ดู: 278|ตอบกลับ: 0
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
EP.8 ชีวิตที่เป็นอาวุธ สิ่งสำคัญที่คั่นความเชื่อใจ

            งั่บ....
                                  “ถ้าเป็นไปได้ชั้นอยากเพิ่มตัวจำกัดประสิทธิภาพของเบลดอีกหน่อยน่ะ”      ผมบอกกับช่างเทคนิคที่จัดการกับะบบอยู่ข้างนอกพวกเค้าพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้และลงไปจัดการระบบต่อ
             งั่บ...             “....- -+”             “.......”
                                  “หน้าชั้นมันเป็นอะไรรึไง?”               “ก็ไม่ยังไงตลกเหมือนทุกวัน”         วาจาน่าสกรัมได้อีก...
                                  “ยานก็ต้องอยู่บนโคโลนี่อีกตั้งสองวันก่อนเข้าภารกิจ ทำไมถึงไม่กลับบ้านล่ะ?”      ผมเลื่อนปิดแล็ปท็อปในมือ เรื่องนี้หรอกเรอะ?
                                  “แค่ไปรับเจ้านั่นชั้นก็แทบเอาตัวไม่รอดแล้ว บนนี้มีอะไรมั่งก็ไม่รู้”              “.........”
                                  “ชั้นไม่อยากจะพาเรื่องแย่ๆไปให้คนที่บ้านพลอยเดือดร้อนไปด้วย...”     ผมเปลี่ยนมาเปิดเช็คระบบอาวุธแทนเพื่อเปลี่ยนประเด็นจากวานิลลา
                                  “น่าเศร้านะ...มีบ้านแต่กลับไม่ได้”         “ถ้าสงครามจบก็จะกลับไป...”
                                  “......”        “...ถ้าชั้นไม่ตาย...”
                                 “นายเนี่ย...คิดแต่เรื่องแย่ๆสลับกับเรื่องเพ้อฝันเป็นงานอดิเรกงั้นสิ?”   
                                 “แย่ขนาดนั้นเลย-*-...”            วานิลลาเข้ามาข้างในห้องนักบินและซุกตัวลงที่ประจำหลังเบาะนักบินของเธอ
                                 “ทำไมเธอถึงชอบมานั่งตรงนี้บ่อยๆกันนะ”        “ความพอใจของชั้น”     
           กวนประสาท...ผมเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำ แต่ถอนหายใจออกมาแทนความเหนื่อยใจเหลือทนผมจัดการเซ็ตระบบไว้จนเรียบร้อย และเอนตัวพิงเบาะนั่งสบายๆ ท้องฟ้าบนโคโลนี่เนี่ย...ไม่ต่างจากบนโลกเลยแฮะ...ต่างกันเพียงแค่... ทุกอย่างมันถูกจัดการด้วยระบบคอมพิวเตอร์และถูกสั่งการโดยมนุษย์...
                                   “........”       “.......”
                                   “นายก็เหอะ...  ทำไมถึงต้องมาดูระบบการต่อสู้ของเบลดบ่อยนัก...”
                                  “...สงสัยไง”      “สงสัย?...”          ผมกดหน้าจอสถานะอาวุธของเบลดซีโร่ขึ้นมาและไล่มาทีละอย่าง...                       “พลาสม่าแม็กนั่มเป็นอาวุธระยะไกลหลัก และมีA.D waveสนับสนุนระยะกลาง”
                                 “.....”     “แต่ด้วยสเป็คของเบลดจัดเป็นหุ่นที่มีประสิทธิภาพรบในระยะประชิด...”
                                 “...แล้ว”  “เบลดซีโร่กลับไม่มีบีมเซเบอร์เหมือนโมบิลสูทอื่นๆ มีแค่คาตานะเล่มเดียว”
  วานิลลาพยักหน้ารับรู้และปล่อยผ่านไปจุดต่อไปซึ่งตรงนี้ ผมค่อนข้างจะข้องใจ...
                                “เป็นหุ่นรูปแบบระยะประชิดกลับไม่มีโล่...รึแม้แต่ไอฟิลด์”     “แล้วข้อต่อไป...”
                                “ไม่มีสถานะหลบหลีกฉุกเฉิน...”
             วานิลลาถอนหายใจออกมาเบาๆและยิ้มออกมาเหมือนรู้ดีหลังจากที่ผมเห็นเมเทโอของเจ้านั่น ผมก็เริ่มสงสัยมากขึ้น เมเทโอเป็นสายระยะไกลแต่ก็ยังมีดาบคู่สนับสนุนระยะประชิดแถมเสริมระยะกลางและใกล้ด้วยฟันเนลอีกหกตัวทีใต้ปีกมีโล่เบาเคลือบอนุภาคฟูลบลาสต์ของไนต์แมร์ชิลล์สำหรับป้องกัน ครบเครื่องทั้งจู่โจมป้องกัน และสวนกลับ ในขณะที่เบลด ซีโร่นั้นเหมือนจะมีไว้เน้นลุยแหลกอย่างเดียวเลย-*-...
                                 “เอาล่ะ...ใหนๆก็มีเวลา... มารู้จักกันจริงๆซักทีดีกว่า...”     วานิลลาคว้าแฟลชไดรฟ์ไปจากกระเป๋าเสื้อผมและเสียบมันเข้าที่เบลด หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนเป็นสถานะพร้อมรบของเบลด ซีโร่แทนทำเอาช่างเทคนิคข้างนอกเหวอพอตัว จะทำอะไรของเธออีก-___-;;
                                 “ที่ไม่มีบีมเซเบอร์เพราะมันไม่จำเป็น เพราะดาบของเบลดไม่มีทางแตกหักจากการต่อสู้แน่”
                                 “.......”     “คริเซเออร์...อาวุธระยะประชิดหลักของเบลด ซีโร่ ด้วยรูปแบบของคาตานะจึงมีความเร็วมากกว่าดาบทั่วไปเสริมความคมให้มากขึ้นกว่าดาบเลเซอร์ทั่วไปด้วยอนุภาคฟูลบลาสต์ชื่อของคริเซเออร์มาจากดาบของเทพที่ขึ้นชื่อว่าสะบั้นได้ทุกอย่าง และเผื่อกรณีที่โง่เกินเยียวยาทำดาบหลุดมือ ก็มีดาบอาทีมิสหรือวิงค์เบลดอีกแปดเล่มที่เป็นปีกนั่นสำรองถ้าทำหลุดมือหมดอีกก็แนะนำให้ไปสู่สวรรค์ซะ- -...”                ครับ...รู้กัน-*-...
                                  “สาเหตุที่ไม่มีโล่ห์เพราะไม่จำเป็น...เดวิลอาร์ม เป็นเหมือนเตาพลังงานของฟูลบลาสต์ดีๆนี่เองนอกจากจะใช้ทำลายในระยะประชิดยังสามารถแผ่อนุภาคฟูลบลาสต์ออกมาเป็นโล่พลังงานได้อีก”
             นึกว่าใช้เป็นหมัดซัดให้ไปโลกหน้าได้อย่างเดียว-*-...
                                   “และที่ไม่มีระบบหลบหลีกฉุกเฉินก็เพราะใส่ไปก็เปล่าประโยชน์ การเคลื่อนใหวของเบลดซีโร่ในขณะที่นายอยู่ในสถานะเดสทรอยเยอร์ จะถูกปลดล็อดออกจนไม่มีการจู่โจมได้สามารถเข้าถึงได้แม้ในระยะความเร็วที่เกินประสาทการรับรู้ของนักบินเอง”             ว่ากันตามตรง พอผมอยู่ในไอ้สถานะบ้านั่นทำเอาเหมือนตัวเองโดนอสูรครอบงำมากกว่าขับโมบิลสูท=__=;;;
                                    “และการเคลื่อนใหวของเบลดซีโร่ได้รับการเสริมความสมดุลย์ด้วยFull Burst Systemแม้การเคลื่อนใหวจะเร็วเกินคนธรรมดาจะรับได้แต่ถ้ามีอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่ก็ไม่ต้องห่วง”
                                    “งั้น...เหรอ”
           ผมตอบไป ทั้งๆที่ในหัวเบาโหวง...ไม่ค่อยมีอะไรเข้าหัวเลย ทะลุหัวไปหมดเลย@o@;;  วานิลลายิ้มรู้ทัน ว่าผมคงตอบเข้าใจไปอย่างนั้นจึงถอยกลับไปนั่งที่เดิม...
                                  “เอาเถอะ...ถ้าตายังเป็นสีดำ ก็คงไม่เข้าใจง่ายๆ”         “.......”          มุมปากของเธอกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างนึกสนุกมีแววร้ายขึ้นทุกวัน...
                                  “สัญญากับชั้นอีกอย่างได้มั๊ย?”     “......”
                                  “อย่ากลายเป็นอาวุธได้มั๊ย?”          “...อะไรของเธอ?”
                                  “.......”      “ที่ว่าอาวุธน่ะ...?”
                                   “ชั้นง่วงแล้ว...เจอกันพรุ่งนี้...”         “วานิ...”
              
              วานิลลาลอยออกไปจากเบลด ซีโร่โดยทิ้งผมไว้กับคำพูดค้างๆคาๆ อะไรของยัยนั่น!?อย่างนี้ ไม่ชอบเลย ให้ตาย...      
             ผมออกมาจากค็อกพิทหมดอารมณ์เลยแฮะ... ผมลอยตัวขึ้นไปหยุดอยู่ที่ระเบียงข้างหัวของเบลด ซีโร่...อาวุธเหรอ?... ตั้งแต่ไหนแล้วนะ... ครั้งแรกคงตอนสู้กับรูฟัสละมั้ง...ที่ผมรู้สึกเหมือน ตัวเองกำลังพลุ่งพล่านไปกับพลังในตัว มันน่ากลัวแต่กลับปรอดโปร่ง ไม่ได้สนุก แต่ก็หยุดไม่ได้...
              ความรู้สึกนี่...คืออีกด้านที่จิตใจของผมโหยหามันงั้นเหรอ...?...

                                   “ทำหน้าเหมือนเครียดไปซะทุกเรื่องเลยนะ...”    “คุณหมอ...”         หมอบาลันเดินมาหาผมที่ยืนพิงรั้วระเบีบงอยู่คุณหมอทิ้งตัวลงที่กำแพงตรงข้ามกับผม และหยิบซิการ์มวนโตมาอมไว้ก่อนจุดไฟ
   
                              “ได้ยินจากทาลอส...ทำไมไม่ลองกลับไปที่บ้านล่ะ?”  “จนกว่าสงครามจะจบ... ผมไม่มีบ้าน”   
                              “น่าเศร้าว่ะ... มีบ้านแต่กลับไม่ได้”       “...โคโลนี่ไม่มีบ้านสำหรับผมผมจะเอาโลกคืนมา”
                              “ฮึ...ตอนแรกที่แกอยู่กับไอ้เกล แกเป็นแค่ไอ้ปอดแหกที่ไม่กล้าจับปืนด้วยซ้ำ”
                ผมเงียบไม่ตอบโต้อะไรกับหมอแต่เลือกที่จะเดินกลับไปอยู่คนเดียวเงียบๆที่ห้องของตัวเองดีกว่า
                                                            มั่บ!!
                                  “!!??”       หมอบาลันกระชากหลังคอเสื้อผมอย่างแรงและเหวี่ยงผมฟาดเข้ากับกำแพงอย่างแรง! อะไรของมันวะ!?!ยังไม่ทันทีผมจะได้ถาม มือหยาบๆของมันก็ตะครุบเข้าที่คอของผม
                                  “เจ็บเหรอ!?เจ็บใช่รึเปล่า!!?ไอ้มนุษย์ผ่าเหล่าอย่างแกมีความรู้สึกด้วยนี่นะ”       ดวงตาของไอ้หมอโรคจิตเริ่มมีแววคลุ้มคลั่งขึ้นมาเรื่อยๆมีดผ่าตัดของมันถูกควักออกจากกระเป๋าเสื้อกาวด์และเคลียไปมาที่แก้มของผม...ไอ้บ้านี่!!เป็นแค่ไอ้ขี้ก้างแท้ๆ...ทำไมแรงควายนักวะ!??
                                    “แกเปลี่ยนสภาวะของร่างกายได้เมื่ออยู่ในสภาวะที่กดดันถึงขีดสุด”          เสียงหอบหายใจ อยากชำแหละตัวผมถูกพ่นออกมาจากปากเน่าๆของมัน หยะแหยงโว้ย!!=[]=**
                                    
                                     “แกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทุกๆด้านได้เมื่ออีกสถานะแกตื่นขึ้น... ขอดูหน่อย!!!!”
              ไอ้หมอบ้านี่กระแทกตัวผมไปมาอย่างแรง ผมเอามือข้างหนึ่งดันมือข้างที่ถือมีดของมันออกไปก่อนจะโดนเชือดเอาซะก่อน!
                                        “ตานั่นของแก...ขอดูหน่อย...ขอดูหน่อย...ขอดูหน่อย...ขอดูหน่อย... ขอดูหน่อย...!!”
                                       “ไปตายซะ!!!”





                อิสะกะปลดปล่อยให้ความโกรธพุ่งออกมาดวงตาเหลืองจันทราสะบัดแสงออกมาให้บาลันได้เห็นสมใจ แต่ก็ใช่ว่าจะได้พินิจจนสมใจ
               มือของอิสะกะที่จับแขนของบารันอยู่เพิ่มแรงบีบมากกว่าเดิมจนได้ยินเสียงกระดูกที่ถูกแรงกดมหาศาลกุมไว้ บาลันใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวดจะยื้อมือออกก็ช่างยากเย็นแทบไม่ขยับเลยจนต้องปล่อยมือข้างที่ดึงคอเสื้อของอิสะกะออก แต่ไม่ทันที่จะยื้อมืออิสะกะออก...อิสะกะกระตุกยิ้มอย่างนึกสนุก...
               อิสะกะบิดหักแขนของบาลันจนหักผิดรูปอย่างน่ากลัวเสียงต่ำลั่นออกมาจากแขนของบาลัน แทนคำบอกเล่าถึงแขนที่หักร้ายแรง
                                           “อ้ากกกกก~กกก!!!”
              ร่างของหมอโรคจิตถึงกับลงไปดิ้นพล่านอยู่กับพื้นอิสะกะมองดูไอ้โรคจิตที่กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นอย่างพึงพอใจ...แม้ในใจจะร้องให้พอ แต่เหมือนเป็นเพียงลมผ่านที่ไม่ช่วยอะไร รึนี่จะเป็นสัญชาตญาณดิบของเค้าที่ร้องหาเลือดของผู้ที่ทำร้ายเค้าอิสะกะเดินเข้าหาช้าๆและเตะมีดของบาลันออกไปเท้าของหนึ่งเหยียบขาของบาลันไว้จนขยับหนีไม่ได้ช่างเทคนิคที่มองอยู่เองก็ไม่กล้าเข้ามาห้าม เพราะอิสะกะตอนนี้...เป็นเหมือนอุปกรณ์สำหรับฆ่าในร่างคนเท่านั้น...
                                             “ไง...กลัวเหรอ?”           “อ..อา...”           อิสะกะง้างมือขึ้นและอัดแรงเต็มที่...ดวงตาวาวด้วยแรงแค้นในตัว และกรีดยิ้มใส่บาลันจนถึงกับหน้าซีด
                                             “ใช่...กลัวเข้าไป...ชั้นนี่ล่ะ ความกลัวของแก...”
                                             “อ๊า~!!!ฮ่ะๆๆๆๆ!ก๊ากกกกกก!!!”
                อิสะกะต้องหยุดหมัดของตัวเองลงทันทีบาลันที่เหมือนจะกลัวจนเสียสติระเบิดเสียงหัวเราะออกมาและลงไปนอนหัวเราะกับพื้นต่อราวกับบ้าไปแล้ว...
                                            “ฮ่ะๆๆ...อย่างที่คิดชั้นคิดแล้ว!!”          “นี่...เก...”
                                            “แกมันก็แค่อาวุธแหละวะ!!อาวุธ!!! อาวุธ!!!อาวุธ!!!อาวุธ!!!อาวุธ!!! อาวุธ!!!”
                                           “แก!!”        “ฮิฮิฮิ!!ฆ่าสิ!!ฆ่าสิโว๊ย!!ชั้นจะได้ทดลองต่อ...ว่าแกสมบูรณ์แค่ใหน!?”
                                       “ชั้นไม่ใช่อาวุธ!!...”       “ถุ้ย!ยอมรับเหอะว้า~ สนุกใช่มั๊ยล่ะ!?เวลาจะได้ฆ่านะ!!”
                                      “.....!”       “ตัวก็สั่นระริก หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่หายใจคล่องปอดหัวสมองก็โล่ง!!”
              อิสะกะกัดฟันข่มใจตัวเองไว้...เค้าเตลิดมากไปกว่านี้ไม่ได้ เค้าอาจจะกลายเป็นฆาตกรและจะกลายเป็นเพียงชีวอาวุธอย่างคำของบาลัน
                                          “ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้น!!ฆ่าชั้นเล้ยยยย~!!!”
                                          “หนวกหูโว้ยยยยยย~!!!!!”           พลั่ก!!!
                                         
                                           “.......?!”          “...คนอย่างนี้ไม่ต้องไปเถียงด้วยหรอก...”
                                           “จินยอง?”          หนุ่มหน้าตี๋ทิ้งท่อเหล็กในมือลงกับพื้นก่อนจะใช้เท้าเขี่ยร่างของบาลันให้ไปนอนในช่องทิ้งขยะหน้าตาเฉย...
                                           “กลับเป็นแบบเดิมเหอะ...ถ้าเป็นอย่างนี้วานิลลาก็คงไม่สบายใจ”
               อิสะกะเอามือป้องตาตัวเองที่ร้อนผ่าว และเอาหน้าไปส่องที่หน้าจอแผงควบคุมดวงตาของเค้ายังคงส่องแสงอยู่ แต่ก็ค่อยๆหม่นลงจนกลับสู่สภาพเดิม...
                เค้าทรุดตัวนั่งลงที่แผงควบคุมอย่างหมดเรี่ยวแรงไม่ใช่แล้ว... ถึงจะโกหกตัวเองยังไง นี่มันก็ไม่ใช่แล้ว นี่มันไม่ใช่คนแล้ว...
                                            “...พอจะเข้าใจความรู้สึกของนายเหมือนกัน...เพราะชั้นก็เป็นเหมือนนาย”    จินยองย่อตัวลงมานั่งข้างๆอิสะกะ     
                                            “แต่ชั้นไม่ใช่โมบิลคอนโทรล..น้องสาวชั้น อายะตะหาก ที่เป็น”         “.........”
                                             “บาลันเป็นหมอที่ถูกขับไล่มาจากสหพันธ์และมาเข้าA.D พร้อมๆกับงานทดลอง”
                                             “ถ้าให้เดา...ตอนที่มันรู้ว่าอายะเป็นอะไรมันก็ทำแบบนี้...”       จินยองพยักหน้าแทนคำตอบและพูดต่อ...                            “แต่มันไม่ได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้...อาจจะเพราะ...”        “........”
                                              “เพราะนาย...เป็นรูปแบบที่ไม่ได้ถูกRuzonสร้าง รูปแบบสมบูรณ์...”
                                              “...ชั้นไม่รู้ด้วยซ้ำ...ว่าชั้นกลายเป็นบ้าอย่างนี้ได้ยังไง?”        อิสะกะก้มหน้าพูดเพื่อข่มความสงสัยแสนสาหัสในตัวเค้าต้องการใครสักคน ใครก้ได้ ที่จะตอบทุกอย่างให้แก่เค้าได้...
                                               
               จินยองลุกขึ้นยืดแขนขาก่อนเอื้อมไปลากแขนอิสะกะออกจากที่เดิมเพราะถ้าบาลันตื่น แล้วเห็นหน้าอิสะกะอีก มีหวังได้สติแตกอีก
                                               “ทุกอย่างมีคำตอบน่า... อย่างน้อยนายก็คงไม่ได้กลายเป็นอย่างนี้โดดๆแน่”                     
            อิสะกะเงยหน้าขึ้นมานิดหน่อยจินยองหันมายิ้มและรวบคออิสะกะเดินไปตามทางเดินจนมาถึงที่ห้องเตรียมตัวนักบินอิสะกะทำหน้าบอกบุญไม่รับเล็กน้อย เพราะในห้องนั้นมีคนอื่นนอกจากนักบินบนยานอยู่ด้วย...
                              
                                               “บนยานนี้ครึกครื้นใช้ได้...”         “เเกมีสิทธ์ขนาดเข้ามาลอยหน้าในนี้ได้แล้ว?”
                                              “ชั้นเป็นนักบิน...ไม่ใช่นักโทษ”        ฟูจิวาระตอบนิ่งๆและเอนตัวไปพิงโซฟาเนื้อนุ่มเเละมองอิสะกะอย่างหาเรื่องจากเดิมที่อารมณ์เก่ายังไม่สงบดี ทำเอาเค้าจะพุ่งไปซัดหน้าฟูจิวาระเอาดื้อๆติดที่จินยองดึงคอเสื้อไว้ก่อน
                                               “อยากตายก่อนไอ้Ruzonนี่เรอะจินยอง=__=*”             อิสะกะหันมาถามเสียงเหี้ยมเล่นเอาจินยองหน้าเจื่อนหัวเราะกลบเกลื่อนเอาตัวรอดไปก่อน
                                              “ง่า...อย่าดุสิท่านแต่เราต้องมาเปิดใจคุยกันก่อน ในฐานะเพื่อนร่วมยานT^T”
                                              “ชั้นไม่อยากเป็นเพื่อนกับไอ้บ้าคอสเพลย์อย่างแก- -*”         อิสะกะ/ฟูจิวาระ...
            เร็นที่นั่งอยู่ใกล้ๆหน้าต่างหันมามองอย่างแหยงๆแน่ล่ะ...ก็เกือบโดนมั่วให้ใส่ชุดนางพยาบาลกระโปรงสั้นเข้านี่นะ...
                                                “ชั้นเริ่มจะอึดอัดกับยานลำนี้ขึ้นมาแล้วสิ...”                 อิสะกะพูดออกมาชัดๆและหันไปมองฟูจิวาระแม้ว่าจะเป็นพันธมิตรกัน แต่เค้าก็ไม่อาจทำใจรับได้ ...กับทหารของRuzonที่ฆ่าครูของตน และฆ่าคนบนโลกเป็นมดรึแมลง
                                                “...ชั้นจะบอกให้ว่าชั้นก็ไม่ได้รู้สึกดีนักหรอก ที่จะมาหายใจร่วมกับแก”
                                               “งี้ก็สนุกเซ่!”           อิสะกะกดเสียงเหี้ยมในลำคอและเดินเข้าหาฟูจิวาระที่ยืนขึ้นมาจะเอาเรื่อง แต่เร็นที่นั่งเงียบอยู่นานกลับลุกขึ้นมาขวางและจ้องฟูจิวาระตาเขียวอิสะกะเห็นกระตุกยิ้มขึ้นมา ขอซัดซักทีให้หายเคืองทีเถอะ
                                                          ป้าบ!!!
             มือบางๆฟาดลงที่กลางหลังของอิสะกะเต็มแรงคนเลือดร้อนถึงกลับจุกแสบกลางหลังจนบ้าไม่ออกวานิลลาที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างหลังอิสะกะเดินอุ้มชิกิผ่านเข้ามาที่กลางห้อง
                                               “เฮ้ย!!=[]=;มันเจ็บนะเนี่ย!!”
                                               “ทุกคนมากันพร้อมแล้ว ชั้นจะบอกรูปแบบการรบละนะ”           วานิลลาทำเมินอิสะกะที่โวยวายอยู่ข้างหลัง แต่ในใจกลับรู้สึกสะใจนิดๆดี...ไอ้นิสัยห่ามๆจะได้เพลาๆลงไปมั่ง
                                               “ใหนบอกเจอกันพรุ่งนี้...”           หลังจากที่หายเจ็บไปมั่งก็ลุกขึ้นมาเหน็บแนมวานิลลา ที่เธอบอกจะไปนอนก็แค่เพื่อเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไม่ให้อิสะกะถามซักไซ้อะไรอีกเธอแค่ไม่อยากให้เค้า กลายเป็นอาวุธจริงๆ...
                                              “ที่อัลคาทรัซในฐานะที่นายมาจากRuzon ชั้นคงต้องขอข้อมูลจากนายจะคิดว่าเป็นการล้วงข้อมูลยังไงก็ได้ แต่เราต้องทำทุกอย่าง ให้ฝั่งเราและคนบนโลกรึตัวประกันปลอดภัยที่สุด เข้าใจนะ”
             วานิลลามองฟูจิวาระที่ยืนอีกฟากของโต๊ะ ฝ่ายคนถูกพาดพิงไม่ได้ตอบโต้อะไรแค่พยักหน้าเข้าใจ ภาพสามมิติของอัลคาทรัซ มาเรียน่า ฉายขึ้นมาวานิลลาใช้ไม้ยาวชี้ไปที่แก่งหินที่ไกลจากอาคารคุมขังทาส...
                                              “นายบอกได้มั๊ย ว่านี่อะไร?”        “ที่ซ่อนใต้รูปแบบของหินโสโครกคือปืนกลหนักต่อต้านอากาศยานและรักษาการณ์ด้วยโดมสามเครื่อง ในระยะห่างทุกๆสองกิโลเมตรนับจากแก่งนั่นมีทุ่นระเบิดอย่างที่รู้กัน” ฟูจิวาระเดินมาที่ฝั่งขวาของโต๊ะและชี้ไปจุดต่างๆให้วานิลลามาร์คไว้
                                            
                                              “แต่ทุกจุดต้องมีเส้นทางสำหรับขนย้ายทาส ที่มาร์คไว้คือจุดที่จะเป็นช่องทางที่เปราะบางที่สุด”                                     “ไม่ใช่ขนย้ายด้วยอากาสยานอย่างเดียว?”      จินยองถามออกมากลางปล้อง
                                             “ขนย้ายพอว์นเถื่อนโดยแอบอ้างชื่อของสินค้าและขยะจากมาเรียน่า...”         เร็นตอบออกมาเพราะเธอเคยเห็นคนที่อยู่ข้างในถูกขนย้ายออกมาอย่างนั้น
                                             “แต่ถึงเข้าไปได้...ถึงเป็นกันดั้ม ก็เหงื่อแตกล่ะ...”      ฟูจิวาระชี้ที่รอบในของมาเรียน่าภาพสแกนของโมบิลอาเมอร์ปลาวาฬขนาดใหญ่กว่าทรอยด์เกือบสามเท่าก็เด้งขึ้นมา
                                            “คราเคน...โมบิลอาเมอร์นี่เครื่องเดียวก็ถมถืดสำหรับการขยี้โมบิลสูทสิบหกตัวด้วยแม็คเน็ตสเปียร์นัดเดียว”                       “อยากกินปลาวาฬนึ่งมะนาวขึ้นมา-.-///”       ปั่ก!!!       อิสะกะฟาดหัวจินยองที่เล่นมุขผิดกาลเทศะ                              “เห็นเครียดๆกัน เลยเล่นมุขให้TOT”       “ไม่ต้องการเล้ยยย...”
                                             “จุดอ่อนล่ะ?”       “เธอกำลังถามในสิ่งที่แม้แต่รูฟัสก็ยังไม่รู้อยู่...”      
          วานิลลาที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเริ่มออกแววเครียด...นับเป็นข้อมูลที่น่าสยองที่สุด ที่คราเคนจะมีแม็คเน็ต สเปียร์ด้วย ถึงเบลดซีโร่จะมีโล่เดวิล อาร์มที่แข็งแค่ใหน ถ้าเจอแม็คเน็ต สเปียร์อัดเต็มๆก็พังเป็นเหมือนกัน แถมแม้จะแค่ไม่กี่ส่วนรอบตัว คราเคนก็มีเกราะฟูลบลาสต์ที่บางทีแม้แต่อินฟินิตบัสเตอร์ของเมเทโอเองก็สะกิดไม่เข้า...
                                         
                                              “วางแผนลุยอะไรกันดึกๆดื่นๆว้า~=O=...”       ทาลอสเดินหาวเข้ามาในห้องรวมตัวเฉพาะกิจเอาดื้อๆในระหว่างที่วานิลลากำลังเครียดเอง ก็ไม่ได้สนใจทาลอสชายมาดลุงหนวดครึ้มเห็นบรรยากาศค่อนข้างเครียดจึงแทรกวงเข้ามาดูและเกาคางตัวเองเหมือนใช้ความคิด...
                                               “...ถึงแม็คเน็ต สเปียร์จะโจมตีรุนแรงที่สุดในบรรดาอาวุธอโฟรตอน แต่ก็มีเส้นทางการโจมตีที่ตายตัวสามารถหลบจากระยะไกลได้ไม่ยาก... แต่จากปากจินยอง ไอ้ปลานี่ มันมีเกราะของRuzonด้วยสินะ...ล้มเรื่องระดมยิงจากระยะไกลไปได้”         ทาลอสหมุนจอรูปร่างของคราเคนดูแม้จะไม่ทั่วถึง เพราะขนาดที่ใหญ่ยักษ์ทำให้เกราะครอบคลุมแค่ส่วนลำคัญและตรงแกนพลังงานเท่านั้น
                                              “จินยองเอ๊ย~ไปบอกให้เฮียๆเตรียมกระสุนสลายอนุภาคพลังงานเต็มอัตรามีเท่าใหร่ใส่ไม่ยั้ง”                                                “แต่กัปตันจริงอยู่ ที่กระสุนสลายอนุภาคจะลดความรุนแรงของแสงนั่นได้แต่มันก็ไม่มากพอจากสลายมันไปได้หมดแน่”          ทาลอสเกาหัวเล็กน้อย ในใจได้แต่คิดว่าเซ็งชิบ... แผนของนังหนูวานิลลาก็เข้าทางดีแล้วแท้ๆ ดันมาเจอตอซะได้...
                                              “...งานของเราคือช่วยตัวประกันแต่เจออย่างนี้ อย่าว่าแต่ช่วยเลย แค่จะซัดมันให้ได้ก็เจียนตายแล้ว...เว้นซะจาก...”
                                              “เว้นซะจากจะมีใคร...เข้าไปทำลายมันระยะประชิดและสนุบสนุนจากระยะไกล” เร็นพูดตัดจินยองออกมาสายตาของคนในห้องพากันมองไปที่เจ้าของกันดั้มทั้งสองคน...
                                              “เออ...ให้มันได้อย่างงั้น...”        **ตายแน่...ตายแน่ๆ**
                                              “นั่นปากเรอะ ชิกิ=___=**”    ชิกิลอยมาประจำที่หัวของอิสะกะและเด้งขึ้นเด้งลง
                                              “งั้นชั้นคงต้องขอให้ใส่กระสุนสลายอนุภาคไซส์Lเข้าไปในA.DWaveด้วย”
                                              “จัดให้...”        จินยองตะเบ๊ะทำทีเล่นและหันไปหาอิสะกะที่ยืนครุ่นคิดบางอย่างอยู่ จนต้องเดินเข้ามาชิดที่โต๊ะ และหมุนสเกลของคราเคนให้เห็นด้านข้าง
                                               “ในโหมดปลาดุกยักษ์นี่...บอมแฟลชทั้งสิบกระบอกจะอยู่ข้างตัวหมดเลยเหรอ?”
                                             “อืม...แต่ถ้าเป็นโหมดของโมบิลสูทจะเป็นที่แขนข้างละสาม อกสอง ที่ขาข้างละหนึ่ง...ส่วนเคเบิลช็อคจะอยู่ที่บ่าสองข้างติดๆกับEMP”        อิสะกะเอามือป้องปากครางงึมงำในลำคอและสุดท้ายก็เปลี่ยนมาถอนหายใจแรงๆทีนึงก่อนออกจากห้องไป...
                                              “อิสะกะ...”      วานิลลาส่งเสียงเรียกอิสะกะที่ออกไปกลางคัน
                                              “วางแผนกันไปเหอะ...ชั้นถนัดลุยเดี่ยว และถึงยังไง หน้าที่ชั้น ก็แค่คลุกวงในกับมัน เรื่องกลยุทธ์หรือแผนการชั้นขอผ่านละกัน”      วานิลลาถอนหายใจอย่างจำยอมจากนิสัยและสไตล์การสู้แล้ว คงไม่มีประโยชน์ที่จะบังคับให้เค้ามาทำตามแผนที่วางไว้บางที่การเล่นนอกเกม อาจจะไม่ทำให้พวกเธอต้องไปตายกันหมด...หวังว่า...
                                        “....อะไรของไอ้เด็กนั่นวะ?อย่างนี้มันแข็งกร้าวกว่าทีแรกอีกนา”        ทาลอสบ่นออกมาและหันไปหาจินยองที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากบอกแต่ทาลอสเป็นกัปตันเรือ การที่ลูกเรือมีเรื่องอะไรกัน มีรึเค้าจะไม่รู้แต่แค่แกล้งเซ่อเพื่อไม่ให้บรรยากาศแย่ขึ้นมา

                                       “อา...ไอ้บาลัน...สติแตกอีกแล้วสิ?”“........”      วานิลลาไม่ตอบอะไรแต่บอกผ่านและเข้าสู่การแจกแจงแผนการ แม้ทาลอสจะสนใจกับจิตใจของอิสะกะอยู่ก็ตามวานิลลาองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเหมือนกัน...



---------------------------------------------------------------------------------------------**Next part

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 11-12-2016 07:14 , Processed in 0.115558 second(s), 19 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้