ดู: 222|ตอบกลับ: 0
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
EP.9 คำลวงของอัศวินจอมปลอม




              ยานออสนิกส์เข้าสู่สถานะพร้อมเข้าสู่การรบลูกเรือทุกหน่วยยังคงกระจายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองกันตามหน้าที่จินยองผละจากตำแหน่งในสะพานเรือเพื่อมารับหน้าที่ไพล็อตของบลัตลัตส์ โดยมีน้องสาวเข้ามาทำหน้าที่แทน
                                   “ระบบขับเคลื่อนตอนนี้อยู่ในรูปแบบไหน?”        “ใส่โหมดขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าพลังงานสูงไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินแล้ว เรทรอยด์สไนเปอร์มีพลังงานสำหรับยิงได้สี่สิบนัด ใส่ให้ตามที่สั่ง”
             จินยองมองไปที่ช่างเทคนิคคนหนึ่งและยิ้มให้บางๆ
                                   “ผมจะกลับมานะแม่”           หญิงวัยกลางคนเอื้อมมือมายีหัวลูกชายก่อนผลักให้ไปประจำหุ่น
                                   “...ไม่ต้องห่วงขนาดนั้นพิไร ถึงไงเราก็ต้องลงไปกับพวกมัน... ชั้นก็ไม่ปล่อยมันตายง่ายๆ”     ทาลอสพูดออกมาขณะที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้สั่งการ
                                  “อีกสี่สิบนาทีจะเข้าสู่เขตสงครามค่ะ”         “ประกาศเยลโล่โซน นักบินทุกหน่วย เตรียมตัว!”



              


                               ---อีกสี่สิบนาทีจะเข้าสู่ภาวะสงคราม นักบินเข้าประจำที่เตรียมความพร้อมเผื่อกรณีฉุกเฉิน--
                                “ใกล้แล้วสินะ...”           อิสะกะเลื่อนหมวกนักบินขึ้นมาสวมไว้และกดปิดค็อกพิท แสงไฟระบบต่างๆของเบลด ซีโร่สว่างขึ้นมา  โล่พิเศษเลื่อนเข้ามาประจำที่เดวิลอาร์มเผื่อกรณีฉุกเฉิน
                               ---อิสะกะ...---          ทาลอสติดต่อมาทางช่องทางสื่อสาร อิสะกะเบนสายตาไปหาและกดรับ
                               ---เป็นไงมั่ง?ไม่มีอะไรไม่โอเคใช่ป่ะ?---         “อืม...”         อิสะกะตอบสั้นๆและก้มลงไปแสตนด์บายระบบไว้ แต่ทาลอสยังไม่ยอมตัดสายไปคงมีอะไรจะพูดแน่ๆ...
                                “อะไรล่ะ?”         ---วานิลลาอยู่กับแกรึเปล่า=___=;;---
                                 “ห๊ะ!?!”   ---นังหนูนั่นไม่ได้มาที่สะพานเรือว่ะ-*-...---        อิสะกะถึงกับเย็นหลังวูบและเผลอสะบัดหน้าไปที่หลังเก้าอี้อย่างลืมตัว และกวาดตามองอย่างหาจุดผิดสังเกต...แต่แล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
                                 “...คง...ไปทำธุระรึอะไรอยู่มั้ง...เดี๋ยวก็โผล่มา”
                                                      
                                             หวอ~!!! หวอ~!!!หวอ~!!!
                ยังไม่ทันจะเลื่อนมือไปกดตัดสัญญาณกับทาลอสจู่ๆสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมาสนั่นอิสะกะเสียบแฟลชไดรฟ์เข้าที่คอนโซลเพื่อเตรียมรับสถาณการณ์
                                “เกิดอะไรขึ้น?ยังไม่เข้าเขตเฝ้าระวังนี่...”         ---พวกบลูเวิด์ล! ท่าทางมันจะรู้ว่าเราจะมา!!—
                                “อะไรนะ!?...”
               แผนบุกชิงตัวประกันนี้เป็นการจู่โจมกะทันหันแต่ทำไมข่าวถึงได้แพร่งพรายออกไปถึงหูของพวกRuzonได้?!


                                “กระสุนบีม!!เคลื่อนหลบซ้ายสามสิบองศา!!!”           ทาลอสตะโกนสั่งการในภาวะฉุกเฉินเค้าเองก็หัวเสียไม่แพ้กันที่จู่ๆแผนลอบโจมตีที่วางไว้ถูกทำลายด้วยน้ำมือของไส้ศึกบางคนที่แฝงตัวอยู่
               สายตาของทหารที่อยู่ในโรงเก็บหุ่นต่างเพ่งสายตาไปที่ฟูจิวาระที่เป็นอดีตทหารของRuzonสายตาหลายคู่จ้องมองและยัดเยียดข้อสงสัยให้ เร็นที่มองดูอยู่เองก็รู้สึกไม่พอใจที่จู่ๆA.Dก็ทำเหมือนระแวงพวกเค้าที่เป็นอดีตพวกของRuzonนักหนา
                                   “ไม่เอาน่า~...อย่ามองด้วยสายตาอย่างงี้ดิพวกเรา-*-...”         จินยองออกมายุติความระแวงของทุกคน                             “จินยอง...แกมาออกตัวให้มันทำไมวะ?”      “ก็หมอนี่ไม่ผิดจริงๆนี่”
                                  “แกคงมีหลักฐานนะ จินยอง...”       “เมื่อวานชั้นกับไคจังไปเข้าม่านรูดกัน-O-///”
                                                                ปั่ก!!!
           สันมือของฟูจิวาระสับลงมากลางกะโหลกหนาๆของจินยองเป็นการสั่งสอนจินยองหัวเราะแห้งๆให้ฟูจิวาระ ซึ่งดูอีกฝ่ายจะไม่ค่อยขำด้วย
                                     “เค้าอยู่ในกลุ่มเดียวกับชั้นชั้นเองก็จับตาดูเค้าอยู่”       “...วานิลลา?”     จินยองพูดออกมาเบาๆ แต่ไม่มีท่าทีตอบรับใดๆจากสาวต่อหน้าเลย
                                     “การดักโจมตีนี่เป็นฝีมือของคนในแน่ๆ แต่ไม่ใช่เค้า แต่ถึงยังไง ตอนนี้เราต้องคุ้มกันยานและเข้าสู่ภารกิจกันให้ได้ก่อน รึจะมัวแต่ระแวงกันเองให้โดนฆ่ากันก่อนก็ตามใจ”
                   แม้จะไม่ค่อยพอใจนักแต่ก็ไม่มีเวลาให้ต่อปากต่อคำ การจู่โจมยังมีมาเรื่อยๆ ถ้าไม่ออกไปสกัดการโจมตีไว้ต่อให้เป็นออสนิกส์ ก็โดนยิงร่วงได้เหมือนกัน ทุกคนต่างพากันทยอยกันไปประจำตามโมบิลสูทของตัวเองขาดแต่ฟูจิวาระกับจินยองที่ยังยืนอยู่
                                       “คงต้องใช้เวลาหน่อยสำหรับความเชื่อใจ...ชั้นก็เคยเจอ...”      วานิลลาพูดสั้นๆและลอยขึ้นไปที่เบลด ซีโร่                         “ก็...จริงของเธอน่ะนะ-*-....”        ฟูจิวาระยักใหล่อย่างไม่ค่อยใส่ใจและหันหลังไปประจำที่เมเทโอ                                        “ก็อย่านานนักละกัน...”       ฟูจิวาระพูดและสวมหมวกนักบิน






                                      “ขึ้นมาทำซากอะไร?=___=”           “รีบๆเปิดให้ชั้นเข้าไปเหอะน่ะ- -*...”
                                      “จะเข้ามาเพื่อ?ไปประจำตำแหน่งที่สะพานเรือซะ=___=**”            “ชั้นเป็นเจ้าของหุ่นนะ”
                                     “ชั้นจะไปรบไม่ได้ไปเที่ยว วานิลลา...- -**”   
            อิสะกะต่อปากต่อคำกับวานิลลาหลังจากเธอมาเคาะๆที่หน้าค็อกพิทและบอกให้เปิดให้เธอเข้าไปแต่ดูเหมือนความอดทนของวานิลลาจะไม่มากนัก เธอจัดการหยิบเอาที่อุดหูมาใส่ไว้และดึงสายUSBออกมาจากชิกิพร้อมเสียบมันเข้ากับแล็ปท็อปของเธอที่เสียบสายบางอย่างเข้ามาที่เบลด ซีโร่  
                                      “เอ่อ...คุณวานิลลาครับ... ไม่ทราบว่าจะทำอะไรครับ-*-;;;”            ไม่มีคำตอบจากสาวสวยต่อหน้า มีแค่ชิกิ ที่อ้าปากออกให้เห็นลำโพงที่คุ้นตาออกมา...
                                     “ชั้นจะให้เวลานายแค่ห้าวิ...ถ้าลีลาชั้นจะส่งไฟล์เพลงอันเพราะเสนาะหูที่ขยายความถี่เสียงขึ้นยี่สิบเท่าให้นายฟังแทนเพลงสวดศพนาย(‘ ‘)**”             ยัย...สารพัดพิษ=A=***...
                                       
                                    “เอ้า...ว่ามามีธุระอะไร?” “ชั้นจะไปกับนายด้วย...”
                                    “ห๊ะ!?O___O;;”          “เอาแต่คอยสั่งการอยู่ที่นี่ ก็คงคุมนายได้ไม่มากไปด้วยเนี่ยล่ะดีแล้ว”
                                   “เผื่อเธอจะไม่รู้...ที่เธอบอกจะไปนั่นคือสงคราม- -*” “ตายจริง ไม่บอกไม่รู้เลย...”
             ท่าทางยัยนี่จะเอาแน่ล่ะ=___=;  คงต้องทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้ยัยนี่ลงไปให้ได้--**
                                   “ถ้าไง...ไม่ไปทำธุระก่อนเหรอ?ถ้าไปแล้วจอดให้ลงเหมือนแวะปั๊มพ์ไม่ได้นะ=O=”
                                  “ไม่เป็นไรแต่หน้าด้านมากนะ พูดออกมาได้หน้าตาเฉยอย่างนี้น่ะ โรคจิต- -**”
                                 “ลงไปเถอะ-*-...”           “ทาลอส ได้ยินชั้นมั๊ย?”           เมินกันดื้อๆ-[]-**...
                                  --วานิลลา!?!ไปอยู่ที่นั่นได้ไง!?O___O!!??--     “สถานการณ์เปลี่ยนนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร ยึดแผนเดิม แต่เราต้องมีกำลังสำหรับคุ้มกัน ช่วยทีได้มั๊ย?”
                                --อา~...ตรงๆเลยนะ...กำลังของเราเดิมก็มีน้อยอยู่แล้ว ไม่นึกว่าจะมาเจออย่างนี้เข้า—
                                “ต่อสายฟูจิวาระให้ที...”     –โรส... ต่อสายไปที่ไอ้หัวส้มที--              ไม่ปล่อยให้รอเท่าใหร่สัญญาณของเจ้าทหารRuzonก็ต่อมาหาผมทันที
                               --อา...มีแผนอะไรล่ะ?—          “ชั้นคงต้องขอยืมอินฟินิต แคนน่อนของนายกระบอกนึงแล้วล่ะ”
                                “คิดจะทำอะไรแผลงๆล่ะสิ”     ผมแทรกเข้ากลางคันวานิลลาได้แต่ยิ้มอย่างนึกสนุกและลงมือเซ็ตโปรแกรมสำหรับอินฟินิต แคนน่อน...เอาวะ... มีแต่ต้องตามเกมของเค้าไปก่อน(_ _)









                                 “...ใจเย็นกันจังนะ...ที่ไม่ยอมส่งใครออกมาเลย...”     รูฟัสนั่งมองเหตุการณ์อย่างใจเย็น โดยมีซันเซส และเรโนขนาบข้างแก้วบรั่นดีถูกยกขึ้นมาจิบบางๆ การจู่โจมยังเกิดขึ้นเรื่อยๆและไม่มีท่าทีจะหยุดแต่ก็ไม่ได้มุ่งโจมตีเข้าที่จุดสำคัญของยานเลย
              รูฟัสเพียงต้องการเพียงเย้าหยอกเท่านั้น...รอยยิ้มสนุกเผยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ที่เค้าต้องการมันไม่ใช่แค่นี้...เค้าอยากจะเห็นมันอีกครั้ง... ผืนปีกที่สว่างสาดแสงแต่ก็หุ้มด้วยสะเก็ดไฟแดงฉานราวหยดเลือดนั่น ความปรารถนาที่จะขยี้ให้แหลกเหลวนั่นเค้าต้องการแค่เพียงแค่นั้น ...แค่การกำจัดเบลด ซีโร่ เท่านั้น...
                                 “ลองหนักมือขึ้นอีกหน่อยดีมั๊ยครับ...พันเอก”     เรโนออกความเห็นรูฟัสเองก็ไม่ว่าอะไร เพียงแค่หันมามองเล็กน้อย และคลี่ยิ้มให้
                                 “ตามสมควรเลย...ร้อยตรี”       เรโนและซันเซสแสยะยิ้มออกมาให้กันเรโนสะบัดมือออกและตะโกนสั่งเสียงกร้าว
                                   “แม็คเน็ต สเปียร์!!! เป้าหมาย... ยานออสนิกส์!!”

                ยานบลูเวิด์ลเปิดเกราะหน้าออกและกระบอกปืนกระสุนพลังงานก็ถูกเลื่อนออกมา กระบอกปืนขนาดยักษ์เริ่มเรืองแสงและปล่อยกระแสไฟฟ้าน้ำเงินเข้มออกมาเสียงหวีดสูงของพลังงานที่ควบแน่นดีงเสียดจนน่าแสบหูดวงแสงเริ่มมีแววบิดเบี้ยวอยู่ตรงแท่นควบคุมพลังงาน
                                   
                                   “พร้อมยิงครับ...!”           “ดี!! มันไม่ส่งใครมาคุ้มกะลาหัวด้วย!ซัดมันเลย!!”
               กระสุนลำแสงแม่เหล็กถูกซัดออกไปอย่างรุนแรงคลื่นอัดอากาศซัดออกมาเป็นวงกว้างลำแสงขนาดมหึมาทอแสงม่วงอำไพพุ่งเข้าหายานออสนิกส์และจะคร่าทุกชีวิตบนยานนั้น
                                    “อัตราคลาดเคลื่อนศูนย์!!โดนแน่ครับ!!”
                แสงสว่างฉาบทาบยานออสนิกส์และส่งเสียงระเบิดกัมปนาทดั่งสนั่นแรงระเบิดมหาศาลแผ่แรงอัดเอาซากต่างๆรอบๆปลิวกระจายไปหมดเหลือแค่เพียงเงาไอร้อนที่ยังพวยพุ่งเป็นม่านบังตาเท่านั้น

                                     “อ่ะฮ่าๆๆๆๆ!!!เป็นไงล่ะ!?ง่ายดายจริงๆ!!ช่างง่ายดาย ฮ่าๆๆๆๆ!!!”        เรโนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแสนสะใจ รอดจากแม็คเน็ตสเปียร์ได้ก็ปาฎิหารย์แล้ว...
                                    “คงหมดงานเราแล้วสินะ...แค่นี้ก็ร่วงแล้วเหรอ?...ออสนิกส์”        ซันเซสแสยะยิ้มดูแคลนออกมาและทำท่าจะวกหลังออกจากห้องสั่งการ
                                    “ยังก่อน...”         รูฟัสเอ่ยเบาๆและจิบบรั่นดีอีกครั้งทั้งเรโนและซันเซสเงียบลงและหันมาที่จอภาพ
                เงาควันยังคลุ้งอยู่แต่ก็บางลงไปตามลำดับ... ค่อยๆบางลง จนเผยให้เห็น...
                                 
                                  “...ไอ้สารเลว...นั่น...”              “...กันดั้ม?”        เรโนกดเสียงต่ำเหี้ยมเกรียม ทำไมแกถึงมาเสนอหน้าอยู่กับA.Dกัน?!     “เอาล่ะ...ขอดูที่ซิ...พลัง ของความกลัว...”








                 อิสะกะลดโล่ลงไปข้างลำตัวปีกแสงยังคงสาดแสงเหลืองทองอยู่และค่อยๆจางลง  โล่ห์ที่เร็นติดตั้งให้มีพลังของอนุภาคฟูลบลาสต์เทียมอัดแน่นอยู่จนสามารถผสานกับเดวิล อาร์มแผ่อนุภาคพลังงานสำหรับป้องกันการจู่โจมได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ระยะเวลาจะจำกัดก็ตาม
                                      “รูฟัส...”         อิสะกะเรียกชื่อของศัตรูอย่างแค้นราวกับไฟ สารเลวที่ฆ่าอาจารย์... และพรากคนสำคัญของคนอื่นได้อย่างหน้าตาเฉย

                                      “วานิลลา...”               “หืม...”
                                     “พวกมัน...ชั้นยิงได้ใช่มั๊ย?”        “อย่าบ้าเลือดนักน่ะ...ตอนนี้เป้าหมายของเราไม่ใช่ยานนั่น”
                 แม้จะรู้ว่ามันไม่ควรแก่เวลาแต่ว่าดูท่าเค้าจะไม่มีภูมิต้านทานความแค้นในตัวเท่าใหร่
                                      
                                       “ปกป้องชั้น...ตอนนี้ ชั้นเชื่อใจนาย...ได้โปรด...”           วานิลลากุมมือของอิสะกะเบาๆเธออ่อนเสียงอย่างเว้าวอน ไม่เพียงแต่เธอ ถ้าทุกอย่างพลาดทุกคนบนยานจะต้องจบชีวิตลงอย่างไม่มีข้อสงสัย
                                        “อิสะกะ...”


                         “โธ่เว้ยยยยยยย!!!!!!!”            อิสะกะสบถออกมาอย่างคลุ้มคลั่งวานิลลาเองก็ดูตกใจกับปฎิกริยาของเค้า จึงสะดุ้งขึ้นมา ไกปืนของอินฟินิตแคนน่อนที่อยู่กลางหลังถูกคว้าออกมาฟาดใส่ยานบลูเวิด์ล  
                                    
             ลำแสงขาวสว่างรวบรวมพลังและปล่อยออกไปกระสุนแสงนัดมหึมาไม่ต่างจากแม็คเน็ต สเปียร์พุ่งเข้าใส่ยานของรูฟัสอย่างรวดเร็วเหล่าลูกเรือพากันทำอะไรไม่ถูกจนรูฟัสออกคำสั่ง
                                         “เปิดไอฟิลด์ระดับห้า!! กางม่านสลายอนุภาคลำแสงเต็มกำลัง!!”
                                       “เคลื่อนหลบทางขวาเต็มกำลัง!!”
              ม่านพลังงานดูไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าอำนาจทำลายล้างของอาวุธสุดยอดของเมเทโอบุลเล็ต ม่านไอ ฟิลด์แตกยับเยินเอาแทบจะทันทีที่เกิดการปะทะและม่านสลายอนุภาคก็ราวกลับเป็บเพียงฝุ่นควันที่ไม่ได้ช่วยลดทอนอานุภาพของกระสุนเลย
              ยานทำลายล้างที่ไม่อาจจะพาขนาดอันใหญ่โตหนีรอดจากลำแสงจากอินฟินิตแคนน่อนได้ทัน จึงต้องเสียหน้ายาน ซึ่งเป็นที่ประจำของแม็คเน็ต สเปียร์ไป
                แรงระเบิดของแม็คเน็ต สเปียร์ทำเอายานถึงกับเสียหายหนักโดยการยิงเพียงทีเดียวซึ่งนั่นสร้างความไม่โสภาให้รูฟัสเท่าใหร่ ไม่นึกว่าอาวุธที่ตนบรรจงสร้างมาจะแว้งมาเล่นงานเอาขนาดนี้
              ...แสดงว่าที่อยู่บนนั้นมีนายด้วยสินะ...ฟูจิวาระ...   รูฟัสนิ่งเงียบและถามตัวเองในใจ และให้สัญญาณถอย สำหรับตอนนี้ยานของเค้าต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน ไม่งั้นได้มีระเบิดเอาดื้อๆแน่









               ตุบ...

                  อิสะกะทิ้งตัวลงพิงเบาะอย่างหน่ายเซ็งใจจริงอยากจะยิงให้แหลกไปทั้งยานด้วยซ้ำ แต่ทำไงได้... กระสุนมันมีแค่นัดเดียว...
                                          “มองอะไร?แปลกอะไรนักรึไง?”          อิสะกะหันไปแหวใส่วานิลลาเบาๆแต่สาวสวยกลับไม่ได้ตอบโต้ ได้แต่ยิ้มให้อย่างเบาใจ
                                         “นาย...ไม่ใช่อาวุธจริงๆนั่นล่ะนะ...”           “มันแน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
                                         “ชั้นนึกว่านายจะยิงไปที่ตัวยานซะอีก...”         “ระดับยานที่รูฟัสนั่งอย่างน้อย ก็ต้องมีระบบของฟูลบลาสต์คุ้มกะลาหัวอยู่แล้ว เลยไม่อยากเสี่ยงให้ตายเปล่า...ไม่ได้ห่วงใครหรอก- -+”
                                         “ทำไมถึงได้เป็นคนปากหยั่งงี้น้า~?...”     วานิลลาย่นคิ้วอย่างขัดใจไอ้คนขี้เก๊กเอ๊ย... แต่ก็เอาเหอะ คาแรคเตอร์เป็นอย่างนี้นี่นะ
                                        “ว่าไงนะ- -**”      “เปล่านี่- -**”
                                         ---NiceShoot!! ยิงแม่นเอาเรื่องว่ะ—                “ภารกิจต่อไปล่ะ?”
                                       ---เราจะร่อนลงไปที่นอกเขตมาเรียน่ากัน... ท่าทาง...A.Dที่นั่นจะลงมือเร็วกว่าที่คิด---
                                        “มีแต่เรื่องชวนผิดคาดแฮะ”            “ในกำหนดการเราจะลงที่โซนของทหารโมบิลสูทนี่”
               วานิลลาแย้งขึ้นมาถ้ารูปแผนผิดจากเดิมมากกว่านี้ จะส่งผลเสียมาให้ทั้งA.Dและตัวประกันแถมเป็นไปได้... เธอไม่อยากให้อิสะกะเข้าโหมดเดสทรอยเยอร์อีกมันเสี่ยงต่อภาวะอัดช็อคของสมองที่แบกรับรูปแบบของโมบิลคอนโทรลมากเกินไปถ้าเค้าตาย เธอเองก็คงไม่รอด ถึงรอด ก็คงต้องกลับไปมีชีวิตในความกลัวต่อไป




                                       ...จริงอยู่ที่อิสะกะเป็นแบบสมบูรณ์... แต่ก็ใช่จะไม่มีความเสี่ยง...         ในห้องแล็ปบาลันเอาผลการตรวจมาแจงให้วานิลลาฟัง ถึงพลังและความเสี่ยงของโหมดของอิสะกะ
                                        ...ถ้ายังฝืนใช้โดยไม่มีการควบคุม...อิสะกะก็อิสะกะ ตาย...          ...ทำไม?...
                                      ...มนุษย์มีขีดจำกัดในการใช้พลังของตัวเองและนั่นต่างก็มีขีดจำกัดของแต่ละคน...
                                   ...แล้ว?...             ...แต่อิสะกะไอ้เด็กนั่นพอกลายเป็นเดสทรอย จะดึงพลังออกมาอย่างต่อเนื่อง...มากขึ้นและทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ... และถ้าฝืนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นใครก็ทนไม่ได้...
                                   ...วิธีแก้ไข?...       ...อย่าให้มันกลายเป็นเดสทรอยดีที่สุด...ถ้าเมื่อใหร่ที่ค่าซิงโครเกินพันห้าสิบ...นั่นคือยมบาลมาโบกมือเรียกมันแล้ว...
                                  ...มีทางรักษามั๊ย?...      ...ชั้นเป็นหมอเถื่อน...ไม่ใช่หมอเทวดา...ทางน่ะมี...แต่ไม่มีทางสำเร็จ...ถ้าเป็นฝีมือของชั้นน่ะนะ...ออกไปได้แล้วชั้นจะทดลองต่อ...     







                                  **ฮัลโหลใจเย็นนะ ฮัลโหลใจเย็นนะ**    “ขอบใจชิกิ เย็นขึ้นเยอะ ลงไปจากหัวชั้น=___=”
                                   “อีกสามสิบวิจะเปิดโหมดฝ่าชั้นบรรยากาศล่ะนะ”   “ฝากด้วยนะ”
                                  “อิสะกะ...”  “ว่า?”     
                                  “นายจะไม่ปล่อยให้ชั้นตาย...สินะ?”   “แหงอยู่แล้ว...”           วานิลลายิ้มอย่างลองดีตามสไตล์ของเธอและก้มลงไปเปิดเร่งอนุภาคฟูลบลาสต์
                                   “ชั้นเชื่อใจนาย...”


-------------------------------------------------------------------------------------**Next Part
อัพดึกหน่อย ช่วงนี้ บังเอิญทำงานพิเศษอยู่ที่เเฟชั่นรามอินทราอ่ะ-*-
สงครามกับคราเคนอาจจะยาวหน่อย กินเนื้อที่ราวๆสองตอนได้ เเต่ก็จะอัพให้อ่านกันเรื่อยๆล่ะ ช้าบ้าง เเต่ไม่ทิ้งไปดื้อๆเเน่นอน
กับตอนนี้ก็เช่นเคย คอมเม้นต์หรือบวกให้กำลังใจกันนิดนึงเน้อ^w^

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 5-12-2016 23:42 , Processed in 0.042114 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้