ดู: 227|ตอบกลับ: 0
EP.7 สู่ความถูกต้อง      สงครามที่อัลคาทรัส มาเรียน่า




          ...ในอวกาศอันเวิ้งว้างผมจอดกันดั้มลงที่ดาวเคราะห์เล็กๆ เพื่อพักเอาแรงก่อนไปต่อ ถ้านับจากออกจากฐานมานี่ก็จะได้สิบชั่วโมงแล้ว แต่การค้นหาของหน่วยพิเศษคงยังคงมีอยู่ยิ่งไอ้ตัวที่ผมคว้ามาดันเป็นตัวที่สุดสำคัญดั่งลูกสาวคนที่สามของRuzonอีกซะด้วยต่อให้ผมแน่แค่ใหน ก็คงหวดกับหน่วยพิเศษเป็นฝูงไม่ได้ เชื่อเหอะ=A=;;ในระหว่างที่ผมนั่งเครียดอยู่ ยัยอำมหิตที่อยู่ข้างๆก็กำลัง...
                                      “...อืม...ฟรี้~(_ _)z...Z...z”          ไม่ได้วิตกอะไรเลยสิ ชีวิตนี้=__=;;แต่ต่อจากนี้จะทำยังไงต่อดี? เล่นมาแบบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเสบียงก็ไม่มี มีแค่น้ำสำหรับนักบินที่ไว้สำหรับภารกิจเฝ้าสังเกตการณ์แค่สามขวดแถมไอ้การจะเอาไอ้หุ่นที่เป็นที่โจษจันต์นี่ไปลงจอด ไม่ว่าที่ใหนๆข่าวคราวได้กระจายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงแน่...
                                     “ทำหน้าเครียดเหมือนอยากตาย...แสดงว่าไม่มีแผนสิ”          ผมสะดุ้งนิดหน่อยจู่ๆเร็นก็ลุกขึ้นมาขยี้ตางัวเงียหน่อยๆ และหาวออกมาอย่างไม่เกรงใจคนข้างหน้า-*-
                                       “หาพิกัดยานของA.Dซิ...”  “ยานของพวกนั้นคงจะมาปักหลักใกล้ๆยานของเราเนอะ”
                                      “แต่กันดั้มของA.Dพึ่งปรากฏตัวมาเมื่อไม่ถึงยี่สิบชั่วโมงที่แล้วแถมพวกนั้นคงไม่ได้ถ่อมาเพียงเพื่อช่วยฐานกระจอกๆกับโมบิลอาเมอร์สั่วๆนั่นอย่างเดียวแน่ คงจะมีภารกิจลงไปที่โลกเร็วๆนี้แน่ๆ”
        โมบิลอาเมอร์สั่วๆ?ไอ้ที่ว่าสั่วๆนั่น ผมแทบจะเอาชีวิตไปทิ้งแล้วนา~...แต่ผมก็ลองค้นหาดู แต่ดูท่าจะไม่ใหว ถ้าอยู่ใกล้ๆจริงพวกนั้นก็ไม่ได้กระจอกขนาดที่จะไม่รู้จักอำพรางตัวจากการค้นหา เรดาห์ของไนต์แมร์ไม่พบอะไรเลย...           
                                         “ถามหน่อยสิ?”    “ว่ามา...”
                                        “ตอนออกตัว...ทำไมนายถึงเรียกเด็กคนนี้ว่าเมเทโอ บุลเล็ตล่ะ?”
                                        “อ๋อ...ลืมไปเลย... คิดว่าเธอจะเจอแล้ว แต่ชั้นแอบเปลี่ยนข้อมูลชื่อหุ่นน่ะ”
                                       “เพื่อ...?”       “เพื่อวันนี้...”
                                        “คิดจะหนีมานานแล้วว่างั้น”         ผมพยักหน้าไม่เถียง ก็จริงผมเองก็ทนไม่ได้กับสิ่งที่พวกนั้นทำมานานแล้ว... มันมาถึงขีดสุดเมื่อตอนที่พี่ของผม พากันฆ่ากันเอง....
                                    “แล้วทำไมต้องชื่อนี้?อยากแหลกไปพร้อมระเบิดไฮโดรนิวเคลียล์เหมือนเครื่องแท้ว่างั้น”
                                    “จากนี้ไปชั้นจะสู้กับRuzon”       “เอาจริงอ่ะ?”      เร็นถามอย่างยั่วประสาทแต่ผมก็เอาแน่... ถ้าจะหยุดสงคราม อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องจัดการกับRuzon
                                   “เพื่อจะเป็นหุ่นที่ใช้สู้กับพวกนั้นไม่ใช่เครื่องมือที่อยู่ใต้อาณัติ จึงใช้ชื่อนี้ ว่างั้น?”
              ผมไม่ตอบแต่เร็นก็พอเข้าใจจึงยักใหล่เป็นเชิงช่าง...
                                  “แล้วจะทำไง?พ่ออัศวิน จะโค่นล้มจักรวรรดิโดยมีดาบแค่เล่มเดียว คิดสั้นได้อีก...”
                                 “คงงั้นแต่ชั้นสนที่ไหน?”       “สนหน่อย ชั้นไม่อยากตายไปกับนาย-*-...”         นี่ยัยนี่คิดว่าผมจะไปตายอย่างเดียวเลยใช่ป่ะ?ซึ้งจริงๆT__T*
                                   ปี้ด!ปี้ด!ปี้ด!

        เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมากระชากดวงตาผมกลับไปที่หน้าจอสิ่งที่เห็นคือโมบิลสูทเครื่องหนึ่งสิงโตสีขาวโพลนพุ่งมาตามเศษขยะอวกาศและพุ่งมาหากระบอกปืนทั้งสองที่ข้างลำตัวกราดยิงใส่ที่จุดที่ผมอยู่
                             “ศัตรู?!”        “ยิงปืนใส่อย่างนี้คงเป็นซานตาครอส...”        อยากหาอะไรอุดปากยัยนี่ขึ้นมาจริงๆล่ะนะ


                             “ย่ะฮู้!!!ไอ้เดนทรยศ!ท่านฟูจิวาระ!!!”         ซันเซส!?!?
           เมเทโอสะบัดดาบคู่ออกมากระชับไว้ในมือ แต่สปีดของซันเซสสูงกว่าโมบิลสูทสิงโตพุ่งเข้าชนเมเทโอจนปลิวกระเด็นไปจากจุดยืนและกระแทกเข้ากับเศษหินข้างหลัง ฟูจิวาระคว้าบูมเมอแรงออกมาซัดใส่ แต่หางของM-1กลับยืดออกมาฟาดใส่จนบูมเมอแรงปลิวไม่เป็นท่าโมบิลอาเมอร์กลายเป็นโมบิลสูทพุ่งเข้าฟาดแส้ที่เป็นหางเมื่อครู่ใส่เมเทโอฟูจิวาระผลักตัวออกจากเงาแส้ไปได้หวุดหวิด แส้ของM-1ฟาดผ่าเอาหินอุกกาบาตขาดเป็นสองท่อนราวกับเป็นเต้าหู้นุ่มๆ
                                  “M-1รีบอร์น... เนเมอา นึกว่าจะไม่มีคนขับแล้วนะเนี่ย”            เร็นพูดอย่างภูมิใจแต่ฟูจิวาระกลับไม่ภูมิใจด้วย   
                                 “ถ้าเธอสร้างหุ่นนั่นก็ช่วยบอกจุดอ่อนมันมาซักข้อซิ ไม่งั้นได้ตายทั้งคู่แน่=__=”
                                “นายกำลังบอกให้ชั้นแฉหุ่นของตัวเองอยู่(‘‘)”
           แผงอุปกรณ์ทั้งสี่ของเนเมอาเปิดออกพร้อมการมาของบีมฟันเนลจำนวนมากฟูจิวาระกัดฟันข่มความตื่นในตัวและสอดส่ายสายตาหาช่องว่างเพื่อสวนกลับ
                                   “...อุบัติเหตุ...ใช่....อุบัติเหตุ...”             ซันเซสพึมพำกับตัวเองดวงตาของเค้าตอนนี้หิวกระหายอยากที่จะฆ่าจนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
                                  “ชั้นจะฆ่าแก!!!และรายงานว่ามันเป็นอุบัติเหตุ!!! ชั้นจะฆ่าแก~!!!...”  
                                   “เก๊กขรึมต่อไปจะดูน่าเอ็นดูกว่าแท้ๆ”              
              ฟูจิวาระบ่นออกมาเบาๆกระสุนปืนกลเบาที่ข้างขมับของเมเทโอถูกยิงเข้าสกัดเนเมอาแต่ซันเซสก็ไม่ใช่นักบินกระจอกๆ จึงหมุนตัวหุ่นหลบได้อย่างง่ายดายฟุจิวาระสะบัดพลาสม่าแม็กนั่มออกมาและปรับสู่โหมดดาบคู่พุ่งเข้าหา
           ฟูจิวาระฟาดดาบทั้งสองเล่มใส่พร้อมกันแต่ซันเซสกลับตั้งแขนขึ้นกันเอาดื้อๆ กรงเล็บที่เหมือนปลอกหุ้มแขนของเนเมอาแผ่สะเก็ดไฟออกมาจากความร้อนเสียดสีซันเซสง้างแส้ออกกะจะฟาดใส่ ฟูจิวาระที่สังเกตเห็นก่อนจึงคว้าA.D Waveขึ้นแล้วลั่นไกใส่กระสุนไฟฟ้าถูกอัดเข้าที่สีข้างของเนเมอาจนถึงกับกระเด็นแต่กลับไม่ได้เสียหายอะไรเท่าใหร่
                                    “ไอ้หุ่นนั่นหนังเหนียวชิบ...”          “ก็เล่นเสริมเกราะช่วงแขนด้วยอนุภาคฟูลบลาสต์ด้วย
                                       นิ่ไม่เหนียวให้มันรู้ไปสิ”  “มีทางรอดไปจากตรงนี้มั๊ย?”
                                     “มี...ต้องฆ่าหมอนั่น...”          เร็นตอบง่ายๆ ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาฟูจิวาระที่จะหันไปเอ็ด  กลับเจอกับดวงตาที่ไม่เสแสร้งของเร็นเข้าจึงรู้ว่าเธอไม่ได้พูดเล่นๆ
                                   “ถ้าเป็นนายน่าจะทำได้อยู่แล้วนี่...”         “.........”
                                   “รึว่าอยากเป็นพ่อพระเอกมือสะอาดจนไม่กลัวตายล่ะ?พ่ออัศวิน...”      ฟูจิวาระสะบัดหน้าออกจากเร็นและกลับไปสนใจซันเซสแทนมีแค่ทางนี้อีกแล้ว ต้องฆ่าอีกแล้ว!? ทั้งๆที่เค้าไม่เคยต้องการเลยแท้ๆ
          ฟันเนลพุ่งเข้ามาหาฟูจิวาระอย่างไม่ปล่อยให้ลังเลเร็นมองภาพเบื้องหน้าก่อนถอนหายใจและทิ้งตัวลงพิงมุมห้องคนขับอย่างปลงตกถ้าคนยิงไม่คิดจะยิง สู้ไปก็มีแต่ตายเปล่า
                                   “ใครให้เธอทำหน้าเหมือนพร้อมจะตายอย่างงั้นฟะ!?”เร็นเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ชายผมส้มต่อหน้าเริ่มมือสั่นไม่ใช่เพราะความกลัวตายรึลังเล แต่เพื่อที่จะแบกรับ... ทุกสิ่งที่จะตามมาพร้อมดาบเล่มนี้!
                                   “สงครามของชั้น!!มันพึ่งจะเริ่ม!!!”ดวงตาของเมเทโอบุลเล็ตแผดแสงออกพร้อมละอองแสงสีน้ำเงินใสที่พวยพุ่งออกจากทรัสเตอร์หน้าจอขึ้นข้อความพร้อมสัญลักษณ์ประจำหุ่น
                                                 FULL BURST SYSTEM

         พลันคันบังคับก็เปลี่ยนรูปแบบไปเบาะนั่งนั่งบินเลื่อนลงเล็กน้อยพร้อมอุปกรณ์เชื่อมต่อนักบินที่ออกมาล็อคข้อมือไว้กับคันบังคับ ซันเซสที่เห็นลำแสงของฟันเนลที่ยิงออกไปถูกแรงบางอย่างอัดจนแหลกเริ่มมีแววขัดใจขึ้นมา
         พลังฟูจิวาระที่ตื่นขึ้นมาพร้อมดวงตาแดงโลหิตส่องประกายทำเอาเร็นเลิกตาทึ่งเล็กน้อยไม่นึกว่าผู้ชายคนนี้จะสามารถควบคุมอัตราเชื่อมต่อของตัวเองได้ดั่งใจขนาดนี้
          เมเทโอ บุลเล็ตระเบิดแรงอัดจากพลังออกมาซัดเอาฟันเนลที่ล้อมอยู่ถึงกับปลิวกระจายไม่เป็นท่าม่านแสงน้ำเงินสว่างทอประกายและค่อยๆคลี่ออกเป็นปีกเพียงข้างเดียว เมเทโอบุลเล็ตเงยหน้าขึ้นพร้อมดวงตาที่เปล่งแสงใส่ศัตรูเบื้องหน้าซันเซสที่เห็นเมเทโอที่เปลี่ยนไปจึงอดหัวร่อไม่ได้ ไม่นานเสียงหัวเราะอย่างเสียสติก็ระเบิดออกมาพร้อมกับกำปั้นที่ทุบเข้าที่ข้างคอนโซลอย่างลิงโลด
                             “ดี~ใช่ได้นี่หว่า!? มา!!!มาฆ่ากัน!!! ฟูจิวาระ!!!!!”         เนเมอาพุ่งเข้าฟาดแส้ใส้ฟูจิวาระไม่ยั้งมือ แต่กลับฟาดได้เพียงความว่างเปล่าซันเซสสะบัดดวงตาไปที่ด้านบน ฟูจิวาระที่มองมาที่ซันเซสจากเบื้องสูงทำเอาชายผู้คลุ้มคลั่งเสียเส้นพอดู...
                             “ชิ...ก็แน่พอตัวนี่หว่า”        “.........”          ไม่มีท่าทีโต้ตอบจากฟูจิวาระแต่นั่นยิ่งทำให้ซันเซสไม่สบอารมณ์หนักเข้าไปอีก
                            “เฮ้ยๆ...ไอ้ท่าทีอย่างนั้นมันอะไรวะ!?น่าขัดใจโว้ย~!”      “เข้ามาสิ...”       หลังจากเป็นฝ่ายนิ่งเงียบมาพักหนึ่งฟูจิวาระเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายบุกเข้าหา
                            “อยากตายเร็ว...ก็จัดให้!!!”               แส้จับตัวเป็นดาบเลื่อยเล่มยาวและฟาดใส่ฟูจิวาระตั้งดาบสกัดได้ไม่ยากเย็น แต่ทันทีที่ปะทะ ใบเลื่อยก็หมุนอย่างแรงสะเก็ดไปสาดออกมาหลังการปะทะ ซันเซสหัวเราะอย่างสะใจถ้ายกดาบกันอย่างนี้ก็เข้าทางแล้ว จะหั่นให้ขาดทั้งคนทั้งหุ่นเลยเชียว
                             “แขนข้างนั้น...ชั้นขอละกัน...”“หา~?”            ซันเซสที่กำลังสนใจกับการฆ่า กลับไม่ได้รู้เลยว่าคนที่ตนกำลังจะฆ่า เป็นเหยื่อที่ชิ้นใหญ่เกินไปดาบอีกเล่มของฟูจิวาระฟาดเข้าที่ข้อต่อใหล่ของเนเมอาเข้าอย่างจังแขนของราชสีห์ถึงกับปลิวขาดไปท่ามกลางความงงงันของซันเซส
                     “ฮ่ะ...แฮะๆๆๆ...มันบ้าอะไรกันวะเนี่ย...”          ซันเซสหัวเราะกลบเกลื่อนความเสียขวัญในตัวและเปลี่ยนเป็นถลึงตาใส่เมเทโอ บุลเล็ตเหงื่อกาฬแตกอาบเปียกใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความแค้น
                            “ไอ้ทุเรศ!!ชั้นจะฉีกแกเป็นชิ้นๆ!!”         ซันเซสแปลงเข้าสู่สภาวะของโมบิลอาเมอร์และพุ่งเข้าจะฝังเขี้ยวใส่เมเทโอแทน  พลาสม่าแม็กนั่มสองกระบอกถูกจ่อใส่และยิงทันทีแต่สัตว์ร้ายกลับกระโดดหลบไปมาและเข้าถึงตัวอย่างรวดเร็ว ซันเซสดับเครื่องชนเอาหัวกระแทกเข้าที่ตัวของเมเทโอจนร่วงลงไปที่อุกกาบาตใกล้ๆ
            เนเมอาพุ่งลงมาพร้อมตะปบกรงเล็บใส่เมเทโอที่ยงไม่ทันจะลุกยืนฝ่าเท้าของสิงห์ร้ายกดลงมาที่อกของเมเทโอหนักขึ้นเรื่อยๆ ฟูจิวาระเองคงไม่คิดสั้นขนาดรอให้โดนเหยียบซะก่อนจึงถีบขาข้างหนึ่งเพื่ออัดเนเมอาออกไป
            ซันเซสที่หลังจากเอาคืนได้จึงคลี่ยิ้มออกมา เนเมอากลับสู่ร่างโมบิลสูทและพุ่งเข้าหาเมเทโอที่ยืนขึ้นมาขาข้างขวาเตะอัดเข้าใส่อย่างแรงจนปืนกระบอกหนึ่งของเมเทโอหลุดมือไปทันทีที่หันกลับมาก็เจอเนเมอาที่กำลังจะแทงกรงเล็บใส่ฟูจิวาระจึงหยิบบูมเมอแรงอีกอันที่เหลือมาใช้ต่างมีด เพื่อสกัดกรงเล็บของเนเมอา
                                “จะแทงให้ทะลุเลยโว้ย!!!”            
           ทรัสเตอร์ของเนเมอาทั้งสิบหกตัวเร่งพร้อมๆกันจึงเกิดเป็นแรงดันมหาศาลผลักเอาเมเทโอที่มีแรงน้อยกว่าถูกดันไปเรื่อยๆจนติดกับซากขยะอวกาศเมื่ออีกฝ่ายเป็นเพียงสัตว์ร้ายที่หวังจะฆ่าเค้า จึงไม่มีเหตุผลต้องออมมือฟูจิวาระเปลี่ยนโหมดA.D waveเข้าสู่โหมดต่อสู้ปืนที่เอวสองข้างเลื่อนขึ้นมาและอัดกระสุนไฟฟ้าสีแดงออกมากระสุนทั้งสองฟาดเข้าที่ตัวของเนเมอาเต็มๆ แต่ด้วยอนุภาคฟูลบลาสต์ที่อกจึงลดทอนความเสียหายไปมาก
                                 “นอกจากแหกปาก...คงทำอะไรไม่ได้แล้วงั้นสิ”      เจอตอกเข้าแบบนั้น ซันเซสถึงกับของขึ้นและพยายามจะสบถด่าฟูจิวาระซะหน่อย ทว่า กลับมีอาการแปลกๆเกิดขึ้นซะก่อน
             เหมือนในคอมีก้อนบางอย่างจุกอยู่ความรู้สึกคลื่นไส้เข้าเล่นงานอย่างไม่มีที่มา ซันเซสก้มลงไอสำลักอย่างทรมาณดวงตาดูเหม่อลอย หลังจากไอออกมา ดวงตาซีดแห้งมีเส้นเลือดฝอยขึ้นฟูจิวาระเห็นท่าไม่ดีจะเกิดกับชายผู้นั้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้เข้าไปโจมตี
                               “ชั้นจะ...ฆ่าแก”     “จะตายอยู่แล้วแท้ๆ...เข้ามาสิ”           ฟูจิวาระจ่อปืนใส่ซันเซสแสยะยิ้มอย่างน่าสะอิดสะเอียนและแผดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมง้างกรงเล็บในมือพุ่งเข้าหาฟูจิวาระพลาสม่าแม็กนั่มถูกยิงขู่ใส่นัดหนึ่งกระสุนที่ซัดเอาเขาที่หัวของเนเมอาหักไปข้างหนึ่งกลับไม่ได้หยุดความบ้าคลั่งของซันเซสได้
                              “แกเลือกแล้วนะซันเซส”          ฟูจิวาระกล่าวเงียบๆก่อบง้างดาบในมือเพื่อจะฟาดดาบสุดแรง ถ้าเป็นเรี่ยวแรงมหาศาลของกันดั้มตอนนี้ต้องผ่าเนเมอาและซันเซสให้ตายคาที่ได้ไม่ยาก
              ในวูบหนึ่งที่ฟูจิวาระเห็นกระสุนสไนเปอร์นัดหนึ่งก็กระแทกเข้าที่ดาบของเข้าจนหลุดมือพร้อมตาข่ายไฟฟ้าเข้ามาหุ้มตัวของซันเซสเอาไว้
             แบล็คสูทของรัสและฟูลเซ็ตของเรโนลอยลงมาและจ่อปืนใส่ฟูจิวาระ
                              “ไอ้คนทรยศ...”               เรโนเอ่ยอย่างเหยียดหยาม ส่วนรัสกลับไม่พูดอะไรและเข้ามาควบคุมตัวของซันเซส                       “คร้าบๆ-.-ภารกิจจบแล้วเน้อ~กลับกันเต๊อะ”  “ปล่อยนะโว้ย!!!ให้ชั้นฆ่ามัน!!ชั้นจะฆ่ามัน!”
       สตั้นท์กันจากแขนของแบล็คสูทช็อตเข้าที่เนเมอาจนเครื่องยนต์ตัดการทำงาน
                            “ไอ้บ้าเอ๊ย!!!รัส!!!ชั้นจะฆ่าแก!!”           “คำสั่งพันเอกว่ะ(‘ ‘P)”           รัสพาหุ่นของซันเซสออกไปและกลับไปยืนข้างๆเรโน...
                               “ส่งตัวมุรามาสะเร็นมา ส่วนแกก็ไสหัวไป”            ผมหันไปมองเร็นที่ตอนนี้ไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น ราวกับว่า เธอไม่แคร์ ไม่ว่าผมจะเลือกทางไหน...ชิ... ช่วยขอร้องกันนิดได้มะ? ทำนองว่า ได้โปรด~อย่าปล่อยชั้นให้กลับไปอยู่กับพวกนั้นอีกเลยค่ะอะไรเทือกเนี้ย!?=*=++
                              “ค็อกพิทชั้นเจ๊งว่ะ เปิดไม่ออกไว้คราวหน้าเจอกันค่อยว่ากัน(‘ ‘ )\”
                              “งั้นชั้นจะช่วยเอามั๊ย?!ไอ้เวรตะไล!!??”         ท่าทางเฮียแกจะบริโภครังแตนแทนข้าวว่ะ(_ _)**
                               “เอาน่าๆ~โกรธบ่อยๆระวังหน้าย่นนา~ชั้นคุยให้น่ะ”          “ชิ...”          รัสออกมาข้างหน้าแทนและประจันหน้ากับผมค็อกพิทของรัสค่อยๆเปิดออก รัสออกมายืนที่หน้าห้องบังคับในชุดอวกาศ
                               “เปิดค็อกพิทซิฟูจิวาระ...”          ผมมองไปที่รัสที่ยกมือสองข้างขึ้นและเอื้อมมือลงไปหยิบหน้ากากออกซิเจนส่งให้เร็น
                                 “จะทำอะไร?”“แป้บเดียวเท่านั้น ใส่ซะ”           ผมหยิบหมวกนักบินมาใส่และเปิดออกซิเจน ค็อกพิทค่อยๆเลื่อนขึ้นผมออกมายืนข้างหน้าเมเทโอ ต่อหน้ารัส
                                 “........”         “ถอดยศซะ...ฟูจิวาระ”           ผมสงสัยกับการกระทำของรัสเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ถาม เพียงแค่ยกมือไปปลดตรารูปปีกนกสีขาวแดง แทนยศAceออกและชูมันขึ้น...
                               “...อยากได้มันคืน...?”         “ทิ้งมันซะ...ทิ้งมันกลางอวกาศนี่แหละ”      ผมทำตามและปล่อยตราให้ลอยอยู่กลางอวกาศอันดำมืดรัสเอามือลงและเปลี่ยนไปเท้าสะเอวแทน
                                “โล่งขึ้นนะว่ามั๊ย?”        “...รู้สึกดีขึ้นเยอะ...”      ผมยักใหล่ยิ้มให้เพื่อนรักอย่างไม่แคร์ยศที่เสียไป
                                “หมดธุระแล้ว...บายว่ะ”       “รัส...”        ผมร้องเรียกเพื่อนก่อนมันจะเป็นครั้งเดียวที่ผมจะบอกมัน...
                               “อย่าดราม่านะตัวเค้ามีคนรักแล้ว^3^”         “ไปตายซะ- -*...”        ชัดมั๊ย?...--**
                                “เกลียดแกว่ะT^T”       “......”         ผมมองรัสที่กลับเข้าไปในแบล็คสูทและคุยกับเรโน...
                                “ร้อยตรีคร้าบ~กลับไปแล้วไปอาบอบนวดที่โคโลนี่บริจด์สิบสองกันนะ^w^”
                               “มันร้างไปเป็นชาติแล้วจะไปหาผีเฝ้าโคโลนี่รึไง=__=+”        รัสหัวเราะออกมาอย่างนึกสนุกและจากไปพร้อมเรโนผมกลับเข้ามาที่ห้องนักบิน และเตรียมออกตัว
                                “จะไปใหนของนาย?”        “บริจด์สิบสอง...”
                                “ไปอาบอบนวด?”         โป๊ก!!!               ขอซักที=A=**....
                                “เจ็บนะ!!ไอ้ซาดิสม์!!!”        “ที่นั่นร้างแต่เพราะร้าง และเป็นที่กว้างและสัญญาณตรวจเข้าไม่ถึง ยานออสนิกส์จึงใช้ที่นั่นปักหลักอยู่แถมที่นั่นเป็นสะพานโคโลนี่เก่าจึงไม่มีที่ใหนที่จะเข้าใกล้โลกได้มากที่สุดและปลอดภัยขนาดนี้”      
                    “แต่การตรวจจับโหดหินกว่าบนยานของนายตรึมอยู่นาใครมันจะมั่วเข้าไป”     ผมหัวเราะอย่างสงสารในความซื่อของเธอคนนี้
                                 “จะไปกลัวอะไร้?ตรวจไปสิ พวกตรวจการณ์น่ะA.Dทั้งน้านนนน”        เร็นทำหน้าถึงบางอ้อและกลับไปนั่งเชิดแววตาลองดีเหมือนอย่างเคยผมชักชินกับใบหน้าลองดีของยัยนี่แล้วสิ
                                 “งั้นก็ไปสิทางสะดวกแล้วนี่ พ่ออัศวิน”        “เออ...ไม่ต้องบอกก็ไป”

-------------------------------------------------------------------------------------------Next part
เงียบเหงา เหงียบเหงาจังบอร์ดเดี๋ยวนี้ T[]T ช่วยติด้วยนะครับ เพราะจะได้นำส่วนที่ยังไม่ดีพอไปปรับปรุง
มีความคิดอยากจะอัพลงเวปเด็กดีอ่ะ เเต่กลัวผลงานไม่ดีพอ ถ้าไงขอคำเเนะนำด้วยจะดีมากๆเลยครับ
เจอกันคราวหน้าครับ^^ อ่านเเล้วเม้นต์เน้อ~

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 10:56 , Processed in 0.052220 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้