ดู: 308|ตอบกลับ: 2
“เฮ้ยย~ยยย!”ผมหันไปหาจินยองที่วิ่งมาพร้อมเสียงเอะอะตีสนิทอย่างน่าหมั่นไส้ผมมองไอ้ตี๋นี่เงียบๆ ท่าทางจะมาขอร้องเรื่องให้ผมช่วยจริงๆนั่นแหละ...
                                  “...ถ้าเป็นเรื่องให้ช่วยพวกนายก็คงได้ ชั้นลองคุยดูแล้ว”            “จริงดิ!?!O__O”
                                  “แต่ขอเวลาหน่อย...เรามีเหตุผลของเรา นายคงไม่ว่าอะไร”        “ไม่เลยๆ!!แค่นี้ก็ดีถมแล้ว”   เมื่อไม่มีใครมีปัญหา ผมจึงหันหลังเดินออกไปจากจุดเดิมเพื่อไปตามวานิลลา
                                  “อ่ะ...ชั้นลืมบอกชั้นเป็นนักบินประจำยาน เห็นอย่างนี้ก็พอตัวนะ ถ้าไงก็ ฝากตัวด้วย”
                                  “ชั้นก็ไม่ค่อยเก่งเท่าใหร่อาจจะพลาดยิงโดนแกเอา ระวังเงาหัวไว้ละกัน”          จินยองทำหน้าหงิกขึ้นมาหลังผมขู่เล่นๆ ไอ้ตี๋ล้วงกระเป๋าพลางเตะเท้าไปมาอย่างเซ็งๆ
                                   “ใหนแม่บอกคนไทยใจกว้างไง นี่อะไร?โหดชิบเป๋ง-*-...”               ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไร และผละออกจากจุดที่ยืนอยู่ ลอยตัวไปตามทางทิ้งให้จินยองที่ทำท่าจะพล่ามไม่หยุดเงียบลงและเกาหัวอย่างขัดใจ...ผมไม่ใช่พวกเข้ากับคนง่ายนักหรอก...

               โรงเก็บโมบิลสูท... ผมตามยัยหัวเหลืองไปแทบจะทั่วยานอยู่แล้วนะ...ป้าที่ห้องอาหารบอกเป็นภาษาแอฟริกาบ้านเค้าออกมาให้ผมงงหัวปั่น...ยังดีที่เจ้าชิกิมีฟังค์ชั่นแปลภาษาเลยช่วยผมได้เยอะ ป้าแกฟังผมรู้เรื่องนะแต่ผมฟังแกไม่
เก็ตอ่ะT^T
              ป้าแกพูดออกมาให้ชิกิแปลได้ความว่า... ยัยหนูแปลกหน้านั่นเข้ามาฟาดอาหารของที่นี่ไปห้าชามยักษ์ๆ เสร็จแล้วก็หายไปไหนก็ไม่รู้กำลังจะไปยกอาหารพื้นเมืองมาให้ชิมอยู่เลยเชียว... ว่างั้นแหละ- -;;ห้าชาม ยักษ์ๆด้วยนะ แม่เสือหิวเอ๊ย...
              ผมลอยตัวลงมาที่พื้นโรงเก็บโมบิลสูท เสียงเครื่องเชื่อมและเสียงกึงกังของการจัดขนอุปกรณ์ดังอยู่เรื่อยๆผมพิงที่ขาของจินเครื่องหนึ่งเพื่อพักเอาแรง ผมถอนหายใจออกมาเบาๆประแจอันนึงลอยเข้ามาหาผมช้าๆ พอมันเข้ามาใกล้ระยะ ผมก็จับมันมามองอย่างประหลาดใจ...ใครลืมเก็บไปวะ?
                           **กินได้อ๊ะเปล่า...กินได้อ๊ะเปล่า**        “กินได้ที่ไหนเล่า?เหล็กเน้นๆเลย...”
                           **แย่แฮะ...แย่จัง**                          แกจะพูดก็พูดสิ...จะโดดขึ้นๆลงๆทำไม=[]=*
                          “โอ้ว~...ขอบใจนะพ่อหนุ่มนึกว่าจะลอยไปติดในหุ่นซะแล้ว” คุณป้าในชุดช่างเครื่องลอยลงมาร้องบอก          อ๋อ... คงร่วงลงมาสินะ ผมยื่นคืนให้ป้าแกยื่นมือมารับไปและเก็บใส่กระเป๋าเสื้อช่างไว้
                          “สมรถภาพสุดยอดเลยใช่มั๊ยล่ะ?”“....?”
                          “นอกจากคราบฝุ่นควันแล้วไม่มีแม้แต่รอยกระสุนข่วนเลยล่ะ... กันดั้มนั่น”       “เหรอฮะ...”
                          “แต่แหม~แปลกใจนะ ที่คนบ้านเดียวกัน จะได้มาขับเจ้าหุ่นตัวนี้ เห็นป่ะล่า!?คนไทยใช่อุจจาระๆ ก๊ากๆๆๆ” อ่ะฮะๆๆๆ...-O-;;คุณป้าท่านหัวเราะอย่างมีโอชะรสเลยทีเดียว...
                          “เอ่อ...”                  “หือ? อย่าอึกอัก เป็นผู้ชายแท้ๆ พูดมาๆ”           ค...ครับ=O=;;!!
                         “คุณป้าพอจะเห็น....”   เขม็ง...= =++             เอ่อ......
                          “คุณ...พี่...พอจะเห็น ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมสีเหลืองอยู่แถวนี้รึเปล่าครับ?”         “เห็นสิจ๊า~^o^”   เหนื่อยวุ๊ย...                             “ก็นั่นไง...บนใหล่ของกันดั้มนั่นน่ะ ...แม่หนูนั่นคุยด้วยยากชะมัด ออกจะน่ารักแท้ๆ”          ผมลอยตัวออกไปหาแม่เสือร้ายที่นั่งอยู่บนเบลด ซีโร่ เธอมองออกไปที่ไหนซักที่เงียบๆ
                           “ขอบคุณมากครับคุณพี่...”         “ปากหวานๆงี้ ช่วยได้ตลอดเลยจ้ะ^3^”




มั่บ...

        มือของใครบางครเอื้อมมาแตะที่ใหล่ของเบลด สงสัยเหม่อไปนิดแฮะ... ว่าแต่...
    พรืด!!            “เหวอ!ลื่นชิบ-*-...”                       ชั้นมองดูเจ้าขี้เก๊กพยายามปีนขึ้นมาที่ใหล่ของเบลดซีโร่อย่างทุรักทุเร ชั้นมองดูเงียบๆจนกระทั่งเค้าลอยขึ้นมาและทิ้งตัวนั่งลงที่อกของเบลด... ชั้นยื่นมือออกไปชิกิก็ลอยเข้ามาหาเหมือนเข้าใจ                                     “...กินเข้าไปได้ไงกัน...กับข้าวเลี้ยงทหารชามนึงก็ใช่จะเล็กๆนา~”        “ก็ความหิวไม่เคยปราณีใครแม้แต่นายรึชั้น แล้วนี่คิดจะมาแขวะที่ชั้นกินเยอะแค่นั้น?”
            ชั้นก้มลงไปมองคนที่นั่งต่ำกว่าตาเขียวอิสะกะยิ้มแห้งๆก่อนเอนตัวลงไปพิงที่เบลดอย่างผ่อนคลายดวงตามองออกไปที่กระจกที่เปิดให้เห็นภาพอวกาศภายนอก แสงจากดวงดาวสุกใสส่องประกายนิ่งๆอยู่ในห้วงอวกาศที่เงียบสงบ
                              “...ถามหน่อยสิ...”             ชั้นเรียกถามตาขี้เก๊กที่ยังไม่วางสายตาจากภาพของดวงดาวเค้าครางในลำคอเป็นทำนองรับรู้
                               “ถ้านายทำได้...จบสงครามได้...ต่อจากนั้น นายจะทำอะไร?กลับไปใช้ชีวิตสงบๆ อย่างที่เคยจากมา ไม่ต่อสู้และไม่คิดจะคว้าเอาชีวิตที่สุขสบายกว่านี้เลยรึไง?”              ชั้นถามไปอย่างอยากรู้ เค้ายอมต่อสู้เพื่อช่วยโลกจากRuzonแต่สุดท้าย สิ่งที่เค้าต้องการมันตอบแทนล่ะอะไรคือสื่งที่ทำให้เค้าดิ้นรนเลือกที่จะต่อสู้กันนะ                  
                            “ใช่...ที่ชั้นจะกลับไปใช้ชิวิตอย่างที่เป็น...ไม่ใช่ ที่ชั้นจะต่อสู้เพื่อคว้าเอาความสุขสบายของตน”
                            “ทำไม?ถ้างั้นนายก็ไม่ต่างจากทำไปเปล่าๆไม่ได้อะไรตอบแทน สงครามไม่ใช่งานการกุศลนะ”                  
                         “ไม่ได้ทำไปเปล่าๆ...ซักหน่อยนี่- -...”              อิสะกะตอบพร้อมหาวออกมาหลังกลืนความง่วงพร้อมความเฉื่อยชาลงคอ ก็พูดออกมาต่อ
                           “ถ้าชั้นทำแล้วหวังความยิ่งใหญ่ ก็ไม่ต่างจากRuzon ถ้าชั้นทำแล้วหวังชื่อวีรบุรุษ เอาชื่อเสียงไว้โก้ๆเท่ห์ๆ นั่นก็ไม่ต่างจากพวกสหพันธ์ไม่ว่าอย่างไหน ถ้าชั้นเกิดต้องการมัน สุดท้ายก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”     “.......”
                            “และสุดท้าย...ชั้นเอง ก็คงจะไม่แคล้วกลายเป็นไอ้อย่างเดียวกับRuzonรึสหพันธ์”
                            “...หลักการสูงชะมัด...”            “เรียกว่าหวังแค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน- -...”            ชั้นมองดูเค้าที่พริ้มตาลงและยิ้มอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้ คนท่าเยอะเอ๊ย...
                            “แต่ชั้นก็หวังนะ...”         “.....”
                            “...โลกที่สุขสงบ......ไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความตายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาโลกที่ไม่ว่าที่ไหน ก็มีที่ให้เราได้ล้มตัวลงนอนได้อย่างสบายใจ...ชั้นหวังให้มันเป็นอย่างนั้น... ซักนิด ก็ยังดี”            อิสะกะหลับตาลงพร้อมคำพูดสุดท้ายชิกิลอยไปจากชั้นและลงไปกลิ้งอยู่ที่ข้างเรือนแก้มของเค้า
                           **หลับฝันดี...หลับฝันดี**                 ... คงต้องมีสินะ ...โลก...ที่เหมือนฝันอันนั้นของนาย อิสะกะ...







         ที่วงโคจร ยานบลูเวิร์ลยังคงประจำการอยู่ที่ระดับวงโคจรกองทัพไล่ต้อนคณะต่อต้านไปได้จนเริ่มล่าถอย หมากกระดานนี้คงรุกฆาตแน่ๆแล้วแต่สิ่งที่ทำให้หมากในมือของรูฟัสยังคงอยู่บนมือมาจากความกระวนกระวายใจเล็กๆที่ยังก่อตัวอยู่ในดวงตาใต้หน้ากากอันเย็นเฉียบการติดต่อของเรโนยังไม่มาถึงซักที นี่มันก็เลยเวลากำหนดการแล้วร้อยตรีเรโนไม่เคยทำให้เค้าต้องเสียหน้า จริงอยู่ ที่มีการรายงานถึงยานรบออสนิกส์แต่ก็ไม่ได้มีการปะทะกันยืดเยื้อ เป็นแค่แนวกั้นคุ้มครองยานให้ผ่านไปไม่ได้มีการรบรุนแรงแท้ๆ
                                            -แม่ทัพเรนสันมีการติดต่อจากหน่วยกำลังเสริมครับ-
     รูฟัสเบนสายตาไปหาเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะประจำตำแหน่ง
                         “รายงานมา...”เสียงปรับคลื่นสัญญาณดังขึ้นครู่หนึ่งเสียงที่ร้อนรนของนายทหารโมบิลสูทก็ดังขึ้น                                            “เราพบซากของวิงค์ฟลายด์ของร้อยตรีเรโนที่จุดพร้อมรบห่อนถึงสมรภูมิเก่าครับ!!ร้อยตรีมีอาการช็อคไม่มีสติครับ!!คาดว่าคงเกิดจากการเสียออกซิเจนในตัวเครื่องและตัววิงค์ฟลายมีร่องรอยเสียหายรุนแรง จะพาตัวกลับไปที่ยาน นอกจากนั้นกองทัพถูกโจมตี เสียหายยับเยิน ขอคำสั่งเพิ่มเติมครับ!”                  
            หมากรุกในมือถูกกำไว้...น่าประหลาดใจ การต่อสู้ที่ไม่อยู่ในแผนของเค้าพัดเอาหมากตัวนึงของเค้าตกจากกระคานไปซะแล้ว รูฟัสสั่งให้พาตัวของเรโนมารักษาก่อนต่อจากนั้น ค่อยมาสอบสวนกันทีหลัง
           คาตาพัลเปิดทางออกรับการกลับมาของไนต์แมร์ฟูจิวาระโรยตัวลงมาจากกันดั้มของตน การรบแย่งชิงพื้นที่เป็นไปได้อย่างสวยงามชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ คณะต่อต้านสงครามที่กรีนแลนด์ล่มสลายไปและเข้าแทนที่ด้วยมหาอำนาจอย่างRuzon
                               “โอ๊ย~!!!เหนื่อยแทบบ้า!ยิ่งตอนเจอแม็กเน็ต สเปียร์นี่ นึกว่าจะเอาตัวไม่รอดแล้ว”          รัสโถมแรงลงมารวบคอฟูจิวาระไว้ชายหนุ่มผมสีส้มทำท่าจะปัดออกไปแต่เจ้าเพื่อนปลาหมึกนี่กลับเหนียวเป็นหมากฝรั่งผสมตังเม                                                    “ลงไปรัส!!ชั้นหนักอึดอัด รำคาญ หยะแหยง!!=[]=”                 โวยวาย
                                “ใจร้ายอ่า~เค้าออกจะน่ารักน่าเอ็นดูTwT”                        ยังไม่ทันที่เค้าจะได้ฟาดสันมือลงไปที่กลางกบาลหนาๆของรัสเจ้าปลาหมึกก็ผละออกไปจากเค้า สาวสวยสไตล์สาวตะวันตก ผมสีน้ำทะเลซอยสั้นเคลียใหล่ลอยลงมาจากประตูใบหน้าขาวเนียนสีน้ำผึ้งคลี่ยิ้มออกมาและสวมกอดรัสอย่างแผ่วเบา รัสรับสาวน้อยมากอดพลางสูดกลิ่น
หอมอ่อนๆของคนรักจนชื่นใจเธอคือ มิรอตี้ สาวโอเปอเรเตอร์ประจำยาน คนรักของรัส ฟูจิวาระลอยออกไปจากรัศมีคนมีความรักอย่างเอียนในใจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อยากมี
                                “เหนื่อยหน่อยนะ...”            “ก็ไม่เท่าใหร่นี่ มีคนคอยเยียวยานี่จ้ะ^O^”               รัสทำท่าจะขอชิงสัมผัสจากกลีบปากน้อยๆของมิรอตี้แต่นิ้วเรียวกดปรามที่ปากของชายหนุ่มพร้อมดวงตาตำหนิ
                                “สัญญาแล้วไง?ในเวลางาน...”    "ในเวลางานห้ามรุ่มร่าม กฎข้อที่46 บรรทัดที่28 วรรคที่12 จำได้ แต่ขอนิดนึง...T^T”            ไม่เถียงให้มากความมิรอตี้ผละออกจากอ้อมกอดของรัสก่อนฝากรอยจูบอุ่นๆไว้บนเรือนแก้มของรัสชายหนุ่มหัวใจพองโตยิ้มแก้มแดงไล่หลังหญิงสาวที่ผละออกไปทำหน้าที่ต่อ
             ที่ทางเดินสู่ห้องพักทหารรัสทำหน้าอิ่มเอมในคสวามสุขจนฟูจิวาระที่ดูดนมกล่องกาแฟต้องหันมามองและทำหน้าเอือมระอาอย่างสุดจะทนทั้งเค้า รูฟัส รัส และมิรอตี้เอง ต่างก็เข้าก็ทัพไล่ๆกันสมัยที่ยังไม่มีสงครามรุนแรง พวกเค้าเคยสนิทกันมาก แม้แต่รูฟัสเองก็เคยเป็นเพื่อนและพี่ชายที่น่าเคารพ ไม่ต่างจากเกลแต่หลังจากสงครามทวีอาณาเขตความรุนแรง และเกลที่แยกตัวออกไป ทุกอย่างดูจะเปลี่ยนไปซะหมด
              แต่ความร้ายแรงอะไรดูท่าว่าจะไม่สร้างความหนักใจอะไรต่อโลกของรัสและมิรอตี้ทุกอย่างแลดูสวยงามไปซะหมด แต่นั่นก็นับว่าดีแล้ว ที่แม้อยู่ในสงครามเค้าก็ได้เรียนรู้ ...ว่าความรักที่เค้าเคยเอียนเจียนอ้วกกับมัน ก็ไม่ได้เลวร้ายแถมยังทำให้เพื่อนคนนี้ดูมีคุณค่าที่จะปกป้องมากขึ้น
                                  “แกเคยบอกว่าจะแต่งงานกับไอ้ทอมนั่น...”                  ขวดน้ำพลาสติคฟาดเข้าที่หลังหัวของฟูจิวาระจนนมกาแฟในปากเค้าก่อจลาจลจะพวยพุ่งออกมาทางจมูกซะอย่างนั้น
                                   “แก....~     ริอัสตี้ สงครามหน้า ชั้นจะสอยแก=__,=**”     “ชั้นก็จะสอยแกถ้าเรียกว่าที่เมียชั้นว่าไอ้ทอม ไอ้หัวส้มสองเขา=__=”             ฟูจิวาระเอามือกดผมที่ชี้ตั้งขึ้นมาเป็นเสาอากาศสองอันลงพลางแหวออกมา                                                               “มันช่วยไม่ได้นี่หว่า!!ก็ทาเยลแล้วแท้ๆ ที่สำคัญทำไมจะเรียกไม่ได้ ชั้นก็เรียกมาตลอดจนจบร.ร นายทหารไง”                   “ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้นแต่ตอนนี้มิรอตี้ไม่ใช่เมื่อก่อนแล้วโว้ย- -P...”
            รัสชิ่งหนีก่อนที่ฟูจิวาระที่เงื้อแขนจะปากล่องนมใส่ เสียงหัวเราะของรัสดังขึ้นมาอย่างสุขใจฟูจิวาระเองก็ยิ้มอย่างเหลือทนกับไอ้เพื่อนคนนี้และส่ายหน้าอย่างเอือมระอา


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------**
จบเเล้ว~!! กลับจากเรียน วิ่งหาคอมพ์ รีบอัพตอนต่อให้เพื่อนๆอ่านต่อ เเง่ง!! 207เเน่นไปหนายยยยTOT;;
ตอนหน้าจะเริ่มลงสมรภูมิรบเเล้ว พร้อมกับโมบิลสูทของตัวเอกอีกคน ฟูจิวาระ ไค
สปอยด์เสร็จสิ้น! เจอกันศุกร์หน้า เที่ยงถึงบ่ายหนึ่งจร้าาาา>O<!!!
โพสต์ 27-7-2013 02:16:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +1

รอติดตามตอนต่อไปคับ

แสดงความคิดเห็น

วันศุกร์ราวๆบ่ายโมงมาเเน่ครับ เตรียมลงสนามรบเลย^^  โพสต์ 27-7-2013 14:35
โพสต์ 9-8-2013 19:06:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
หนุกๆๆๆมากมายเบยยยยยยยยยย

แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณที่ติดตามคร้าบ^w^y*+*  โพสต์ 18-2-2014 12:27
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 16:56 , Processed in 0.055288 second(s), 25 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้