี้ดีและมันก็บ่งบอกอีกด้วยว่าคนพวกนี้แข็งแกร่งเอามากๆ
          เพราะต้องใช้เวลาในการร่ายเวทย์บทใหญ่จึงต้องใช้สมาธิเอามากๆเด็กหนุ่มหน้าสวยในคราบเด็กสาวกระแทกไม้เท้าลงพื้นและเริ่มร่ายเวทย์ทั่วทั้งร่างก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวเพลิงอุณหภูมิสูง
“ดูท่าจะเฮิร์ทจัดนะเธอเนี่ย”ชายหนุ่มที่เป็นนักธนูแซว
‘ฉันเป็นผู้ชายเฟ้ย’ อาคม กฤษณะคิดในใจ แต่ปากก็เริ่มพึมพำบทเวทย์
          “ฉันเคยคิดว่าจะขึ้นเรือในตอนเช้านะรู้ไหมว่าตั้งแต่เล่นเกมมานี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกตื่นเต้นที่สุดเลยล่ะ”หญิงสาวคนหนึ่งพูด วอร์มอัพร่างกายด้วยการบิดตัวไปมาแสดงความอ่อนตัวให้เห็น
          “เหมือนกันขนาดตระเวนสู้กับบอสมายังไม่เคยเจอสถานการณ์ไหนที่ทำให้รู้กดดันและตึงเครียดได้เท่านี้เลย”ผู้ใช้ทวนกล่าว
          “ก็ไม่แปลกหรอกให้พวกเราทำลายแอ่งน้ำวนยักษ์นั่นพร้อมกับผลักเรือให้กลับสู่เส้นทางเดิมเล่นใช้ชีวิตของพวกเราเป็นเดิมพันเชียวนะ” นักดาบที่ถือดาบเรเปียร์ยืนตั้งท่าพร้อมเอาไว้กล่าวเรียบๆ
          “ฝากเรื่องทำลายแอ่งน้ำวนด้วยส่วนเรื่องผลักเรือขอให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”ชายหนุ่มอาชีพจอมหมัดพูดดึงถุงมือให้กระชับขึ้น
“จากนี้ผมผู้ซึ่งเป็นกัปตันเรือลำนี้จะเป็นผู้ให้สัญญาณโจมตีผู้โดยสารทุกท่านโปรดหาที่จับหรือหมอบลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัยของตัวพวกท่านเองจากนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มขึ้นในอีกสิบวินาที...สิบ...เก้า...แปด...เจ็ด...หก...ห้า...”
          เสียงประกาศบอกสัญญาณการโจมตีบรรดาเหล่ายอดฝีมือทั้งหลายก็เริ่มเตรียมตัวหยิบจับอาวุธเฉพาะตัวขึ้นมาทันทีที่สัญญาณนับถอยหลังมาถึงตัวเลขสุดท้ายก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่นักเวทย์หนุ่มหน้าสวยลืมตาขึ้นมา
          ‘พอดีเปะเลยแฮะ’
          “มหาเวทย์เพลิงโลกันต์เพลิงบรรลัยกันต์”

          ห่อหมกกิ้งก่า ผัดเผ็ดเนื้อกิ้งก่าและเมนูต่างๆอีกหลายสิบเมนูถูกตักมาวางเอาไว้จนเต็มโต๊ะเจ้าของโต๊ะนั้นไม่สนใจอะไรอื่นนอกจากกินอย่างเดียวเนื้อกิ้งก่าที่นุ่มลิ้นจนแทบจะละลายทันทีที่เข้าปาก รสชาติหวานอมเปรี้ยวและมีรสเผ็ดอ่อนๆทำให้รู้สึกอยากอาหารมากเหล่าผู้เล่นที่เหนื่อยจากการต่อสู้พอได้ลองทานก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า‘อร่อยมาก’
          “ไงแม่สาวไวไฟ”นักธนูที่เคยเอ่ยปากแซวเดินเข้ามาทักทาย ถือวิสาสะเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆเด็กหนุ่มหน้าสวยตวัดสายตามองแล้วเบ้ปากเซ็งๆ
          “อะไรกันนี่รังเกียจฉันขนาดนี้เลยงั้นเหรอ เสียใจจัง”
          ได้ยินแบบนั้นอาคม กฤษณะก็รู้สึกเซ็งก่อนจะตอบกลับไปว่า
          “นี่ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันเป็นผู้ชายแล้วก็เลิกเสียทีเถอะไอ้คำพูดชวนเลี่ยนแบบนั้นน่ะ”
          คำตอบของหนุ่มหน้าสวยทำให้ชายคนนั้นเลิกคิ้วพิจารณาดูตั้งแต่หัวจรดเท้าแม้จะบอกว่าเป็นผู้ชายแต่มันก็ไม่มีส่วนไหนที่น่าเชื่อถือเลยจะมีก็เพียงแค่หน้าอกที่แบนราบ แต่สมัยนี้ผู้หญิงที่หน้าอกแบนราบก็มีอยู่เยอะจริงๆ
          “เธอนี่เข้าใจพูดเล่นนะถ้าเธอเป็นผู้ชายจริงล่ะก็ฉันขอจับคงไม่ว่าสินะ”
          ด้วยคำพูดนั้นเองเด็กหนุ่มถึงกับหน้าซีดยกมือขึ้นป้องกันหน้าอกของตัวเอง ถึงแม้จะถูกจับก็ไม่เสียหายอะไรแต่พอนึกว่าต้องโดนผู้ชายจับมันก็ขนลุกสุดๆ ปฏิกิริยานั้นเองทำให้นักธนูหนุ่มยิ้มกว้าง
          “ฮ่าๆ เธอนี่คิดอะไรอยู่เนี่ยถ้าฉันทำจริงๆมีหวังโดนประจานแน่ๆ”
          “ใครจะไปรู้ล่ะเกิดนายบ้าจี้จับขึ้นมาจริงๆ ฉันก็แย่น่ะสิ”
          “เธอนี่ดูก่งก๊งจริงๆ เวลาอายก็น่ารักไปอีกแบบว่าแต่พอจะบอกชื่อของเธอให้ฉันรู้ได้ไหม ฉันชื่อศรเทพวิหกใต้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
          “โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด” เด็กหนุ่มตอบเสียงเบา
          “นั่นน่ะสิ ประมาณสามสิบเมตรได้ล่ะมั้งว่าแต่ใจเธอคิดแต่จะชมแค่ห้องอาหารนี้น่ะเหรอ” เห็นได้ชัดว่าศรเทพฯแกล้งโง่ในเกมนี้คนใช้ชื่อประหลาดอยู่เยอะแยะ แต่คนที่เลือกจะใช้ชื่อที่ไม่สื่อความหมายดีๆมีแต่คนต๊องๆเท่านั้น ไม่งั้นไม่ตอบรับชื่อนี้หรอก
          “ฉันชื่อ โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม”
          คราวนี้ทั้งห้องอาหารก็หันมามองกันเป็นพรืดเล่นเอาศรเทพฯหัวเราะออกมา เด็กหนุ่มพอรู้ว่ากลายเป็นจุดสนใจก็ลุกขึ้นและเดินกลับไปนอนพักผ่อนในห้องของตัวเองแน่นอนว่าไม่ลืมเอาพวกของกินติดไม้ติดมือกลับไปกินด้วย
          “เป็นแม่สาวไวไฟที่ร้อนตัวเร็วจริง”

          เมื่อเข้ามาในห้องพักก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแข็งๆยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก สักพักก็ดิ้นไปมาด้วยท่าทางขัดใจแบบสุด
          ไอ้บ้าเอ๊ย!ฉันเป็นผู้ชายนะเฟ้ย!
          แม้อาคมกฤษณะจะรู้สึกชินแล้วที่มีคนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแต่ถึงขั้นมาจีบแบบนี้ใช่ว่าจะมีออกบ่อยพอบอกความจริงไปพวกนั้นก็จะอึ้งแล้วหายไปไม่กลับมาอีกเลย แต่กรณีนี้คงเป็นครั้งแรกซะล่ะมั้งที่บอกความจริงไปแล้วไม่ยอมเชื่อเอาเถอะอย่างไงก็บอกความจริงไปแล้วนี่นา
          “ว่าแต่ใครกันนะที่ทำอาหารนี่น่ะอร่อยชะมัดรู้งี้ซื้อกล่องข้าวมาตักเก็บเอาไว้กินดีกว่า”

          ทันทีที่เรือเทียบท่าเด็กหนุ่มหน้าสวยก็ไม่รอช้าซื้อพวกน้ำยาที่จำเป็นต้องใช้แล้วออกเดินทางทันทีระหว่างทางก็ได้ฆ่าสัตว์อสูรไปมากพอดูเล่นเอากลุ่มผู้เล่นที่เก็บระดับแถวนั้นตื่นตกใจพอควบคุมสติได้ก็มาขอให้เข้าร่วมกิลด์อะไรก็ไม่รู้พอกล่าวปฏิเสธไปพวกนั้นก็ข่มขู่พร้อมกับเข้ามาเล่นงาน ทำให้เขาต้องหนีเพราะไม่อยากฆ่าคน
          คงเพราะว่าเขารู้จักกับความตายดีกว่าใครและกฎข้อห้ามของยมทูตมันคอยเตือนอยู่เสมอนั่นแหละ
          ทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่เกมที่ตายไม่จริง
          “มันหายไปไหนแล้ว ไวชะมัดยาก”ผู้เล่นชายจากกิลด์แห่งหนึ่งพูดกับเพื่อนร่วมกิลด์หลังจากวิ่งไล่มาเกือบสิบนาทีแต่อีกฝ่ายก็หนีหายไปจนได้
          “ไม่รู้เหมือนกันว่ะฝีมือดีขนาดนี้แต่กลับปอดแหก คงเป็นพวกดวงดีได้ทักษะเทพๆมานั่นแหละถ้าได้เคล็ดลับของการได้ทักษะนั่นมากิลด์เราคงเป็นใหญ่ได้ไม่ยากแล้วแท้ๆ”ชายอีกคนบอก ก่อนจะพากันไปสำรวจที่อื่นต่อ
          หากพวกนั้นรอบคอบกว่านี้อีกสักนิดและมองขึ้นมาด้านบนก็จะพบกับอาคมกฤษณะบนต้นไม้ เขารอจนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยทิ้งตัวลงมาอย่างแผ่วเบา
          “รอดไปทีนะเรา” เขาถอนหายใจโล่งอก หันไปมองรอบๆแล้วยิ้มแห้งๆด้วยความทึ่มและซื่อบื้อเฉพาะตัวเรื่องง่ายๆอย่างการซื้อแผนที่ไม่เคยมีอยู่ในหัวเลยสักนิด   
          หลงทางอีกแล้วสิเรา...
          แม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าเซ็ธที่กำลังตามหาอยู่ตอนนี้ไปหลบอยู่ตรงส่วนไหนของโลกเกมออนไลน์แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงความกลัวนั้นบ่งบอกว่ามันอยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็อีกอาคมกฤษณะไม่มีทางรู้เลยว่าหากเจอกับมันขึ้นมา จะจัดการอย่างไงให้มันออกไปจากเกมนี้

          ในขณะที่อาคม กฤษณะกำลังหลงทางอยู่ในป่าแถบเมืองคลาร์เซียทางเหนืออีกด้านหนึ่งภายในป่าลึกที่อยู่ติดกับหน้าผา ก้อนร่างสีดำทมิฬกำลังคลานสี่ขาเคลื่อนไปมาระหว่างต้นไม้ตรงหน้าของมันมีกลุ่มผู้เล่นสามคนและสัตว์อสูรเสือดำตัวหนึ่งที่ถูกไล่ต้อนไปอยู่บริเวณหน้าผาทั้งสามโยนเชือกออกไปคล้องตัวของสัตว์อสูรพยายามออกแรงดึงหวังจะกำราบมันให้จงได้ เจ้าก้อนร่างสีดำหยุดแล้วจ้องมองดูเหยื่อตรงหน้าด้วยความหิวกระหายส่วนที่เป็นลิ้นสีดำของมันยื่นออกมา ก่อนที่มันจะเคลื่อนย้ายตัวเองหนีทันทีที่มีคนรู้สึกตัว
          “ชักไม่ค่อยดีว่ะ รีบๆจัดการดีกว่า”ชายคนแรกพูดขึ้น
          “กลัวอะไรวะเห็นอยู่ว่าพวกเราจะได้มันมาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้ว” ชายคนที่สองตอบ
          ชายคนแรกหันขวับไปมองด้านหลังยังตำแหน่งที่รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองแล้วพูดว่า“พวกเอ็งไม่รู้สึกหนาวๆบ้างเลยหรือไงวะ ทั้งๆที่แดดเปรี้ยงออกขนาดนี่น่ะ”
          “หรือเอ็งจะเป็นไข้วะ ฮ่าๆ”คนที่สามหัวเราะร่าเดินเข้าไปมัดขาของเสือตัวนั้นซึ่งเป็นขั้นตอนต่อมาของการจับสัตว์อสูรจนมันไม่สามารถขยับตัวได้
          แต่ชายคนแรกนั้นไม่ขำด้วยแม้ทักษะที่ใช้ในการเฝ้าระวังภัยจะไม่เตือนเขาก็ตาม แต่ความรู้สึกเหมือนจ้องมองนั้นยังคงมีอยู่แถมบรรยากาศเยือกเย็นที่สัมผัสได้ก็ทำเอาขนลุกซู่ไปทั่วร่างกายขวานในมือยกขึ้นมาถือไว้หวังจะใช้ป้องกันตัวค่อยๆเดินเข้าไปยังจุดที่รู้สึกได้ถึงการจ้องมองนั้น
          ผึง!!
          ประกายตาที่จ้องมองตอบกลับมานั้นทำเอาชายหนุ่มผงะร่างกายสั่นเทิ้มอย่างที่ควบคุมไม่ได้เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวขึ้นภายในจิตใจของตัวเองร่างกายหายใจหอบทั้งๆที่พึ่งหายเหนื่อยได้ไม่นาน เหงื่อแตกพลั่กความรู้สึกที่ทรมานนั้นเองทำให้เพื่อนทั้งสองคนรู้สึกผิดสังเกตแล้วเดินเข้ามาดู
          “เฮ้ย!เป็นอะไรวะ” ชายคนที่สามถาม ยกมือขึ้นจับไหล่ของเพื่อนจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงผละตัวออกห่างโดยเร็ว
          “เกิดอะไรขึ้นกับมันวะ”
          “ไม่รู้โว้ย!”
          ฟุบ!!
          ทั้งสองคนชักดาบออกมาถือโดยอัตโนมัติเรียกใช้ทักษะโจมตีใส่ แต่สิ่งที่พบมีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้นพวกเขาหันหลังชนกันพร้อมกับหิ้วปีกเพื่อนขึ้นมายืนให้ได้ทว่าร่างกายของอีกฝ่ายกลับหนักอึ้งจนต้องใช้แรงมากพอดูถึงจะยกขึ้นมาได้
          ร่างสีดำทมิฬคลานออกมาจากที่ซ่อนตัวรูปร่างของมันไม่สามารถบ่งบอกได้เลยว่ามันเป็นตัวอะไรเพราะนอกจากที่มันจะคลานสี่ขาแล้ว ร่างกายของมันไม่มีกระดูกทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเป็นเย็นเยือกจนทั้งสองคนหนาวสั่นถึงจะเห็นว่ามันไม่มีตาแต่ความรู้สึกบ่งบอกว่ามันกำลังมองพวกเขาอยู่
          “ตะ...ตัวบ้าอะไรวะนั่น”ชายคนที่สามเสียงสั่นเครือ หันดาบชี้ไปยังร่างนั้นที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหายิ่งมันเข้ามาใกล้มากเท่าไหร่ร่างกายก็ยิ่งสั่นเทิ้มมากขึ้นหัวใจเริ่มเต้นรัวเร็วมากกว่าเดิม
          ที่ผ่านมาแม้พวกเขาจะไปมาทั่วทุกแห่งหนถึงจะรู้ว่ามีสัตว์อสูรที่ยังไม่เคยเห็นอยู่อีกหลายชนิด แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกกลัวจับใจสัตว์อสูรที่แค่ประจันหน้าก็ทำให้หวาดกลัวได้ขนาดนี้พึ่งเจอเป็นครั้งแรก
          สิ่งที่หยดลงมาจากส่วนที่น่าจะเป็นปากนั้นคาดว่าน่าจะเป็นน้ำลายเพียงแต่มันมีสีดำและทันทีที่ร่วงลงมามันก็สลายไปหลายเป็นควันสีดำก่อนจะถึงพื้นความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วพุ่งเข้าใส่ชายทั้งสามคนซึ่งตอนนี้หวาดกลัวเกินกว่าจะขยับได้
          ตูม!!!
          แรงระเบิดทำให้มันกระเด็นไปเกือบสิบเมตรร่างกายของมันฉีกขาดก็จริงแต่ส่วนที่ขาดก็พลันสลายไปพร้อมกับที่มันงอกส่วนใหม่ขึ้นมา เสียงกรีดร้องเหมือนเจ็บปวดนั่นเองทำให้ทั้งสามคนหวาดกลัวจนเริ่มทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ยังพอมีสติพอที่จะหยิบยันต์กลับเมืองหรือหินวาร์ปขึ้นมาเจ้าร่างนั่นเองก็เรียนรู้จากประสบการณ์ทันทีที่เห็นอีกฝ่ายหยิบของพวกนี้ขึ้นมาก็รีบวิ่งเข้าไปโจมตีทันทีไม่ให้หนีได้
          มันอ้าปากกว้างหมายจะกินทั้งสามคนแต่ทว่าพวกเขาก็กลายเป็นแสงพุ่งหายขึ้นไปบนฟ้าเสียก่อนสิ่งมันกัดนั้นมีเพียงร่างของเสือดำที่อยู่ตรงหน้าผาส่งผลให้มันและเสือดำตัวนั้นตกลงจากหน้าผาไปวินาทีนั้นเองร่างสีดำนั่นก็แทรกตัวเข้าไปภายในร่างนั้นผ่านทางทวารทั้งเก้า

          ปลาเสียบไม้ที่ย่างอยู่ข้างกองไฟนั้นถูกเด็กหนุ่มหน้าสวยหยิบขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเหลือแต่ก้างพออิ่มแล้วก็ออกเดินทางต่อทันที นี่ก็ผ่านมาห้าวันแล้วหลังจากที่เหยียบเท้าลงบนทวีปใหญ่แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของเซ็ธเลยสักนิด ถึงความรู้สึกจะบอกว่ามันอยู่ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้แม่นยำถึงขนาดที่จะรู้ทิศทางบางทีมันอาจจะอยู่ทางตอนใต้ไม่ก็ตอนเหนือ หรือถ้าไม่อยู่บนฟ้าก็อยู่ใต้น้ำ
          แต่ถ้าเป็นอย่างหลังจริงๆล่ะก็งานช้างแน่
          อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้อย่างหนึ่งว่าหากพบเจอผู้เล่นที่มาเก็บระดับกันกลุ่มใหญ่ๆอย่าใช้เวทย์มนต์ให้เห็น ไม่รู้ว่ามันเป็นกฎข้อห้ามหรืออย่างไงแต่ทุกครั้งที่ใช้ก็จะมีคนเข้ามาชวนพอปฏิเสธก็โดนไล่ฆ่าซะอย่างงั้นดังนั้นแล้วพอเห็นว่ามีคนเยอะจึงเลี่ยงไปใช้ทวนธรรมดาไม่ได้มีราคาอะไร แต่การร่ายรำทวนที่ดูสวยงามและทรงพลังทั้งๆที่เป็นทวนกระจอกธรรมดาหาซื้อได้ที่เมืองเริ่มต้นกลับมีอานุภาพร้ายกาจทุกคนจึงทึกทักกันไปเองเลยว่าน่าจะเป็นคนที่มีฝีมือน่าดู
          แน่นอนว่าเหตุการณ์เดิมกลับมาอีกครั้งซึ่งนั่นทำให้เขาต้องวิ่งหนีแต่เพราะพวกนี้มีฝีมือสูงมากหากไม่ลงมือจริงจังคงไม่แคล้วโดนจับได้จึงเปลี่ยนไปใช้การโจมตีแบบไม่ถึงกับชีวิต เอาแค่ให้หมดสภาพชั่วคราวเพื่อซื้อเวลาในการหนีเท่านั้น
          “ให้ตายสิ พวกนี้มันอะไรกันนักกันหนาเวทย์ก็ใช้ไม่ได้แถมใช้ทวนก็ยังไม่ได้อีก เห็นแก่ตัวกันเกินไปแล้วนะ”เด็กหนุ่มบ่นอุบ เดินกระแทกเท้าอย่างอารมณ์เสียทั้งๆที่อยากจะออกแรงให้เต็มที่บ้าง จะให้ไปหาที่อื่นก็ไม่ได้จะเจอกันง่ายๆแถมตรงที่มีสัตว์อสูรอยู่เยอะก็ดันมีคนอื่นอยู่ด้วยเยอะแยะ
          “พวกแกห้าคนน่ะแยกกันอ้อมไปด้านหลังของพวกมันเดี๋ยวข้าจะหลอกล่อเอาไว้ให้สองตัว พวกแกที่เหลือจัดการกับอีกตัวด้วย”น้ำเสียงที่แสดงออกถึงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับเสียงเฮของบรรดาผู้ชายทั้งหลาย
          อาคม กฤษณะได้ยินดังนั้นก็เกิดอยากรู้เดินไปตามที่มาของเสียงก็พบว่ามีกลุ่มคนจำนวนเกือบยี่สิบคนกำลังสู้กับแรดป่าสามตัวแต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือชายศีรษะล้านกำลังรับมือกับแรดสองตัวด้วยมือเปล่าคาดว่าพละกำลังคงจะมากพอดู เนื่องจากร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ดูท่าจะแข็งมาก
          ชายคนนั้นสามารถหยุดแรดทั้งสองที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังทำลายสูงพอมันหยุดแล้วก็เคลื่อนตัวไปอยู่ใต้ตัวของมันและยกมันขึ้นมาจากนั้นก็เหวี่ยงไปกระแทกกับอีกตัวจนล้มลงเรียกเสียงเฮจากบรรดาลูกน้องทั้งหลายได้อย่างดี
          “ไอ้พวกบ้า รีบๆจัดการสิวะ”
          “จัดให้เลยลูกพี่”
          แล้วเหล่าลูกน้องทั้งหลายก็ช่วยกันระดมโจมตีใส่แรดที่ล้มเนื่องจากเป็นวิธีจัดการที่ง่ายที่สุดขอเพียงแค่ทำให้มันล้มลงได้มันก็ไร้น้ำยาแล้ว แต่วิธีนั้นไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ทำได้เนื่องจากน้ำหนักของมันเกือบหนึ่งตัน
          เพียงไม่นานแรดทั้งสองตัวก็ถูกเล่นงานจนตายทำให้ที่เหลือหันไปเล่นงานกับตัวสุดท้ายที่ยังเหลือรอดอยู่ ทว่าในตอนนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งสะดุดจนล้มทำให้แรดป่าวิ่งเข้ามาโจมตีใส่แต่ก่อนที่จะถูกเล่นงานบุรุษที่ทุกคนยกย่องให้เป็น ‘ลูกพี่’ก็เข้ามาหยุดการโจมตีนั้นเอาไว้ให้ทำเอาชายคนนั้นรู้สึกซาบซึ้งจนหน้าตาไหล
          “เอาไว้ร้องไห้วันหลัง หลบไปก่อน”
          เมื่อชายคนนั้นหลบไปตามคำสั่งลูกพี่ก็จับมันทุ่มโดยใช้ท่าอเมริกันซูเพล็กซ์พวกลูกน้องคนอื่นๆไม่รอช้าอาศัยจังหวะนั้นระดมโจมตีใส่ทันที จนเมื่อมันตายทุกคนก็ร้องเฮออกมาดีใจกับความสำเร็จนั้น
          “นึกไม่ถึงเลยว่าสัตว์อสูรที่ทวีปใหญ่จะร้ายกาจขนาดนี้พวกเราเองก็ระดับสี่สิบแล้วแต่ก็ยังเกือบตายกันเลย สัตว์อสูรแค่สามตัวเอง”ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวอย่างท้อแท้ แม้จะรู้สึกดีใจที่โค่นมันลงได้ก็ตามที
          “ถ้าพวกแกไม่พอใจ จะเลิกติดตามข้าก็ได้”ชายศีรษะโล้นบอก ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วน่ายำเกรงทำให้ทุกคนเงียบกริบ
          “โธ่ลูกพี่หมี พวกผมก็แค่บ่นนิดหน่อยเองไม่ได้ไม่พอใจซะหน่อย อย่างไงพวกเราก็ได้พี่หมีคอยช่วยเหลือมาโดยตลอดจะให้ทิ้งพี่แล้วไปเสวยสุขน่ะเหรอ ผมไม่ทำหรอก”
          “ใช่ๆลูกพี่ พวกเราเองจะติดตามลูกพี่ตลอดไปมีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน”
          “ได้ยินพวกเอ็งพูดแบบนี้ข้าก็ดีใจ...” พูดแล้วก็เงียบไป ตวัดสายตามองไปยังต้นไม้ต้นหนึ่งหยิบขวานออกมาแล้วเหวี่ยงมันลงพื้น
          “เหวอ!!!”เสียงร้องเล็กๆคล้ายผู้หญิงดังขึ้น เล่นเอาผู้โจมตีอึ้งไปเหมือนกัน แต่ก็ยังคงมีสีหน้าใจเย็นแล้วถามต่อไปว่า
          “นั่นใคร!ถ้าไม่ตอบอย่าหาว่าข้าใจร้าย”
          “โอ๊ย!พวกนี้อะไรกัน เอะอะก็ใช้แต่กำลังคุยกันดีๆก็ไม่ได้ ดูสิเสื้อผ้าเลอะหมดเลย” อาคมกฤษณะเดินออกมาพลางปัดฝุ่นตามเสื้อ
          ด้วยท่าทางแบบนั้นทำให้พวกผู้ชายกลุ่มนั้นตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งรักไปเสียแล้วใบหน้าที่หวานใส รูปร่างที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม เล่นเอาพวกนั้นใจละลายไปเลยทีเดียว
          “ลูกพี่ ไปทำสาวน้อยน่ารักได้อย่างไงผมไม่อยากจะเชื่อเลยนะครับว่า ลูกพี่จะทำเรื่องน่าเสียเกียรติแบบนี้ได้น่ะ”
          “ใช่ๆ ลูกพี่ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ”
          “เฮ้ย! สรุปว่าตอนนี้ข้าเป็นฝ่ายผิดใช่ไหมเนี่ย”ลูกพี่หมีอึ้งไปกับเหตุการณ์ที่ลูกน้องพร้อมใจกันทรยศขึ้นมายิ่งเห็นพวกมันถ่อเข้าไปหาเด็กสาวสวยคนนั้นสอบถามอาการบาดเจ็บพร้อมใจกันหยิบน้ำยาฟื้นพลังมาข่มกันเฉย
          เด็กหนุ่มหน้าสวยเองก็ขี้เกียจแก้ข่าวแล้วได้แต่เออออไปตามสถานการณ์ รับเอาน้ำยาทั้งหมดที่พวกนั้นเสนอมาใส่กระเป๋าทั้งหมด
          นี่ไม่ได้ปล้นนะ พวกนี้ให้กันเอง
          “เอ่อแม่หนูข้าต้องขอโทษด้วยที่โจมตีใส่น่ะ”
          “ช่างเถอะ ไม่ได้บาดเจ็บอะไรสักหน่อย”อาคมตอบแบบไร้เยื่อใย เล่นเอาบรรดาลูกน้องยิ้มเยาะน้อยๆเนื่องจากตอนนี้คู่แข่งหัวใจหายไปหนึ่งคน
          อยากจะรู้จริงๆว่าถ้าพวกแกรู้ว่าคนที่กำลังแย่งกันจีบอยู่เป็นผู้ชายจะทำหน้ากันอย่างไง!
          แล้วจากนั้นก็เริ่มสอบถามและแลกเปลี่ยนชื่อกันทำให้เขาได้ชื่อเล่นสั้นๆมาว่า ‘โอ๋’ ส่วนตัวเขาก็ได้รู้จักกับทุกคนในกลุ่มนี้ชายผู้ซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มนี้ชื่อ ‘หมีใหญ่’ เดิมเป็นโจรที่เคยออกปล้นผู้เล่นเพื่ออยากแสดงถึงความแข็งแกร่งแต่หลังจากที่ถูกจัดการโดยผู้เล่นคนหนึ่งหมีใหญ่ก็คิดได้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ใช่การใช้พวกมากทำร้ายคนที่อ่อนแอ
          ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสูญเสียลูกน้องไปหลายสิบคนแต่ก็ทำให้ได้ลูกน้องที่นับถือเขาด้วยใจจริงมาแทน นับว่าคุ้มค่าเอามากๆ
          “จะว่าไปเฮียหมีมาทวีปใหญ่ทำไมเหรอ”
          “คิดจะให้จมปรักอยู่แค่เกาะเริ่มต้นคอยทำร้ายผู้เล่นอ่อนๆตลอดงั้นเหรอไอ้ตอนแรกน่ะมันก็รู้สึกดีอยู่หรอกที่มีคนกลัวและคอยก้มหัวให้แต่อำนาจที่ได้มาโดยไม่ชอบมันอยู่ได้ไม่ยืนเรื่องที่ข้าแพ้ให้กับเจ้านั่นก็ถูกคนป่าวประกาศจนเริ่มไม่มีใครกลัวแล้วดังนั้นข้าจึงคิดได้ว่า หากอยากให้คนยกย่องจริงๆ ต้องมาจากความรู้สึกที่ดีไม่ใช่ความกลัว”
          สิ้นคำพูดพวกลูกน้องก็เป่าปากเสียงดังเมื่อเห็นลูกพี่ตัวเองเริ่มใช้คารมของตัวเองกับเด็กสาวแล้ว
          “ลูกพี่จะกินเด็กเหรอ ปล่อยๆเด็กไปเถอะ”
          “นั่นสิเหลือข้าวเอาไว้ให้พวกเรากินบ้าง ผมรู้หรอกลูกพี่น่ะหล่อมากคารมดีจนสาวๆได้ยินก็ต้องหลง แต่เล่นไม่ดูอายุมันก็ไม่ได้เหมือนกันน่า”
          “ไอ้พวกนี้มาให้ข้าเอาเลือดหัวออกมาล้างสักหน่อยสิ” หมีใหญ่วิ่งไล่เตะลูกน้องแต่ละคนก็แยกย้ายกันหนี


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 11-12-2016 14:55 , Processed in 0.041789 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้