ดู: 217|ตอบกลับ: 0
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 6 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
EP.13    แสงจันทร์กับละอองเลือด     เทวากับอัศวิน




             หลังจากเรื่องการถล่มสหพันธ์พวกเราก็โดนขึ้นประกาศจับว่าเป็นอาชญากรร้ายแรง สุดยอดไปเลยแฮะ แค่วันเดียวข่าวก็กระเด็นมาถึงโคโลนี่แล้ว ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในมือโดยมียัยอำมหิตนั่งตักครีมไอติมเข้าปากอย่างแสนสุข=___=;; ฟาดไปเจ็ดแก้วแล้วนะเฮ้ย=O=;;;
                                           “ขอบราวนี่อีกแก้วค่ะ(‘ ‘)”          “กินเข้าไปได้ยังไง?”
                                           “เรื่องของชั้นใช่มะ? นายแค่จ่าย”     “น่ารักซะจริง”             เร็นคาบช้อนตักไอติมและหันมามองผมอย่างเอือมระอาอะไรล่ะ?
                                            “แล้วยังไง? นายชวนชั้นออกมาในวันหยุดอย่างนี้คิดจะทำอะไรอีกล่ะ”
                                           “ดูคำพูดของคนที่ฟาดไอติมแบบไม่เกรงใจกระเป๋าตังค์ชั้นสิ”     
                   ยัยอำมหิตลอยหน้าเหมือนไม่แคร์คำพูดอะไรของผมเลยแต่เอาเหอะ ผมชิน... ที่ผมชวนยัยนี่ออกมาก็ไม่อะไรมากแค่อยากจะทำอะไรให้มั่งเท่านั้นล่ะ อย่างน้อยผมก็มีส่วนผิด ที่เคยร่วมมือกับRuzonจนอาจเป็นเหตุให้เธอสูญเสียอะไรหลายๆอย่าง
                                           “ชั้นชอบA.Dนะ”         
                   จู่ๆเร็นก็พูดออกมาและหันไปมองกลุ่มของจินยองที่ยังคงอยู่ในเกมเซ็นเตอร์ ถ้าจะให้พูดจริงๆ ผมว่ามันต่างกับRuzonจนผมรู้สึกได้เลย.... ผู้คนที่นี่ล้วนมีเป้าหมาย และมีความหวังของตัวเองมันไม่ใช่ความทะเยอทะยานและกระหายอำนาจและการต่อสู้เหมือนRuzon ที่นี่มีทุกสิ่ง ทุกสิ่งที่ผมเกือบจะลืมมันไปแล้ว
                                            “ชั้นรู้สึกดีใจแปลกๆแฮะ ที่ได้ยินมันจากเธอ...”           เร็นยักใหล่เหมือนจะบอกว่าช่วยไม่ได้                                                   “ชั้นได้ครอบครัวคนสุดท้ายของชั้นคืน  ชั้นได้สู้ไปพร้อมๆกับคนที่ชั้นเชื่อใจได้”
                                           “...........”         “ที่พวกนายพูดกับเจ้าประธานทุเรศนั่นน่ะเราได้ยินมันหมดแหละ”
                  เครื่องมือสื่อสารสินะ เป็นอุปกรณ์ที่สะดวกและน่ารังเกียจซะจริง ยิ่งเปิดเอาไว้ตลอดน่ะ= =;; พนักงานยกบราวนี่ของเร็นมาให้เธอเริ่มจะตักมันเข้าปากและมองไปที่ผู้คนรอบๆอย่างอารมณ์ดี
                                               “ตอนนี้เราเป็นอาชญากรแล้วเนอะ”         “อา... ก็ใช่”
                                              “ขโมยกันดั้มจากRuzon ถล่มโมบิลอาเมอร์ ชิงตัวชาวพอว์นจนไม่เหลือแถมยังไปถล่มสหพันธ์กับปล้นเงินเค้ามาอีก สุดยอดเลยเนอะ”          เร็นหันมาเท้าคางแล้วยิ้มถามผม    ฮึ...ก็จริงแฮะ ก็สมกับชื่ออาชญากรร้ายแรงล่ะนะ-v-...
                                                  “ต้องขอบคุณนาย...สินะ”             หา?... เมื่อกี๊ผมหูฝาด?! ผมเงยหน้าขึ้นมามองเร็นอย่างประหลาดใจเมื่อกี๊... เธอเป็นคนพูด!!?? จริงดิ=O=;;
                                                  “เรื่องอะไรล่ะ? ชั้นยังไม่ได้...”         “ถ้าไม่มีนายชั้นคงได้แต่ทำตัวเหมือนตายแล้ว เหมือนอยู่ในRuzon ถ้าไม่มีนาย... ช่วยพาชั้นหนีออกมาชั้นคงไม่มีทางที่จะได้ชีวิตชั้นคืน...”
                                                 “....ชั้นก็แค่...อยากจะชดใช้ มันเป็น ความผิดของชั้น”
                                                 “นายชดใช้มันแล้ว... ชั้นได้สิ่งสำคัญของชั้นคืนแล้วนี่ไง”         
                 แม้จะไม่บ่อยมากแต่เร็นก็ยิ้มออกมาให้ผมอย่างอ่อนโยน  ผมพยักหน้าให้เธอและยกแก้วนมกาแฟขึ้นมาดื่ม                                                          “แล้วก็...เรื่องเมื่อตอนนั้น ...ขอโทษละกัน”         ผมเชยตาไปมองเป็นเชิงถามและวางแก้วลง                                                     “ที่ตอนนั้น...ชั้นพูดไม่ดีกับนาย... ทั้งๆที่นายพยายามเพื่อช่วยทุกคน ขอโทษ”
                                                “ก็ไม่ได้โกรธตั้งแต่แรกแล้ว แต่ก็ดีกว่า ถ้าได้คุยกันแบบนี้”        
                เร็นยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีและตักไอติมในแก้วเข้าปาก เป็นหนึ่งวันดีๆ...ที่ไม่มีเรื่องน่าปวดหัวมาวุ่นวายสินะ... ไม่ได้ผ่อนคลายแบบนี้มานานแค่ใหนกันนะ...
                                               “ไปใหนต่อดี?”         “(‘ ‘)?”                เร็นเงยหน้าขึ้นมาหลังผมถ้าออกมาลอยๆ เธอทำหน้าเหมือนครุ่นคิดและครางงึมงำในลำคอ ก่อนทำท่าเหมือนมีเลศนัยอะไร มาไม้ใหนอีกล่ะ=___=;;
                                               “เห็นชั้นพูดดดีด้วยเลยจะชวนเดทเลยงั้นสิ เจ้าเสือผู้หญิง^=^**”
                                               “เฮ้ย!!ไม่ใช่แล้ว=[]=;;”



               ในเกมเซ็นเตอร์หนุ่มเกาหลีมองออกมามองหนุ่มสาวนอกร้านฟูจิวาระกับเร็นเริ่มจะปรับความเข้าใจกันได้แล้ว แม้จะไม่ค่อยแฮปปี้นักจินยองอมยิ้มอย่างพอใจในผลงานและกลับไปสนใจเกมที่เล่นอยู่ต่อ
                                              “อายะแกขว้างระเบิดใส่พี่=___=*”          “ก็หลบสิเป็นสงครามล่ะตายไปแล้ว”
                                              “แล้ว...อิสะกะซังล่ะ?”       “คงไปอยู่ที่ไหนซักที่แหละเจ้านั่นโลกส่วนตัวสูง แต่วุ่นกว่าฟูจิวาระด้วย พี่ช่วยไม่ใหว-*-...”              อายะแค่นสายตามองพี่ชายที่ทำตัวเป็นกามเทพอย่างหน่ายใจ และกลับไปเล่นเกมต่อ  อิสะกะที่เป็นหัวข้อสนทนาตอนนี้...นอนหมดสภาพอยู่บนตักของเพื่อนสาวอย่างหมดสภาพหลังเล่นเวอร์ชวล ไฟท์แล้วเจอวานิลลาไล่หวดด้วยความแค้นส่วนตัวซะหมดสภาพ
                                               “อำมหิตที่สุด@[]@;;”         “เลิกสำออยแต๊ะอั๋งเธอได้ละเพลินเลยสิ- -+”
                                               “ห๊ะ!?”         “อ...เอ๊ะ!?o///o;;”          ทันทีที่วานิลลาแขวะใส่  อิสะกะกับแพรก็มองหน้ากับแวบนึง ใบหน้าร้อนแดงขึ้นมาเอาดื้อๆวานิลลาเดินเข้าหาเงียบๆและกระทืบเข้าที่เท้าของอิสะกะสุดแรงจนมีเสียงกระแทกออกมาดังสนั่น                       ปั่ก!!!= =**
                                                  “โอ๊ย!!!p[]q;;”          “เจ้าแอบจิต= =***”
                                                   “ช่วยถนอมร่างกายชั้นหน่อยได้มั๊ย!?เดี๋ยวจะได้ตายเพราะเธอก่อนจะตายเพราะรบน่ะสิโหย!! เดี๋ยวตุ้บเดี๋ยวตั้บจะช้ำในตายแล้วTT[ ]TT;;”            อิสะกะโวยออกมาอย่างเหลืออด วานิลลาที่ไม่ใช่ผู้ฟังที่ดีเห็นจะเริ่มมีน้ำโหพาลจะควักเอาปืนกระบอกโตมายิงใส่กันซะดื้อๆ
                                                    “แว้กกกกก!!!ยัยฆาตกร!!!”          “งั้นชั้นขอฆาตกรรมนายรายแรกเลยละกัน!”
                                                    “หยุดนะ!!ทั้งสองคน>O<;;!!”





                                                  “อา~♪ให้ตาย~ สนุกซะจริง~”       จินยองยืดแขนคลายความเมื่อยล้าเดินมารวมกลุ่มและมองมาทางฟูจิวาระและกระทุ้งศอกใส่เบาๆ
                                                   “ไง~♥เกิดอีเว้นต์แหล่มๆป่ะ>w<///”
                                                “เหอะๆ...แหล่มกับผีแน่ะ ชั้นจะหมดตัวกับของกินซะส่วนใหญ่=____=;;”
               ฟูจิวาระบ่นออกมาเนือยๆหลังจากแมวร้ายที่เค้าพามา กลายเป็นเสือกระเป๋าอดอาหารตะบันทุกอย่างที่เห็นเข้ามากินโดยไม่สนใจงบประมาณเลยแม้แต่นิด จินยองหันไปมองเร็นที่หอบถุงกระดาษใบใหญ่ที่ใส่ของกินไว้เต็มล้นอยู่และหัวเราะออกมาแห้งๆ
               อีกด้านหนึ่งอิสะกะเดินออกมาจากเกมเซ็นเตอร์ด้วยใบหน้าแสนจะแฮปปี้  จินยองเริ่มมีหวังว่าแผนการของเค้าคงได้ผลขึ้นมามั่งแล้ว
                                                  “ไง~?ยิ้มกริ่มเชียว เกิดอีเว้นต์แหงๆ^O^”           “ฮึ...^^+”
              อิสะกะยัดอาวุธนานาชนิดใส่มือของจินยอง หนุ่มหน้าหวานรับไปอย่างงงๆอิสะกะวกกลับเข้าไปในเกมเซ็นเตอร์และหิ้วเธอออกมา ด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ
                                               “ไอ้โรคจิต!!! วิปริต!! ซาดิสม์!!!ปล่อย • ชั้น • น้า!!!!”
                              “เฮ้ย!?=[ ]=;;”        จินยองร้องเสียงหลงทันทีเมื่อวานิลาอยู่ในสภาพที่เสื้อนอกหายไป เหลือแต่เสื้อสายเดี่ยวสีน้ำเงินกับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ใส่มาเท่านั้น ส่วนเสื้อยืดของเธอถูกใช่ต่างเชือกมัดมือของเธอเอาไว้ โดยมีแพรที่เดินยิ้มเจื่อนๆตามอยู่ด้านหลัง
                                               “เห็นชั้นยอมไม่ใช่ชั้นทำอะไรเธอไม่ได้ ยัยแมวเล็บหัก^=^**”     
                อิสะกะกรีดยิ้มอย่างจอมมาร วานิลลาที่ถูกแบกอยู่บนบ่าเห็นรอยยิ้มเย็นและแฝงแววร้ายได้แต่หน้าซีด เธอสร้างปีศาจร้ายขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวT[]T!!
                                               “นาย...นายจะทำอะไรชั้น=[]=;;;”         วานิลลาตะกุกตะกักถามปีศาจร้ายที่จองจำเธออยู่อย่างใจคอไม่ดี อิสะกะมองไปตามตัวของสาวสวยบนบ่า  ผิวขาวๆนุ่มๆนี่ มันช่างแลดูหวานซะจริง^=^(ส่อแววเลวเต็มสตรีมแล้วครับพระเอกหนาเนี่ย=w=+)
                                                “นั่นสิ...เริ่มจากไหนดีน้า~?”         “นายไม่กล้า ชั้นรู้T^T”
                                                 “ใครจะไปรู้...ชั้นก็ใช่พระอิฐพระปูน บอกไว้ก่อนนะ...”         “TT^TT”
                                               “ชั้นไม่ชอบป้องกัน ป่องขึ้นมาก็รู้☺”       “อย่าน้า~!!!TT[]TT;;”
                  จินยองมองอย่าหวาดๆก็เคยรู้ๆ ว่าอิสะกะมันปีศาจ แต่ก็ไม่นึกว่าจะมาแนวนี้ด้วย แต่ถึงกับข่มวานิลลาได้คงต้องยอมจริงๆ=w=;;
                                                “พอเถอะ อิสะกะ- -;; เดี๋ยวโดนขยาดไปตลอดชีวิตหรอก”           ฟูจิวาระพูดออกมา ทำนองให้ข้อคิดเห็นอิสะกะถอนหายใจออกมา และหันไปหาเหยื่อที่มองเค้าอย่างหวั่นในใจ
                                                “ถ้าชั้นปล่อย สัญญาว่าจะไม่แว้งกัดชั้น- -+”
                                                “เออ!!รู้แล้ว!!”         “หา~??!!”           วานิลลาหุบปากและทำหน้าขยาดขึ้นมาจริงๆ และนึกคำพูดใหม่ออกมา
                                               “ค...ค่ะ ปล่อยชั้นไปเถอะTT___TT;;”               อิสะกะยิ้มอย่างพอใจก่อนจะค่อยๆวางวานิลลาลงเบาๆ แพรที่ยืนลุ้นอยู่ซักพักรีบเดินมาแก้มัดให้วานิลลา  ทันทีที่หลุดเป็นอิสระ เธออยากจะปรี่เข้าไปขย้ำเจ้าปีศาจเบื้องหน้าซะจริงแต่ความจริงที่ปีศาจต่อหน้าเธอมีฤทธิ์มากแค่ใหน ก็พึ่งประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้ว เธอไม่อยากเสี่ยง เลยได้แต่สะบัดหน้าหนี และเดินหนีออกไปโดยต้องยอมปล่อยความแค้นไว้ และจูงมือแพรติดไปด้วย
     

             วันนี้เป็นวันนึงที่ยานออสนิกส์ได้รับสิทธ์ที่จะพักหลังจากต้องกรำศึกมาอย่างยาวนานงานซ่อมบำรุงและลำเลียงยุทโธปกรณ์ดำเนินต่อไป ด้วยช่างเทคนิคของA.Dบนโคโลนี่ซึ่งมันก็แทบจะไม่ได้มีอะไรเสียหายมากเลยด้วยซ้ำ  ทาลอสมองลงมามองลูกยานกระจายกันเก็บงานที่เรียบร้อยอย่างใจเย็น  ขวดเหล้าที่ขโมยมาจากประธานสหพันธ์โลกยกขึ้นรินใส่แก้ว หลังกินแก้วเดิมไปจนแทบหมด  บนโต๊ะทำงาน รูปดูต่างหน้าของสหายที่จากไปตั้งอยู่บนโต๊ะอย่างดี...
                                      “ไม่มีแกดื่มด้วยแล้ว... เหล้าขวดนี้มันห่วยจริงว่ะ...เกล”            ทาลอสรินเหล้าจนเต็มแก้วอีกใบและเลื่อนไปไว้หน้ารูปของเกลเบาๆ  
                                       “ชั้นนึกว่าพอแกไม่อยู่...พวกเราจะหมดหวังที่จะสู้ซะแล้ว...”
          ราวกับภาพหลอนเพราะเมาได้ที่ทาลอสเหลือบไปเห็นเพื่อนรักนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม      

                                 “เหล้าห่วยๆ...กินอย่างงี้ล่อโซดาเพียวๆเลยสิ=___,=”           ทาลอสก้มลงหัวเราะกับตัวเอง คงเป็นเพียงภาพหลอนเท่านั้น  แต่แค่นั้นก็ยังดี....
                                 “เสนอหน้ามาทำสากอะไรล่ะ...มาเอาตำแหน่งกัปตันคืนไปเลยนะ”
                                “ชั้นทำไม่ได้จริงๆว่ะ...คงได้แค่มาเสนอหน้าให้แกบ่นให้ฟังเท่านั้น...”         เกลซัดเหล้าเข้าไปอีกอึกใหญ่                                  “ชั้นไม่ได้แน่อย่างแก เกล...และชั้นแบกรับมันไปได้อีกไกลแค่ใหนไม่รู้”
                                 “แกจะไปได้จนถึงที่สุดนั่นแหละ...”          “..... แกรู้ได้ไงวะ ไอ้หมอเดา”
                                 “เพราะแกไม่ใช่ตัวคนเดียวไง...”         เหล้าอึกสุดท้ายหายไปในคอของเกลที่ยกดื่มมันจนหมดและวางมันลงที่หน้ารูปตัวเอง        
                                 “ชั้นทำไม่ได้อย่างแกว่ะเกลชั้นไม่ใช่แก และเป็นมันไม่ได้ด้วย”        “เป็นไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็น  ทำสิ่งที่แกเห็นว่าใช่ ทุกคนบนยานเชื่อใจแก แกจะให้ความใจเสาะของแกทำให้พวกเราที่ตายและชั้นสูญเปล่าไม่ได้...ชั้นยกตำแหน่งกัปตันให้ เพราะแกมีคุณสมบัติที่จะนำทุกคน มากกว่าคนบ้าบิ่นอย่างชั้น”
                                  “...เออก็คงใช่...โดยเฉพาะลูกศิษย์แก วินาศอันดับหนึ่ง ...แล้วแกยังให้กันดั้มกับมัน”
                                  “แกคิดว่าไง?”        เกลเชิดหน้าถามอย่างลองดี  ทาลอสส่ายหัวอย่างเสียมิได้...
                                  “แกคิดถูก...ไอ้ปีศาจอย่างหุ่นนั่น... ก็ต้องเป็นมันที่ร้ายพอๆกันนั่นเท่านั้น”         เกลหัวเราะในลำคอและหมุนเก้าอี้พร้อมที่ลาจากทาลอสแล้ว
                                   “เฮ้ย...”                     “อะไรวะเฮ้ย- -*”
                                   “หลายอย่างที่ชั้นทำมา...ที่แกเห็นแกคิดว่าไง...”            เกลกระตุกยิ้มขึ้นมาและเกาหัวของตัวเองก่อนตอบออกมา...
                                    “ชั้นควรตอบยังไงล่ะ?ถ้าแกคิดว่าที่ทำไปมันคุ้ม และพวกเราทุกคนยินดีกับมัน แค่นั้น มันก็ถือว่าสำเร็จแล้วไม่ใช่รึไง?”
                                    “.........”          “ถ้ายังมีพวกเรา...ปลายทางของสิ่งที่เราพยายาม มันต้องมีจริงแน่ๆ”
             เกลหายไปในเงามืดของห้อง  ทาลอสก้มลงมองแก้วเหล้าของเกลที่ยังเต็มอยู่ไม่เปลี่ยนแปลงและเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งห้องที่ว่างเปล่าและเงียบสงัด เค้าแน่ใจแล้ว ว่านั่นมันไม่ใช่ความจริงแต่อย่างใดแต่อย่างน้อย เค้าก็ได้ระบายภาระอันหนักอึ้งให้ใครซักคนได้ฟังแม้มันจะเป็นพียงภาพหลอนก็ตาม
                                   “เฮี้ยนจริงว่ะแกเนี่ย”              ทาลอสกระดกเหล้าจนหมดและกลับไปพิงเก้าอี้ ควรจะออกไปรีแลกซ์ซะหน่อยถ้าจะดี



                  


                ในย่านการค้า  คนกลุ่มหนึ่งยืนจดจ้องอยู่กับกระดานเสี่ยงทายบางอย่างอยู่จินยองลากนิ้วไล่ลงมาตามเส้นที่วาดยุ่งๆหลากสีลงมาเรื่อยๆ
                                    “สอง... เชื่อสิสองน่ะรางวัลใหญ่เลยนะ”            อายะเขย่าแขนเสื้อพี่ชายและจดๆจ้องๆกระดานอย่างตั้งใจ
                                     “ต้องหกสิ!!วันนี้หกเป็นเลขนำโชค=O=**”      จินยองเถียงออกมาอย่างไม่ยอมน้องสาว ฟูจิวาระขึ้นมาแล้วลากเส้นไปที่เลขห้าเอาดื้อๆ
                                     “ต้องห้าสิแกจะเอาปฏิทินนางแบบไปทำซากอะไร=__=;;”
                                     “เดี๋ยวสิ!เกมนี่คุณวานิลลาให้ตั๋วเรามานะ พวกผู้ชายไม่เกี่ยวไม่ใช่เหรอ=[ ]=*”
              อายะโวยขึ้นมาหลังจากที่จินยองเริ่มมีแนวร่วมเข้ามาเอาดื้อๆแถมมาแบบไม่ขึ้นฝ่ายกับใครด้วย
                                     “ฟูจิวาระแกมันไม่เข้าใจความวาบหวามของนางแบบคนนี้เลย=___,=”
                                     “ไม่เข้าใจเฟ้ย= =!!”           “โฮ่ย~... เอ้า!(. .)”               ปั่บ...
              เร็นโผล่มากลางวงและกดเลขสามเข้าโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต
                                      “อ๊า!!!=[]=;;;”        จินยองและอายะร้องขึ้นมาเหมือนสูญเสียความหวังไปแล้วหน้าจอลุ้นรางวัลหมุนไปท่ามกลางนัยต์ตาลุ้นมากมายของคนทั้งสี่ทันทีที่หน้าจอหยุดลง เสียงกระดิ่งโชคดีก็ดังขึ้น
                                     “ยินดีด้วยคร้าบบบบบบ>O</// เป็นเซ็ทสร้อยเงินคร้าบบบบบ!!!”
                                     “นางแบบ...หุ่นนาฬิกาทราย...ของชั้น=[]=;;”
                                     “ตั๋วโอเชียนพาร์คฟรีหนึ่งปีของชั้นT_____T;;”
                                     “เธอฆ่าสองคนนี้ทั้งเป็น รู้ตัวมั๊ย=____=;;”          “ตั๋วกินฟรีสุดหรู...ของชั้น=O=;;”
                                     “เชื่อเค้าเลย=____,,=;;”


          อายะยื่นมือไปรับกล่องกำมะหยี่สีดำมาไว้ในมือ และมองอย่างหมดหวังและยื่นให้จินยองที่วิญญาณลอยออกจากร่างไปแล้วรับไว้และเดินไปเข้ากลุ่มกับวานิลลาที่ยืนดูอยู่อย่างเอือมระอา
                                     “อาย้า~...พี่ไม่เห็นอยากได้เลยอ่าTOT”        “เค้าอยากได้ตายล่ะ ไม่เอาหรอก”
                                     “ทำมายอ่า~TOT?”        “มันเป็นเซ็ตน่ะเห็นมั๊ย? เค้าให้คู่รักใส่กันพี่จะมาใส่กับเค้าล่ะแหยงตายกันพอดี= =;;”                   “พี่มันแย่งั้นเชียวTTOTT;;”             อายะออกเดินไปที่จุดต่อไป ทิ้งให้จินยองที่โอดโอยอยู่คร่ำครวญต่อไป  จินยองมองสร้อยเงินที่มีจี้แก้วขนนกสีดำกับขาวอย่างละเส้นในมือ  และถอนหายใจอย่างจำยอม และมองมาที่อิสะกะ แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธจนออกนอกหน้าขืนรับมา ได้เกิดความซวยขึ้นอีกมิใช่น้อย= =;; จึงยอมละความคิดไปและหันมามองฟูจิวาระที่ยืนอยู่ใกล้ๆแทนฟูจิวาระที่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายมีแววสะดุ้งเล็กๆ
                                      “ชั้น?=O=”        “เออเหลือแต่แก=___=”
                                      “ทำไมต้องเป็นชั้นวะ?”          “แกจะให้ชั้นเอาไปให้อิสะกะแล้วให้มันโดนรถไฟอัดจนแหลกรึไงล่ะ และมันความผิดแกด้วย เอาไปT*T++”          จินยองยัดกล่องใส่มือและชิ่งหนีอย่างรวดเร็วโดยที่ฟูจิวาระที่ยังไม่ทันตั้งหลักปฎิเสธทัน


                                       “อ่ะ!!เฮ้ย!? จินยอง แก!!=[]=**”         เพียงแป้บเดียว ทั้งอิสะกะและจินยองก็หายไปจากตรงนั้น เหลือเพียงเค้ากับเร็นที่ยืนจิตตกอยู่ข้างๆท่าทางจะช็อคสุดๆเลยนะนั่น=^=;;





              ผมก้มลงมามองรางวัลที่เร็นพลาดไปและนึกขำอย่างบอกไม่ถูกแฮะ^^ผมยื่นมือไปลูบหัวคนตัวเล็กกว่าปลอบใจ เร็นหันมามองผมตาเขียว  ผมละมือออกและชูขึ้น และเปลี่ยนมาล้วงกระเป๋าแทน
                                     “ไปต่อเหอะ... ถ้ายังกินได้อีก ชั้นเลี้ยงเอง”         “จริงนะ”             เร็นหันมาหาผมอย่างหวังคำตอบยัยกระเพาะสี่มิติเอ๊ย^^
                                     “อืม... แตช่วยปราณีกันหน่อยนะ”       เร็นยิ้มออกมาอย่างไม่เหลือคราบยัยอำมหิตอีกแล้วเธอเดินออกมาจากซุ้มเสี่ยงโชคและนำผมไป
                              “แล้ว...นั่นกล่องอะไรน่ะไม่ใช่ของกินสินะ?”          “ฮะๆ...เดาถูกแฮะ”
                             “เชื่อเลย...งั้นอะไรล่ะ?”         “จินยองบอกว่าเป็นสร้อยล่ะมั้ง”
                             "หืม~...ดูหน่อยสิ...”             ผมส่งกล่องสร้อยให้เร็นรับไปดู เธอเอามันขึ้นมาเส้นหนึ่งเป็นเส้นที่มีขนนกสีขาวใส และดูน่ารักเข้ากับสร้อยเงินสะอาดนั่น ที่สำคัญ... ผมว่ามันเหมาะกับผิวขาวนวลของเร็นเอามากๆ=///=;;        เร็นเอาสร้อยมาทาบที่คอแล้วหันมาขอความเห็นจากผม
                              “ไงมั่ง?”         “ถามชั้น?O___o;;”
                              “ถ้าพวกวานิลลาอยู่ชั้นจะไม่ถามนายด้วยซ้ำ...”         เร็นสะบัดหน้าหนีผม แต่ผมว่าผมเห็นนะว่าตอนที่ผมถามไป แก้มของเธอเริ่มออกสีชมพูเรื่อๆแล้ว
                               “เหมาะกับเธอดีจริงๆนะ...”         “สมกับเป็นเจ้าเสือผู้หญิงหยอดเก่งมาก^^+”
               แล้วเธอจะต้องการอะไรจากโผ้มมมม=[ ]=;;โลกใบนี้โหดร้ายกับผมมากเกินไปแล้วนะT[ ]T






              แม้จะบ่นไปเรื่อยแต่เร็นก็ค่อยๆเอาสร้อยออกมาจากกล่องและสวมเข้าที่คอของเธอ  มือของเร็นดันผมที่รวบไว้ออก เผยให้เห็นผิวเนียนใสหลังต้นคอออกมา  ฟูจิวาระเองก็ไม่ใช่คนตายด้าน จึงหันหน้าแดงส้มของตัวเองหลบจากภาพยั่วสายตาเบื้องหน้า
                                  “อ...โอ๊ย!! ผมชั้นผมชั้น!!TT[ ]TT”          ตะขอเจ้ากรรมพันอยู่กับผมสีม่วงเข้มของเร็นจนติดแน่น และยิ่งแย่ลงเรื่อยๆฟูจิวาระเดินขึ้นมาและมองอย่างเอือมระอา
                                  “ทำอะไรของเธอเนี่ย?(_ _);;”           “ช่วยทีสิTT____TT”
                                 “เธอเนี่ยน้า~...”               ฟูจิวาระย่อตัวลงมาปลดสร้อยที่มีผมพันอยู่ให้คลายออกมา  กลิ่นแชมพู
หอมอ่อนๆลอยออกมาปั่นป่วนเค้าจนอยู่ไม่สุก  ได้แต่ต้องข่มใจไว้แล้วรีบๆทำมันให้เสร็จๆไป
                                 “เจ็บนะ!!>[ ]<**”        “ข...ขอโทษ!!>_____<”
                                “อ่อนโยนน่ะเป็นมั๊ย?=____=** เบามือหน่อย”            “อย่าพูดอะไรแปลกๆเซ่T[ ]T///”
                                “หา!?นายคิดอะไรแปลกๆใช่มั๊ย!!? เจ้าโรคจิตนี่!!!”        “เฮ้ย!! สร้อยจะขาดนะ=O=;;”
               ฟูจิวาระร้องออกมาได้ผล เร็นชะงักการอาละวาดลงแทบจะทันที และข่มอารมณ์ไว้และบ่นฟูจิวาระงึมงำในลำคอชายหนุ่มลงมือแกะสร้อยออกมาอย่างใจเย็นและติดตะขอให้เสร็จสรรพและเอามือแตะหัวเร็นเป็นเชิงเรียก                  
                                  “เอ้า...เสร็จแล้ว- -...”                  ปั่บ!!!   ปั่บ!!!!= =**            
                เร็นฟาดหมอนตุ๊กตาใส่ฟูจิวาระไม่ยั้ง หลังจากข่มใจอยู่นานในที่สุดก็เป็นอิสระซะที ฟูจิวาระยกแขนป้องกันเอาไว้พัลวันแต่สาวน้อยกลับไม่หยุดมือง่ายๆ
                                  “อะไรเล่า!?=[ ]=ช่วยแล้วมาแว้งกัดกันงี้เรอะ!!?”
                                 “หนวกหูๆๆ!!! เจ้าโรคจิต สัตว์ป่า แอบจิต เสือผู้หญิง!!!”
                                 “โถ่เว้ย!!อะไรของเธอฟะเนี่ย=[ ]=;;”



--------------------------------------------------------------------------**Next part
เบาสบายไปอีกตอนนึง สำหรับเนื้อหาของEp.นี้จะไปทางพักรบก่อนกลับสู่เนื้อหาหลักกันอีกที
ค่อนข้างเงียบเหงาอ่ะT___T บอร์ดนิยายยังไม่ร้างใช่มั๊ยอ่ะT*T;;
เจอกันพาทต่อไปวันศุกร์เน้อ

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 4-12-2016 21:18 , Processed in 0.082812 second(s), 16 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้