ดู: 238|ตอบกลับ: 0
**อิสะกะ...ทำไรเหรอ?ทำไรเหรอ?**  
              ชิกิลอยมาหาและโดดขึ้นโดดลงที่หน้าท้องของผมไอ้เจ้ากลมดิ๊กนี่ ทำไมมันชอบมาป้วนเปี้ยนอยู่กับผมนักวะ-*-...ผมดันตัวขึ้นมาจากเบาะนักบิน หลังแอบวานิลลามางีบหลับบนเบลด ซีโร่ ฮ้าว~-O-...

                              “มีธุระอะไรกับชั้นเจ้ากลมดิ๊ก= =*”           ชิกิลอยไปลอยมา สุดท้ายก็มาอยู่บนหัวผมตามระเบียบ=___=*
                              **เมล์แน่ะ เมล์ล่ะ**         ผมคว้าเจ้าชิกิลงมาจากหัว และกดเปิดเมล์เมล์ใครหว่า...(_ _) กิ๊ก...
                             --รีบโผล่มาที่สะพานเรือเดี๋ยวนี้ไม่งั้นชั้นจะให้ชิกิเล่นนาย- -**...--         วานิลลา....ยัยยนี่บอกว่าจะให้เจ้ากลมดิ๊กนี่เล่นผมล่ะ?มีอะไรตลกกว่านี้อีกมั๊ยเนี่ย... เสียเวลานอนว่ะ-*-...
                             **อิสะกะ ตื่น... อิสะกะ ตื่น**            ชิกิไม่ยอมให้ผมได้งีบหลับจึงเข้ามาเด้งบนหัวผมอย่างเมามัน...ลงไป=__=**   
                             “เออ~ขออีกห้านาที~”          นี่ผมกำลังขอนอนเรทกับไอ้หุ่นกลมนี่โคตรอย่างเสียอ่ะ-___-;;
                            **เจอดีแน่... เจอดีแน่...**     ชิกิกลิ้งมาอยู่ต่อหน้าผม เฮอะ...แกจะทำอะไรได้ เจ้ากลมดิ๊ก(_ _)
ชิกิเปิดปากออก ลำโพงเล็กๆถูกเปิดออกอะไรๆ?...
                                                   อี๊ดดดดดดดดดดดด~ดดดดดด~!!!!!!!!!!!!!!

                             “อ้ากกกกกก~~~!!!!=[]=;;;;ชิกิ!! หยุดโว้ยยยยยTT[]TT;;”
               แม่เจ้า!!!ไอ้บ้านี้มันเอาเสียงมีดขีดกระจกมาขยายเสียงซะทะลุลิมิตเลย!!!โคตรเกลียดเสียงนี้เลย!! จะขยายทำบ้าอะไรวะ!!??นอกจากผมแล้ว ไอ้จินยองกับน้องสาวมันที่อยู่ไม่ไกลก็พลอยโดนลูกหลงไอ้เสียงมหาประลัยนี่ด้วย...วานิลลา...ยัยตัวแสบ กรอดT___,T**





                              “ระบมหูได้ที่เลยใช่มะ?”           วานิลลาพูดขึ้นมาหลังจากเห็นผมเดินเข้ามาที่สะพานเรือ ถ้าเจ้าชิกิไม่หยุดผมคงประสาทรับประทานตายแหง... ผมไปยืนพิงที่ข้างกำแพงโดยไม่เข้าไปร่วงวงกับพวกตาหนวดประกาศให้ชัดๆเลย ไม่พอใจเว้ย=A=**
                               “สรุปใครเป็นกัปตันยานนี้กันแน่?”      ผมถามออกมาเรียบๆยัยผมเหลืองหมุนเก้าอี้กัปตันของตาหนวดหันมาผมและยักใหล่อย่างไม่ใส่ใจส่วนเจ้าหนวดทาลอสก็ไม่ได้หวงเล้ยยยย แถมหันมาหาผมพลางยกมือสองข้างเหมือนจะตอบว่าช่วยไม่ได้... เออ ตามใจกันดีแฮะ...
                                “ไม่สำคัญน่าว่าใครรู้แค่ว่าตอนนี้ แม่หนูนั่นสั่งการได้เฉียบกว่าชั้น จากตอนที่แกสู้กับทรอยด์ถ้าไม่ได้แผนของนังหนู ก็อย่าหวังว่าจะฝ่าด่านสกัดของRuzonเข้าไปง่ายๆขนาดนั้นเลย”           ทาลอสร่ายยาวก่อนเกาหัวยุ่งๆของตัวเองและไปนั่งที่เก้าอี้สำรองแทน
                                 “สำคัญกว่าคือ...มีใครบางคนเจอเราเข้าแล้ว...”          ...ผมเลิกสายตาขึ้นมาเล็กน้อย... ผมเองก็แม้จะไม่ค่อยรู้จักยานนี้ แต่ต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพเหนือกว่ายานรบของRuzonมากๆการพลางตัวก็คือหนึ่งในนั้น ใครกัน ที่สามารถหาเราเจอได้ง่ายๆขนาดนี้
                                  “เป้าหมายไม่ได้ส่งสัญญาณรบมาและส่งสัญญาณขอลงจอดมาแทน แต่เราก็วางใจไม่ได้...”
                                  “แล้วจะทำยังไง?”           ผมกอดอกถามวานิลลา เธอหมุนเก้าอี้กลับไปและกดภาพขึ้นจอเล่นเอาแขนที่กอดอกอยู่ผละออก ผมเคลื่อนออกจากจุดยืนไปมองภาพให้ชัดๆ

                                 “ไนต์แมร์?...”       “ในสัญญาณระบุโค้ดใหม่มาชื่อว่า เมเทโอ บุลเล็ต...”        จินยองกดคอมพ์ส่งข้อมูลขึ้นจอ...มันนี่เอง
                                  “คิดจะทำอะไร?”         “กันดั้มของRuzonตรงมาที่ยานเธอจะรอให้มันถล่มยานก่อนแล้วค่อยส่งชั้นไปดีมั๊ย?”            วานิลลาทำหน้าหน่ายใจและถอนหายใจออกมา
                                  “จากที่ดูต้องเรียกว่า อดีต หุ่นของRuzon ถึงจะถูก”      “.........”
                                  “แต่ถึงยังไงก็อันตรายเกินไปแต่จะให้ทิ้งคนที่ขอความช่วยเหลือคงใจดำไป จุดร่อนลงที่ชั้นบอกไปคือโคโลนี่สิบหก...”      เพอร์เฟ็ค พ่อแม่ผมอยู่ที่นั่น==*
                                “ตอนนี้ชั้นยังอยู่ในหน้าที่สั่งการเบลดซีโร่ ...ไปพบนักบินของเมเทโอซะ แล้วเราจะตามไป”
                               “บ้าอำนาจซะ... เข้าใจละ...”      “อีกสี่นาทีโมบิลสูทนั่นจะเข้ามาในระยะของยาน หน้าที่ของนายคือตามเมเทโอไป และไปพบกันที่พลาซ่าที่บริจด์โอเคนะ-.-...”        จินยองส่งพิกัดของนัดหมายเข้าที่เบลดซีโร่ ผมหมุนตัวออกไปจากสะพานเรือ
                                 “อิสะกะ...”    ผมหันไปหาทาลอสที่เรียกผมไว้ก่อน...
                                 “เขตหกไซด์A-3 บ้านใหม่ของครอบครัวแก ...บอกเฉยๆไม่ได้ให้เข้าไปเยี่ยมนะโว้ย-*-...” ผมยิ้มโดยไม่ตอบอะไรให้ทาลอสอย่างน้อยก็ได้ยินเรื่องที่อยากได้ยินมาเป็นปีแล้วล่ะ







         ในเบลดซีโร่ อิสะกะนั่งรอเวลาปล่อยตัวอยู่ในค็อกพิทขวดเครื่องดื่มลอยผ่านไปมาในภาวะไร้แรงโน้มถ่วง จอสื่อสารฉายภาพขึ้นมา วานิลลาเธอใช้หน้าจอสื่อสารจากห้องพักติดต่อมาที่เค้า
                                “ได้ยินจากทาลอส...ครอบครัวนายอยู่ที่นั่นเหรอ?”      “ชั้นแยกงานกับเรื่องส่วนตัวออก...”
                                “...ชั้นก็ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้ไปหานี่...”      วานิลลาง้ำหน้าตกใจนิดหน่อยปฎิกริยาของอิสะกะราวกับไม่พอใจที่จะให้คนอื่นรับรู้ถึงครอบครัวของเค้า
                               “ชั้นเองก็ไม่อยากให้ใครคนอื่นรู้ ว่าโคโลนี่นั่นสำคัญยังไงกับชั้น...”      “..........”
                               “.....ชั้นจะกลับมา...สัญญาแล้วนี่นะ”        
          ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆให้สาวหน้างอในจอภาพวานิลลายิ้มออกมาพร้อมถอนหายใจเบาๆอิสะกะเอานิ้วทั้งสองมาแตะที่หน้าผากและสะบัดออกคาตาพัลเปิดออกหลังจากเวลานับถอยหลังหมดลงอุปกรณ์ส่งตัวส่งแรงดันไฟฟ้าผลักหุ่นออกไปตามรันเวย์อย่างรวดเร็วเบลดซีโร่บินออกมาจากออสนิกส์ และหยุดรอที่เขตระวังภัย
          ที่เห็นไกลๆคือดวงแสงที่สว่างกว่าดวงดาว กำลังพุ่งตรงมาที่ที่เค้าอยู่ฟูจิวาระกดจอภาพขึ้น ภาพของเบลด ซีโร่ก็ฉายบนมอนิเตอร์แต่ภาพของนักบินกลับไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะถูกป้องกันไว้

                              “ระวังตัวแจเลยนะ”       –แกก็ด้วย...เจอกันบ่อยจนเอียนเลยว่ะ...--
                             “แล้วยังไง  ใจคอจะไม่ให้ชั้นลงจอดที่ยานนายก่อนรึไง?”      
                            –คงไม่ได้เค้าบอกตรงไหน ก็ไปตรงนั้นเหอะ... เรื่องมากนัก ชั้นจะจัดห้องพักที่นรกให้--           ฟูจิวาระกระตุกยิ้มลองดี และบินผ่านเบลดซีโร่ไปที่โคโลนี่  อิสะกะออกตัวตามไปติดๆปีกใบมีดกางออกและเข้าสู่โหมดบิน
                              “แสงที่ปีกนั่น...ฟูลบลาสต์ของแท้สินะ?”ฟูจิวาระหันไปถามเร็นที่นั่งมองวิวข้างนอกอย่างไม่สนใจใครอื่น                                    “ตานายก็เห็นได้แค่นั้นแหละ...”

      

      ชะ....ยัยนี่=___=*
                             “กันดั้มทั่วไปมีความเร็วอย่างมากแค่7มัคต่อชั่วโมง...แต่เมเทโอทำได้ที่18มัค ด้วยพลังของ
ฟูลบลาสต์เทียม ทว่า...”               ฟูจิวาระหันไปข้างหลัง ก็เจอเบลด ซีโร่บินตามติดๆ จนตามมาทันและมาหยุดที่ข้างๆ
                             “เบลดซีโร่สร้างความเร็วเหนือเสียงได้24เท่า...หรือยี่สิบสี่มัคต่อชั่วโมง- -...”
           เร็วกว่าเสียง=__=++ พวกคอลลอยด์สร้างไอ้มหาประลัยนี่มากจากอะไรบ้างกันเนี่ย?
                            --เราจะร่อนลงคนละที่แกไปที่ซีเปียเบล... ส่วนชั้นจะไปลงจอดที่ทะเลสาบใกล้ๆพลาซ่า เจอกันที่บริจด์—        อิสะกะเร่งความเร็วไปทันทีที่เห็นโคโลนี่  ไม่กี่วูบลมหายใจ เบลดซีโร่ก็กลายเป็นเพียงจุดแสงเล็กๆ หายเข้าไปที่โคโลนี่
                             “สมรถภาพของไอ้หุ่นนั่นชั้นจะเอาอะไรไปฆ่ามั๊น=___=;;”  
                             “เมเทโอ เบรคไงกันดั้มก็กันดั้ม แหลกได้เหมือนกัน ว่าแล้ว ซักนัดดีมั๊ย กันดั้มชั้นจะได้เจ๋งที่สุด(..)”           
วิธีงี้แถวบ้านเรียกเกรียนจ้ะเธอจ๋า=____=;;;









        เฮ้อ~....
โคโลนี่นี้นี่มันยังไงกันรึผมลงจอดในป่าลึกเกิน-*-... แต่นี่ก็ใกล้A-3 พอควรแล้วขืนใกล้กว่านี้จะมีคนอื่นนอกจากพวกA.Dที่ระวังรอบๆเจอเข้าให้ผมโรยตัวลงมาจากสลิงของเบลด ซีโร่ ทหารพรานของA.Dค่อยออกมาจากที่ซ่อนและเอาผ้าหุ้มใบไม้คลุมกันดั้มไว้...
                                “ไง...ไอ้หนุ่ม...”ผมยกมือไหว้ลุงทหารที่แบกปืนเดินเข้ามาหาตามมารยาทแกยกมือรับไหว้และนำเดินออกจากป่าเสียงเหมือนเครื่องจักรใหญ่ทำงานเรียกสายตาผมกลับไป จุดที่เบลด ซีโร่ยืนกลายเป็นแท่นลิฟต์พาร่างหุ่นของผมไปซ่อนไว้ได้ดิน
                                 “ถ้ามีกลไกอย่างนี้ก็ไม่น่าจะคลุมผ้าไว้ก็ได้”         “วิถีรบแบบเก่าๆล้าสมัย แต่ก็ควรนำมาใช้”
ผมยักใหล่ผ่านไปหัวข้อสนทนาต่อไป
                                  “อีกเครื่องที่ลงมาล่ะ?”“ก็เหมือนๆกัน อาจต่างกันตรงที่วิธีป้องกันเราจะปล่อยให้มีการป้องกันตายตัวไม่ได้”    ผมมองอย่างทึ่งนิดๆถ้าไม้ลองสังเกตจะไม่เห็นเลย ในป่าดงดิบอย่างนี้ ข้างๆทางที่เราเดินกลับมีกล้องวงจรปิดติดไว้ในเงาไม้ด้วย
                                   “นึกว่าที่นี่จะไม่มีสงครามซะอีก”        “ไม่มีหรอกที่นี่เอาไว้เป็นเมืองแฟร์ชั่นของพวกรวยๆเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”            
           ดูเหมือนจะจริงน่ะนะ เพราะตอนลงจอดก็เห็นแว้บๆ โคโลนี่นี้ นี่มันเมืองที่เอาไว้เที่ยวช็อปอย่างเดียวเลย              
                                   “ข้าชื่อบยอม (บะ-ยอม) เป็นคนพม่า เพื่อนบ้านเอ็ง คนไทยใช่มั๊ย?”      ผมพยักหน้าเป็นคำตอบลุงบยอมพูดเรื่องที่นี่ไปเรื่อยๆ ระหว่างที่เดินออกจากป่า ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องว่าแกมาที่นี่ยังไงต้องทำหน้าที่ยังไง ใช้ชีวิตยังไง แกพาผมมาส่งที่ทางเข้าเมืองและบอกว่าให้ทำตัวตามสบายเพราะรายงานการเข้ามาของกันดั้มสองเครื่องของเราจะถูกเก็บไว้ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี่ก็เป็นอริกับRuzonเป็นส่วนใหญ่แต่ส่วนใหญ่จะไม่ทันเห็นหรอก ออกจะเร็วปานนั้น...
                                      “ข้าจะให้หลานสาวพาไปในเมืองคอยคุ้มกันเค้าด้วยนะ”      ผมหันไปหาผู้หญิงคนนึงเธอใส่เสื้อฮู้ดสีเทาทับเสื้อลายทางขาวน้ำเงิน ใส่กระโปรงยีนส์เธอเดินออกมาจากในป้อมยาม ใบหน้าสวยคม แต่มีแววน่ารักแบบเด็กสาววัยสิบสี่สิบห้า  สีหน้านิ่งชาไม่แสดงอารมณ์ ผมรู้สึกจะเจอสไตล์นี้บ่อยแล้วว่ามะ...
                                     “...มิอัน...ฝากตัวด้วยค่ะ”       “อิสะกะ ทาเมโตะ...”        ผมยังแนะนำตัวไม่เสร็จเธอก็กดนิ้วที่ริมฝีปากผมก่อนจะส่ายหน้าห้าม
                                      “ชื่อของคุณเป็นที่รู้จักในหมู่ของศัตรูของเรา  อย่าประกาศชื่อออกมาง่ายๆจะดีกว่าค่ะ”
       ผมเงียบตามคำพูดของเธอมิอันเดินนำผมไปที่โกดังหลังหนึ่งและกดรหัส บานประตูถูกดึงขึ้นเผยให้เห็นบรรดาอาวุธทั้งหลายและยวดยานพาหนะนานาชนิดมิอันเดินไปที่รถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งและส่งกุญแจให้ผม
                                        “ของคุณ...”        ผมควงกุญแจเล่นอย่างนึกสนุกและเดินเข้าหารถของผมและดึงผ้าคลุมสีเขียวออก สปอร์ตไบต์สีดำตัดแดงแลดูใหม่เอี่ยมที่ผมอยากได้มาตลอดตอนนี้มันเป็นของผมแล้วเหรอเนี่ย ดีใจที่ยังไม่โดนรูฟัสยิงตายชิบT^T                          
                                 กริ๊ก!!...                เอ่อ(. .);;
                                          “คุณมิอัน...ครับ- -;”        “คะ...”
                                         “ออกจะเสียมารยาทแต่จะทำอะไรกระผมครับ= =;;”    “ใส่กุญแจมือ...ค่ะ”  
ว้ากกก!! ปล่อยนะโว้ย!!!จะล็อคไว้ทำซากอะไร!?นี่ชั้นโดนเล่นงานแล้วเรอะ!!??
          มิอันยังคงทำหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาและสิ่งที่เธอทำต่อจากนั้นคือ...      กริ๊ก...
           ใส่กุญแจอีกข้างเข้าที่แขนเธอเอง(_ _) ...จะบ้าเรอะ~!!!!O^O***ยัยตุ๊กตานี่เป็นซาดิสม์เรอะ!? SMรึเปล่า!?!?อย่าควักแส้มาฟาดกันนะโว้ย!!!
                                          “ชั้นแค่ต้องการรับประกันว่าคุณจะไม่หนีไปจากที่นี่ รึคิดจะทำอะไรลับๆล่อๆ”
                                         “เข้มงวดสุดยอดเลยวุ๊ย...”    ผมเดินมาคร่อมรถมอเตอร์ไซต์อย่างจนทางเลือก รีบไปให้ถึงที่นัดดีกว่าเผื่อยัยนี้จะปลดกุญแจให้ตอนที่จุดนัด...ประมาทเกินไปแฮะเรา(_ _)**

                                 




                                             “........(- -)”          “.......(. .)”พั่บ...
                                             “เธอ...พาชั้นเดินมาที่ไหนแล้วเนี่ย...?=___=;;”     “บ้านเดี่ยวที่นี่ราคาถูกเนอะ”           เร็นชูแผ่นพับที่รับมาจากพนักงานให้ผมดู ...ถึงผมจะหลงอยู่ที่นี่ผมก็ไม่คิดจะตั้งรกรากอยู่ที่นี่กับยัยอำมหิตนี่แน่=___=...                                                                     “หลงจากคนนำทางซะแล้วสิ-*-....”     “ไม่ได้เรื่องเลยน้า~”          ผึง....!
                                             “ก็เพราะยัยทึ่มที่ไหนมันทะเล่อทะล่าจ้ำเอาๆโดยไม่สนใจคนนำทางเล่า!!=[ ]=**”
           ผมยื่นมือไปและดึงแก้มของยัยบ้านี่อย่างแสนจะแค้นเคือง!!หนอยยยย~!!! ผมยิ่งเป็นพวกหลงแล้วหลงเลยซะด้วยไปใหนดีวะเนี่ยTT__,TT
                                              “เจ็บนะ!!!เจ็บโว้ย!!!”           เร็นไม่ยอมง่ายๆจึงสาวมือมาดึงเสาอากาศ(?)ของผมอย่างเมามันอื้อหืม!อื้อหืม!!=___=;;**
                                             “เป็นแค่ทหารRuzon!!อย่ามาโดนตัวชั้นนะ!ขยะแขยง!!!”       ปากน่าลากเข้าดงข้างทางซะไม่มี....                                   “อดีตแล้วเฟ้ย!!!”         “ก็เหมือนกันแหละน่า!!!”        เร็นปาใบปลิวบ้านในฝันเข้าที่หน้าของผมและหมุนตัวเดินออกไปจากสังเวียน
                                               “จะไปใหนอีกเล่า!?!แค่นี้ยังหลงไม่พอ?”      เร็นมาหยุดอยู่ที่แผนที่เมืองสามมิติ โห~โคตรออฟชั่นสูงอ่ะ- - แต่ว่าจะไปดูให้ได้อะไร ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ผมก็ยังไม่รู้เลย-*-....
                                               “เลขพิกัดสุดท้ายของเมเทโอคือเท่าใหร่?”        หา?... ผมขึ้นเสียงสูงถามเร็นอย่างงงๆแต่ท่าทางเธอจะรู้ ว่าค่อนข้างจะไม่ได้เรื่อง ที่จะมาถามหาพิกัดซับซ้อนๆกับคนที่ดูบ้าพลัง และป่าเถื่อนในสายตาเธอ แต่ขอโทษ(_ _)           
                                                “N14725 S4362 E778 ถ้าดูจากมาตราวัดของตารางแล้วจุดที่เราลงจอด อยู่ตรงนี้”      
                 ผมกดนิ้วลงที่ภาพสามมิติภาพโฮโลแกรมก็หมุนเปลี่ยนเป็นวิวภาพเสมือนขึ้นมา เร็นมองผมทึ่งๆหน่อย ฮึๆ...ชั้นก้มีดีเฟ้ย...      
                                               “พิกัดของเบลดซีโร่ น่าจะราวๆ S -5783 N 4320 E76588 ลงจอดไกลไปเพื่ออะไร...เอาซtเกือบเขตชุมชนไซต์Aเลย”                “จากตรงนี้นายพอจะหาทางไปบริจด์ได้มั๊ย?”
           ผมมองที่แผนที่อย่างปลงๆไอ้คนที่หลงเป็นงานอดิเรกอย่างเรา... จะรอดมั๊ยน้อ~?ผมเลื่อนแผนที่เล็กน้อยเพื่อซูมแผนที่ระยะไกลและควักโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนภาพแผนที่ไว้ เอาวะ... ละเอียดใช้ได้ ถ้าเดินตามทางเป๊ะๆก็ไม่มีอะไรต้องห่วง                                                                 “...เร็นไปกันได้แล้ว...” “....อืม...”




                 
              เร็นเดินกึ่งวิ่งตามฟูจิวาระไปเธอรู้สึกไม่ดีบางอย่าง และเธอก็ไม่ได้ใสซื่อจนถึงขนาดว่าไม่รู้สึกตัว...มีคนแอบตามพวกเธอมา เมื่อเดินเข้ามาที่จุดที่มีการตั้งร้านแผงลอยที่คนแออัดเร็นพยายามจะเข้าไปเตือนฟูจิวาระ แต่ชายหนุ่มกลับหันมามองนิ่งๆและส่ายหน้าเบาๆปรามเธอไว้...ฟูจิวาระยกมือถือขึ้นมากดข้อความบางอย่าง แต่ไม่ได้ส่งให้เร็นดู สาวน้อยเห็นจึงมองไปที่หน้าจอมือถือของฟูจิวาระ
                                            ---ผู้ชายสามคนข้างหลัง ตามมาตั้งแต่เราพลัดกับคนนำทาง ไม่น่าใช่A.Dแต่อย่าโวยวาย ทำตัวให้ปกติที่สุด อย่าอยู่ห่างชั้น---
              เร็นอ่านข้อความและไม่ตอบอะไรฟูจิวาระจนมาถึงโซนขายCDเถื่อน ฟูจิวาระเปิดแผนที่ดู....ถ้าจะสลัดให้หลุด ก็คงต้องออกกำลังกันหน่อย...
               จู่ๆมือถือของฟูจิวาระก็ถูกแทรกสัญญาณ คนจากออสนิกส์รู้สึกถึงความล่าช้าของเค้าจึงติดต่อมา
                                        “เกิดอะไรขึ้น?”       เสียงของผู้หญิงที่เค้าไม่รู้จักถามมาในสายเค้าเองก็พึ่งจะเคยโดนแทรกสัญญาณจึงต้องระวังพอตัวเหมือนกัน
                                      “ติดต่อมาหาชั้นได้ยังไง?”       “ชั้นไม่มีเวลาอธิบายคุณควรไปที่นัดเดี๋ยวนี้”                                       
                                       “ชั้นหลงกับคนนำทางซวยที่สุดคือตอนนี้เราไม่รู้ว่าถูกฝ่ายใหนสะกดรอย”
                                     “ไม่ใช่คนของเราแน่...”     “ชั้นต้องการคนพาเราไปจากที่นี่ก่อนอื่นเลย สลัดพวกมันให้หลุด”
                                 “เข้าใจแล้วแต่ตอนนี้คงไม่ทัน คุณต้องรักษาชีวิตตัวเองไปซักพัก”     เพอร์เฟ็ค=___=;;
                 ฟูจิวาระกดวางสายกระจกของร้านเครื่องสำอางสะท้อนให้เห็นชายที่ดูเหมือนชาวบ้านทั่วไปแต่ที่ไม่เหมือน ชาวบ้าน ไม่มีทางซ่อนปืนลูกซองไว้ข้างตัวและมาเดินเที่ยวแน่ฟูจิวาระสะบัดมือไปจับแขนเร็นเข้าอย่างกะทันหันและออกวิ่งทันที่สาวตัวเล็กที่ยังไม่นึกว่าต้องออกตัวเร็วขนาดนี้
                ชายสามคนข้างหลังจึงออกตัววิ่งตามฟูจิวาระเตะถังขยะให้ล้มลง และพาเร็นเข้าไปในซอยเล็กๆข้างทางทางที่ฟูจิวาระวิ่งไปเป็นซอยทะลุออกไปที่ถนนได้ก็จริง แต่มันมีประตูลูกกรงขวางอยู่
                                  “ทางตัน!?”               “ตันที่ไหนเล่า!?!”         
            ฟูจิวาระอุ้มเร็นขึ้นมาและถีบตัวกระโดดขึ้นบนแอร์ระบายอากาศที่ห่างจากพื้นเอาการและพุ่งข้ามออกจากลูกกรงอย่างง่ายดาย ฟูจิวาระลงสู่พื้นง่ายๆและจะลุกขึ้น กลุ่มชายทั้งสามกลับวิ่งมาเจอซะก่อน!ปืนลูกซองถูกยิงใส่พวกเค้าทันที ฟูจิวาระหลบเข้าที่เงาตึกทันที กลุ่มคนที่ได้ยินเสียงปืนต่างพากันวิ่งหนีจ้าละหวั่น
                                  “พวกนั้นจะฆ่าเรา?!”          “ไม่ต้องบอกก็รู้!”          ฟูจิวาระดึงตัวเร็นและออกวิ่งต่อฝูงคนที่แตกตื่น เป็นได้ทั้งโล่กำบังและตัวประกันได้เหมือนกัน แต่ทางที่ดีคือเค้าต้องพาตัวเองออกไปจากที่นี่พร้อมพวกมันทั้งสามคนก่อน               
                                  “อย่าบอกนะว่าพวกA.Dส่งคนมาฆ่าเรา!?!?” “ฝั่งนั้นบอกว่าไม่ใช่อย่าพึ่งถามน่ะ”
                กระสุนลูกซองซัดเอากระถางต้นไม้ข้างทางแตกกระจายถนนเดี่ยวไม่มีทางแยกนี้เป็นอุปสรรคและเสี่ยงเหลือเกิน ในเงามืดของถนนที่เฉอะแฉะมีเงาของคนคนหนึ่งซ่อนอยู่ เมื่อได้ระยะหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามาดักไว้ยกปืนขึ้นมาใส่ฟูจิวาระชายหนุ่มปล่อยมือจากเร็นและพุ่งไปปัดมือของศัตรู และฟาดหลังหมัดอีกข้างใส่กลางหน้าศอกกระแทกเข้าที่ท้องซ้ำ เมื่อศัตรูตัวอ่อนลง ฟูจิวาระถือโอกาสปลดปืนออกจากมือและแทงเข่าเข้าที่หน้าจนเลือดกำเดาแตกออกมาพร้อมจมูกเร็นที่ยังยืนมึนอยู่ทำเอาฟูจิวาระหน่ายพอตัว แต่ก็ไม่มีเวลาบ่นฟูจิวาระตะครุบแขนของเร็นและเริ่มหนีต่อ
                                          “นายมันปีศาจชัดๆ!!”         “เป็นได้ทั้งนั้นแหละ==*...”





-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------**Next part.3
หลังอัพตอน7ไปได้สามวัน ก็มาถึงวันพุธเเล้ว^O^ พาทหน้าจบตอน7เน้อ
หลังจบตอนที่7เ้เล้วจะไปรู้กัน ว่าความเป็นมาของอิสะกะเป็นยังไง ทำไมถึงมีพลังของโมบิลคอนโทรล
พลังที่มีคือพรสวรรค์หรือคำสาป ติตาม กดบวก เเละให้คอมเม้นต์ด้วยเน้อ>O<
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 9-12-2016 10:55 , Processed in 0.049258 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้