ดู: 293|ตอบกลับ: 0
โซนพยาบาล ยานออสนิกส์
                                         “สมองมีความปกติดีทุกอย่างออกจะไปในทางที่เกินกว่าคนทั่วไปด้วยท่าทางจะเป็นศักยภาพที่โมบิลคอนโทรลมีกันล่ะนะ ความผิดปกติของร่างกายไม่มีชีพจรปกติ... ดูไม่ออกเลยว่าพึ่งผ่านการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงชนิดที่สามารถฆ่านักบินธรรมดาๆได้ของเบลดซีโร่มา...”        หมอบาลัน โจ วินเซฟแพทย์อัจฉริยะประจำยานพลิกแขนผมไปมาและเดินมาดูที่หลังของผมที่เอาอะไรแปะไว้ทั่วๆหลังอย่างนึกสนใจ จะทำอะไรก็ทำเหอะอย่านึกอยากชำแหละผมเพื่อวิจัยละกัน= =;;
                                         “ว่ากันตามตรงนะหมออยากชำแหละเธอดูจัง ถ้าไม่ติดว่าเป็นคน...”      ว้าก!!!~!!!เอาชั้นไปจากที่นี่ ออกไปจากไอ้โรคจิตนี่=[]=;;;
                                          “มันเหมือนๆกับชันสูตรศพนั่นแหละอย่าคลั่งชำแหละนักเลย บาลัน=__=”           ทาลอสทำหน้าสยองปนขนลุก แต่ผมเนี่ยสิไม่รู้ว่าควรจะหายใจดีมั๊ย โคตรกดดันอ่ะT^T
                                         “ค่าอัตราเชื่อมต่อสูงไปถึงเก้าร้อย...พึ่งเคยเห็นคนที่สร้างอัตราที่สูงได้ขนาดนี้นี่แหละ”
          วานิลลาพูดออกมาบ้างพลางหมุนเก้าอี้ที่นั่งอย่างสบายอารมณ์ใช่เซ่ะ... ใครจะไปคิดล่ะ ว่าจะมีหน่วยไหน
กล้าส่งเด็กไม่รู้หัวรู้หางให้ขับกันดั้มไปฟัดกับโมบิลอาเมอร์ตั้งแต่ภารกิจแรกถ้าไม่กลัวปืนที่เอวเพรียวๆนั่น ผมจะลุกไปทุบยัยแม่มดต่อหน้านี่ซักตุ้บ=A=**
                                         “เอาล่ะ...เรียบร้อยจากนี้ก็ไปพักซะ วันจันทร์หน้า ที่จะถึง เราต้องไปเข้าภารกิจหลัก”
                                        “นี่ยังไม่หลักอีกเหรอ?”               ผมถามทวนและใส่เสื้ออย่างเร็ว เพื่อจะรีบไปให้พ้นจากคุณหมอคนนี้นี่  พี่แกคิดจะชำแหละผมให้ได้เลยจริงๆเด่ะ= =;;
        ผมเดินตามทาลอสมาเรื่อยๆอย่างที่บอก ยานลำนี้จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกราวๆมะรืนนี้... ศัตรูคราวนี้ เป็นRuzonแล้วสินะ
                              “ได้อะไรเกี่ยวกับกันดั้มของRuzonบ้าง?”           วานิลลาที่อุ้มเจ้าชิกิอยู่ข้างๆผมถามขึ้นมากลางความเงียบบนทางเดินทั้งผมและทาลอสหันไปหาเธอทาลอสเกาหัวเล็กน้อยก่อนส่งจอภาพขนาดเท่าแท็บเล็ตมาให้วานิลลาภาพโฮโลแกรมสามมิติสว่างขึ้นเป็นภาพสแกนหุ่นของRuzonกันดั้มตัวนั้น
                            “M-4Nightmare... การคืนชีพที่เป็นไปแล้วของเมเทโอ บุลเล็ต... ฝันร้าย”          วานิลลาหรี่ตามองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ นิ้วของสาวผมเหลืองวาดช้าๆที่ภาพกราฟฟิคระบบของไนต์แมร์ก็มาปรากฏให้เห็น คราวนี้ ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน
                             “อนุภาคFullBurst? ถึงจะเป็นแบบสังเคราะ แต่ความสมบูรณ์นี้...”               วานิลลามีแววเครียดขึ้นมา อนุภาคพลังงานที่เป็นนิรันดร์สมบัติที่ทรงคุณค่าที่สุดของRuzon แม้จะไม่ใช่ของแท้แต่ด้วยคุณสมบัติที่ได้มานี้... จะเรียกว่าอนุภาคที่ถูกสร้างขึ้นนี่ เป็นผลงานที่ใกล้จะเป็นของจริง คงไม่ผิดนัก แล้วใครกันที่สามารถสร้างพลังงานที่เกินศักยภาพสมองของมนุษย์ชิ้นนี้ขึ้นมาได้


... บลูเวิร์ล










                                 “นายทำโล่ของไนต์แมร์หายไปไหน?”          “หา?...”              ฟูจิวาระหันมาตอบตาปรือ   นมกาแฟที่ยังไม่หมดกล่องถูกมือเรียวของสาวน้อยปากร้ายคว้าไปอย่างรวดเร็ว  แววตาของเธอแม้จะไม่สื่ออารมณ์ใดๆ แต่เค้าก็พอรับรู้ได้ ว่าเธอโกรธ  ชายผมส้มเอนตัวลงไปพิงเบาะของไนต์แมร์อย่างนึกเซ็งๆพึ่งโดนรูฟัสเหน็บแนมเรื่องไว้ชีวิตศัตรูเมื่อกี้แท้ๆนี่ยังต้องมาใช้เวรใช้กรรมกับยัยหน้านิ่งนี่อีกรึไง?
                                 “มันจวนตัวทำไงได้?”         “ถึงจะเป็นAceรึอะไรก็ช่างทั้งนาย ทั้งเพื่อนนาย ช่วยรักษาเครื่องมั่งนะ ชั้นขี้เกียจซ่อมให้เต็มทน...”          แม้เร็นจะไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเธอเหลืออด เธอก็จะพูดออกมาซะง่ายๆอย่างนี้แหละ                                                             “ชั้นไปทำสงครามไม่ได้ขับไปดูดาว มันก็ต้องเสียหายอยู่แล้ว...”        “ของริอัสตี้แทบจะเงาวับ”
                                   “แหงสิ...มันแทบไม่ได้ทำอะไรนี่หว่า=  =**”       “แก้ตัวน้ำขุ่นๆลงไป ชั้นจะเช็คระบบ”
           เร็นออกปากไล่ง่ายๆทั้งๆที่นี่ก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆ หมดเวลาทำงานของช่างเทคนิคอย่างเธอแล้วแท้ๆ  งานซ่อมบำรุงก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นแต่เธอมักจะคอยใส่ใจหุ่นทุกเครื่องที่เธอสร้างด้วยตัวเองเสมอๆแต่ครั้งนี้ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายซักหน่อย...ฟูจิวาระก้มๆลงมองที่แผงระบบและเลื่อนเช็คๆดู
                                “ไม่มีปัญหาชั้นเช็คแล้ว...”        “นายมาสอดรู้เรื่องของไนต์ดีกว่าชั้นได้ตั้งแต่เมื่อใหร่?  ลงไป”
          เจอพูดแรงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยฟูจิวาระถึงกับทำหน้าเซ็งใส่ และยอมลอยตัวออกจากห้องคนขับสาวหน้านิ่งเข้าไปนั่งแทนแต่ทว่าอุปกรณ์ที่เธอใช้ตรวจเช็คกลับไม่ใช่โน็ตบุ๊คเหมือนตอนกลางวัน
          อุปกรณ์เชื่อมต่อคลื่นสมองนักบินออกมาแตะที่ขมับของเร็นพลันจอแผงวงจรก็สว่างขึ้น ฟูจิวาระมองอย่างชินและรู้มาตั้งนานแล้วเร็นลืมตาของเธอขึ้น ดวงตาสีแดงแบบเดียวกับฟูจิวาระส่องออกมา ไนต์แมร์มีปฎิกริยานัยต์ตาของกันดั้มสว่างขึ้นจางๆ เสียงเครื่องยนต์ทำงานเทสต์ออกมาเบาๆเร็นเอื้อมมือไปสัมผัสที่คอนโซลบังคับเบาๆไนต์แมร์เริ่มสงบลงและกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง
                                “นายมันไม่คู่ควรจะได้ขับเด็กคนนี้เลย...”         เร็นพูดออกมาหน้าเป็นฟูจิวาระที่ลอยอยู่ไม่ไกลถึงกับเส้นเสียเลยทีเดียวที่จู่ๆเจอพูดใส่อย่างนี้  
                                   “อ้าวเฮ้ย...=[]=**”        เร็นมองฟูจิวาระนิ่งๆไม่สนใจความขุ่นเคืองในตัวชายหนุ่ม ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำถึงเธอจะบอกว่าเค้าไม่เหมาะกับไนต์แมร์ แต่นอกจากเค้าก็ไม่มีใครที่มีความแข็งแกร่งพอจะร่วมสู้ไปกับไนต์แมร์ได้แล้ว
            ฟูจิวาระข่มอารมณ์ลำบากนิดหน่อยนมกาแฟอึกสุดท้ายหมดไปพร้อมเสียงที่ดังขึ้นในหลอดดูด พอสงบใจได้เค้าก็หันไปหาเร็นที่พับอุปกรณ์เชื่องต่อกลับไปไว้ที่หัวเบาะอย่างเดิมเค้ามีความสงสัยมานานพอดู เกี่ยวกับสาวหน้านิ่งคนนี้ ครั้งนี้เองก็เป็นโอกาสดีจะลองเสี่ยงถามดูละกัน
                                   “ถ้าชั้นถามจะช่วยตอบได้มั๊ย?”      “พูดเหมือนชั้นเป็นคนเลวอย่างงั้น...ทั้งๆที่คนที่เลวคือ
                                     พวกนายแท้ๆ เอาสิ... แต่ถ้าบางอย่างชั้นไม่พอใจ ชั้นจะไม่ตอบ”          “.......”
                                  “จะสอบสวนอะไร?เชิญเลย Ruzonผู้ทรงเกียรติ”       ฟูจิวาระเองก็ขัดใจไม่น้อยแต่ก็พอทำใจ เร็นเกลียดพวกเราเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
                                 “เธอ...เป็นคอลลอยด์รึโมบิลคอนโทรลกันแน่?”         “ถูกทำให้เป็นคอลลอยด์เข้าใจนะ”
                                 “ถูกทำให้เป็น?อันบอนด์??”      “นายนี่ใช้พลาสม่า แม็กนั่มเปลืองแฮะ(. .)”                 
            นี่แทนว่าไม่อยากตอบงั้นสิ=  =* ฟูจิวาระเอามือขวาแตะขมับข่มความหัวเสียไว้ ถึงว่า...ไอ้ความร้ายกาจทางด้านสมองนี่ ไม่น่ามีพวกสมบูรณ์ที่ไหนทำได้...
                                “งั้นสินะ...เป็นแบบเดียวกับชั้นงั้นสิ...”         “ขยะแขยง...อย่าเอาชั้นไปรวมกับRuzonอย่าง
                                  นายเถอะ ขอร้อง เสียหายสุดๆ”          “=[]=**!!!”               
                เร็นเลื่อนตัวออกมาจากตัวไนต์แมร์และลอยออกไปที่ฝ้ากระจกเหนือลานซ่อมบำรุง เธอจ้องมองดูดวงจันทร์ที่ลอยอยู่ไกลจากยานมือของเธอค่อยๆยื่นออกไปทาบกับกระจกกั้น
                                 “ตอนชั้นอยู่ที่A.Dดวงจันทร์ที่ชั้นเห็นบนโลก... ดูแล้วสวยมากแท้ๆ...”           ฟูจิวาระจ้องมองเธอนิ่งๆ เป็นนานๆทีที่เร็นจะพูดออกมา โดยที่เป็นคนชวนคุยเอง
                                 “ดูสวยนวลสว่างแต่ไม่จ้าจนมองไม่เห็น อยู่สูง แต่รู้สึกเหมือนจะสัมผัสได้...”           ฟูจิวาระลอยขึ้นมาเล็กน้อย แต่เหมือนเธอจะไม่ต้องการให้เค้าเข้าใกล้...
                                 “หยุดอยู่นั่น...ตรงนี้เป็นที่นอนเฉพาะของชั้น...”      “นี่เธอยึดที่บนยานมาทำเป็นที่นอน
                                   เอาดื้อๆเนี่ยนะ”           
               เร็นเลื่อนลงไปนั่งที่คานเหล็กม้วนผ้าปอนๆถูกเอามาชูแสดงหลักฐานว่านั่นคือหมอนที่เธอใช้ยามที่ต้องมาอาศัยนอนที่นี่ฟูจิวาระทำหน้าเอือมพลางยกมือทั้งสองข้างเป็นเชิงยอมและถอยกลับไปนั่งที่หัวของไนต์แมร์แทน              
                                 “อยากรู้จังว่าA.Dปฎิบัติกับเธอยังไง?ถ้าพวกนั้นพาเธอออกมา เธอก็น่าจะเป็นเชลย
                                    เหมือนกันนี่”        “เชลย? ฮึ...ชั้นไม่ได้ต้องอยู่ในสถานะที่เหมือนเครื่องมืออย่าง
                                    ตอนนี้หรอก...”         แววตาของเร็นเริ่มมีแววเกลียดชังรื้นขึ้นมาฟูจิวาระลุกขึ้นจากไนต์แมร์และโยนกล่องเปล่าไปที่ช่องทิ้งขยะ
                                “ชั้นเคยได้รับอิสระจากการเป็นพอว์นเพราะA.Dแต่เด็กที่ไม่มีที่ไป ไม่มีพ่อรึแม่อย่างชั้นจะไปอยู่ที่ไหน? ถึงจะออกมาในฐานะเชลยศึกสงครามแต่ชั้นกลับไม่เคยถูกA.Dขู่บังคับรึใช้อย่างเครื่องมือ”
                                “.....”       “ที่นั่น...ชั้นเป็นคนมี่หัวใจ มีความรู้สึก ชั้นมีพ่อและแม่ที่อุปถัมป์ ชั้นมี
                                 ความสุข”
                                “แล้ว...”      ฟูจิวาระถามกลับสั้นๆไม่ใช่ว่าเค้าไม่อยากรู้รึไม่ใส่ใจ เค้าแค่ต้องการรู้ว่าสำหรับผู้คนที่เคยอยู่อย่างปกติสุขแล้ว พวกเค้าหรือRuzonจัดเป็นอะไรในสายตามนุษย์กันแน่
                                “สงคราม...พวกRuzonบุกเค้าทำลายโคโลนี่ของชั้น... บ้านของชั้น!”        มือของเร็นที่จับหมอนอยู่กดลึกลงไปเพื่อข่มแรงแค้นในตัวเอาไว้...
                                “ชั้นกำลังจะมีความสุข...แต่เพราะพวกแก...” เร็นก้มหน้าพูดเสียงเบาแรงอาฆาตของเธอเริ่มประทุจากในหัวใจที่แตกสลาย ดวงตาเริ่มร้อนน้ำตาแต่เธอไม่อาจอ่อนแอถึงขนาดที่จะเอาในออกมาให้ใครได้เห็น...ยิ่งคนที่อยู่ต่อหน้าคือทหารของRuzonด้วยแล้ว...
                                “ชั้นที่ยังอายุแค่สิบสี่ถูกพ่อแม่ยัดใส่ยานอพยพ ภาพที่ชั้นเฝ้ามองคือบ้านและโคโลนี่ที่ถูกพวกสารเลวอย่างนายกราดยิงใส่...ชั้นจำไม่ลืมหรอก... ที่เส้นทางผ่านดวงจันทร์ ลูน่าเวย์... ทหารของนาย ของพี่นาย!!สงคราม!!ที่ฆ่าพ่อแม่ แล้วก็น้องชายของชั้น!!!”            
                  เร็นร้องออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ใหว...อนุสรณ์แห่งชัยชนะของพวกเค้าแต่มันกลับถูกตราด้วยการสูญเสียที่มากมายกว่าที่เร็นพูดถึง...สงครามที่ผ่านมา...มันเพื่ออะไรกันแน่?อุ้งมือของเร็นกระชากอย่างแรงเข้าที่คอของฟูจิวาระร่างของชายหนุ่มถูกผลักในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงอัดเข้ากับตัวของไนต์แมร์ ดวงตาของเร็นมีแต่ความแค้นอาฆาตและอยากที่จะล้างแค้น อุปกรณ์เชื่อมเหล็กจ่อเข้าที่คอของฟูจิวาระแต่ดวงตาของชายหนุ่มกลับนิ่งชา...
                                “สะใจพวกแกแล้วสิ!?ชนะสงคราม...ได้ครองโลก!!!สุดยอดเลยใช่มั๊ย!?!”
                                “.......”           
                  ยิ่งเค้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ความเดือดดาลของเธอที่อยู่ต่อหน้าดูท่าจะทวีความรุนแรงขึ้นดวงตาเร็นแดงขึ้นมาสะท้อนแสง อุปกรณ์เชื่อมเริ่มทำงานขึ้นมา ทันทีที่เธอกดไกไฟเชื่อมเหล็กจะตัดคอของฟูจิวาระให้สาแก่ใจเธอ เร็นเขย่ากระแทกตัวฟูจิวาระอีกครั้งแต่ชายหนุ่มยังคงไม่มีปฎิกริยา
                                “พวกแกต้องการอีกเท่าใหร่?จะต้องการมากไปถึงใหน!? รึที่แกทำมันแค่ความกระหายสงครามเท่านั้น!!!มันสนุกใช่มั๊ย!!??สุดยอดเลยงั้นสิ!! การที่กำลังฆ่าคนเป็นว่าเล่นเนี่ยสนุกงั้นสิ!?!?!”
                               “...ฆ่าซะสิ...”          ฟูจิวาระเรียกหาความตายเร็นเองแม้จะแปลกใจ แต่เธอเองก็ใช่จะไม่กล้า รอยยิ้มแทนการกระทำเผยขึ้นมานิ้วของเธอสอดเข้าที่ไกและจะกดลงทันที

                     
                                                 เปรี๊ยะ!!!!
          แรงดันไฟฟ้ากระแทกออกมาจากไนต์แมร์ซัดเอาทั้งเร็นและอุปกรณ์ทุกอย่างรอบๆปลิวกระจายเร็นที่คว้าราวยึดตัวไว้ทันมองไปที่ไนต์แมร์อย่างต็มไปด้วยความสงสัยเธอปิดระบบการรับรู้ทุกอย่างของหุ่นไปแล้ว... ทำไม!?
                 ฟูจิวาระเองก็แปลกใจไม่ต่างกันเค้าเงยหน้าไปมองที่ไนต์แมร์ โมบิลสูทร่างครามมีประกายดวงตาสว่างขึ้น
                               “ไนต์...”             เร็นเรียกชื่อกันดั้มของเธออย่างไม่เชื่อตาตัวเองแรงดันไฟฟ้าที่อัดเธอออกมาคืออนุภาคFull Burstเงาแสงจับตัวกันเป็นปีกข้างขวาที่พับลงมาปกป้องฟูจิวาระไว้ที่เชื่อมในมือของเร็นหลุดออกจากมืออย่างไม่มีเรี่ยวแรงจะถือกำมันไว้...
              เธอปล่อยให้สุญญากาศพาตัวเธอลอยไปติดกำแพงช้าๆ... แม้จะแปลกใจแต่ฟูจิวาระเองก็ลองยื่นมือไปสัมผัสที่ตัวของไนต์แมร์เบาๆอนุภาคแสงค่อยๆเลือนหายไป กันดั้มกลับสู่การหลับใหลอีกครั้ง ฟูจิวาระมองฝ่ามือของตัวเองที่มีอนุภาคแสงสีฟ้าลอยอยู่และจางไปเร็นลงไปนั่งอยู่กับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ดวงตากร้านชาไร้ความรู้สึก
                ชายหนุ่มเห็นจึงค่อยลงมาหาเธอที่อยู่ข้างล่าง เธอที่คิดจะฆ่าเค้า...ฟูจิวาระมายืนต่อหน้าเร็นที่ยังคงไม่สนใจเค้า... ฟูจิวาระยื่นมือไปจะช่วยพยุงเธอเร็นช้อนดวงตาขึ้นและเมินออกมาเธอพยายามพยุงร่างของตัวเองที่ยังมีอาการช็อคจากแรงอัดอยู่ไปตามทางที่ไม่มีแสงไฟ
                                   “...ไม่ฆ่าชั้นแล้วรึไง?...”             “......”              เร็นหันมามองโดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆเธอหันไปและไม่ตอบโต้อะไรฟูจิวาระชายหนุ่มปล่อยลมหายใจแรงข่มใจตัวเองไว้และเดินตามเร็นมามือของเค้าเอื้อมไปรั้งเธอไว้เบาๆ แต่การตอบสนองของเธอกลับ...
                                                            เผียะ!!
                                     “...-  -*#”            เร็นสะบัดมือออกอย่างเร็วและตบใส่แก้มของฟูจิว่าระไปอย่างไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำเอาถึงกับมึนปนงงพอตัว
                                     “พอที...ชั้นไม่อยากยุ่งกับนายต่อไปละ...กันดั้มก็สร้างเสร็จแล้ว หมดหน้าที่ชั้นแล้ว...”
                                    “เธอคิดจะกลับไปฆ่าตัวตายที่ห้องงั้นสิ...สิ้นคิดได้ใจ สิบแต้ม- -p+”          “.........”
                                   “...ใหนเธอบอกเกลียดพวกชั้นนักไง?จะหนีไปและไม่แก้แค้นเลย”       “ทำไปสงครามก็ไม่จบ...ถึงยังไง พวกสารเลวอย่างนายก็ยังมีเรื่อยๆ ....ที่ชั้นต้องการมีอย่างเดียว”ฟูจิวาระยืดอกเล็กน้อยมือสองข้างล้วงกระเป๋าตั้งใจฟังสาวน้อยที่ดูไร้วิญญาณตรงหน้า
                                    “ชั้นอยากไปให้พ้นจากที่นี่...”         “.......”           เร็นตอบมาห้วนๆและเดินสวนฟูจิวาระไปแต่มีรึ ที่เค้าจะปล่อยไปง่ายๆ... อุตส่าห์ได้โอกาสแล้วทั้งทีเค้ากวาดมือไปคว้าเร็นมาและลากไปอย่างเร็ว เป็นครั้งนึงที่เร็นเบิกตาโพลงอย่างตกใจเธอหันไปง้างจะตบอีกที แต่ชาติทหารอย่างฟูจิวาระ คงไม่ทนเจ็บซ้ำ
                                    “ถ้าเธอตบ... ชั้นจะของฉีกไอ้เสื้อกล้ามตัวเล็กๆนั่นทิ้งเป็นค่าเสียหาย”           “=[]=**!!”
                                    “.....”            “ปล่อยชั้น...อย่างมาทำเหลิงนะ! คราวนี้ชั้นฆ่านายทิ้ง....”     เร็นยังพูดไม่จบ ร่างเล็กๆของเธอก็ถูกโยนเข้าไปในห้องเครื่องทันทีโดยมีฟูจิวาระตามมาติดๆเร็นอ้าปากจะถาม แต่ค็อกพิทกลับปิดซะก่อน

           แสงสว่างในห้องบังคับสว่างขึ้นฟูจิวาระปลดสายลำเลียงพลังงานออก ดวงตาของไนต์แมร์สว่างขึ้นคันบังคับเลื่อนออกมาให้เค้า เร็นเห็นท่าไม่ดีจึงจะกดดีดตัวออกไปท่าจะดีที่สุดแต่มือของฟูจิวาระกลับยื่นมาขัดไว้ก่อน แม้จะดูร่างบางในแบบคุณชาย แต่เร็นก็ได้รู้ว่าในร่างที่ดูขี้โรคนั่น กลับมีปีศาจสิงอยู่...ฟูจิวาระหักไกดีดตัวจนงอผิดรูปใช้การไม่ได้มือของเค้าล้วงไปที่ข้างเอวของสาวตัวเล็กอย่างถือวิสาศะ และเอาแฟลชไดรฟ์มาเร็นที่ได้แต่เหวอหวายังไม่ทันได้ปัดป้องถูกสายนิรภัยมัดไว้อย่างรวดเร็ว

                              “นายจะทำบ้าอะไร!!?!”          เร็นตวาดออกมาแต่ฟูจิวาระทำท่าจุ๊ปากบอกให้เงียบๆและตอบมาสั้นๆง่ายๆ            
                             “หนีไปจากที่นี่...ไปจากRuzon”       “นายบ้าไปแล้ว!!!”           แฟลชไดรฟ์เสียบเข้าไปที่ช่องรับแสงสแกนม่านตาฉายและขึ้นหน้าจอบูสต์ข้อมูล น่าเสียดายที่อาวุธยังบรรจุไม่เต็มดีแต่การขับเคลื่อนสมบูรณ์แล้ว ฟูจิวาระเปิดระบบเดินเครื่องเสียงเครื่องยนต์ทำงานเรียกให้ทหารที่หลับยามตื่นขึ้นมา
                             “มีคนมาเจอแล้ว...”            เร็นบอกหลังจากเห็นทหารยามที่เดินเข้ามาพร้อมประตูที่เปิดออก
                             


                            “เฮ้ย!!หยุดนะโว้ย!!ลานบำรุงเรียกบริดจ์!! กันดั้มถูกขโมย!!กันดั้มถูกขโมย!!!”
                           
                             “เราจะออกแบบรุนแรงหน่อยกัดฟันแน่นๆ!”เร็นที่ยังสติกระจัดกระจายทำตามอย่างงงๆ
         ไนต์แมร์ขยับฝืนจากอุปกรณ์พยุงเสียงสัญญาณเตือนดังสนั่น อุปกรณ์พยุงหักออกอย่างง่ายดาย ท่าทางนายคนนี้จะเอาจริงเอาด้วยก็ได้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียว และโอกาสสุดท้ายของเธอเร็นเข้าสู่สถานะโมบิลคอนโทรล และเปิดอุปกรณ์ส่งตัว
                             “ไปที่แท่นส่งตัว!!”ไนต์แมร์เดินไปตามทางและประจำเข้าที่คาตาพัลแท่นล็อคส่งตัวเซ็ตเข้าที่เท้าของไนต์แมร์ แต่ดูท่าโชคจะไม่ค่อยเข้าข้างระบบป้องกันการโจรกรรมโมบิลสูทตรึงม่านไฟฟ้ากั้นทางไว้
                             “บ้าน่ะ!!”“ทางตัน!?!?”
                             “ทำอะไรได้มั๊ย!?”“ถ้ามีเวลา...ซักสี่นาที”                     ได้โดนล็อคคอไปนอนคุกกันก่อนพอดี=___=*ฟูจิวาระที่กำลังหัวเสียอยู่ได้รับสัญญาณเฉพาะมาสัญญาณนี้เป็นคลื่นที่มีแค่เค้ารู้ และคนที่ติดต่อมา...
                            --จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปเป็นแกใช่ป่ะเพื่อน^w^--           “รัส!?”
                           --ไม่รู้หรอกว่าแกคิดจะทำอะไร แต่ชั้นกับมิรอตี้จะช่วยแก ได้แค่สิบสองวิเท่านั้นชั้นจะปิดไอ้ตาข่ายนั่น แกต้องผ่านไปให้ได้นะ—          “รัส...”
                 –อย่าพึ่งดราม่า ขอร้อง เริ่มเลยนะโว้ย!!—            ฟูจิวาระยิ้มอย่างนึกขอบคุณขอบใจว่ะเพื่อน ต้องได้ตอบแทนแก ต้องทำให้ได้...
                          --ยืนยันการปล่อยตัวนะนักบิน^^--                 มิรอตี้พูดขึ้นมาตาข่ายไฟฟ้าก็ดับลง ฟูจิวาระยิ้มอย่างลิงโลด ไม่ลืมที่จะรายงานตามคำของมิรอตี้

                                               “ฟูจิวาระไค!!! เมเทโอ บุลเล็ต!!!ออกตัว!!”


                           
.




                            “...กันดั้ม...โดนเอาไปแล้วเหรอ?”             รูฟัสถามทวนคำพูดของนายทหารคนนึงที่เดินเข้ามารายงานใบหน้านิ่งเฉยของนายทหารหนุ่มราวกับไม่ตกใจที่โมบิลสูทที่ทรงพลังที่สุดถูกขโมยไปรูฟัสเอนเก้าอี้หันไปที่หน้าต่างใสที่เปิดให้เห็นอวกาศอันดำมืด
                            “ใครเป็นคนขับ...?”         “ฟูจิว่าระไค... แถมเค้ายังลักพาตัวมุรามาสะ เร็นไปด้วย...”
                           “นี่สิ...ถึงจะเรียกว่าเหตุการณ์เลวร้าย...”           รูฟัสกลับมาหันมองนายทหารใบหน้าไร้อารมณ์รูฟัสค้ำมือขึ้นและออกคำสั่งกับนายทหารในชุดเครื่องแบบขาวปรอดพร้อมผ้าคลุมใหล่ขวาสีกรมท่าเรือนผมสีเงินเงาบดบังดวงตาขวาจนมิด
                           “ชั้นขอตั้งนายเป็นAceแทนคนทรยศนั่น...สำหรับนายตอนนี้ หน้าที่แรกคือการไปพาตัวของ
มุรามาสะ เร็นกลับมา เธอสำคัญเกินกว่าเราจะสูญเสียเธอไป”        “ด้วยประสิทธิภาพหุ่นปลายแถว?”
           รูฟัสเลื่อนยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจในท่าทีของทหารเบื้องหน้าผมที่บดบังดวงตาขวาคลี่แสงออก นัยต์ตาฟ้าน้ำทะเลมีแววกระหายในการฆ่าแม้ใบหน้าจะยังนิ่งเรียบ... แฟลชไดรฟ์สีแดงถูกควักออกจากกระเป๋าเสื้อของรูฟัสและโยนให้ดวงตาของทหารหนุ่มดูพอใจแต่ก็ไม่ได้ยิ้มอะไรออกมา
                           “M-1 Reborn...ชั้นสร้างมันมา แบบกันดั้ม ถึงแม้จะไม่ใช่กันดั้มก็ตาม”
                           “ถึงไม่ใช่กันดั้มชั้นก็ขอให้มันเจ๋งกว่ากันดั้มก็พอ...”         รูฟัสยิ้มเป็นเชิงลองดีและเอนตัวลงพิงเก้าอี้หนังสีดำของตน
                           “ซันเซส...”          รูฟัสเรียกนายทหารก่อนที่เค้าจะเดินออกไปซันเซสหันมามองผู้ที่เป็นนาย
                           “ขับไล่เท่านั้น...ชั้นจำเป็นต้องใช้คนทรยศนั่นเป็นหมากตัวสำคัญ”


       โกดังของรูฟัสเปิดออกพร้อมผ้าคลุมที่ถูกรื้อออกโมบิลสูทเครื่องหนึ่งที่ไม่เคยถูกเรียกใช้อีกนับแต่มีรุ่นใหม่ๆออกมา แต่โดยส่วนตัวซันเซสดูท่าจะถูกใจโมบิลสูทเครื่องนี้เอามากๆ M-1ที่ถูกปลุกชีพขึ้นมาในรูปแบบใหม่เพื่อใกล้เข้าสู่ความทรงอำนาจของกันดั้มแต่ความทรงอำนาจที่รูฟัสใส่ให้หุ่นตัวนี้มากเกินไปกลับทำให้เค้าไม่มีแรงดึงดูดหรือยั่วยวนใจให้ขับเลยใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันดั้มกับขนาดตัวที่ดูใหญ่กว่าและแผงอุปกรณ์ทั้งสี่อันเป็นเอกลักษณ์ของM-1ก็ยังถูกนำกลับมารูปแบบของโมบิลอาเมอร์ที่สามารถเปลี่ยนได้ตามรูปแบบการรบถูกเพิ่มเข้ามา
                            “...ชั้นคิดจะยิงเบลดซีโร่เป็นเหยื่อชิ้นแรก...”         ซันเซสพูดออกมาเบาๆในห้องบังคับที่ประตู
ค็อกพิทค่อยๆปิดลงมาแสงสว่างแสดงถึงว่าเครื่องพร้อมแล้วสว่างขึ้น ซันเซสแสยะยิ้มอย่างน่าขนลุก รอยยิ้มที่ดูอำมหิตคลายออกมาจากใบหน้าไร้อารมณ์ที่เป็นหน้ากาก
                              “แต่แกมันดันกลายมาเป็นเหยื่อที่น่าอร่อยกว่าซะว่ะฟูจิวาระ!!!” ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ส่งตัวใดๆทรัสเตอร์ทั้งสิบหกตัวของM-1ก็ผลักแรงขับเคลื่อนมหาศาลออกมา M-1พุ่งไปตามรันเวย์อย่างรวดเร็วแรงแหวกอากาศซัดเอาอุปกรณ์ที่ยังไม่ทันเคลียล์ปลิวกระจายซันเซสและโมบิลสูททะยานไปอย่างลิงโลด และกระหายจะขย้ำเหยื่อให้สะใจ


                             “.......”      “...โหว~นี่แกสร้างหุ่นไว้กี่ตัววะเนี่ย?--;”
              ในความเงียบของห้องผู้บัญชาการเสียงของชายคนหนึ่งแทรกเข้ามาในความเงียบ รูฟัสหันไปหาเจ้าของเสียงคนคนเดียวที่กล้าเล่นของสูง พูดตีซี้กับเค้าได้ขนาดนี้...         
                  “ริอัสตี้...”       “มีที่เด็ดๆเป็นโขลงแต่ดันให้ชั้นขับแบล็คสูท โคตรใจดำอ่ะ-*-...”
              รัสโดดผลุงขึ้นมานั่งบนโต๊ะทำงานของรูฟัสและแหงนมองแชนเดอร์เลียเล่นรูฟัสจ้องมองรัสไม่วางตา ชายขี้เล่นจึงหันลงมามองด้วยท่าทีสบายๆ
                              “ชั้นจะทำเป็นไม่ได้ยินสัญญาณนั่นถือซะว่าใช้หนี้ให้แกที่ติดไว้...”
                             “จ๋าจ้ะ^w^///”            รูฟัสส่ายหน้าอย่างปวดหัวเล็กน้อยเค้าเคาะปากกาในมือชั่งใจกับคนต่อหน้าสุดท้ายก็เลื่อนนิ้วไปกดปิดระบบกล้องวงจรปิดในห้อง รัสทำหน้าเหวอหวาขึ้นมา
                            “จะทำอะไรเค้าอ่า~ไม่นะ เค้าไม่พร้อม>///<”            “แกช่วยไคไปเพื่ออะไร?”
           รัสยู่หน้าเซ็งๆที่รูฟัสไม่ตบมุขใส่
                          “แล้วแกล่ะ?...จะกักขังมันไว้ทำไม?พวกเราเข้ากองทัพด้วยใจ ถ้าใครไม่สามารถยอมรับ ก็ต้องออกไป มันแปลกยังไง?”           รัสเกาหัวตอบชายในหน้ากากรูฟัสเอนหลังฟัง
                             “ชั้นเป็นเพื่อนแก...แม้แกจะยิ่งใหญ่ มีอำนาจ รึถูกคนประจานยังไง ชั้นก็เป็นเพื่อนแก รูฟัส”
      รูฟัสนั่งฟังนิ่งๆรัสเป็นคนที่แม้ดูภายนอกจะเชื่อหรือไว้ใจไม่ได้ แม้จะดูเหลาะแหละ แต่เรื่องจิตใจนั่นเป็นจุดเดียวที่รูฟัสยอมรับเค้า และเค้าก็ติดค้างรัสมากมายจนใช้ยังไงก็ไม่หมดสิ้นอยู่ด้วย
                               “แกก็เลยช่วยให้ไคหนีสงครามงั้นสิ?”         “หนีสงคราม?ตลกแล้วที่หนีไม่ใช่หมอนั่น”
                               “......”           “ที่หนีคือเราแต่ที่จะสู้คือหมอนั่น...”       รัสผละออกจากดโต๊ะของรูฟัสและเดินร่อนไปดูภาพวาดต่างๆที่ประดับอยู่ในห้อง รูฟัสจำยอมเพราะทุกอย่างเกิดขึ้นไปแล้ว ภาวนาแค่ให้ได้ตัวมุรามาสะ เร็นกลับมาแม้จะเลือนรางเต็มที
                                 “แต่ชั้นสงสัยอย่างนะ...มากๆ”       “........”
                                “เจ้าฟูจิวาระมันจะเอาแม่สาวสวยหน้าหงิกคนนั้นไปทำอะไร?...รึว่า!?O..O///”
                                  “สมองแกติดทรัสเตอร์ของกันฟลายด์ไว้เรอะ?เพ้อเจ้อเก่งชะมัด...”          รัสยู่หน้าและทำทีจะเดินออกจากห้องของรูฟัสแต่ดันนึกเรื่องสำคัญออก
                                   “เออ...ถึงฟูจิวาระจะไม่อยู่แล้ว แต่ชั้นไม่ยอมเข้าคู่กับซันเซสนะ สยองว่ะT^T;;;”
                                   “ออกไป--*...”


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------**
อัพช้าอีกเเล้ว ไม่มีข้อเเก้ตัวครับ(_ _);; ในที่สุด ลูกสาวของผมก็จากผมไป จนต้องย้ายอารยธรรมทั้งหมดมาไว้ที่ดินเเดนเเห่งใหม่ สำหรับเนื้อหาตอนต่อก็ไม่อะไรมาก เเต่ต่อไปก็คงอัพตามปกติ สามตอนต่อสัปดาห์ เเต่ผมสิงอยู่ที่บอร์ดนี้ทุกวัน
ทักทายเเละติชมกันได้ครับ^O^

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 16:51 , Processed in 0.062816 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้