ดู: 274|ตอบกลับ: 0
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 8 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
                                             FULLBURST SYSTEM
                                                            DS-669 BLADE 0
                                                        FULLBURST RIZER
                                          
                                    “ฟูลบลาสต์...ไรเซอร์!!!!”               พลังงานของเบลด ซีโร่ฟาดลงมาใส่คราเคนที่รอรับอย่างตายใจแสงสว่างจ้าแผ่พลังงานออกมาเป็นอาณาเขตกว้างทาบบนแขนทั้งสองของคราเคน
             ทันทีที่ลำแสงแตะโดนมือทั้งสองข้างของคราเคนมือทั้งสองข้างของโมบิลอาเมอร์ก็ค่อยๆกลายเป็นละอองแสงและโดนลบหายไปอลันมีสีหน้าช็อคสุดขีด เกราะแสงฟูลบลาสต์โดนพลังงานของเบลด ซีโร่ดูดกลืนจนหายไป

                                   “พระเจ้า...พระเจ้าพระเจ้า พระเจ้า!!!”

                                  “ไม่มีพระเจ้าอะไรทั้งนั้น...ที่อยู่เบื้องหน้าแกตอนนี้ ทุกอย่าง มันเป็นเพียงความว่างเปล่า”
            หยดน้ำตาของอลันหลากออกมาอย่างกลัวตาย ในเวลานี่ พระเจ้าไม่อาจยื่นมือมาช่วยได้ทันเพราะจอมมาร ได้มาพิพากษาเค้าแล้ว ฟูลบลาสต์ไรเซอร์มาต้านไว้ที่ผลึกฟูลบลาสต์ผลึกพลังงานร้าวแตกออกทันทีที่สัมผัสพลังงาน                     


                                         อ้ากกกกกกกกก!!!!!!!!!”

              ฟูลบลาสต์ไรเซอร์กดแรงลงมาผลักพลังงานกลืนกินร่างของโมบิลอาเมอร์ยักษ์จนเลือนหายไปลำแสงสลายตัวลงหลังเป้าหมายได้ถูกกำจัดไปโดยไม่เหลือส่วนชิ้นใดอีกต่อไปแล้วแสงของฟูลบลาสต์ไรเซอร์หดตัวลงจนเลือนหายความเงียบสงัดก่อตัวก่อนจะเกิดการสั่นใหวรุนแรง สนามพลังงานปั่นป่วนแรงพลังงานแสงระเบิดออกอย่างรุนแรง พร้อมสะเก็ดเเสงพลังงานของฟูลบลาสต์จากคราเคนที่พุ่งปลิวลอยลงมาอย่างอ้อยอิ่ง...

              อาทีมิสผละออกจากคริเซเออร์และกลับไปทำหน้าที่ปีกดังเดิม ดวงตาของเบลดซีโร่เปลี่ยนเป็นสีแดง พลังงานทุกอย่างหมดไปกับฟูลบลาสต์ไรเซอร์ จบแล้ว...คนเหล่านี้ ได้รับการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์แล้ว
               เบลด ซีโร่ที่หมดพลังงานลอยลงมาหยุดที่แผ่นน้ำแข็งอิสะกะออกมาจากค็อกพิทและหันมามองผู้คนที่ถูกปลดปล่อย วานิลลาออกมายืนข้างๆหลังร่วมการต่อสู้มาตลอด

                                             “ชาวโลกทั้งหลายจงฟัง!!”              อิสะกะประกาศออกไมค์ ชาวพอว์นที่โห่เฮดีใจหยุดฟัง และเบนความสนใจมาที่เค้า
                                             “ตอนนี้พวกท่านได้รับการปลดปล่อยแล้ว!! ไม่มีอีกแล้วการกระทำที่อำมหิตผิดมนุษย์จากRuzon!! ไม่มีใครที่จะต้องสูญเสียเพราะอำนาจของพวกมันแล้ว!!!”
                ทาลอสมองดูจากบนยานอย่างพอใจภารกิจของพวกเค้าสำเร็จอย่างงดงาม ฟูจิวาระลงมายืนข้างๆโดยมีจินยองมาลงจอดใกล้ๆ...
                                              “การปลดปล่อยครั้งนี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่เราจะทำ... ที่เราจะทำ คือปลดปล่อยโลก!!โลกที่ถูกRuzonช่วงชิง!!ไม่ขึ้นตรงกับอะไรทั้งนั้น ไม่อ้างอุดมการณ์อะไรทั้งสิ้น!!”
                                              “ทหารของRuzonจงฟัง!!คาบคำพูดนี่ไปให้นายแกซะ...”        อิสะกะกดเสียงและประกาศสิ่งที่จะฝากถึงนายใหญ่ของRuzonและรูฟัส...
                                              “ชั้นขอประกาศสงครามกับพวกแกพวกแกทุกคนที่จองจำและทำลายเรา พวกเรา ขอล้างแค้น ระวังเงาหัวของแกเอาไว้...Ruzon!!!”
                  สิ้นเสียงประกาศปลดปล่อยเสียงเฮดังสนั่นก็ดังออกมาจากอัลคาทรัซอย่างแสนปิติ รูฟัสที่มองดูอยู่บนยานแม่มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาอย่างนึกสนใจ นานมากแล้ว จนคิดว่าจะไม่มี...ในที่สุดก็ประกาศตัวออกมาอย่างชัดเจนแล้วสินะ...การท้ารบกับผู้ที่ครองโลกอยู่ในขณะนี้...


                   สัญญาณจากคนที่เป็นนายใหญ่ของRuzonติดต่อมารูฟัสยืนรับ บุคคลปริศนาพูดออกมา หลังจากรู้เรื่องที่อัลคาทรัซ มาเรียน่า
                                              --นานมากเลยนะ...หลังจากการปรากฏตัวครั้งที่แล้ว...—
                                              “ครับ...ต่างกันแค่... คนที่ขับเบลด ซีโร่ ไม่ใช่เกล เบลรัน...และส่อแววว่าจะร้ายกาจกว่ามากด้วย... มีคำสั่งอะไรมั๊ยครับ โอบิลเลีย...”                           รูฟัสพูดกับโอบิลเลียถึงนักบินต่อหน้าเป็นครั้งแรก ที่ได้เจอหน้ากันสินะ...        
                                            –ยกให้นายจัดการกันดั้ม ถึงยังไงต้องการอย่างนั้นนี่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ตอนนี้เราต้องลามือแล้ว และชั้นว่าท้ายที่สุด... เราต้องได้เจอกับA.Dอีกแน่ ขอให้รอถึงตอนนั้น...เมื่อถึงเวลา... เราจะทำลาย ทั้งกันดั้ม... และโลกใบเก่า เพื่อโลกที่สูงส่งและเหมาะสมแก่ผู้ที่ทรงพลังและอำนาจอย่างเรา—
            
                                   




         ใกล้จะมืดเข้าไปทุกที่แล้วสินะแต่การพาคนออกไปเนี่ยมันยากเย็นกว่าที่คิดแฮะ-*-...พวกของเราเลยไปยึดเอาเรือขนย้ายของพวกนั้นมาแต่ก็ยังต้องรอทำลายน้ำแข็งพวกนี้ซะก่อน พอว์นที่ช่วยออกมา ทาลอสบอกว่าจะพาไปไว้ที่โคโลนี่ของA.D มันเกินพอสำหรับคนจำนวนนี้แต่ที่ผมเห็นแล้วรู้สึกดี ก็คงจะเป็นเร็นมั้ง... เพราะเธอเคยเป็นพอว์น และถูกช่วยออกมาแค่คนเดียวพี่ชายเลยยังติดอยู่ในนั้นพอพี่ชายได้รับการช่วยเหลือออกมาเธอจึงพยศรีบบอกให้คนบนยานพาลงมาเร็นสวมกอดพี่ชายของเธออย่างโหยหามาตลอด คุ้มแล้วสินะ...การพยายามและการต่อสู้ครั้งนี้...
                                       “อิสะกะ...นั่น...อิสะกะใช่มั๊ย?”
                เสียงเรียกอย่างไม่มั่นใจดังขึ้นข้างหลังผม แต่ผมกลับรู้สึกคุ้นเคยและเหมือนรู้จักเจ้าของเสียงนั่นแฮะ= =;; ผมหันหลังไปเพื่อมองเจ้าของเสียงในกลุ่มคน ผู้หญิงตัวเล็ก ผมสีดำแสกกลาง ยาวถึงกลางหลังมองมาที่ผมอย่างไม่เชื่อตา
                                        “อิสะกะ!!”        เสียงหวานใสของเธอดึงเอาความจำของผมออกมา
                                        “พ...แพร?=O=;;;”         “ใครน่ะ...”     วานิลลาถามผมเสียงเข้ม        งานงอก=[]=;;




                                 “แล้วบอกชั้นได้รึยังว่าทำไมเธอถึงได้ไปอยู่ในนั้นได้”        “ก็อย่างที่เล่าไงหลังจากคุณเกลตาย และนายก็หายไป พวกนั้นก็เข้ามากวาดล้างพวกเราแทบจะทันที ชั้นเองก็ถูกจับมาพร้อมๆกับทุกคนเมื่ออาทิตย์ก่อน”           “แล้ว...พวกคนที่เหลือล่ะ...ลุงโอเอดะ...”             แพรเงียบไปพอพูดถึงลุงโอเอดะ...รึว่า...
                                  “ลุง...”       “...ถูกจับถ่วงน้ำไปแล้วสินะ...”        เร็นตอบออกมา แทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นี่มัน...ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!!
                                 “เธอ...เคยเห็นเหรอ?”     ฟูจิวาระถามเร็น เธอหันมาและทำสีหน้าราวกับมีความแค้นบางอย่างกับพวกRuzon
                                “ถ้าจะบอกว่าชั้นเจอมากับตัวนายจะเชื่อรึไง? ช่างเหอะ ถึงยังไง การกระทำพวกนั้นมันยังแค่เล็กๆน้อยๆ ถามจริง ตอนที่นายยังเป็นพวกมัน นายไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยรึไง?”
                                “...หาเรื่องทะเลาะเก่งชะมัด”     “ฮึ...!”
                                “เพราะอย่างนั้นตอนที่โดนไล่ล่านั่น ที่ต้องกระโดดลงไปที่คูน้ำนั่น เธอถึงได้ช็อคไป...”
                               “........”    “เธอกลัวน้ำ?”
                                “เพราะใครล่ะ...”           เร็นคว้ามือพี่ชายของเธอออกมาจากกลุ่มและทิ้งฟูจิวาระเอาไว้ ชักเห็นใจหมอนี่ขึ้นมาว่ะ-*-... แต่ตอนนี้ผมเองก็ต้องดูแลแพรเอาไว้ก่อน ดันไปสะกิดเรื่องแย่ๆเข้าซะได้
                               “ชั้นรู้...ว่ามันเจ็บยังไง ...แต่เธอต้องเข้มแข็ง”        แพรพยักหน้าเบาๆและสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนพยักหน้าแทนคำตอบว่าใหว ผมยื่นมือไปลูบหัวแพรเบาๆ และหันไปหาฟูจิวาระที่ยังคงนิ่งอยู่...
                                “ยัยนั่นไม่ได้ตั้งใจเหวี่ยงใส่แกเชื่อสิ...”         ผมตบใหล่ฟูจิวาระเบาๆ ท่าทางมันจะแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็เอา ไม่อยากซ้ำคนล้ม-*-...
                                 “ชั้นรู้...แต่ก็อย่างยัยนั่นว่า ที่ผ่านมา ทำไมชั้นถึงไม่ทำอะไรให้เร็วกว่านี้...”
                                 “มันผ่านมาแล้วเราแก้อดีตไม่ได้”    “...........”
                                 “ที่ทำได้คือสร้างโลก ที่ดีพอที่จะทำให้เธอและทุกคนลืมความเจ็บปวดเหล่านั้น แกทำได้”
                ฟูจิวาระเลิกตาขึ้นและกระตุกยิ้มขึ้นมาและตบใหล่ผมตอบ ก่อนผลักให้ผมพายัยตัวเล็กนี่ไปที่เขตอพยพ                    
                                  “ชั้นไปกับนายได้มั๊ย?(‘‘)”               เฮ้ย=___=;;!!
                                 “ชั้นไม่เหลือใครแล้วนายจะทิ้งลูกแมวตัวน้อยๆอย่างชั้นไว้บนโลกที่โดดเดี่ยวงี้จริงเหรอ(‘ ‘)+*+ ชั้นไม่รู้ว่าชั้นจะโดนไล่จับมาอีกตอนไหนจะถูกฆ่าเมื่อใหร่ ให้ชั้นไปด้วยนะ>___<ใหนตอนที่ลุงช่วยนายไว้นายบอกจะตอบแทนไง แล้วตอนนี้ไม่มีลุงแล้วนายจะเบี้ยวเหรอ?นะนะนะ...”
                 เข้าโหมดดราม่าและล้ำเลิกบุญคุณเต็มรูปแบบ แต่ละคำพูดของแพร ทำเอาผมนิ่ง มึน อึน พูดไม่ออกเป็นสถานะสตั๊นท์แบบย่อมๆ=^=;;
                                     “คนบนยานก็ไม่ค่อยมีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นมาซักคนจะเป็นไรล่ะ?”          วานิลลาตัดสินใจเอาเองโดยไม่ถามความคิดเห็นทาลอสผมหันไปหาคนเป็นกัปตันที่น่าจะคัดค้านไม่ให้ประชาชนขึ้นยานแต่สิ่งที่ผมเห็นคือ...      
                                      “-O-///~”             เค้ากำลังแคะรูหูอย่างเมามันเฮ้ย...นี่แก=___=***
                                     “คิดจะทำอะไรนายเป็นกัปตันจริงรึเปล่า=___=”
                                   “จังหวะนี้ตำแหน่งรองกัปตันที่ว่างอยู่เป็นของวานิลลาว่ะ-___-+”          วานิลลาหันมาและยักใหล่อย่างมีชัย ผมเองก็จนปัญญาว่ะ--*...
                                   “ยัยนี่เป็นประชาชน”        “แฟนนายนี่...ให้มาอยู่ใกล้ๆหูใกล้ๆตา นายน่าจะดีใจ”
                                   “ไม่ใช่ยัยนี่แค่...”        วานิลลาไม่แม้แต่สนใจจะฟังและหันหลังเดินกลับไปทางออสนิกส์เธอไม่สนใจจริงๆนั่นแหละ ไม่งั้นคงไม่มีทางเฉยขนาดนั้น... เอาเหอะ...ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร... ผมได้แต่บอกกับตัวเอง และพาแพรขึ้นไปบนยาน



               อิสะกะที่คิดอย่างนั้นกลับไม่ได้เหลือบเห็นวานิลลา แม้ท่าทีของเธอจะเฉยเมย แต่ทันทีที่เข้ามาในออสนิกส์สีหน้าปั้นปึ่งอย่างงอนในอารมณ์ของเธอก็ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุสาวสวยจิกสายตามองไปที่อิสะกะที่พาเพื่อนสาวที่มีแววน่ารักจนเธอเริ่มขัดใจขึ้นมาบนยาน   เออ...ถึงจะไม่สน แต่เธอคนนั้นน่ะสนนายแน่ๆ...
               วานิลลาคิดและสะบัดหน้าออกจากภาพที่ชวนให้อารมณ์ขุ่นจินยองที่เดินออกมาจากห้องพยาบาล เพราะต้องเข้าไปเช็คสมองจากการรับภาระจากสถานะโมบิลคอนโทรล จินยองเดินออกมาเจอสาวหน้าหงิกเข้าหนุ่มเกาหลีร้องเรียกวานิลลาที่มีแววอารมณ์ไม่ดีให้หันมา

                                         “ทะเลาะกับอิสะกะอีกแล้วสิ...อ๊ะๆ อย่าพึ่งว่าชั้นนะ อย่าพึ่งบอกว่าไม่ใช่เรื่องของชั้นด้วย ชั้นรับไม่ใหวT^T”          วานิลลาเห็นท่าทีที่สุดจะกวนอารมณ์ของหนุ่มต่อหน้าก็อดที่จะหน่ายใจเล็กๆไม่ได้...แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดเค้าหรอกนะ ถ้าไม่นับความลามกเกินขีดมนุษย์นั่น
                                           “ชั้นยังไม่ได้พูดอะไร...แต่นายก็ดักซะชั้นพูดไม่ออกเลยแฮะ...”         วานิลลายิ้มออกมาอย่างนึกปลงคนแบบจินยองนี่เหมาะกับยานที่มีแต่คนขาดๆเกินๆแบบนี้ดี
                                            “ต้องขอบใจแผนของเธอ...ภารกิจเราเลยสำเร็จอย่างนี้ได้...”
                                            “ไม่ใช่ชั้นทั้งหมดหรอก...ตอนสุดท้าย ชั้นคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ”          วานิลลาหวนกลับไปถึงภาพที่พึ่งเห็นมาพลังที่มหาศาลนั่น ที่เธอไม่เคยเห็นหรือรู้มาก่อน ฟูลบลาสต์ไรเซอร์จู่ๆอิสะกะใช้มันออกมาได้ยังไง แล้วทำไมมันถึงได้ทรงพลังถึงขนาดทำลายผลึกฟูลบลาสต์ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นทั้งๆที่ค่าพลังทำลายเป็นศูนย์ พลังงานทุกอย่างหายไปแท้ๆแต่ทำไมถึงยังสร้างพลังทำลายล้างที่ยากจะอธิบายขนาดนั้นได้
                                           “ขอโทษนะจินยอง... ถึงมันจะเป็นแผนที่ทุกคนรอดมา แต่ชั้นคงต้องบอกจริงๆ...ว่าที่ทำให้ทุกอย่างลงเอยได้ดีขนาดนี้เป็นเพราะคนที่ไม่เล่นตามแผนอย่างอิสะกะนั่นแหละ”          จินยองกอดอกและยิ้มออกมาอย่างน่ามองจริงของวานิลลา ถ้าไม่ได้อิสะกะเล่นผิดกติกาคงต้องมีคนที่ต้องสูญเสียมากกว่านี้ก็ได้
                                           “...ชั้นไม่รู้หรอกว่าเธอกับหมอนั่น เกี่ยวกันยังไง รู้แค่ว่ามันสำคัญ”          หนุ่มตี๋หน้าหวานหันมายิ้มบอกบางอย่างกับวานิลลา
                                            “หาโอกาสปรับความเข้าใจกัน...ชั้นว่าอย่างนั้นมันดีกว่านะ”
                จินยองผละออกไปพักผ่อนหลังเสร็จจากทุกอย่าง สำหรับเค้าแล้ว วานิลลาคือผู้หญิงที่ใช่สำหรับเค้าแต่ในตอนนี้ ในดวงตาคู่สวยนั่นของเธอ ไม่มีที่ให้จินยองเลย แต่เค้ายังหวังไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของหัวใจ...


                                           “สีหน้าดูแย่นะพี่- -...”          อายะเหน็บเข้าหลังจากจินยองทำหน้ายากเข้ามา น้องสาวตัวดีวางเครื่องเล่นmp3ลงและมาลูบหัวพี่ชายอย่างปลอบโยน
                                            “ไม่เอาไม่ร้องเดี๋ยวเลี้ยงหนมให้เอ้า-O-+”
                                            “อาย้า~าาา...พี่เนี่ย ไม่หล่อเลยใช่ป่ะ?”         “ถามบ้าอะไรเนี่ย-*-...หนักแล้วนะ”
                                            “พี่จะอกหักใช่ป่ะTOT;;”      “ไปนอนเหอะ ไปนอน==;;”





            ในห้องของชั้น...แสงไฟถูกลดจนเหลือแค่จางๆ พอให้เห็นในห้องวาอะไรเป็นอะไร ชิกิกลิ้งเล่นอยู่กับยูเมะเจ้าเหมียวตัวเล็ก ที่อิสะกะซื้อให้ชั้นชั้นนั่งมองเจ้าสองตัวนี้จี๋จ๋ากันมาได้พักนึงแล้ว ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรเลยราวๆเที่ยงคืนเรือก็จะช่วยลำเลียงคนออกไปแล้วเมื่อกี๊ทาลอสก็เพิ่งเอาชุดฟอร์มกับตรารองกัปตันมาให้ถามจริง นี่คิดจะให้ชั้นเป็นรองกัปตันยานนี้จริงๆ=___=;;

                                     มี๊~...         เสียงเล็กๆของยูเมะดังขึ้นมาเรียกให้ชั้นที่นั่งเหม่ออยู่ให้หันไปหายูเมะซุกหัวเข้ามาคลอเคลียกับมือของชั้นอย่างน่ารักน่าชัง ชั้นอุ้มมันขึ้นมานอนบนตักเสียงเจ้าตัวเล็กครางในลำคออย่างสุขใจ ชั้นควรจะทำหน้ายังไงเวลาเจออิสะกะดี...เค้าเองก็คงไม่อยากให้ชั้นเข้าไปตีสนิทด้วยเหมือนเคยล่ะมั้ง...
                                   “ดันไปทำตัวแย่ๆใส่...ชั้นจะทำไงดี...ชิกิ”
                                   “ถ้าอยากรู้ก่อนอื่นเลยก็เปิดประตูซะ-[]-*”          เฮือก!!O^o;;

                     “ม...มีธุระอะไร?...”           ชั้นปรับเสียงให้เรียบที่สุดท่าทางหมอนั่นจะได้ยินชั้นพูดชัดๆเลย>___<;;;           
                    “ชั้นต้องตอบยังไงเธอถึงจะให้เข้าไปล่ะ=___=”      
                    “ลืมไปได้เลยคิดอะไรของนายถึงจะมาเข้าห้องของผู้หญิงเอากลางดึกกลางดื่น เจ้าเสือผู้หญิง”
                                 “แพรไม่ใช่แฟนชั้นแค่คนที่เคยช่วยชีวิตชั้นตอนชั้นโดนรูฟัสเล่นงาน”
                                 “ชั้นอยากรู้?”     “น่าโมโหชะมัดเธอนี่...”             ยูเมะเดินมาข้างๆชั้นและเริ่มข่วนประตู พร้อมร้องเรียกอิสะกะเหมือนจำได้เจ้าตัวเล็กข่วนประตูไปได้แป้บเดียวก็หันมาอ้อนให้ชั้นเปิดให้อิสะกะเข้ามาเมินเถอะ อย่ามาช่วยกันให้ยาก- -*  
                                                               แกร็ก...                 =^=;;;!?!
                                   **ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ**            “ยินดีต้อนรับ ที่ไหนเล่า?!เจ้าทรยศ>[]<”
                ชั้นหันไปโวยใส่ชิกิที่ทะลึ่งไปคลายล็อคเปิดประตูรับเจ้าปีศาจร้ายนี่ซะได้T^T
                                   “เจ๋ง...ชิกิ”      เจ้าลูกบอลทรยศลอยไปอยู่บนหัวของอิสะกะนี่แปรพักต์กันงี้เลย=___= ชั้นควรจะไปหยิบการ์ดรูมมาล็อคประตูใหม่แต่มันอยู่ไกลมือซะเหลือเกิน เออ ให้มันได้อย่างงั้น-*-...
              ชั้นปั้นหน้าหงิกใส่เจ้าปีศาจเบื้องหน้าบอกให้รู้ไปเลย ว่าไม่ต้อนรับ- -**

                                   “ทำหน้าเหมือนแมวหิวข้าว--+...”           ใครทำหน้าเหมือนแมว ไอ้ปากมาก...
                                   “ทำตาเหมือนผีกินคน--*P”       “วานิลลา=___=*”      “ทำไม- -**”
                                   “พึ่งกลับมาเหนื่อยๆมากวนกันทำไมเนี่ย=O=”        “ชั้นเปล่านิ่...เหนื่อยก็ไปนอน เสนอหน้ามาทำไม เรื่องง่ายๆ- -**”       อิสะกะทำหน้าหน่ายโลกออกมาชัดๆ เออถ้าหน่ายเซ็งนักก็จะไปใหนรีบไปเลยเหอะ ชั้นเองก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นๆล่ะนะ=___=*
                                  “ชั้นจะนอนโทษทีนะ...”        ชั้นเอื้อมมือจะไปปิดประตูแต่คนมือไวก็ดึงประตูรั้งไว้ ....ชั้นเกลียดซีนนี้-*-ชั้นตวัดตาขวางใส่เจ้าเรื่องมากต่อหน้า แต่คนถูกมองกลับไม่สนใจและยักใหล่สบายๆนายหิวลูกปืนนักใช่มั๊ย=[]=**
                                 “พึ่งสามทุ่มกินไวนอนไวระวังมันโตผิดที่นะ- -+”        อยากให้ดีเซิร์ทบนโต๊ะนั่นปลิวมาอยู่ในมือชั้นเดี๋ยวนี้จริงๆ-____-...
                                “นายต้องการอะไรถ้าไม่เข้าท่า ชั้นจะไล่นายไปแบบไม่ไว้หน้าล่ะนะ”         ชั้นเข้มเสียงขึ้นมาอิสะกะที่เห็นว่าชั้นเริ่มโกรธจริงๆผละมือออกไปจากประตูช้าๆและชูมือสองข้างขึ้นเหมือนบอกยอมแพ้
                                 “ชั้นอาจจะเดาผิดก็ได้...แต่ถ้าเธอโกรธจริงๆ... ไม่ว่าเรื่องอะไร ... ขอโทษละกัน”
                                 “..........”         ชั้นกอดอกและฟังที่อิสะกะพูด...ก็ไม่ได้จะฟังหรอก แต่หมอนั่นก็พูดดีๆแล้วไม่ใช่รึไง?               
                   “ชั้นเองก็กะจะไม่สนใจอย่างที่เธอพูดแหละ...แต่ปล่อยไว้ แล้วเข้าหน้ากันไม่ติดเนี่ย มันแย่ไม่ใช่เหรอ?...แถมเธอ ก็ช่วยชั้นมาตลอด... ชั้นเลยอยากมา เอ่อ... ทำนองว่า...ปรับความเข้าใจ...ล่ะมั้ง-__-;;”
            คงยากหน่อยล่ะนะการพูดดีๆของคนที่ไม่เคยเลยน่ะ-v-+อิสะกะเริ่มมืออยู่ไม่สุขและเริ่มมีแววกระวนกระวายให้เห็นเลยทำชั้นเริ่มมีแววอยากแกล้งคนขึ้นมาตงิดๆแฮะ=v=++
                                   “แล้ว...?”       “ขอล่ะT^Tอย่าลากมาที่คำพูดเมื่อกี้ได้ป่ะ เหมือนที่ชั้นพูดมันไม่มีความหมายTT^TT”      
                                  “นายอยากขอโทษ... ชั้นรับแล้วนายอยากจะมาปรับความเข้าใจ ok... แล้ว”
                                  “เธอเลิกโกรธชั้นทีเถอะได้มั๊ยTT__TT และเลิกตัดบทเอาห้วนๆด้วย”          ท่าทางชั้นจะเลือดเย็นไปหน่อยแฮะ-*-...เอาเหอะ... ถึงไงก็ไม่ใช่ความผิดของหมอนี่อยู่แล้วด้วย... บางทีนะ- -+และต่อให้เค้าเป็นอะไรกับผู้หญิงคนนั้นขึ้มมา มันก็ไม่ใช่ธุระของชั้นอยู่ดี
                                    “ก็ได้อยู่แต่ชั้นถามหน่อย...”        “เชิญครับองค์หญิง(_ _)”
                                    “ยังมีใครที่นายมีอดีตอันหวานชื่น ซุกอยู่อีกมั๊ย เผื่อชั้นจะได้ไปพามาให้แล้วนายจะได้สร้างฮาเร็มส่วนตัวบนนี้- -++”      
                                   “ไม่รู้เธอเข้าใจยังไงแต่ชั้นกับแพรไม่ได้มีอะไรกัน และไม่มีอดีตหวานชื่นอะไรทั้งนั้น ดังนั้นเลิกเหน็บแนมทีTOT”          ตอนนี้ไม่แต่ต่อจากนี้ก็ไม่...ไม่แน่ล่ะสิ= =*
                     “โอเค...ถือว่าเกือบเคลียล์ล่ะนะ”       “ฟังดูดี-___-;;”
                     “สุดท้าย นายจะใส่ใจอะไรนักหนา...ในเมื่อชั้นกับนาย เราเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน นายไม่เห็นต้องสนใจชั้นก็ได้นี่...”          ชั้นเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าถามแบบนั้นไปทำไม ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าตัวเองอยากได้คำตอบแบบไหนแต่ชั้นก็ถามมันออกไปแล้ว...
                                   “...เธออาจจะโกรธ...แต่ชั้นเองก็ไม่รู้...”          “.............”
                                   “แต่ที่รู้...คือเธอ...สำคัญกับชั้น ...มากกว่าพาร์ทเนอร์ รึเจ้าของกันดั้ม ...ชั้นไม่รู้เหตุผลด้วยซ้ำว่าทำไมต้องสนใจความรู้สึกของเธอ....แต่เพราะชั้นรู้สึกอย่างั้นล่ะมั้ง ถึงปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆไม่ได้...”
                     “นายไม่รู้...ชั้นเองก็ไม่เข้าใจ... ช่างเหอะ...นายทำดีแล้ว”
                                   “............”       “ชั้นยกโทษให้...ขอโทษนะที่ไม่มีเหตุผลเอาเลย”
                คนตัวสูงต่อหน้าคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนทำไมชั้นถึงรู้สึกผ่อนคลายเวลาที่เห็นมันนะ ทั้งๆที่ตอนนี้ชั้นมีเรื่องที่คิดไม่ตกอยู่แท้ๆ เป็นปีศาจที่ทำให้ชั้นประหลาดใจดีจริงๆแฮะอิสะกะน่ะ


---------------------------------------------------------------------------**
รู้สึกว่าอัพผิดวันนะ สมองมันรวนๆเบลอไงไม่รู้ตอนที่เขียนอยู่ เเต่ก็มาสได้ครึ่งซีซั่นเเรกละ ตอนหน้าคงอัพตามเวลาปกติเเล้ว
ขออภัยผู้อ่านด้วยนะครับ

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 4-12-2016 10:56 , Processed in 0.038103 second(s), 19 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้