ดู: 1076|ตอบกลับ: 6

Legend Online of the Dead เปิดตำนานป่วน ยมทูตออนไลน์ (จบ)

[คัดลอกลิงก์]
บทที่6 ภารกิจเสร็จสิ้น







          ร่างสูงโปร่งของหนุ่มแว่นหลบซุ่มอยู่หลังต้นไม้หลังจากที่สัมผัสได้ถึงจิตของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นอยู่ไม่ไกลและดูเหมือนมันเองก็จะเริ่มรู้ตัวแล้วเช่นกัน ดวงตาอันแปลกประหลาดของมันที่มีดวงตาของเสืออยู่ที่ด้านซ้ายและดวงตาสี่ดวงของแมงมุมด้านขวากำลังจ้องมองมายังตำแหน่งที่เขาอยู่นั่นเอง
          ‘ทางนั้นเองก็เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วสินะ’
          ราล์ฟคิดในใจ สัมผัสจิตของทั้งสองคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่และติดต่อกันผ่านช่องสัญญาณทีมอยู่ตลอดเวลาข้อได้เปรียบที่ระบบมอบให้ หากไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็น่าเสียดายแย่เขาปรับเสียงให้เบาพอจะได้ยินในระยะสั้นๆจนเมื่อได้รับสัญญาณเตรียมพร้อมจากอารินและโอ้โหฯที่ไปประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้วเขาก็ออกไปเผชิญหน้ากับเซ็ธทันที
          ‘เฮ้อ...ปกติชอบให้คนอื่นเป็นเหยื่อล่อ พอต้องมาเป็นเองมันรู้สึกแปลกๆแฮะ’
          เซ็ธอยู่ห่างไปเกือบห้าสิบเมตรมันหยุดนิ่งเพื่อจดจ้องเหยื่อ เงาตะคุ่มที่เห็นอยู่นั้นไม่ขยับสักนิดแต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ราล์ฟได้รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของมันแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือระยะห่างที่ปลอดภัยจะเข้าใกล้มากไปก็ไม่ได้หรืออยู่ไกลไปก็ไม่ได้อีกเช่นกันเพราะมันเสี่ยงมากถ้าเกิดมันเปลี่ยนเป้าหมายไปเล่นงานคนอื่น
          แม้จะวางตำแหน่งที่ปลอดภัยให้แล้วก็ตามที...
          ทันทีที่มันเคลื่อนไหวเขาเองก็เคลื่อนไหวด้วยอาศัยพฤติกรรมของมันที่ทำจนเป็นสัญชาตญาณในการล่อหลอก เพราะถ้ามันรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็จะหนีเอาชีวิตรอดหรือถ้าเจอเหยื่อรายใหม่ที่เคี้ยวง่ายกว่ามันก็จะเปลี่ยนเป้าหมายในทันทีจุดได้เปรียบของแผนการในครั้งนี้คือสถานที่เนื่องจากเป็นป่าแห่งความมืดที่ไม่ค่อยจะมีผู้เล่นลงมาสำรวจทำให้โอกาสจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเช่นการมีคนอื่นเข้ามาแทรกจึงเป็นไปได้น้อยมากกว่าห้าเปอร์เซ็นต์อีกทั้งในป่าแห่งนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกับดักที่กำบัง หรืออาวุธธรรมชาติ
          และเพราะเซ็ธในตอนนี้มีร่างกายที่ใหญ่ผิดปกติทำให้ในป่ารกทึบแบบนี้เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนที่ ถ้ามันยิ่งไม่ต้องการให้เขารู้ตัวทิศทางที่มันจะไปได้จึงมีอยู่จำกัดและที่สำคัญมันดันเป็นเส้นทางที่ราล์ฟกำหนดเอาไว้อีกแล้วด้วย ถึงตอนแรก‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’ จะเห็นค้านในแผนการล่อหลอกก็ตาม แต่ก็ต้องอับจนด้วยเหตุผลที่ว่าเซ็ธอาจจะจดจำรูปแบบคลื่นพลังวิญญาณได้ ซึ่งมันก็ฟังขึ้นเป็นที่สุดถึงจะไม่รู้ว่าราล์ฟรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไรก็ตามที
          เซ็ธอาจจะกำลังคิดว่าตอนนี้มันสามารถต้อนเหยื่อได้แล้วแต่เปล่าเลยสิ่งที่มันทำอยู่ก็เหมือนกับกำลังเดินตามกินอาหารที่ราล์ฟวางเอาไว้ล่วงหน้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันนั่นแหละเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนเสียเอง หนุ่มแว่นเดินไปหลบหลังต้นไม้แล้วออกคำสั่งต่อทันที
          “ตอนนี้ล่ะทำตามแผนต่อได้”
          ทันใดนั้นเองอาคมกฤษณะที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ห่างออกไปห้าสิบเมตรก็กระโดดไปตามต้นไม้อาวุธเคียวสีดำยกขึ้นสูงและวาดออกไปเป็นแนวเฉียงแต่เซ็ธกลับไวกว่ามันเบี่ยงตัวหลบไปทางขวาจนชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่แต่เขาไม่คิดจะตามต่อรีบกระโดดขึ้นต้นไม้แล้วหลบไปอยู่ในระยะปลอดภัย
          “โอ้ มันพุ่งไปโดนเองจริงๆด้วยแฮะ”เด็กหนุ่มหน้าสวยอึ้งตอนที่ได้ยินแผนก็รู้สึกสงสัยเหมือนกันว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆเหรอ เอาเข้าจริงๆอย่าว่าแค่ทำให้มันกระโดดไปชนเองเลยการที่มันยอมเดินตามเส้นทางที่วางเอาไว้ก็สุดยอดแล้ว
          ‘อย่าพึ่งตกใจไปเพราะมันยังไม่หมดแค่นั้น’ เสียงของราล์ฟดังออกมาจากนาฬิการาวกับอ่านใจได้
          ผัวะ!!
          ก้อนหินขนาดเหมาะมือพุ่งเข้าใส่หัวของเซ็ธอย่างแม่นยำผู้ที่ขว้างนั้นไม่ใช่ใครอื่น หนุ่มแว่นยืนอยู่ห่างออกไปยี่สิบเมตรกำลังโยนหินก้อนใหม่จากนั้นก็นำไปเหนี่ยวกับสติ๊กกี้กัมม์ที่โยงระหว่างต้นไม้ทั้งสองก่อนจะปล่อยให้มันพุ่งไป ตามด้วยเคลื่อนตัวถอยหนีออกมา
          เซ็ธหลบการโจมตีแล้ววิ่งตามเข้ามามันกระพือปีกเตรียมจะบินขึ้น แต่ก็ต้องหน้าทิ่มดินเพราะขาถูกพันธนาการเอาไว้มันจึงพยายามกระชากให้ขาดแต่เนื่องจากสติ๊กกี้กัมม์มีความยืดหยุ่นที่สูงมากทำให้การกระชากให้ขาดเป็นอะไรที่ทำได้ยากมากแต่กลับทำให้ต้นไม้หลุดออกมาทั้งต้น
          เจ้านัคกี้โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้วิ่งไปกระโดดเกาะอยู่บนหลังของเซ็ธ มันพยายามใช้ฟันหน้ากัดซึ่งไม่สร้างความเสียหายนอกจากความน่ารำคาญเซ็ธจึงฟาดหางใส่แต่เจ้ากระต่ายตัวป่วนเลือกที่จะกระโดดหลบแล้วไปก่อกวนต่อด้านล่าง
          ข้อได้เปรียบอีกอย่างก็คือนัคกี้มันเป็นเพียงสัตว์อสูรที่มีความคิด ไม่ได้มีชีวิตจริงๆ จึงเป็นผลให้เซ็ธไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมันได้หน้าที่ที่ราล์ฟมอบให้คือคอยก่อกวนเท่านั้นแม้มันจะไม่ได้เก่งเหมือนสัตว์อสูรตัวอื่นแต่เรื่องความว่องไวมันก็ไม่แพ้ใครอย่างเด็ดขาด
          ตอนนี้เซ็ธมองเห็นนัคกี้แล้วจึงพยายามจัดการขั้นเด็ดขาด อุ้งเท้าขนาดใหญ่ของหมีตะปบลงใส่เจ้าตัวป่วน
          “ผนึกนัคกี้”
          มันโบกมือหย่อยๆเป็นการท้าทายส่วนตัวก่อนที่ร่างของมันจะกลายเป็นแสงแล้วพุ่งเข้าไปในแหวนของเด็กหญิงที่อยู่ห่างออกไปจากนั้นมันก็ออกมาจากแหวนอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับคาบการ์ดใบหนึ่งจากเด็กหญิงแล้ววิ่งไปทันทีเมื่อถึงตำแหน่งมันก็กระโดดเหยงๆ
          ตอนนั้นเองที่การ์ดที่เจ้านัคกี้เอาไว้ติดเอาไว้ที่ใต้ตัวของมันก็ทำงานขึ้นเกิดเป็นเวทย์ฝนโปรยลงมา ถึงจะไม่มีพลังทำลายอะไรก็ตามแต่มันก็เป็นเวทย์สนับสนุนสำหรับนักเวทย์ธาตุน้ำเท่านั้น
          “อาณาเขตสีขาว เขตแดนของพระผู้เป็นเจ้า”อารินพูดยิ้มๆ ก่อนที่การ์ดในมือของเธอ ราล์ฟ โอ้โห้ฯ และนัคกี้จะส่องสว่างพร้อมกับมีเส้นแสงเป็นกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสขึ้นบนพื้นและครอบคลุมจนหมด
          อาคมกฤษณะอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าไปอยู่ภายในและดูดเอาความร้อนเข้ามาในร่างทั้งหมดจนอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดอีกทั้งยังมีความชื้นสูงมากทำให้ร่างกายของเซ็ธที่เปียกปอนไปด้วยน้ำเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ ด้วยการโจมตีนี้เองทำให้เจ้าของทักษะก็ทึ่งมากที่รู้ว่ามันมีวิธีใช้แบบนี้ด้วย
          ทันทีที่อาณาเขตสีขาวเขตแดนของพระผู้เป็นเจ้าหายไปความเยือกเย็นก็พลันกระจายไปทั่วบริเวณอารินรู้สึกได้ถึงความเย็นก็ยืนสั่นจนราล์ฟต้องออกคำสั่งให้ถอยออกมาเธอจึงต้องทำตามแต่โดยดี
          ราล์ฟเคลื่อนตัวเองออกมาจากหลังต้นไม้บนมือของเขามีลูกกลมๆสีเทาขุ่นขนาดเท่ากับลูกซอร์ฟบอลแล้วใช้วิธียิงหนังสติ๊กส่งมันให้พุ่งไปหาเซ็ธ เมื่อโดนลูกกลมๆนั่นก็ทำการตรึงร่างยึดติดกับพื้นจากนั้นก็กระหน่ำยิงใส่ ยิ่งมันป้องกันก็ยิ่งติดกับดักมากขึ้นเท่านั้น
          สติ๊กกี้กัมม์ กลูแทรป
          ไม่ว่าจะเป็นปีก หาง ขาหรืองวงของมันก็ถูกเล่นงานจนขยับไม่ได้ไปสักพักทำให้การโจมตีที่เหลือของมันเหลืออยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น และนั่นก็คือ...
          ฟู่!!
          เส้นใยสีขาวเคลือบด้วยพิษพุ่งออกมาจากปากอาคม กฤษณะที่ระวังตัวก็กระโดดม้วนตัวหลบอย่างชำนาญ พลางใช้เคียวผนึกเวทย์ฟันใยแมงมุมจนขาดจากนั้นก็ขึ้นไปยืนหลบอยู่บนต้นไม้ ก่อนจะเริ่มร่ายบทของมหาเวทย์
          ‘ถึงมันจะมีความสามารถของสัตว์ต่างๆก็ใช่ว่ามันจะสามารถใช้ได้เต็มประสิทธิภาพในระยะเวลาอันสั้นมีเยอะก็ใช่ว่าจะได้เปรียบเพราะนั่นน่ะเป็นจุดอ่อนได้เหมือนกัน’
          เซ็ธรู้ตัวแล้วว่าคงสู้ด้วยไม่ไหวด้วยสัญชาตญาณมันจึงพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่เป้าหมายของทักษะนี้มีไว้เพื่อยึดจับเท่านั้น และเมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรมันก็จะเข้าสู่สถานะสุดท้ายนั่นก็คือของแข็งซึ่งจะมีความแข็งมากแต่ก็สามารถถูกทำลายได้ด้วยพลังที่เท่าเทียมหรือมากกว่าโดยกรณีของสัตว์อสูรพันธุ์ผสมตัวนี้คงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
          ในที่สุดปีกมันก็สามารถทำลายสติ๊กกี้กัมม์ได้แล้วและเริ่มทำลายส่วนหาง ตามด้วยขาทั้งสี่ข้าง ก่อนที่จะหันหลังเพื่อที่จะหนีไปแต่มันก็พบว่าต้นไม้เจ็ดต้นที่รายล้อมมันอยู่นั้นมีไม้เลื้อยหนามถูกขึงเอาไว้ทำเป็นคอกซึ่งมันก็เป็นแผนการของราล์ฟอีกนั่นแหละที่สามารถหาแหล่งเก็บไม้เลื้อยหนามพวกนี้ได้ระหว่างที่กำลังหลอกล่อก็ให้ทั้งสองคนช่วยกันเตรียมสถานที่รอ
          “ทางเดียวที่แกจะหนีไปได้มีแค่ด้านบนเท่านั้นแหละนะ”ราล์ฟพูดขึ้น “แต่ว่า...ฉันก็ไม่โง่ถึงขนาดลืมเรื่องนี้ไปหรอกนะ”
          ทันทีที่มันบินขึ้นเพื่อที่จะหนีกลับพบว่ามีแหขนาดใหญ่และตาข่ายจับสัตว์อสูรขนาดใหญ่ซ้อนอยู่ประมาณสองชั้นถูกขึงเอาไว้อยู่ด้านบนปีกของมันพันติดกับแหและด้วยน้ำหนักที่มากจึงทำให้มันร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้น
          “มหาเวทย์เพลิงโลกันต์ เพลิงบรรลัยกันต์”
          พายุเปลวเพลิงอันร้อนระอุพุ่งลงมาจากฟ้าสู่พื้นดินและเริ่มลุกลามไปเผาต้นไม้ยมทูตหน้าสวยถึงกับหน้าซีดเพราะลืมบอกความรุนแรงของเวทย์บทนี้ไปซะสนิทเลยแต่เมื่อมองไปด้านหลังก็พบว่ามันมีอาณาเขตป้องกันเตรียมเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว
          “ฉันให้อารินเตรียมเวทย์ป้องกันไว้สองครั้งเผื่อนายอาจจะสงสัย”เป็นอีกครั้งที่ราล์ฟสื่อสารผ่านนาฬิกาเพื่อตอบสิ่งที่อีกฝ่ายคิด
          ระ...ร้ายกาจชะมัด
          วางแผนแค่สิบนาทีเองนะ...
          ในที่สุดเวทย์มหาวิบัติก็หยุดลง ราล์ฟมองดูเวลาก็เห็นว่าใกล้เวลาที่เมจิกการ์ดจะคลายลงแล้วจึงบอกให้อารินถอยไปอยู่ที่จุดนัดพบก่อนเพราะหลังจากนี้จะเป็นการต่อสู้ที่อันตรายที่สุดซึ่งตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถทนรับมือกับมันได้มากน้อยแค่ไหน
          ร่างไหม้เกรียมของสัตว์อสูรพันธุ์ผสมนอนแผ่อยู่บนพื้นพร้อมกับเสียงของระบบที่ดังขึ้นว่าสังหารสัตว์อสูรเรียบร้อยแล้วแน่ล่ะโดนมหาเวทย์ไปเต็มๆไม่ตายก็ให้มันรู้ไป แต่ในตอนนั้นเองก็พลันมีอะไรบางอย่างออกมาจากทวารทั้งเก้าแล้วค่อยๆมารวมตัวกันอยู่บนร่างของสัตว์อสูร
          บรรยากาศที่หนาวจับขั้วหัวใจและร่างกายที่เริ่มสั่นเทิ้มหนุ่มแว่นใจเต้นโครมไม่เป็นจังหวะ สมองพยายามประมวลหาคำตอบของอาการที่เกิดขึ้น
          “นั่นสินะตัวจริงของเซ็ธ”ราล์ฟเอ่ยเสียงสั่นชำเลืองมองไปยังเด็กหนุ่มหน้าสวยที่ยืนนิ่งไม่รู้สึกอะไรเมื่อเห็นมันนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกสงสัยมากกว่าเดิมถึงเขาจะแสร้งทำเป็นเชื่อเรื่องโลกหลังความตายที่พิสูจน์ไม่ได้จนกว่าจะได้เห็นจริงๆแต่ก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่ออยู่ดี แม้ว่าสิ่งนั้นจะปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ตาม
          ร่างสีดำนั้นเตรียมจะวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าแต่ราล์ฟไวกว่าใช้สติ๊กกี้กัมม์ตรึงขาเอาไว้ นึกไม่ถึงว่ามันจะกล้าฉีกขาตัวเองทิ้งสมแล้วที่โอ้โหฯบอกว่ามันมีสัญชาตญาณในการหนีที่ดีสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้หนีรอดไปได้
          “ไม่ให้หนีได้หรอกน่า” โอ้โหฯตะโกนก้องรีบวิ่งไปดักอยู่ข้างหน้า ด้วยความพิเศษของระบบที่มอบให้กับผู้เล่นทำให้ความแข็งแกร่งนั้นเกือบจะเทียบเท่ากับพลังที่มีอยู่ในโลกภายนอกต่างจากเซ็ธที่ไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรแล้วตอนนี้มันก็เป็นแค่วิญญาณที่มีดีแค่การกลืนจิตใจของผู้คนเท่านั้น
          เคียวสีดำปักร่างของเซ็ธอย่างไร้ความปรานีมันถอนตัวออกมาจนขาดแต่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เด็กหนุ่มหน้าสวยเดาะลิ้นขัดใจ เนื่องจากไม่ใช่เคียวยมทูตจริงๆเพียงแค่มีรูปร่างที่คล้ายคลึงกันดังนั้นต่อให้โจมตีมันโดนมากแค่ไหนก็ไม่อาจทำอันตรายมันได้มันไม่ได้ถูกสร้างมาให้โจมตีวิญญาณจริงๆแต่แรกแล้ว
          กึก!!
          อยู่ๆอาคม กฤษณะก็เสียจังหวะเมื่อเคียวของเขาถูกอะไรบางอย่างตรึงเอาไว้พอมองดูถึงได้รู้ว่าเป็นฝีมือของราล์ฟที่ใช้สติ๊กกี้กัมม์ยึดจับอยู่พร้อมกับมีเสียงของหนุ่มแว่นดังออกมาจากนาฬิกา
          ‘คงต้องขอให้นายอยู่เฉยๆสักพักล่ะนะ’
          “จะทำอะไรน่ะครับ”พูดพร้อมกับปล่อยมือออก กระโดดหลบการโจมตีของเซ็ธ เรียกบอลไฟออกมาขว้างใส่ด้วยความแม่นยำที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์ทำให้ระยะใกล้ๆกลับขว้างผิดไปหลายองศาเลยทีเดียว
          ‘ไม่จำเป็นต้องรู้หรอกถ้าจะให้พูดก็คือมันเป็นหน้าที่ของนายตั้งแต่แรกแล้วต่างหากล่ะ’ ราล์ฟบอกใบ้
          แต่คนที่มีความสามารถในการรับสารต่ำดันไม่เข้าใจความหมายที่จะสื่อทำให้ราล์ฟไม่คิดจะอธิบายอีกต่อไป จึงหยุดการเคลื่อนไหวนั่นซะกลายเป็นว่าตอนนี้หนุ่มหน้าสวยได้แต่ร้องโวยวายเมื่อเซ็ธประจันหน้ากับตัวเองไม่ถึงสามเมตร พอมันรู้ว่าศัตรูตรงหน้าไม่โต้ตอบก็รีบพุ่งเข้าใส่ทันที
          อั่ก!!!
          ร่างสีดำนั้นเกาะติดยมทูตหนุ่มแน่นก่อนจะเริ่มแทรกซึมตัวมันเองเข้าไปในตัวผ่านทางปากและจมูกจากท่าทางของอาคม กฤษณะที่แสดงออกมาให้เห็นดูทรมานมากทีเดียว จนกระทั่งมันแทรกผ่านเข้าไปจนหมดร่างของเด็กหนุ่มหน้าสวยก็ทรุดลงราวกับคนที่ไร้เรี่ยวแรง

          ขณะเดียวกันที่โลกภายนอกร่างผอมซีดเพราะขาดสารอาหารของเด็กหนุ่มหน้าสวยที่สวมอุปกรณ์สำหรับเล่นเกมสั่นกระตุกอย่างแรงถึงขนาดที่ว่าต้องให้เมดสาวอย่างมิวเทียร์ช่วยตรึงเอาไว้ คลื่นพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของเด็กหนุ่มซัดเอาทุกสิ่งทุกอย่างในห้องให้กระจายเมดสาวเห็นท่าไม่ดีจึงใช้เข็มตรึงร่างให้ติดกับพื้น
          “ลาก่อน”เสียงเบาหวิวของบุรุษไร้ตัวตนดังขึ้นจากนั้นก็ทำอะไรบางอย่างจนทำให้ร่างสีดำพุ่งออกมาเคียวสีขาวโครงกระดูกยกขึ้นตัดผ่านใบหน้าของเด็กหนุ่มไป และเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นร่างของเซ็ธก็พลันสลายไปเหลือเพียงแค่ดวงวิญญาณสีขาวขุ่นปนเทาชายหนุ่มเปิดกรงนกขึ้นมาดวงวิญญาณนั้นก็ถูกดูดเข้าไปก่อนจะปิดมันลง
          สักพักหนึ่งประตูห้องก็เปิดขึ้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณเจ้าของร้าน
          “เหนื่อยหน่อยนะครับทั้งสองคน” เขาพูดขึ้นเมดสาวได้ยินก็โค้งตัวให้เล็กน้อย ส่วนโกสินทร์ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้เหลือเอาไว้เพียงแค่กรงนกบนโต๊ะที่บรรจุวิญญาณที่จัดการเรียบร้อยแล้ว
          “สงสัยผมคงต้องคิดค่าเสียหายกับคุณอาคมอีกแล้วล่ะสิเนี่ย”พูดพลางมองดูสภาพของห้องที่ต้องซ่อมแซมใหม่เกือบทั้งหมด

          แม้โลกภายนอกเกมจะผ่านไปเพียงแค่สามนาทีแต่ภายในเกมนั้นกลับผ่านไปนานถึงสองชั่วโมงกว่า ในที่สุด‘โอ้โห...ที่นี่กว้างชะมัด’ ก็ได้สติขึ้นมา อารินกำลังนั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้โดยมีเจ้านัคกี้นอนอุดตุอยู่บนตักนิ่มๆราล์ฟก็กำลังนั่งเช็คไอเทมที่ได้รับมาจากการต่อสู้กับสัตว์อสูร
          “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”เด็กหนุ่มหน้าสวยถามขึ้นด้วยอาการมึนงง
          “ก็ถ้าให้อธิบายจริงๆล่ะก็ มันเข้ามาวิธีไหนก็ให้ออกไปด้วยวิธีนั้นนั่นแหละเพียงแต่ต้องมีคนเชื่อมต่อ ซึ่งคนที่รับหน้าที่นั้นมาก็คือนายนั่นเอง”ราล์ฟตอบด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่ายสุดๆ
          “หมายความว่าฉันทำหน้าที่เป็นทางผ่านสินะ”อาคม กฤษณะยืดอกภูมิใจ โดยไม่ได้สะกิดใจเลยว่าโดนหลอกมานั่นเอง
          “ก็ประมาณนั้นแหละ”หนุ่มแว่นขี้เกียจแก้ไข ปล่อยให้เข้าใจแบบนี้ไปนั่นแหละดีแล้วแต่ก็นึกแปลกใจที่ชอบนิสัยของเด็กหนุ่มหน้าสวยคนนี้ไม่น้อย
          โดยเฉพาะไอ้นิสัยที่ถูกหลอกง่ายเนี่ยแหละ
          “หน้าที่ฉันก็เสร็จแล้วถ้างั้นฉันก็คงต้องขอลาล่ะ”
          “คงไม่เข้ามาอีกแล้วสินะ” ราล์ฟถามเก็บของที่ได้มาใส่เข็มขัดมิติ
          ยมทูตหนุ่มยิ้มแป้น“ก็ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้วนี่ เซ็ธก็ถูกจัดการไปแล้ว ทุกคนคงเล่นเกมได้โดยไม่ต้องกลัวอันตรายอีกต่อไปหน้าที่อันยาวนานของฉันก็คงสิ้นสุดแต่เพียงเท่านี้”
          อาคม กฤษณะลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา พลางรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบมาเสร็จสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
          “งั้นก็ลาล่ะนะ”
          “เดี๋ยวสิ!” ราล์ฟรั้งเอาไว้ ชี้ดาบพาดคอของเด็กหนุ่มหน้าสวยโดยไม่ทันให้ตั้งตัว “ฉันชอบคติธรรมที่ว่าคนเราเกิดมาตัวเปล่าตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ ฉะนั้นแล้วก่อนจะไป จงทิ้งไอเทมและเงินทั้งหมดที่มีเอาไว้ที่นี่ซะแล้วฉันจะมอบใบวาปกลับเมืองให้เป็นของขวัญก่อนลาจาก”
          “มองนายผิดไปจริงๆ ที่คิดว่านายเป็นคนดี”
          “หลายคนก็คิดแบบนั้น” ราล์ฟไหวไหล่วืด“แล้วนายสามารถให้คำจำกัดความของคำว่า ‘คนดี’ให้ฉันรู้ได้ไหมล่ะ”
          อาคม กฤษณะ หันหลังกลับไปสบตาหนุ่มแว่นแล้วจึงส่ายหน้าเป็นคำตอบตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาได้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของโลกมาโดยตลอด แม้จะรู้สึกไม่ชอบใจแต่ก็ไม่มีสิทธิ์สอดมือเข้าไปแก้ไขให้มันถูกต้องเพราะมันไม่ใช่หน้าที่
          “แต่ฉันเชื่อว่าคนฉลาดอย่างนายไม่คิดจะทำอะไรที่เป็นผลเสียอย่างเด็ดขาดที่นายช่วยฉันจัดการกับเซ็ธไม่ใช่เพราะว่าอยากจะช่วยเหลือคนอื่นๆไม่ให้โดนลูกหลงหรอกเหรอ”อาคมถามกลับไปบ้าง
          “หึ! ช่วยเหลือคนอื่นๆงั้นเหรอแล้วทำไมฉันต้องไปช่วยเหลือคนที่ไม่ใช่ญาติฉันด้วยล่ะ จะบอกอะไรให้นะฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้เกมนี้ถูกปิดบริการไปก่อนอย่างแน่นอนคนที่จะทำลายเกมนี้ได้จะต้องเป็นฉันเท่านั้น”คำตอบของราล์ฟฉายแววโกรธออกมานิดหน่อย ทำเอาคนถามชะงักไปซะเอง
          “เหตุผลที่บอกใครไม่ได้สินะ”เด็กหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ
          “ช่างฉันเถอะน่า”
          ราล์ฟรับของทั้งหมดมาเก็บใส่เข็มขัดตัวเองพร้อมกับยื่นใบวาปกลับเมืองที่ตนมีติดตัวอยู่ให้ตามสัญญาอีกฝ่ายรับมาแล้วก็ถามวิธีใช้งานซึ่งเขาก็ได้แต่ส่ายหน้าเซ็งเมื่อรู้ว่ามีคนที่ไม่รู้วิธีใช้ไอเทมพื้นฐานพวกนี้อยู่ด้วยพอบอกวิธีใช้ให้เสร็จก็พูดขึ้นว่า
          “จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่เชื่อเรื่องทั้งหมดที่นายเล่ามาหรอกนะ”
          “อะไรกันนายก็เห็นแล้วนี่นาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือนายจะปฏิเสธว่าสิ่งที่เห็นเป็นแค่ภาพลวงตา” คนอายุน้อยกว่าแย้ง
          “มันก็แค่ฝันตื่นหนึ่งเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือที่โลกเกม ไม่ใช่ในโลกแห่งความเป็นจริง”ราล์ฟตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
          “นายนี่ช่างสรรหาเหตุผลมาแย้งได้เสมอเลยนะช่างเถอะฉันก็ขี้เกียจอธิบายให้ฟังเหมือนกัน”
          “เชื่อเถอะ...แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว”

          สัญญาณไฟบนอุปกรณ์ที่สวมอยู่บนศีรษะกะพริบถี่เป็นสัญญาณว่าตัวเครื่องนี้กำลังจะตัดสัญญาณการออนไลน์หลังจากที่คุณเจ้าของร้านบอกว่าอาคมทำหน้าที่สำเร็จแล้วยมทูตเด็กสาวนามแอนนี่ก็รีบปรี่เข้ามาในห้องทันที
          “อีตาทึ่มจะตายไหมคะ...ไม่เป็นอะไรแน่ๆนะคะ...” นี่เป็นคำถามครั้งที่สี่ของเธอแล้วขณะที่เมดสาวอย่างมิวเทียร์มาดูแลอาการให้
          “ไม่เป็นอะไรมากค่ะ คุณแอนนี่”หญิงสาววัยกลางคนกล่าวอย่างนอบน้อม “โชคดีที่คุณโกสินทร์ช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันจึงสูญเสียพลังวิญญาณไปไม่มากเท่าไหร่ พักผ่อนสักหนึ่งวันก็น่าจะหายดีค่ะ”
          ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อาคม กฤษณะลืมตาขึ้นและถอดเครื่องเล่นเกมออกต้องใช้เวลาสักพักถึงจะชินกับแสงที่แยงเข้าตาร่างกายปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวเป็นผลมาจากการนอนหลับมาเป็นเวลานานถึงหนึ่งอาทิตย์เสียงท้องร้องดังโครกครากจนเจ้าตัวถึงกับยิ้มแห้งๆ
          “นี่เธอน่ะ...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
          “อะไร?บอกเอาไว้ก่อนนะฉันไม่ได้เป็นห่วงอะไรนายเลยแค่เห็นประตูห้องมันเปิดอยู่ก็เลยแวะเข้ามาดูว่านายน่ะตายหรือยัง” แอนนี่ตอบทันที
          ยังไม่ได้ถามอะไรเลย...
          “นี่มัน...” อาคมมองไปยังกล่องข้าวที่วางอยู่ข้างๆของเขา แต่แอนนี่กลับฉวยกลับขึ้นมาเสียก่อน
          “นี่มันอาหารของแมวที่ฉันเลี้ยงเอาไว้ต่างหากฉันไม่ได้ทำมาเพื่อนายหรอกนะ ตะ...แต่ว่า มันช่วยไม่ได้นี่นะก็นายหิวอยู่นี่เอาเป็นว่าถ้าอยากกินล่ะก็เอาไปสิ”พูดแล้วก็ยื่นกล่องข้าวนั้นให้โดยไม่ยอมมองหน้าเลยสักนิดเดียว
          “รับไปซะทีสิยะ อีตาทึ่ม”
          “แต่ตอนนี้ฉันไม่ค่อยมีแรงน่ะ”อาคมตอบตามจริง คงเพราะไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนั่นเอง
          “มะ...มะ...ไม่มีทาง ฉะ...ฉันไม่...ปะ...ป้อนนะ...นาย...ดะ...เด็ดขาดเลย” แอนนี่หน้าแดงก่ำ พูดเสียงสั่นเครือแต่มือกลับทำตรงกันข้ามซึ่งก็คือเปิดฝากล่องข้าวเรียบร้อยแล้วมิวเทียร์เห็นก็นึกขำจึงเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วทำท่าเก็บของแล้วพูดว่า
          “ซื่อตรงกับตัวเองหน่อยนะคะเพราะอีกฝ่ายค่อนข้างจะซื่อบื้อ”
          เมื่อมิวเทียร์ที่เป็นกอขอคอไม่อยู่แล้วแอนนี่ก็ยิ่งหน้าแดงก่ำพยายามบ่นนู่นบ่นนี้ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม เมื่อข้าวกำลังจะเข้าสู่ปากของเด็กหนุ่มประตูห้องก็พลันเปิดขึ้นมา พร้อมกับการปรากฏตัวของคุณเจ้าของร้านนอกจากนี้ยังมียมทูตคนอื่นๆพยายามชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความสนใจแอนนี่ตกใจโยนกล่องข้าวใส่หน้าเด็กหนุ่มก่อนจะผละตัวออกมาทำทีเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
          “ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับไม่นึกว่าคุณอาคมจะทำงานนี้สำเร็จได้จริงๆ”
          ‘ทำไมรู้สึกเหมือนกับถูกหลอกด่าแฮะ’
          “ถ้างั้นก็หนี้ของผมลดลงแล้วสินะครับดีเลยคราวนี้ผมจะได้มีเงินไว้ซื้อของที่อยากได้ซะที”
          คุณเจ้าของร้านยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า“ครับหนี้ของคุณอาคมได้ลดลงแล้วจริงๆ แต่ค่าเสียหาย ค่าไฟฟ้า ค่าบำรุงค่าปฐมพยาบาล จากหนี้ที่ควรจะเหลือสองหมื่นทำให้ตอนนี้มันรวมกันได้ทั้งหมดห้าหมื่นถ้วนพอดีไม่ขาดไม่เกินครับ”
          “เอ๊ะ? มันต้องลดสิทำไมถึงเพิ่มได้ล่ะครับ” อาคมถาม คุณเจ้าของร้านไม่ตอบ แต่มองไปรอบๆห้องแทน ซึ่งเมื่อเด็กหนุ่มเห็นก็อ้าปากค้างกับสภาพห้องของตัวเอง
          “แว๊ก!!! ทำไมห้องฉันถึงเป็นแบบนี้ล่ะเนี่ย”





โพสต์ 24-7-2013 23:44:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกดีครับ *0*
โพสต์ 25-7-2013 15:03:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูดๆ = =''
โพสต์ 30-7-2013 20:06:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกมากๆเลย ^ ^
โพสต์ 7-8-2013 13:33:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ต้นฉบับโพสต์โดย kaitolovemiku เมื่อ 30-7-2013 20:06
สนุกมากๆเลย ^ ^

นุกมากเลย
โพสต์ 8-8-2013 21:53:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หนุกมากคับ เป็นกำลังใจต่อไปนะคับบบบบบ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 5-12-2016 07:25 , Processed in 0.046352 second(s), 29 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้