ดู: 466|ตอบกลับ: 0

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (4)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่4 สุดผาบูรพา







          เพื่อนร่วมเดินทางกลุ่มใหม่นี้ดูจะเอิกเกริกไม่น้อยเพราะในที่สุดกลุ่มของพวกเขาก็มีดอกไม้งามไว้ให้เชยชมพยายามแสดงความห้าวหาญในแบบที่คิดว่าเท่ห์ที่สุดให้ดู พอพักผ่อนก็มาคอยปรนนิบัติทั้งกวาดพื้น เอาผ้ามาปูรอง ทำอาหารมาให้ เล่นเอาหนุ่มหน้าสวยสบายไปพักใหญ่เลย
          หากคิดว่าฝีมือของเขากระจอกล่ะก็คิดใหม่ได้เลยการใช้ทวนที่งดงามเหมือนกับการร่ายรำนั้นทำเอาพวกหมีใหญ่จ้องกันตาค้างมิหนำซ้ำยังใช้เวทย์ไฟปิดฉากกลายเป็นฉากจบที่สวยงามสองคนในกลุ่มที่ใช้ทวนเห็นดังนั้นก็มาขอคำแนะนำในการฝึก แต่อาคมกฤษณะไม่เคยสอนใครเลยจึงแนะนำไปว่า ‘ให้อยู่กับมันตลอดเวลาและใช้มันให้เหมือนกับมือ’
          “ว่าแต่น้องโอ๋จะออฟไลน์วันไหนเหรอพวกพี่น่ะนะคิดว่าจะไปฝึกวิชาที่กรีนเบสก่อนจะออกไปสร้างชื่อพอไปถึงเมืองคงจะต้องออฟไลน์เลย”
          หนุ่มหน้าสวยเองก็พึ่งคิดได้เหมือนกัน เขาอยู่ในเกมนี้มานานแล้วยังไม่เคยคิดถึงเรื่องออฟไลน์เลยสักนิดเรียกได้ว่าเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตอนนี้กำลังอยู่ในเกมเลยได้แต่เออออตามน้ำไประหว่างนั้นเองก็พลันลูกน้องคนหนึ่งหัวเราะออกมาเสียงดังขณะที่กำลังอ่านอะไรบางอย่างบนกระดานข่าวสารเรียกความสนใจให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี
          “เป็นบ้าอะไรของเอ็งวะ” หมีใหญ่คำราม
          “ก็มัน...ฮ่าๆ...ลูกพี่ลองอ่านกระทู้นี่สิมีคนบอกว่าระบบใส่สัตว์อสูรแปลกๆเข้ามาทำเอาผู้เล่นกลุ่มหนึ่งจับไข้หัวโกร๋นไม่กล้าเข้ามาออนไลน์อีกเลย”
          “มีด้วยเหรอวะสัตว์อสูรนะโว้ยไม่ใช่ผีจะได้ทำให้หัวโกร๋นได้น่ะ”
          “ดูมันบรรยายสิสัตว์อสูรที่มีสีดำทั้งตัว รูปร่างเหมือนเวนอมในเรื่องสไปเดอร์แมนแต่ไม่มีกระดูกสถานที่ที่มันปรากฏตัวต่อให้ร้อนแค่ไหนก็ทำให้รู้สึกหนาวได้จับขั้วหัวใจเพียงแค่สบตากับมันก็เหมือนกับถูกเอาวิญญาณไปแล้ว เห็นไหมลูกพี่โอ่เวอร์แบบสุดๆ เวนอมด้วยนะถ้าจะจัดการคงต้องเรียกให้ไอ้แมงมุมมาจัดการซะล่ะมั้ง”
          ลูกน้องอีกคนที่เข้าไปอ่านก็แย้งขึ้นว่า “พวกกระทู้เรียกร้องความสนใจก็แบบนี้แหละถ้ามีสัตว์อสูรอัพเดทเข้ามาระบบก็จะต้องแจ้งให้พวกเรารู้ก่อนเพื่อปิดระบบชั่วคราวเห็นได้ชัดไอ้พวกนี้น่ะอยากดัง”
          “ไอ้แห้ว ตั้งแต่ข้าอยู่กับเอ็งมาพึ่งมีครั้งนี้แหละที่เอ็งพูดจามีสาระกับเขาเป็น”
          “หาว่าข้าโง่งั้นเหรอ ไอ้ยักษ์”
          “พอๆ พวกเอ็งสองตัวเลิกกัดกันได้แล้วใครจะตั้งกระทู้อะไรแล้วไปหนักส่วนไหนของพวกเอ็งวะ” หมีใหญ่ปรามทั้งสองคนเองก็ดูจะไว้หน้าหมีใหญ่อยู่บ้างจึงกล่าวขอโทษ
          จู่ๆมือเล็กๆก็ค่อยๆยกขึ้นมาเชิงขออนุญาตพูด“เอ่อ กระดานข่าวสารเนี่ยใช้อย่างไงเหรอ”
          ลูกน้องหมีใหญ่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาเพราะนึกว่าเป็นมุขตลกของเด็กสาวตรงหน้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าประมาณว่า ‘เค้าไม่รู้’ ก็ทำเอาทุกคนหยุดหัวเราะแล้วถามย้ำ คำตอบที่ได้รับก็คือการพยักหน้าเศร้าๆเล่นเอาอึ้งไปตามๆกันก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าในโลกนี้จะมีคนที่ใช้กระดานข่าวสารไม่เป็นเลย
          “น้องโอ๋กดที่นาฬิกานะปุ่มซ้ายเป็นการเลือกฟังก์ชั่นของการใช้งานปุ่มล่างขวาคือเลือก จากนั้นมันก็จะมีหน้าจอลอยขึ้นมาให้”
          “อ้าว นาฬิกาใช้แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอนึกว่าใช้แค่ดูเวลาซะอีก”
          อาคมนั่งอ่านกระดานข่าวสารที่ว่านั่นแม้จะไม่ได้สัมผัสโดยตรงแต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาบ่งบอกว่านั่นเป็นเซ็ธอย่างแน่นอนบรรยากาศนั้นเป็นตัวยืนยันอย่างดีเพียงแต่ไม่ใช่ความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิแต่มันคือการกลืนกินจิตใจต่างหาก พอรู้ว่าคนกลุ่มนั้นรอดมาได้ก็รู้สึกโล่งใจหน่อยๆ
          ในที่สุดตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเซ็ธอยู่ที่ไหนเซ็ธก็เหมือนกับสัตว์ป่าที่มีอาณาเขตในการล่าเฉพาะของมันทำให้สามารถจำกัดวงให้แคบลงได้แต่การที่มันสามารถออกล่าได้นั่นหมายความว่ามันปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้แล้วนั่นเองและรูปแบบการล่าของมันก็แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม
          “สุดผาบูรพา ที่นี่สินะ”
          จากนั้นอาคมก็สอบถามเส้นทางไปที่นี่จากพวกหมีใหญ่พวกนั้นแม้พยายามจะห้ามเพราะเส้นทางมันอันตรายแต่ใจจริงกลับหวังจะให้ร่วมทางกันไปตลอด ด้วยเหตุนี้จึงพบกันครึ่งทางหมีใหญ่บอกว่าจะพาไปส่งที่กรีนเบสซึ่งเป็นทางผ่านเพื่อที่จะไปยังสุดผาบูรพาแต่ว่าการจะไปที่นั่นได้ก็ต้องมีพวกอาวุธดีๆเสียก่อนจากที่สังเกตแล้วนอกจากชุดที่มีความสามารถในการป้องกันไฟแล้วอาวุธก็เป็นแค่ของธรรมดาเท่านั้น
          ดังนั้นแล้วพวกนี้จึงอาสาที่จะช่วยหาของสำหรับสร้างอาวุธดีๆให้มีเพียงแค่ตอนนี้เท่านั้นที่เขากลับรู้สึกว่าการเป็นผู้หญิงก็มีเรื่องดีเหมือนกันไม่ต้องออกแรงทำอะไรก็มีคนอาสามาทำให้ ขอเพียงแค่แสดงท่าทางน่ารักกับออดอ้อนนิดหน่อยเท่านั้นเอง
          ใช้เวลาสองวันทุกคนก็มาถึงเมืองกรีนเบสในตอนบ่ายแล้วจึงแยกตัวออกไปโดยอ้างว่าจะไปออฟไลน์แต่อันที่จริงแล้วหนีไปหาของกินเสียมากกว่าตอนอยู่ในป่านั้นได้กินแค่เนื้อกับปลาย่างเท่านั้น รสชาติก็อยู่ในระดับพอกินได้แต่ว่าตอนนี้อยู่ในเมืองย่อมต้องให้ลิ้นได้รับรสชาติแปลกใหม่เสียบ้างจึงสั่งอาหารมาหลายสิบจานเท่าที่พอจะจ่ายไหวเนื่องจากระหว่างทางก็ได้เงินและไอเทมเอามาขายเยอะแยะจึงมีเงินมากพอจะผลาญเล่นได้พอสมควร
          พอท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มหย่อนแต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามานั่งพักหรือใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยยิ่งปล่อยให้เวลาผ่านไปนานมากเท่าไหร่ เซ็ธก็ยิ่งปรับตัวได้เร็วขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นมันก็จะเริ่มขยายอาณาเขตของตัวเองและอาจจะมีผู้เล่นโดนลูกหลงจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยก็ได้
          ด้วยเหตุนี้เขาจึงตระเวนไปร้านขายอาวุธเพื่อหาอาวุธที่เหมาะสมแต่ดูจนทั่วแล้วก็ไม่พบชิ้นไหนน่าสนใจเลยสักนิด ทวนบางเล่มก็ยาวเกินไปไม่ก็สั้นเกินไปถึงไอ้เจ้าของร้านหน้าตี๋จะพยายามโอ้อวดคุณภาพอย่างดีก็ตาม แต่ส่วนใหญ่จะเน้นลวดลายสวยงามเพื่อให้ดูเด่นขึ้นเท่านั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสามารถออกแบบให้สร้างอาวุธให้ได้ก็มุ่งหน้าไปยังร้านรับทำอาวุธที่ว่ากันว่าดีที่สุด
          อาคมกฤษณะบอกขนาดของอาวุธที่อยากให้ทำให้ ซึ่งรูปแบบของมันก็ทำให้ช่างทำอาวุธอย่างคาลอฟรู้สึกตื่นเต้นมากถึงจะสร้างอาวุธสุดยอดมาตั้งมากแต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนคิดจะสร้างอาวุธแบบแหวกแนวขนาดนี้ดูอย่างไงก็สูงร้อยห้าสิบกว่าๆ แต่กลับเลือกที่จะสร้างเคียวสูงเกือบสองเมตรแถมยังระบุน้ำหนัก ความยาวของใบมีดอีกด้วย
          จากนั้นคาลอฟก็ให้ภารกิจไปทำ เมื่อมาถึงหน้าทางเข้าเหมืองเขาก็พบกับปัญหาใหญ่อีกแล้วเพราะดันลืมซื้ออีเตอร์มาด้วยเหนื่อยต้องเดินกลับไปที่เมืองก่อนเพื่อซื้อไอเทมแล้วจึงกลับมาใหม่อีกครั้งพอจ่ายเงินเสร็จก็มีคนเดินนำทางให้ไปขุดแร่ คาลอฟบอกว่าให้หาแร่มาแต่มันก็เหมือนกันหมดจนยากจะแยกออก อะไรที่ขุดได้ก็เอาใส่กระเป๋าทันทีจนได้ครบแล้วก็กลับเมือง
          คาลอฟบอกว่าขอเวลาสามวันเพื่อที่จะสร้างอาวุธให้เนื่องจากมีออเดอร์จากคนอื่นด้วยเหมือนกัน ระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็ได้แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการออกไปฝึกยิงเวทย์อยู่ข้างนอกเมืองฝีมือก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลยสักนิดอาคมมีเวทย์อยู่เพียงสี่บทด้วยเหตุผลง่ายๆคือเยอะมากไปก็เลือกใช้ไม่ถูกเป็นเวทย์พื้นฐานแรกเริ่มสามบทและมหาเวทย์ที่ได้จากวิหารโบราณอีกหนึ่งบทแต่ปกติแล้วก็จะใช้การโจมตีด้วยอาวุธเท่านั้น จะมีเวทย์บ้างแล้วแต่จังหวะ
          เมื่อถึงเวลาที่อาวุธสร้างเสร็จก็เดินทางกลับเข้าเมืองอาวุธเคียวสีดำรูปร่างคล้ายคลึงกับอาวุธประจำตัวของเขาที่โลกภายนอกน้ำหนักที่คุ้นเคยทำให้เหวี่ยงได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังดีกว่าใช้ทวนทั่วไปเสียอีกคาลอฟเห็นเด็กหนุ่มควงเคียวที่สูงกว่าตัวเองได้อย่างสบายๆก็รู้สึกทึ่งมากกว่าเดิมทันทีที่หยุดควงสิ่งที่คาลอฟสัมผัสได้ก็คือความไม่ธรรมดาของคนตรงหน้า บรรยากาศที่เยือกเย็นจนหนาวจับขั้วหัวใจที่เบื้องหลังเหมือนกับมีภาพบางอย่างซ้อนทับอยู่ มันเป็นภาพของโครงกระดูกที่สวมอาภรณ์สีดำทมิฬ
          ยมทูต...

          เพื่อที่จะฝึกให้ใช้เคียวกับเวทย์ได้พร้อมกันอาคม กฤษณะได้รับคำชี้นำให้ไปฝึกที่สถาบันฝึกสอน พอจ่ายเงินแล้วก็ถูกแยกไปยังห้องฝึกอาวุธประเภททวนแม้ทางทฤษฏีจะห่วยแตกมากแต่ในทางปฏิบัติกลับมีฝีมือเหนือทุกๆคนในชั้นเล่นเอาอึ้งกันไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการปัดป้องหรือการโจมตีในรูปแบบต่างๆก็ทำได้ดีมากจนสามารถสอบเลื่อนไปขั้นสองและสามได้ในระยะเวลาอันสั้น
          การผนึกเวทย์ก็คือการร่ายเวทย์แล้วผนึกลงไปในอาวุธเขาพบว่ามันมีรูปแบบคล้ายกับการใช้พลังวิญญาณ เพียงแต่ต้องร่ายเวทย์ก่อนเท่านั้นกว่าจะผ่านบทนี้ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยทั้งคนสอนและคนฝึกโดยเฉพาะผู้ฝึกสอนเองปกติแล้วจะเน้นการสอนแบบทฤษฏีเพื่อให้ไปศึกษาเองแต่เห็นได้ชัดเลยว่าหนุ่มหน้าสวยคนนี้มีสัญชาตญาณที่ดีกว่าทำให้ยิ่งต่อสู้ยิ่งเก่ง
          พอจบหลักสูตรพื้นฐานการผนึกเวทแล้วก็เดินทางออกจากเมืองกรีนเบสทันทีคราวนี้เขาไม่ลืมซื้อแผนที่มาด้วยแต่ปัญหาคือบนแผนที่ระบุเพียงแค่เมืองและชื่อของดันเจี้ยนเท่านั้นก็นั่นแหละแผนที่ราคาถูกที่สุดคือแผนที่ที่หยาบมากๆไม่มีบอกเส้นทางเลยว่าต้องไปทางไหน อะไร อย่างไงด้วยเหตุนี้มันจึงกลายเป็นแผนที่ไร้ค่าไปโดยพลัน
          เรือข้ามแม่น้ำใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาส่งถึงอีกฝั่งผู้เล่นมากมายพากันลงจากเรือผู้โดยสารที่รออยู่ก็ทยอยกันขึ้นเรือเพื่อจะไปยังอีกฝั่งหลังจากสอบถามเส้นทางไปยังสุดผาบูรพาจนได้ตำแหน่งที่แน่นอน ก็เร่งเดินทางทันทีแม้จะถูกรั้งเอาไว้บ้างเนื่องสุดผาบูรพานั้นเป็นสถานที่ที่อันตรายมากหากเดินทางคนเดียวแต่เขาก็ไม่สนใจคำเตือนนั้น
          ลิงภูเขาเป็นสัตว์อสูรระดับห้าสิบขนาดตัวของมันใหญ่มากทีเดียวแถมเวลาอยู่นั้นชอบอยู่กันเป็นฝูงๆถือว่าเป็นความซวยของอาคม กฤษณะที่มาเจอกับพวกมันเข้าเนื่องจากไอ้ตัวพวกนี้มีความสามารถในการเรียนรู้สูงถือเป็นความผิดพลาดของการออกแบบเลยทีเดียว แรกๆนั้นมันไม่ได้เก่งกาจอะไรเลยแต่เพราะความสามารถของมันคือการเรียนรู้และลอกเลียนแบบทำให้มันพัฒนาตัวเองต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ โล่ กับดักและล่าสุดก็คือกลยุทธ์นั่นเอง
          แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามมันก็มีจุดอ่อนที่ร้ายแรงอยู่นั่นก็คือการที่มันไม่สามารถใช้เวทย์มนต์หรือพลังจิตได้มันถูกทดแทนส่วนนี้ด้วยร่างกายที่แกร่งเอามากๆและพลังโจมตีที่รุนแรง
          ตูม!!!
          เด็กหนุ่มกระโดดหลบทันทีไม่ต้องคิดอะไรให้มากความเคียวสีดำทมิฬหยิบออกมาจากกระเป๋ามิติก่อนที่มันจะห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงจากการผนึกเวทลิงภูเขาพวกนั้นกระจายกำลังกันออกไปตามต้นไม้ สมรภูมิภายในป่าทำให้มันได้เปรียบมาก
          “เก่งพอๆกับเซ็ธเลยแหะ เจ้าลิงพวกนี้”
          อาคมผลัดรุกและรับกับเจ้าลิงเหล่านี้ด้วยความสามารถอันน่าตกใจแต่เพราะอาวุธรูปแบบเคียวมันไม่เคยเห็นใครใช้มาก่อนจึงไม่มีความรู้ในด้านนี้มันจึงกลายเป็นข้อได้เปรียบของอาคมไปในทันทีแถมการผนึกเวทย์ไม่ได้มีลูกเล่นอยู่แค่นี้ด้วย
          ฟิ้ว!!!
          เปลวไฟรูปพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกมาจากการโจมตีที่พลาดลิงภูเขาจึงรับการโจมตีนั้นไปเต็มๆ
          “กงจักรนรกแดง”
          เขาหมุนตัวอย่างเร็ว แล้วเหวี่ยงไฟรูปคล้ายกงจักรออกไปใส่พวกมันและไม่รอช้ากระโดดถอยหลังกลับมาจากนั้นก็มีลูกไม้ถูกระดมขว้างเข้าใส่ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ต้องมีโดนเล่นงานบ้างแหละสักพักก็มีลิงสองตัวกระโดดลงมาพร้อมกับเถาวัลย์ที่ปลายของมันนั้นทำเป็นบ่วงเอาไว้และตอนนี้มันก็คล้องอยู่ที่ขาของเขานั่นเอง
          “เหวอ!!”เขาร้อง แต่ก็ตวัดเคียวตัดมันได้ก่อนพลิกตัวกลางอากาศพอได้จังหวะแล้วก็เรียกบอลไฟออกมาโจมตีใส่พวกมัน ลิงภูเขายกโล่ขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้อย่างง่ายดายพริบตานั้นก็มีลูกธนูพุ่งเข้ามาปักเข้าที่ต้นแขนขวา เด็กหนุ่มกัดฟันดึงลูกธนูออก
          “โอ๊ย... สาบานไหมว่าไอ้พวกนี้น่ะมีแค่นี้จริงๆ” อาคมร้องเมื่อเห็นจำนวนมากกว่าครึ่งร้อยของฝูงลิงภูเขาเหล่านี้
         
          อีกด้านหนึ่งเสือดำที่มีดวงตาสีแดงเลือดกำลังพยายามกัดกินร่างของสัตว์อสูรค้างคาวที่ล่าได้จากนั้นก็มีเงาสีดำพุ่งออกมาจากร่างแล้วกลืนกินร่างไร้วิญญาณนั่นเข้าไป มันพยายามร้องออกมาเมื่อแผ่นหลังของมันเริ่มปริแตกจนเลือดไหลซึมสักพักก็พลันมีปีกค้างคาวงอกออกมาจากแผ่นหลัง เพียงแต่มันมีแค่ข้างเดียวเท่านั้น
          เอาอีก...ต้องการอีก...
          ให้มากขึ้นอีก...
          โฮก!!!!!!!!!!!!!

          แฮกๆๆ
          ให้ตายเถอะลิงพวกนี้เก่งกว่าเซ็ธแล้วแหะ
          อาคมกฤษณะนอนหอบหายใจท่ามกลางร่างไร้วิญญาณของบรรดาลิงภูเขาที่กำลังจางหายไปร่างกายเองก็บอบช้ำมาก เขาพยายามใช้เคียวพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาดื่มน้ำยาฟื้นพลังจนหายเป็นปกติในที่สุด
          ดีแฮะถ้ามีน้ำยาแบบนี้สู้กับทรายด์ยังไหวเลย
          เก็บของเสร็จแล้วก็ไปหาของป่ามากิน เขาไม่ได้เตรียมเสบียงมาอีกทั้งใกล้ๆนี่ก็ไม่มีแหล่งน้ำให้ตกปลาหรือทำอะไรเลยซากของลิงภูเขาที่ยังไม่หายไปจึงได้รับหน้าที่อันทรงเกียรตินั่นเอง
          พอกินไปได้คำเดียวเท่านั้นก็พ่นออกมา
          “รสชาติห่วยแตก”
          ?!
          แล้วทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเยือกขึ้นมามันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมีอยู่ของอะไรบางอย่าง ถึงแม้ว่าความรู้สึกนั้นจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ก็ตามที
          ความรู้สึกแบบนี้มัน
          เซ็ธ!!
          เด็กหนุ่มวิ่งไปยังไปตำแหน่งที่สัมผัสความรู้สึกได้แต่ก็ต้องเบรกตัวโก่งเมื่อพบว่ามันเป็นหน้าผาสูงแต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมานั้นมันอยู่ด้านล่างอีกด้วย ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นเกมล่ะก็ป่านนี้เขากระโดดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด
          เอาเป็นว่า ค่อยๆหาทางลงไปก็แล้วกัน
          ก็แหม ถึงจะไม่ตายแต่มันก็เจ็บนะ

          กว่าจะหาทางลงมาได้ก็แทบแย่เหมือนกันเพราะทางลงจากสุดผาบูรพาต้องอ้อมไกลหน่อย ใครจะไปคิดล่ะว่าหน้าผานั่นจะสูงมากกว่าหนึ่งกิโลเมตรล่ะแถมในป่าดิบชื้นแห่งนี้ก็มีสัตว์อสูรระดับห้าสิบขึ้นไปอยู่เยอะมากทีเดียวแต่มันก็ไม่โจมตีเข้ามาก่อนคงเพราะสัญชาตญาณที่รู้ดีว่าอันตรายนั่นเองพวกมันจึงได้แต่ลอบมองอยู่แค่ห่างๆเท่านั้น
          น่าจะแถวๆนี่นะ
          เด็กหนุ่มยมทูตมองไปรอบๆ พยายามจะมองหากระแสพลังที่ดูคุ้นเคยถึงจะปกคลุมไปด้วยความมืดก็ตาม แต่เขาก็อยู่กับมันมาจนชินแล้วความมืดแบบนี้น่ะมันจิ๊บๆแม้มันจะจางไปแล้วก็ตามแต่บริเวณนี้เคยมีเซ็ธอยู่จริงๆนั่นแหละกระแสพลังก็เหมือนกับรอยนิ้วมือ ถ้าไม่ลบร่องรอยอย่างไงก็หาเจออยู่ดี
          ‘จากตรงนี้ก็ไม่เห็นแล้วแฮะแสดงว่ามันเรียนรู้การปกปิดร่องรอยตัวเองได้แล้ว งานช้างล่ะทีนี้’
          ระหว่างที่เด็กหนุ่มหน้าสวยกำลังทำการสำรวจรอบๆนี้โดยไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่าบัดนี้มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ที่ตัวเขาเจ้าของดวงตาคู่นั่นหมอบตัวลงต่ำพยายามเคลื่อนที่ให้เบาและเงียบที่สุดแต่ภายในป่าแห่งนี้นั่นเงียบมากแค่มีเสียงอะไรนิดหน่อยก็ได้ยินแล้วนั่นทำให้เด็กหนุ่มลุกขึ้นและหยิบเคียวประจำตัวออกมา หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะพลางมองไปรอบๆพยายามมองหากระแสพลังเฉพาะที่มีแต่วิญญาณเท่านั้นที่จะปล่อยออกมาได้
          ไม่มี...
          แต่ความรู้สึกมันบอกว่ามีอะไรบางอย่างอยู่แถวนี้
          และแล้วเขาก็เผยยิ้มออกมาเมื่อบรรยากาศอันคุ้นเคยแผ่ออกมาหวังจะเล่นงานจิตใจของเขาให้ได้ อาคมกฤษณะไม่รอช้าพุ่งเข้าไปเล่นงานมันทันที
          “รอเจออยู่แล้วนานแล้วเซ็ธเพราะแกทำให้ฉันเป็นหนี้เพิ่มขึ้น”
          เซ็ธพุ่งตามออกมาและโจมตีเข้าใส่เด็กหนุ่มยมทูตถึงกับถอยหลังไปตั้งหลัก ก็เห็นรูปร่างของมัน เสือดำที่มีปีกข้างเดียวเป็นค้างคาวมีอุ้งเท้าเป็นหมี มีหางเป็นงู เหมือนกับว่าเธอมันกลืนกินสัตว์ต่างๆเพื่อสร้างรูปร่างใหม่ของมัน
          “หวัดดี... แกคงไม่โกรธที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ใช่ไหม”
          แทนคำตอบเซ็ธก็โจมตีใส่แต่อาคมก็ไม่ได้อยู่เฉยๆผนึกเวทย์ลงในอาวุธและตั้งรับการโจมตี ไม่มีใครยอมให้กันเซ็ธไม่สามารถเล่นงานจิตใจของอีกฝ่ายได้โดยตรง เช่นเดียวกับอาคม กฤษณะที่ไม่สามารถใช้พลังยมทูตได้ในเกมจนกระทั่งมันอาศัยจังหวะที่โจมตีพลาดหนีไปและยังทำลายต้นไม้เพื่อสกัดเอาไว้อีกด้วย สมแล้วที่เป็นเซ็ธสัญชาตญาณในการหลบหนีและการปรับตัวไม่ใช่เล่นๆเลย

          เซ็ธที่หนีมาเพราะมันรู้แล้วว่าพลังแค่นี้ทำอะไรศัตรูไม่ได้มันจึงต้องการเพิ่มพลังของตัวเองและรู้ว่ามันสามารถกลืนกินร่างของสัตว์แปลกๆเหล่านั้นได้ยิ่งกินมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งเก่งขึ้นมากเท่านั้นด้วยเหตุนี้มันจึงจัดการกับสัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ใกล้ๆและชิงเอาส่วนหนึ่งของร่างกายที่เห็นว่ามีประโยชน์ไปเสริมให้กับตัวเอง
          เอาอีก... มากกว่านี้...

          หลายสัปดาห์ผ่านไปยมทูตหน้าสวยที่ถูกหลอกให้เข้ามาจับวิญญาณภายในเกมนี้ก็ยังคงไล่ตามล่าเซ็ธที่หนีหายเข้าป่าไปจนเริ่มจะท้อตั้งแต่ที่สู้กันล่าสุดก็ไม่พบวี่แววของมันเลยทุกครั้งที่เจอซากของสัตว์อสูรก็จะมีชิ้นส่วนบางอย่างหายไปบ่งบอกถึงสิ่งที่มันคิดจะทำได้เป็นอย่างดี
          แม้ภายในโลกใบนี้จะไม่มีพลังวิญญาณให้มันดูดเก็บเอาไว้สะสมเพื่อกลายสภาพวิญญาณแต่มันก็เลือกใช้วิธีดูดกลืนร่างของสิ่งมีชีวิต เพื่อเอาความสามารถของพวกมันมาใช้ ช่างเป็นความสามารถปรับตัวที่ร้ายกาจมากทีเดียว
          พึบๆๆๆ
          เสียงกระพือปีกของสัตว์ขนาดใหญ่เรียกความสนใจให้เด็กหนุ่มหน้าสวยเงยขึ้นมองและสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาอ้าปากค้าง เมื่อพบร่างของสัตว์อสูรพันธุ์ผสมขนาดใหญ่กว่าเดิมสองเท่าที่มีปีกข้างหนึ่งเป็นค้างคาวและนกอินทรีย์นอกจากนี้ยังมีสัตว์อยู่หลายชนิดเลยก็ว่าได้ ดูเหมือนมันจะเน้นคัดแต่จุดเด่นของสัตว์มาใช้เป็นประโยชน์มากกว่า
          ก๊าซ!!!!
          “เหวย!น่าเกลียดชิบเป้ง”
          สถานะจากผู้ล่าเป็นผู้ถูกล่าบ้างแล้วข้อเสียเปรียบตอนนี้เห็นได้ชัดเจนมากถ้าถูกมันฆ่าหรือจับตัวได้มันก็จะกลืนวิญญาณได้อย่างง่ายดาย หรือหากจัดการมันได้มันก็แค่ทิ้งร่างแล้วไปหาร่างใหม่แทนซึ่งไม่ใช่เรื่องยากของมันเลยสักนิด
          ทักษะเพลิงจันทร์เสี้ยวก็ถูกใช้โจมตีใส่เพียงแต่มันตวัดหางเบาๆครั้งเดียวเท่านั้นก็ทำลายลงอย่างง่ายดายแน่ล่ะชิ้นส่วนของสัตว์อสูรที่มีระดับห้าสิบขึ้นทั้งนั้นนี่นา
          ฟู่!!!
          เส้นใยเหนียวหนึบพ่นออกมาจากงวงช้างคู่นั้นเด็กหนุ่มยมทูตตาโตเคลื่อนตัวไปหลบอยู่หลังต้นไม้แต่ทันทีที่ใยนั้นไปเกาะโดนก็มีของเหลวบางอย่างไหลซึมตามใยลงมา กัดกร่อนต้นไม้จนมันละลาย
          ‘ใยที่มีฤทธิ์กัดกร่อนมันไปกินตัวอะไรมากันแน่เนี่ย’
           ไม่เพียงแค่นั้นมันยังชูหางที่เหมือนงูนั้นขึ้นมาแล้วยิงบางสิ่งบางอย่างที่มีรูปร่างเหมือนเข็มแต่ฉาบไปด้วยของเหลวสีใสๆ เล่นเอาเด็กหนุ่มหน้าสวยต้องกระโดดหลบเป็นพัลวันการโจมตีไหนที่คิดว่าหลบไม่พ้นก็ใช้เคียวรับการโจมตีส่วนเรื่องของการโจมตีสวนกลับไปก็เป็นหน้าที่ของบอลเพลิงกับศรเพลิงนั่นเอง
          แต่แล้วการโจมตีของมันก็หยุดลงเมื่อมันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลยมทูตหน้าสวยหยุดมองเช่นกันเพราะไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหน จนเมื่อเห็นมันกำลังบินไปหาอะไรบางอย่างก็ตกใจเพราะสำหรับเซ็ธแล้วการที่มันหนีมีอยู่สองกรณี
          คือหนึ่งเมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้...
          และสองมันเจอเหยื่อรายใหม่ที่เคี้ยวง่ายกว่า...
          ขออย่าให้เป็นอย่างหลังเลยก็แล้วกัน

          เด็กหนุ่มและเด็กหญิงกำลังปัดเศษกิ่งไม้และใบหญ้าที่ติดตามตัวออกเขาเดินไปลูบศีรษะของเด็กหญิงเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงและก่อไฟกองเล็กๆขึ้นมาอย่างง่ายดายแม้จะยังไม่มืดแต่ป่านี้ก็เย็นมากจนรู้สึกหนาวเลยทีเดียวสักพักเด็กหนุ่มก็เรียกรถเข็นออกมาและเริ่มทำอาหาร
          “อารินขอโทษค่ะ”เด็กหญิงขอโทษด้วยสีหน้าเศร้าๆ
          เด็กหนุ่มยิ้ม “ไม่เห็นเป็นไรนี่พี่ก็ไม่รู้ว่าการใช้การ์ดเวทย์แบบผสมผสานจะทำให้เกิดผลลัพธ์แบบนี้ขึ้นได้คราวหลังพี่จะคำนวณปริมาณสัดส่วนของการบรรจุเวทย์ให้เพราะการทำแบบนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิมด้วย”
          “ค่ะพี่ราล์ฟ”
          แต่แล้วในตอนนั้นเองก็มีเสียงระบบดังขึ้นเตือนการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
          “สัตว์อสูร เสือดำภูเขา ระดับ 50เตรียมจู่โจม”
          ราล์ฟเปลี่ยนไปใช้เนตรนักปราชญ์เพื่อมองหาคลื่นพลังของมันและบอกให้อารินระวังตัวเอาไว้ด้วยเจ้ากระต่ายตัวสูงครึ่งเข่ากระโดดเหยงๆพยายามชี้ตำแหน่งให้ ทันทีที่เห็นสัตว์อสูรตัวที่ว่านั่นเองอารินก็คล้ายกับโดนอะไรบางอย่างจนสลบไปส่วนราล์ฟแม้จะตกใจมากเช่นกันแต่เขาก็ยังคงใจเย็นอยู่มาก
          เพราะตรงหน้ามันคือสัตว์อสูรประหลาดที่เอาชิ้นส่วนต่างๆมาประกอบกันเป็นสัตว์อสูรตัวใหม่แต่สิ่งที่เขากำลังคิดก็คือ...
          ทำไมระบบถึงบอกว่ามันเป็นสัตว์อสูรเสือดำภูเขาล่ะ
          และไม่ทันให้ตั้งตัวสัตว์อสูรน่าเกลียดตัวนั้นก็พุ่งลงมาจากฟ้าหมายจะโจมตีใส่แต่ราล์ฟไวกว่ามาก พุ่งตัวไปกอดอารินและพาหลบไปอยู่ในระยะปล่อยภัยสัตว์ประหลาดตัวนั้นแม้หน้าจะทิ่มดินแต่มันก็ลุกขึ้นเงยหน้ามองวินาทีนั้นเด็กหนุ่มก็พลันรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นร่างกายสั่นเทิ้มอย่างไม่มีเหตุผล
          เรากำลังกลัว...
          แต่เรากลัวเรื่องอะไรล่ะ...
          ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นรังสีอำมหิตจึงแผ่รังสีโต้กลับไปบ้างแต่มันไม่ใช่ สิ่งนี้แตกต่างกว่ามาก มากกว่าของเจ้าซิสค่อนเป็นไหนๆถึงจะทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกสติก็ไร้ผล
          มันค่อยๆสืบเท้าเข้ามาหาอย่างเชื่องช้าตอนนี้ราล์ฟทำอะไรไม่ถูกความรู้สึกมันรวนเรไปหมดถึงจะยังควบคุมสติของตัวเองไม่ให้แตกตื่นได้ก็ตาม แต่ร่างกายมันก็ไม่ขยับเลย
          Sticky Gums...
          พริบตานั้นร่างของเขาก็ถูกดึงไปอยู่ในระยะที่ห่างถึงยี่สิบเมตรนับว่าโชคดีที่เขาใช้สติ๊กกี้กัมม์ได้ทัน ร่างกายพอที่จะลุกขึ้นยืนได้บ้างแต่มันก็ยังคงรู้สึกสั่นและหวาดกลัวเกินกว่าจะต่อสู้
          สัตว์ประหลาดตัวนั้นพุ่งตัวเข้าไปอีกด้วยความเร็วอันน่าตกใจราล์ฟขึงตาข่ายสติ๊กกี้กัมม์ของตัวเองไว้กับต้นไม้เพื่อสร้างเป็นกับดัก อุ้มอารินแล้วพาหนีไปอยู่ห่างจากเดิมยี่สิบเมตรถึงเป็นตำแหน่งที่เขาเห็นว่ามันพอจะทำให้ขยับได้บ้าง
          “กงจักรนรกแดง”
          สิ้นเสียงตะโกนก็มีเปลวเพลิงรูปร่างเหมือนกงจักรพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ร่างของสัตว์ประหลาดราล์ฟหันไปมองทิศทางที่พุ่งเข้ามา เจ้าของทักษะนั่นเป็นเด็กสาวร่างเล็กถือเคียวสีดำสูงกว่าตัวเองพอใช้ทักษะตรวจสอบดูก็เห็นว่าไม่ได้มีการใช้ไอเทมปกปิด และชื่อของเธอก็คือ
          โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด
          “คุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันหรอกหนีไปเถอะ” ผู้มาใหม่ร้องเตือน
          พอได้ยินแบบนั้นราล์ฟก็เปลี่ยนสีหน้า ไอ้ความหวังดีนั่นไม่ต่างอะไรไปจากการดูถูกเขาเลยสักนิดเดียวจริงอยู่ที่เขาเป็นพวกที่ว่าถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้จะต้องหนีแต่นั่นหมายถึงว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะต้องแลกกับมันต่างหาก
          “สู้ได้หรือไม่ได้ถ้าไม่ลองดูแล้วจะรู้ได้อย่างไงล่ะ”





ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 4-12-2016 02:49 , Processed in 0.037771 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้