ดู: 445|ตอบกลับ: 0

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (5)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่5 วางแผน







          อาคม กฤษณะอ้าปากค้างนี่เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม มนุษย์ธรรมดาคิดจะท้าสู้กับวิญญาณที่สามารถฆ่าให้ตายได้อย่างง่ายดายเนี่ยนะ
          “คุณจะบ้าเหรอนี่มันไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไปนะ มันร้ายกาจกว่ามาก”
          ราล์ฟเผยยิ้มเฝื่อนๆด้วยใบหน้าซีดไร้เลือดฝาด“แค่เห็นก็รู้แล้วล่ะ”
          ยมทูตหน้าสวยไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้วถึงจะรู้ว่าต่อให้ห้ามแค่ไหนคนคนนี้ก็ไม่ยอมแน่นอนแต่เขาก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องถูกกลืนวิญญาณไปทั้งแบบนี้จะบอกว่าโง่หรือบ้าดีนะเนี่ย
          เช่นเดียวกับราล์ฟที่กำลังประเมินความสามารถของสัตว์อสูรประหลาดตรงหน้าด้วยพลังประหลาดของมันทำให้เขาไม่สามารถเข้าใกล้มันได้ในระยะยี่สิบเมตรเรียกได้ว่าวิธีเดียวที่จะทำได้คือต้องโจมตีในระยะไกลอย่างเดียวเท่านั้นแต่เขาก็ไม่ได้มีอาชีพที่โจมตีระยะไกลได้รุนแรงเสียด้วยถึงจะยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเจ้าคนที่ชื่อ ‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’นั่นใช้วิธีไหนถึงเข้าไปอยู่ในระยะใกล้ๆได้แต่ก็ไม่ได้หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมบอกดีๆหรอก
          เมื่อไม่รู้วิธีจึงคิดจะใช้การหยั่งเชิงราล์ฟดีดอัญมณีธาตุดินออกไปเล่นงานมันแต่ทันทีที่เสาหินผุดขึ้นมามันก็ใช้เท้าเหยียบจนแตกสลาย บ่งบอกได้ถึงว่ามันสามารถใช้พลังของสัตว์แต่ละชนิดที่อยู่ตามตัวได้เป็นอย่างดีพอลองซัดมีดออกไปดูบ้างก็ค่อยโล่งใจที่อย่างน้อยก็มีอาวุธที่ใช้โจมตีได้อยู่บ้าง
          ทางด้านของยมทูตอาคมไม่รู้จะพูดอย่างไรดีถึงจะล้มเลิกความคิดที่ดื้อด้านของคนคนนี้ต่อให้บอกความจริงไปว่านี่คือวิญญาณใครเขาจะเชื่อกันเพราะตราบใดก็ตามที่วิทยาศาสตร์ยังหาข้อสรุปของมันไม่ได้โลกหลังความตายมันก็แค่ความเชื่องมงายที่ใช้หลอกให้ทุกคนหมั่นทำดีเท่านั้น
          “ทำอะไรไม่ได้หรอก หนีไปเถอะมันเกะกะผม”
          ราล์ฟหายใจเข้าออกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของตัวใจและควบคุมสติให้ดีกว่าเดิมแล้วพูดว่า“เห็นได้ชัดว่ามันกำลังสู้กับนายอยู่แล้วก็เปลี่ยนมาเล่นงานพวกเราที่อยู่ไกลกว่าแสดงว่าอย่างไงมันก็คิดจะตามล่าพวกฉันอยู่ดี ถ้าไม่มีวิธีอะไรดีๆก็เงียบไปซะตอนนี้ฉันกำลังคิด”
          หมอนี่ไม่กลัวตายเลยงั้นเหรอ
          แต่ว่า น่ากลัวแฮะ...
          เซ็ธไม่ได้สนใจในสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกันเมื่อเห็นช่องว่างจากราล์ฟก็พุ่งเข้าทำการจู่โจมยมทูตหน้าสวยเห็นก็พุ่งตัวเข้าไปขวางเอาไว้ส่วนราล์ฟก็กระโดดถอยออกไปเพื่อรักษาระยะห่างพลางหายใจหอบ เพราะเพียงแค่วินาทีสั้นๆก็ถูกมันเล่นงานจิตใจเข้าให้ถ้าไม่ติดว่าโอ้โหฯเข้ามาขวางป่านนี้เขาคงจะตายไปแล้ว
          “ไม่ไหวไม่มีวิธีป้องกันจากการโจมตีนั่นเลยแฮะ” พูดพลางมองดูอารินที่สลบไปเพราะโดนเล่นงานสลับกับมองดูโอ้โหฯที่กำลังต่อสู้อยู่
          ทำไมหมอนั่นถึงไม่เป็นอะไรล่ะ...
          โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด ตวัดเคียวทั้งรุกและรับได้อย่างไม่น่าเชื่อฝีมืออยู่ในระดับยอดฝีมือหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำแถมยังใช้ทุกส่วนของอาวุธได้อย่างชำนาญอีก ยิ่งไปกว่านั้นเปลวไฟที่ห่อหุ้มที่ใบเคียวนั่นอีก
          นักเวทย์ธาตุไฟสินะ
          “นายมีเวทย์ระดับกลางใช่ไหมเวทย์ทะเลเพลิงน่ะ” ราล์ฟเอ่ยถาม เพราะถ้ารู้ความสามารถของคนคนนี้แล้วก็พอจะมีทางจัดการกับมันได้“ใช้มันเดี๋ยวนี้”
          “ห๊ะ”อาคมที่กำลังวุ่นอยู่กับการต่อสู้หันมามองจนเปิดช่องว่างให้โดนโจมตีกระเด็นแผ่นหลังของเด็กหนุ่มเป็นแผลยาว เซ็ธไม่รอช้าเข้าจู่โจมใส่แต่มันกลับถูกอะไรบางอย่างตรึงเอาไว้ที่หางและขาหลังทั้งสอง
          ราล์ฟยืนกางแขนออกเผยให้เห็นเส้นใยเหนียวหนึบจากมือที่พุ่งไปเกาะติดต้นไม้จนมันสามารถไปเกาะติดมันจากทางด้านหลังได้เซ็ธเห็นดังนั้นก็พยายามจะบินขึ้นเพื่อที่จะสลัดให้หลุดแต่เขากลับเผยยิ้มและควบคุมให้มันเลื้อยไปพันที่ปีกของมันเพื่อไม่ให้มันบินได้
          “สติ๊กกี้กัมม์ สไปเดอร์เว็บ”
          ราล์ฟหันไปมองโอ้โหฯที่ลุกขึ้นมาโดยใช้เคียวยันพื้นสีหน้าของอีกฝ่ายดูมึนงงมากและเพราะอีกไม่นานความสามารถนี้จะถึงขีดจำกัดแล้วนั่นเอง เขาจึงย้ำคำสั่งเดิมไปและคำตอบที่ได้กลับมาก็คือ
          “ไม่มีอ่ะ ผมมีเวทย์แค่สี่บทเอง”
          “แล้วเวทย์กำแพงไฟล่ะ”
          “ถ้าเวทย์บทนั้นล่ะก็มีสิ”
          “พอทดแทนได้ ใช้เลย” ราล์ฟสั่งใช้สติ๊กกี้กัมม์หยุดการเคลื่อนไหวของมันโดยตรึงเอาไว้กับต้นไม้รอบๆอย่างน้อยน่าจะทนได้สิบหรือสิบห้าวินาที เมื่อเวทย์กำแพงไฟปรากฏขึ้นมา ราล์ฟก็ซัดมีดที่ผูกติดของสองสิ่งลงไปหนึ่งคืออัญมณีธาตุลมและสองคือพลุควัน
          ฟู่!!!
          พายุควันไฟเข้าโอบล้อมเซ็ธมันพยายามที่จะกระพือปีกเพื่อไล่ควันเหล่านี้ออกไปแต่เพราะปีกถูกตรึงด้วยสติ๊กกี้กัมม์ทำให้มันต้องใช้ความพยายามอย่างมากราล์ฟอาศัยจังหวะนี้อุ้มอารินขึ้นมาและวิ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของโอ้โหฯก่อนจะพาหนีออกไปจากที่ตรงนี้
          “ปล่อยนะ ฉันต้องจัดการกับมัน”เด็กหนุ่มหน้าสวยโวยวาย พยายามแกะมือให้หลุด
          “เงียบแล้วฟังซะไอ้เรื่องจัดการกับมันน่ะฉันทำแน่นายคิดว่าแค่นายคนเดียวจะทำอะไรมันได้อย่างงั้นเหรอ จริงอยู่ที่นายสามารถเข้าใกล้มันได้โดยไม่เป็นอะไรแต่จากที่สังเกตดูนายต่อสู้แบบไม่มีแบบแผนเลยสักนิดอีกทั้งการที่มันไม่สนใจนายแต่เลือกที่จะมาเล่นงานพวกฉันเป็นหลักฐานอย่างดีว่ามันเลือกพวกฉันเป็นเป้าหมายแล้วดังนั้นแล้ววิธีเดียวคือต้องจัดการกับมันซะ ร่วมมือกันฉันจะวางแผนให้แลกกับนายต้องบอกความจริงฉันเรื่องหนึ่ง”
          ราล์ฟเห็นว่าหนีมาได้ไกลพอสมควรแล้วจึงหยุดลงและโยนหนุ่มหน้าสวยลงพื้นอย่างไม่ใยดีแต่กลับอารินนั้นค่อยๆวางลงและตรวจสอบดูว่าติดสถานะอะไรกันแน่แต่ก็พบว่าเธอแค่สลบไปเท่านั้น
          “เจ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่ระบบสร้างขึ้นมาแน่ๆ”ราล์ฟเปรยขึ้น เล่นเอาหนุ่มหน้าสวยที่กำลังกัดช็อกโกแลตที่ซื้อมาชะงักค้าง“สิ่งที่น่าสงสัยก็คือทำไมระบบถึงบอกว่ามันเป็นสัตว์อสูรเสือดำทั้งๆที่รูปร่างของมันไม่ใช่ และรวมไปถึงการโจมตีแปลกๆนั่นอีกเพราะสิ่งที่มันโจมตีมาไม่ใช่กายภาพแต่เป็นสามัญสำนึกของคนเราจริงๆมันเป็นข้อห้ามร้ายแรงของเกมนี้ซึ่งผลกระทบนี้จะส่งผลต่อตัวตนที่โลกภายนอกด้วยถ้ากรณีที่เป็นบัคล่ะก็มันอาจจะถูกกำจัดไปแล้ว”
          ราล์ฟเงยหน้าขึ้นมองยมทูตอาคมที่ตอนนี้แสดงพิรุธอย่างมากซึ่งไม่ว่าใครมาเห็นก็ต้องมองออกได้เหมือนกัน
          “คะ...คิดมากไปเองล่ะมั้งนายน่ะกะ...ก็ที่นี่มันเป็นเกมไม่ใช่เหรอ”
          “ถูกของนายที่นี่เป็นโลกของเกม แต่ว่า...นายนั่นแหละเป็นใคร” แววตาของราล์ฟดูคาดคั้นอีกฝ่ายมากความรู้สึกกดดันราวกับกำลังถูกสอบสวนอยู่ทำเอาอีกฝ่ายลังเลอย่างมาก“ก่อนหน้านี้นายพูดสินะว่า ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันกับคำพูดที่ว่าต้องจัดการกับมันนั่นแหละที่ทำให้ฉันสงสัยแล้วว่านายคงจะถูกมอบหน้าที่ให้เป็นคนจัดการกับเจ้าตัวนั่นใช่ไหมล่ะ”
          “เอ่อ...ใช่ พอดีฉันได้รับหน้าที่ให้มาจัดการกับมันน่ะ”
          “จากบริษัทเกม?”
          “ใช่ๆ ฉันมาจากบริษัทเกม”
          “นายนี่โกหกไม่เก่งเอาซะเลยนะ”ราล์ฟถอนหายใจ ถึงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็ตามถ้าต้องการปกปิดตัวตนเขาก็จะไม่ยุ่งเขาดื่มน้ำเพียงเล็กน้อยแล้วส่งให้โอ้โหฯที่เอาแต่จ้องมองกระติกน้ำก่อนจะเริ่มวางแผนจัดการกับมัน
          แผนที่แบบละเอียดยิบถูกกางออกแต่ว่าบริเวณที่อยู่นั่นไม่ได้มีรายละเอียดอะไรบอกมากขนาดนั้นคงเพราะเป็นสถานที่ที่ไม่ค่อยมีคนมาสำรวจเนื่องจากอันตรายมากและไม่คุ้มเสีย อาคมกฤษณะมองดูการกระทำของคนอายุมากกว่าตรงหน้าด้วยความสนใจเมื่อเห็นเขาหยิบเข็มทิศออกมาวางบนแผนที่
          “จะทำอะไรเหรอ” โอ้โหฯถาม
          “หาตำแหน่งปัจจุบันในการวางแผนเราต้องรู้ตำแหน่งของเราและของศัตรูความได้เปรียบหรือเสียเปรียบมันอยู่ที่ภูมิประเทศและกลยุทธ์แต่ปัญหาคือฉันไม่รู้เรื่องของมันเลยสักนิดทั้งความสามารถที่ใช้ในการโจมตีฉันกับอาริน สิ่งที่รู้ก็มีแค่ระยะห่างที่ทำให้การโจมตีไม่เป็นผล”
          ราล์ฟวาดสัญลักษณ์ลงบนตำแหน่งต่างๆบนแผนที่และตรวจสอบเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
          “เปล่าประโยชน์กับดักพวกนั้นใช้ไม่ได้ผลกับเซ็ธหรอก” คนอายุน้อยกว่าพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่าย ความจริงก็ไม่อยากพูดเพื่อทำลายน้ำใจหรอกแต่ว่าผลตอบแทนของความผิดพลาดมันคือความตายเชียวนะ
          “เซ็ธ?” ราล์ฟชะงักมองหน้าผู้พูดที่ตอนนี้เอามือปิดปากตัวเอง
          ‘คำศัพท์ที่ไม่มีความหมายอาจจะเป็นคำย่อเฉพาะของอะไรบางอย่าง แสดงว่าคนคนนี้มีความลับที่บอกอะไรเราไม่ได้สินะ’
          “เข้าใจล่ะ” ราล์ฟพับแผนที่เก็บใส่เข็มขัดมิติ“งั้นก็เสนอมาสิ แผนการของนายน่ะ”
          “เอ่อ...คือว่า...ผม...คือ...”
          “จะให้พวกฉันทำอย่างไรถึงจะหนีไอ้เจ้าตัวที่ชื่อ‘เซ็ธ’ นั่นพ้นน่ะ” เขากดดันเข้าไปอีก จนตอนนี้อาคมกฤษณะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา บ่งบอกว่าตอนนี้ในหัวไม่มีแผนการอะไรเลยสักนิด
          “ผะ...ผมจะถ่วงเวลาเอาไว้...”
          “แผนงี่เง่า” ราล์ฟขัดด้วยสีหน้าเบื่อๆเพราะไอ้แผนแบบนี้มีแต่พระเอกในหนังปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละที่คิดได้“ทำอย่างกับว่ามันจะพุ่งเป้าหมายไปที่นายคนเดียวงั้นแหละ คิดอะไรตื้นๆ ขนาดสู้ติดพันกับนายอยู่แต่ก็ยังทิ้งการต่อสู้เพื่อมาหาพวกเราแผนนั้นยังจะใช้ได้อยู่อีกเหรอ”
          “แต่มันไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่ครับ”โอ้โหฯตอบเสียงอ่อย
          “หลักประกันล่ะ”
          “!?”
คนอายุน้อยกว่าทำหน้างงไม่เข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อ
          “อะไรที่ทำให้นายมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับมันได้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไงว่ามันจะไม่ตามพวกฉันล่ะหะ ขอทีเถอะไอ้แผนของพระเอกน้ำเน่าอะไรนั่นน่ะอย่าเอามาใช้จะดีกว่า”ราล์ฟถอนหายใจเซ็งๆ เพราะนึกไม่ถึงว่าจะยังมีคนคิดแผนกระจอกพรรค์นี้ขึ้นมาได้อีก
          “ว่ายังไง” ราล์ฟยืนกอดอกเดินรอบๆตัวของอาคมกฤษณะเป็นการสร้างแรงกดดันเขารู้ดีว่าการทำหน้าที่เป็นนักวางแผนไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ทำได้เพราะนั่นหมายถึงต้องยอมรับผลที่จะตามมาได้ด้วย
          “ไม่มีหรอกหลักประกันน่ะเพราะงั้นถึงได้บอกยังไงล่ะว่าให้หนีไป ผมจะได้หาทางจัดการกับมันเอง” หนุ่มหน้าสวยพูดเสียงดังราล์ฟยืนนิ่งแล้วเปิดกระทู้หนึ่งขึ้นมาแสดงให้เห็น มันคือกระทู้เรียกร้องความสนใจที่ตอนนี้ถูกมองข้ามไปเมื่อมีผู้ดูแลระบบแจ้งมาแล้วว่าไม่มีสัตว์อสูรที่ว่านั่น
          “เจ้าตัวนั่นน่ะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ใช่ไหมความจริงแล้วฉันจะไม่สนใจเลยก็ได้ถ้าหากว่าคนตอบกระทู้นี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของระบบเพราะถ้าเรื่องนี้ถูกตรวจสอบจากบุคคลภายนอกมันไม่ใช่เรื่องดีแน่เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมมีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น... ถึงรูปร่างจะไม่ใช่แต่ถ้าหากประกอบข้อมูลทั้งหมดแล้วล่ะก็ ความเป็นไปได้มันก็สูงเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แต่ก็น่าแปลกเหมือนกันในเรื่องที่ระบบแจ้งชื่อของสัตว์อสูรตัวนี้น่ะเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ฉันมองข้าม...ไม่สิ เหมือนจะไม่รู้มากกว่า”
          เมื่อได้ฟังราล์ฟวิเคราะห์ ยมทูตหนุ่มหน้าสวยก็ยิ่งอึ้งมากกว่าเดิมโดยเฉพาะเรื่องที่อาศัยข้อมูลที่รู้เพียงผิวเผินก็สามารถหาคำตอบที่เกือบถูกต้องได้แล้วมันไม่ใช่สิ่งที่ใครคิดจะทำก็ทำได้เสียด้วยซ้ำ
          “แล้วทำไม...ถึงได้สนใจนักล่ะครับ” อาคมกฤษณะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วดูจริงจังมาก ดวงตาที่หรี่ลงราวกับจะคาดคั้นความจริงแต่กลับไม่ทำให้คนถูกถามสนใจเลยสักนิด“ทั้งๆที่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับคุณเสียด้วยซ้ำ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเด็กคนนั้น...แต่คุณกลับทำเหมือนว่ามันเป็นเรื่องสนุกคิดว่ามันเป็นเรื่องท้าทายความสามารถของตัวเองงั้นเหรอ...ความตายน่ะมันเอามาล้อเล่นกันได้ด้วยเหรอครับ”
          “พูดเหมือนกับว่าถ้าถูกมันฆ่าก็จะตายจริงๆงั้นแหละ”
          “ถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะคุณจะยังเห็นมันเป็นเรื่องเล่นๆอีกหรือเปล่า” อาคม กฤษณะตอบจริงจัง
          “ฉันคิดว่านั่นเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่าตายงั้นเหรอ...งั้นขอถามกลับนะว่าฉันจะตายได้อย่างไงในเมื่อตัวตนของทั้งฉันและนายรวมไปถึงทุกๆคนในเกมนี้เป็นเพียงแค่คลื่นความคิดที่มีรูปร่างต่อให้ถูกฆ่าตายก็แค่กลับไปเกิดใหม่...ไม่ใช่หรือยังไง”ราล์ฟเถียงกลับด้วยเหตุผล
          หลังจากที่ได้ลองคุยกันจึงรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกที่ใจอ่อนเอามากๆอีกทั้งยังเป็นพวกใจดีเกินเหตุ ทั้งๆที่ปล่อยให้พวกเขาตายไปก็น่าจะจบแล้วแต่กลับเลือกที่จะช่วยเหลืออีกทั้งยังพยายามเกลี่ยกล่อมให้หนีไปโดยจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อนั่นอีก
          ก็เป็นคนดีนี่...
          แต่มันช่วยอะไรไม่ได้...
          อาคม กฤษณะได้แต่นิ่งเงียบดูท่าว่ากับคนตรงหน้าแล้วถ้าไม่พูดความจริงก็คงไม่มีทางเปลี่ยนใจแน่แต่มันจะได้ผลหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเรื่องที่จะบอกต่อไปนี้มันดูจะเหลือเชื่อเอามากๆเรียกได้ว่าต่อให้พูดกับคนร้อยคนก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก
          ก็ยมทูตน่ะมีอยู่จริงซะที่ไหนล่ะ...
          สุดท้ายเด็กหนุ่มหน้าสวยถอนหายใจปลงๆ ดูท่าตอนนี้คงจะมีทางเดียวเท่านั้นหากพูดความจริงไปแล้วยังไม่ยอมเชื่อก็คงต้องปล่อยไปเท่านั้นแหละ
          “แล้วถ้าเกิดว่าสิ่งที่เซ็ธจะฆ่าไม่ใช่ร่างในเกมตอนนี้แต่เป็นร่างจริงๆที่มีวิญญาณล่ะ คุณคิดว่าจะสามารถเกิดใหม่ได้อีกไหม”
          “วิญญาณ?”เป็นครั้งแรกที่ราล์ฟต้องทำหน้างง เพราะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนกันแน่
          “เจ้านั่นไม่ใช่สัตว์อสูรในเกมแต่เป็นวิญญาณร้ายที่หลุดเข้ามาในเกมนี้และผมที่เป็นยมทูตก็ได้รับหน้าที่ให้เข้ามาจัดการกับมัน” ด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังทำให้ราล์ฟไม่คิดจะพูดแทรกขึ้นมา
          อาคม กฤษณะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทั้งเป้าหมายของการเข้ามาในเกมนี้ตัวจริงของสัตว์อสูรประหลาดนั่นและรวมไปถึงสถานะจริงๆของตัวเอง แล้วก็เป็นอย่างที่คิดทันทีที่เล่าจบก็เห็นว่าราล์ฟไม่พูดไม่จาอะไรหยิบแผนที่ออกมากางและนั่งเตรียมอุปกรณ์เงียบๆ
          “ก็กะเอาไว้อยู่แล้วว่านายจะต้องไม่เชื่อเอาเถอะจากนี้ไปอย่าไปยุ่งกับเจ้าตัวนั้นก็แล้วกันถือซะว่าเป็นคำเตือนของคนที่รู้ดีที่สุดในตอนนี้”อาคม กฤษณะหันหลังแล้วเดินจากไป แต่แล้วจู่ๆราล์ฟก็พลันพูดขึ้นมาว่า
          “ในโลกนี้มีเรื่องเหลือเชื่ออยู่มากมาย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้ฉันเชื่อว่าเด็กมัธยมอย่างนายจะเป็นยมทูตแน่นอนว่าเรื่องวิญญาณก็ด้วย ถ้าอยากให้ฉันเชื่อก็แสดงหลักฐานการมีอยู่ของวิญญาณให้ฉันรู้ซะก่อนไม่งั้นนายที่ถือเคียวแล้วบอกว่าตัวเองเป็นยมทูตฉันที่ถือเขียงกับมีดทำครัวก็เป็นเทพเจ้าแล้วน่ะสิ” ราล์ฟพูดขึ้นทำเอาอาคมหน้าเสียไปเลย แต่มันก็จริงอย่างที่พูดจะให้เชื่อเลยมันก็อย่างไงอยู่แต่เรื่องที่จะให้แสดงหลักฐานเนี่ยสิ ใครจะไปทำได้กันล่ะ
          “ไม่จำเป็นต้องรูปธรรมก็ได้แค่ทำให้ฉันไม่สามารถหาเหตุผลมาลบล้างได้ก็พอ”
          นั่นแหละที่เรื่องยากที่สุด...
          อ๊ะ!ก็มีอยู่นี่นา
          เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตัวเองพูดมาเป็นความจริงอาคม กฤษณะก็กระแอมไอเบาๆแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นการเป็นงาน
          “งั้นรู้หรือเปล่าครับว่าคนเกิดมาได้อย่างไง”
          “หึ! ก็แค่การปฏิสนธิระหว่างน้ำเชื้ออสุจิกับรังไข่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์จะให้ฉันอธิบายเพิ่มเติมไหมล่ะ” ราล์ฟตอบยิ้มๆ
          “แล้วชีวิตล่ะมาจากไหน”
          ราล์ฟนิ่งเงียบไปในทันที เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่เขาสามารถหาคำตอบได้แต่มันก็จริงอย่างที่เด็กหนุ่มว่า เรื่องนี้เขาเองสงสัยมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
          “นายชนะ”

          ถึงจะยังไม่เชื่อเรื่องที่โอ้โหฯพูดมาร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตามแต่ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่เวลามาเถียงเรื่องไร้สาระตอนนี้เขาปล่อยให้เด็กหนุ่มไปดูแลอารินก่อน ส่วนตัวเขาที่ได้ฟังข้อมูลความสามารถของเซ็ธก็มานั่งวางแผนจัดการราล์ฟและอารินมีข้อเสียเปรียบในเรื่องของระยะที่เข้าใกล้มันได้เพียงแค่ยี่สิบเมตรก่อนถึงตัวถึงจะเป็นข้อเสียเปรียบแต่มันก็เป็นข้อได้เปรียบเหมือนกัน
          “ดูจะไม่เป็นไรแล้วครับเซ็ธน่ะสามารถเล่นงานจิตใจของมนุษย์ได้โดยตรงอาการของมันก็จะคล้ายๆกับอุปาทานหมู่ที่รู้จักนั่นแหละพักผ่อนสักหน่อยก็น่าจะหายดีได้ไม่ยาก แต่เธอคงจะมีอาการหวาดระแวงตามมา”เด็กหนุ่มยมทูตบอก
          “ไม่ต้องห่วงหรอกอาการหวาดระแวงนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนคนนั้นมีสมาธิสั้น และไวต่อความรู้สึกแต่อารินนั้นตรงกันข้ามเลยต่างหาก”
          “แต่คุณก็แปลกนะครับ ทั้งๆที่โดนเซ็ธเล่นงานเหมือนกันแต่กลับไม่เป็นอะไรเลยปกติแล้วถ้าไม่ช็อกจนสลบก็น่าจะสั่นเป็นเจ้าเข้า” โอ้โหฯหัวเราะเบาๆ
          ราล์ฟเงียบเพราะเอาเข้าจริงๆตอนนี้เขาก็ยังคงสั่นอยู่แต่ไม่รู้ว่าเพราะการฝึกสมาธิหรือเปล่าที่ทำให้จิตใจดูสงบมากและคงสติอยู่ได้ตลอดเวลา
          “เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า...” ราล์ฟกางแผนที่ที่มีรอยปากกาขีดเขียนเอาไว้หมด แถมนี่มันก็เย็นมากแล้วด้วยจึงต้องอาศัยกองไฟเล็กๆช่วยให้มองเห็นโดยไม่กลัวว่ามันจะรู้ตัว คงเพราะรู้แล้วว่ามันหาพวกเขาเจอได้อย่างไงสู้ใช้ให้เป็นประโยชน์ยังจะดีซะกว่า
          ราล์ฟบอกแผนการทั้งหมดที่วางเอาไว้แบบลวกๆให้ฟังโดยจะเริ่มทันทีที่อารินฟื้นเพราะเธอจะเป็นตัวแปรสำคัญในการดำเนินงานถึงจะเข้าใกล้ไม่ได้แต่ถ้าใช้เมจิกการ์ดสนับสนุนอยู่ห่างๆเป็นเรื่องง่ายมากอีกทั้งโอ้โหฯเป็นนักเวทย์ธาตุไฟที่มีทักษะพิเศษที่สามารถประยุกต์ได้อีกหลายอย่างส่วนเขามีทักษะที่ใช้ก่อกวนและหยุดการเคลื่อนไหวเพียงเท่านี้ก็มีสิทธิ์ชนะได้ไม่ยาก
          อาคม กฤษณะได้ฟังก็รู้สึกทึ่งมากแผนนี้แม้จะดูลวกๆแต่กลับให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกเพราะใช้เวลาเพียงสิบนาทีหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ราล์ฟยังสอนกลเม็ดเคล็ดลับเล็กน้อยเกี่ยวกับทักษะพิเศษของตัวเองซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวิธีใช้แบบนี้อยู่อีกด้วย
          ในที่สุดอารินก็เริ่มได้สติแต่มีสีหน้าเหนื่อยอ่อนเอามากๆทันทีที่ฟื้นขึ้นมาเธอยังคงมีอาการตัวสั่นเบาๆจนราล์ฟต้องช่วยปลอบ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่เขาถนัดเลยสักนิดเดียวจนกระทั่งอารินใจเย็นลงนั่นเองเขาก็บอกสิ่งที่อารินต้องทำโอ้โหฯทำหน้าเหมือนไม่เห็นด้วยที่จะเอาเด็กหญิงที่อายุใกล้เคียงกับตัวไปทำหน้าที่แบบนั้นแต่เธอกลับยอมทำโดยไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด
          ระหว่างที่อารินกำลังเตรียมตัวราล์ฟก็เรียกโอ้โหฯไปพูดคุยก่อนจะเริ่มแผนการ
          “นายน่ะเป็นคนจากร้านยมทูตคาเฟ่ต์สินะ”คำถามของราล์ฟทำให้เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง
          “ทะ...ทำไมถึงได้รู้ล่ะ”
          “คุณเจ้าของร้านนายหลุดพูดชื่อนี้ออกมาทำให้ฉันนึกได้ ว่ามีร้านขายขนมหวานแปลกๆที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นหรอกฉันแค่อยากจะถามว่านายได้รู้ไหมว่าคุณเจ้าของร้านส่งนายมาทำอะไร”
          เด็กหนุ่มส่ายหน้าเป็นคำตอบราล์ฟทำหน้าเหมือนกับรู้อยู่แล้ว ตบไหล่ของเด็กหนุ่มเบาๆแล้วกล่าวเป็นนัยว่า
          “คุณเจ้าของร้านที่ดูแลนายนี่ใจร้ายนะส่วนนายก็...น่าสงสาร... แต่ก็เอาเถอะแผนการนั่นฉันจะสานต่อให้เองไม่ต้องกลัวว่ามันจะผิดพลาดหรอก”


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 9-12-2016 20:33 , Processed in 0.049336 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้