ดู: 170|ตอบกลับ: 0
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 6 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
                                                “ชั้นคือ!!!ความกลัวของแก!!!”
                                               “อำนาจของชั้น!!! จะแสดงให้ดู!!!!”

                                                      เปรี้ยง!!!!!
           ดาบสองเล่มฟาดใส่กันสุดแรงจนเกิดเป็นแรงอัดออกมากันดั้มทั้งสองเครื่องยังคงแกว่งดาบใส่กันอย่างรุนแรงถ้าใครเป็นฝ่ายพลาดแม้แต่เล้กน้อย นั่นคือผลลัพท์ของการดวลครั้งนี้คริเซเออร์สั่นอย่างแรงหลังจากรับบีมเซเบอร์ของรูฟัส เบลดซีโร่ถีบเข้าที่ท้องของรีเบลเลียนจนผละออกไป พลาสม่าแม็คนั่มของรูฟัสชักขึ้นมาและยิงใส่ไม่ยั้งอิสะกะยกปืนทั้งสองขึ้นและจ่อยิงโต้กลับระยะห่างของโมบิลสูททั้งสองเครื่องห่างกันแค่รัศมีระเบิด อาทีมิสพุ่งออกไปและโจมตีใส่รูฟัส รีเบลเลียนพุ่งหลีกไปอีกทาง ให้อาทีมิสพลาดเป้าไปดาบทั้งแปดที่พลาดเป้ากราดล้อมยิงใส่รีเบลเลียนไม่ยั้ง อิสะกะพุ่งเข้ามากรีดคมดาบใส่แขนซ้ายของรีเบลเลียนได้เป็นรอบข่วนบางๆ
           โมบิลสูทสีแดงกระแทกเข่าขึ้นอัดเข้าที่ท้องของเบลด ซีโร่และกระแทกศอกใส่ซ้ำ อีจิสง้างจะฟาดใส่ให้ตัวขาดแต่อาทีมิสกลับพุ่งมาและตั้งวงแผ่ม่านแสงป้องกันไว้อิสะกะตั้งหลักขึ้นมาและยิงพลาสม่า แม็คนั่มใส่หน้าของรีเบลเลียน ฟูลบลาสต์กันลำแสงไว้ได้ แต่ควันไฟบดบังการมองเห็นของเค้าไปชั่วครู่ อิสะกะง้างเดวิลอาร์มขึ้นและฟาดแรงลงมาใส่อกของรีเบลเลียนที่ยังไม่ทันระวังตัว
           แม้ฟูลบลาสต์จะกันอานุภาพของหมัดไว้ได้ แต่แรงผลักก็ซัดเอารีเบลเรียนปลิวไปชนซากยานธงที่อยู่ใกล้ๆอิสะกะยิงพลาสม่า แม็คนั่มใส่รีเบลเลียนที่ยังไม่ทันถอยอย่างไม่รีรอแรงระเบิดรุนแรงแผ่ประทุออกมาเป็นดวงแสงแดงโรจน์
                               “สำเร็จ!!”          “ยังอ่อนไป!!!”          รูฟัสโผล่ออกมาจากเบื้องสูงและหวดดาบใส่ อิสะกะยกเดวิล อาร์มขึ้นสกัดรูฟัสมองเห็นช่องว่างที่ข้างสีข้างขวาขาอันใหญ่โตของรีเบลเลียนหวดฟาดเข้าจรถึงกับปลิว ทันทีที่ออกห่างรูฟัสก็กราดยิงใส่ทันที
                ไม่มีเวลาให้หายใจทันรีเบลเลียนพุ่งมาขนาบข้างและชกกำปั้นใส่ คริเซเออร์กันหมัดของรูฟัสไว้ได้ แต่ฟันเนลก็ยังพุ่งออกมาไล่ยิงใส่เบลด ซีโร่สะบัดปีกเพิ่มความเร็วขึ้นอีกและหักหลบลำแสงจากฟันเนลไปเรื่อยๆ
                             “ทำไมถึงไม่เอามันออกมาล่ะพลังแบบฟูจิวาระนั่น พลังที่ร้ายกาจและอำมหิตนั่น!!!”
               รีเบลเลียนฟาดดาบใส่เบลด ซีโร่อีกครั้งอิสะกะคว้าอาทีมิสมาเล่มหนึ่งและสกัดไว้
                            “เธออยากจะแก้แค้นมาตลอดนี่ชั้นอยู่นี่แล้วไง แสดงมันออกมา!!”         
                  รูฟัสกระแทกตัวเบลดซีโร่ออกไป อิสะกะที่ผละหนีขึ้นข้างบน เจอรูฟัสยิงพลาสม่า แม็คนั่มขึ้นใส่ อิสะกะเอียงตัวหลบและหันกลับมายิงตอบรีเบลเลียนบินหลบกระสุน และพุ่งมาหา
                            “ก่อนนี่ใช่!!!ชั้นอยากฆ่าแก อยากแก้แค้นให้คนบนโลก!!! กับสิ่งที่พวกแกทำ!!!!”
               อิสะกะเหวี่ยงดาบใส่แต่ก็สัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า รูฟัสพุ่งหลบขึ้นเหนือหัวและแทงดาบลงมาอิสะกะยิงพลาสม่า แม็คนั่มใส่จนรูฟัสถอยออกไป และลงมายืนประจันหน้าชายหนุ่มนิ่งๆ
                            “แต่ทำแล้วจะได้อะไร...สงครามมันไม่จบลง... ตราบเท่าที่ยังมีพวกแก...”
                           “เพราะชั้นมีอำนาจไงล่ะ...อำนาจ ที่จะชักจูงโลกให้เดินตามทางที่ชั้นสร้างไว้”
                          “เพราะงั้นชั้นถึงต้องทำลายแกอำนาจของแก ทำลายRuzon!! และจบทุกอย่าง!!”
           เบลดซีโร่พุ่งเข้าหารีเบลเลียนและฟาดดาบใส่ รีเบลเลียนยกบีมเซเบอร์สกัดไว้สะเก็ดไฟสาดออกมาจากดาบสองเล่ม
                           “เธอพลาด!!สงครามมันจบหลังจากเธอทำลายพวกชั้นก็จริง แต่มันจะยังคงมีต่อไปตราบเท่าที่มนุษย์จะยังกระหายอำนาจ!! พวกเราเป็นแค่หนึ่งในหลายล้านปัจจัยของสงคราม!ไม่มีอะไรจบทั้งนั้น!!! สงครามจะเกิดตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่ยอมที่จะรับการปกครอง!!!”
                            “ไม่มีใครร้องขอการปกครองจากแก!!”           อิสะกะผลักดาบออกไปและพุ่งไปหารีเบลเลียนที่ผละออกไป                             “โมบิลคอนโทรลคือผู้ทรงอำนาจกว่า ทั้งพลัง ความรู้สติปัญญา เราวิวัฒนาการมา เพื่อปกครองมนุษย์ที่ไม่ได้ถูกคัดเลือก!”
                              “แล้วใครมันเป็นคนเลือกกันเล่า!?”          อิสะกะยิงพลาสม่า แม็กนั่ม และA.D waveออกไปพร้อมๆกัน รูฟัสบินหลบ และฟาดอีจิสใส่อิสะกะที่ยกเดวิล อาร์มรับ
                               “ใครจะไปรู้แต่มันคือชะตากรรม สิ่งที่ฟ้ามอบให้!!”          “คำตอบข้างๆคูๆ!!!”
                              “เธอไม่ได้รู้ถึงมันเลยเหรอ?พลังที่เหนือกว่ามนุษย์เดินดิน พลังที่พระเจ้ามอบให้!!”
                               “หยุดพูดถึงของแบบนั้น!! ถ้ามีจริง!!พระเจ้าบ้าอะไรจะมอบพลังให้คนเอามาฆ่ากันเล่า!!!”
              เบลด ซีโร่เหวี่ยงอีจิสและรีเบลเลียนออกห่างจากตัว พร้อมพุ่งเข้าไปถีบใส่ซ้ำและพุ่งกลับมาง้างดาบฟัน รูฟัสยกโล่ป้องกัน และฟาดดาบลง อิสะกะตั้งอาทีมิสสกัดไว้และฟาดคริเซเออร์ใส่ คมดาบฟาดใส่สุดแรงจนม่านแสงสั่นใหวอย่างแรง
                                “โลกใบนี้น่ะ!!ไม่มีพระเจ้ารึอะไรทั้งนั้น!!!สิ่งที่มีคือพวกเรา แล้วก็ความหวังของเรา!!”
                                “ของพรรณ์นั้นไม่มีพลังพอจะชักจูงโลกได้หรอก!!!”        “แล้วจะชักจูงทำซากอะไรเล่า!!!”
            อิสะกะฟาดดาบยาวใส่ร่างของรีเบลเลียนด้วยความเร็วของฟูล บลาสต์อาทีมิสฟาดซ้ำลงมาอีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆจนร่างของรีเบลเลียนเริ่มกระตุกเพราะแรงดาบรูฟัสที่อยู่ในค็อกพิทมองหาช่องโจมตีกลับ แต่ความเร็วของเบลดซีโร่ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ
                                “โลกนี้น่ะ!! เป็นของเรา!!ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง!!!ไอ้อำนาจงี่เง่าพรรณ์นั้นน่ะ ไม่เห็นจำเป็นซักนิด!! โลกเป็นอยู่ของมันปล่อยให้มนุษย์จัดการทุกอย่างเองเซ่!!อย่ามาวางตัวว่าได้รับประสงค์นู่นนี่นั่นมาแล้วทำอะไรบ้าๆนะ!!”         ดาบทั้งสองเล่มของเบลดซีโร่ฟาดเอาร่างของรีเบลเลียนถอยไปไกล ชายหนุ่มหอบอย่างเหนื่อยขึ้นมา รูฟัสเงยหน้าขึ้นมาและพิงเบาะนักบินเอาแรง
                                 “...แต่ถึงอย่างงั้นแล้วเธอก็ยังไม่เข้าใจสินะ...”           “อะไร!?”
                                 “ถ้าไม่ใช่พลังนั่นของเธอก็ไม่มีทางทำอะไรชั้นได้...”              
                  รูฟัสเริ่มเบื่อที่จะรอแล้วดวงตาอำมหิตของชายในหน้ากากกรีดมองไปที่ออสนิกส์และเลื่อนยิ้มอย่างนึกสนุก...ใช่...ทำให้มันเหมือนๆกับตอนนั้น ถ้าทำ อิสะกะต้องคลั่งแน่ๆ...
                  กระบอกปืนบางอย่างเลื่อนมาประกบที่ลำกล้องพลาสม่า แม็คนั่มของรูฟัส  อนุภาคพลังงานสีม่วงขาวและเสียงหวีดพลังงานแบบนั้น
                                    “แม็คเน็ตสเปียร์!!??!?”            อิสะกะมองอย่างหวั่นกลัว แต่เป้ายิงไม่อยู่ที่เค้า!!อิสะกะกวาดดวงตาไปเบื้องหลัง... ออสนิกส์!!!
                                    “อย่านะ รูฟัส!!!แกจะสู้กับชั้นนี่!!! ยานนั่น...!!!”             “ชั้นไม่สน เพื่อปลุกเธอคนนั้นขึ้นมาอย่างนี้ มันง่ายกว่ากันเยอะ...”
           
                  อิสะกะกัดฟันอย่างแค้นเคือง ผืนปีกของเบลดซีโร่สะบัดออกและพาร่างพุ่งเข้าไปหาออสนิกส์ม่านสลายอนุภาคพลังงานแม้จะป้องกันพลาสม่า แม็คนั่มได้ แต่กับแม็คเน็ต สเปียร์คงจะไม่ต่างจากฝุ่นแป้งธรรมดาๆ ทาลอสพิงหลังเก้าอีกอย่างหมดหวังยานที่เสียหายไม่ไวพอจะหลบอานุภาพของลำแสงนั่น วานิลลามองอย่างจนหนทาง ทหารA.Dที่สู้อยู่ก็ถูกทหารของRuzonขวางเอาไว้
                    เบลด ซีโร่พุ่งมาที่ระยะห่างของออสนิกส์อิสะกะพยายามจะกลายเป็นเดสทรอยด์ให้ได้ แม้ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกำปั้นของเค้าทุบลงอย่างเจ็บแค้น ทำไมล่ะ!!? ทำไมถึงไม่ตื่นขึ้นมา!!?ถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็!!
                                     “พอเถอะ...ไม่ใหวก็ไม่เป็นไร สู้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร...”              เสียงของเธอผุดเข้ามาในหัวของเค้าอิสะกะหันไปมองที่ออสนิกส์ภาพของวานิลลาที่ก้มหน้าและพูดออกมาทั้งเสียงสะอื้นแทรกมาในสมองของเค้า                     
                                     “ชั้นรู้แล้วล่ะ...นายพยายามถึงที่สุดแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว พอได้แล้วล่ะ”
                                     “พูดบ้าอะไรของเธอ...!?”             ราวกับว่าเธอได้ยินคำถามของเค้าวานิลลาเงยหน้าขึ้นมาและออกคำสั่ง
                                    “เบลด ซีโร่!!ถอยห่างจากรัศมีของแม็คเน็ตสเปียร์ซะ!!!”
                                    “พูดบ้าอะไรของเธอน่ะ!!??ชั้นไม่ปล่อยให้ใครตายทั้งนั้น!!”
                                   “ชั้นรู้...นายไม่ใช่คนแบบนั้น”       “วานิลลา...”
                                   “แต่มันไม่ใหวนายก็รู้...ขอร้องล่ะ หนีไปเถอะ ชั้นขอร้อง”
                                   “!!??”            วานิลลายิ้มออกมาบางๆอ้อมแขนของเธอกอดชิกิและไม่อาจกลั้นน้ำตาสายบางๆนั้นไว้ได้                                    “ขอบคุณนะ... เพราะมีนายชั้นถึงได้หนีออกมาจากฝันร้ายได้ซักที...”
                                   “...อย่ามาสั่งเสียกันนะ...”           “อิสะกะ...”
                                  “เงียบไปเดี๋ยวนี้!!!!”
           ใหล่บางของวานิลลาสะดุ้งอย่างแรงจอภาพของอิสะกะฉายขึ้นมาพร้อมเสียงตะโกนของเค้า
                                  --ให้หนีมั้งล่ะ!! ไม่ใหวมั่งล่ะ!!ขอบคุณมั่งล่ะ!!ไม่เป็นไรมั่งล่ะ!!!—
                                   “อิสะกะ....”          --เธอไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ใช่รึไง?—
                                  “แต่ชั้น...”            --ชั้นเชื่อใจเธอ... ขอพลังให้ชั้นได้มั๊ย?—
            อิสะกะยื่นมือออกมาราวกับจะสัมผัสมือของเอที่เค้าเรียกหาวานิลลายิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่รินออกมาและยื่นมือออกมาเหมือนจะสัมผัสเค้าที่มองมาที่เธอ
                                   
                                    “ผิดหวังจริงๆเธอทำให้ชั้นหมดศรัทธา...อิสะกะคุง”           รีเบลเลียนกดไกปืนปล่อยแม็คเน็ต สเปียร์ออกมาลำแสงขนาดยักษ์พุ่งเข้าไปที่ออสนิกส์และเบลด ซีโร่


                                 “ชั้นเชื่อใจนาย!!! อิสะกะ!!!”              


                                                 กิ๊ง!!!
          ดวงตาเหลืองจันทราของเบลดซีโร่สว่างออกมา ผืนปีกจอมมารแผ่สยายและเร่งพลังออกมา อิสะกะคำรามเมหมือนจะปลุกตัวเองที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น




            ในห้องทดลองบาลันควงแก้วเหล้าเถื่อนของตัวเองอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนและมองหลอดยาในมือพลางยิ้มอย่างกระหยิ่มในใจ
                                  “ไม่มีทางร้อกกกก...ลองเจอเจ้านี่ล่ะก็ แกคงจะไม่มีทางกลายเป็นอะไรได้ นอกจากมนุษย์ธรรมดาๆ...เสียใจด้วยว่ะ อิสะก่า~......”            คอมพ์พิวเตอร์ของบาลันส่งเสียงบางอย่างเรียกเค้าให้หันไปหาในใจพลางคิดว่าอะไรกัน ฟูจิวาระเหรอ หรือว่าจินยอง ไม่ใช่!?ปฎิกริยาแบบนี้!!!??
                                 “เป็นไปไม่ได้!!!”               
            
                              

                                                         FULL BURST SYSTEM
                                                 DS-669 BLADE 0
                                               FULLBURST RIZER


                                                             เปรี้ยงงงงง!~!!!!!!~!!!
“อะไรน่ะ!!???”           แม็คเน็ตสเปียร์โดนพลังงานบางอย่างผลักต้านเอาไว้จนบิดงอผิดรูป  แสงสว่างจ้าจากคริเซเออร์และอาทีมิสสว่างขึ้น ผลึกฟูล บลาสต์ที่กลางอกของเบลดซีโร่ส่องแสงสว่างจ้า ดาบแสงเล่มยักษ์เคลื่อนลงมาและปะทะกับแม็คเน็ต สเปียร์พลังงานของสองขั้วพลังสาดแสงให้อวกาศที่มืดดำสว่างจ้าขึ้นมา อิสะกะลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมพลังที่แม้แต่แผนของบาลันก็ไม่อาจปิดผนึกไว้ได้ ดวงตาเหลืองสว่างทอแสงวานิลลาจ้องมองเค้าผู้ลืมตาตื่นด้วยใจที่พองโต ชิกิกระโดดเล่นอย่างมีความหวัง
                        **ลุยเลย ลุยเลย**

          รูฟัสมองพลังของเบลด ซีโร่ ใช่แล้วพลังนี้ แสงที่ทำให้กองทัพของเค้าทั้งหมดหายไปต่อหน้าต่อตา มันปรากฏต่อหน้าเค้าอีกแล้ว

                                                       ฟูลบลาสต์ ไรเซอร์!!!!”
      แม็คเน็ต สเปียร์ฉีกเป็นชิ้นๆและแหลกเป็นละอองแสงราวปุยนุ่น แสงจากเบลด ซีโร่สาดประกายใส่โมบิลสูทของRuzonทุกเครื่องจนแหลกและหายไป  รูฟัสตั้งโล่อีจิสขึ้นพลังทำลายล้างพัดเอายานรบที่เค้ามาด้วยหายไปในวินาทีที่ลำแสงฉาบทับเกราะแสงแตกร้าวออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ และแตกออกเป็นเพียงเศษพลังบางๆและเลือนหายไป  อีจิสที่สูญเสียพลังงานหม่นแสงจนดับลง รูฟัสเฝ้ามองประกายแสงที่วูบดับลงแต่มันยังไม่ได้จบลง ราวกับเป็นการสั่นสะเทือนที่รุนแรงแสงสว่างที่มอดหายกลับมาแผดแรงอัดออกมาจนรีเบลเลียนปลิวกระเด็นเผยความเสียหายออกมาทันที!!
                                                          กึง!!!!~

                                                
           ผืนปีกกว้างใหญ่แผ่กว้างนิ่งสงัดดวงตาของเบลด ซีโร่ทอแสงจับจ้องมาทีรีเบลเลียนอิสะกะสะบัดคริเซเออร์เพื่อปลดอาทีมิสออก
            ละอองแสงของฟูลบลาสต์ของอิสะกะลอยลงอย่างอ้อยอิ่งและสัมผัสที่โมบิลสูทของฟูจิวาระและจินยองคนทั้งสองที่ช็อคจากแรงระเบิดค่อยๆฟื้นขึ้นมา รูฟัสมองไปที่เมเทโอและบลัตลัสต์ที่ฟื้นขึ้นมาอย่างประหลาดใจ
          วานิลลามองอิสะกะที่ตื่นขึ้นมาพร้อมพลังของเค้าแล้วเริ่มจะเห็นแววชนะอิสะกะพูดออกมาเบาให้คนที่รอฟังอยู่ได้ยิน
                            --ชั้นจะกลับไปอีกเดี๋ยวเดียวเท่านั่นแหละ... เธอจะรอใช่มั๊ย?...--         
                           “อืม...ชั้นจะรอ...”             --...ชั้นรักษาเธอแล้วนะ แพร--         หญิงสาวอีกคนหนึ่งยืนยิ้มอย่างเชื่อมั่นในตัวเค้าจนถึงที่สุดวานิลลาหันไปมองแพร เธอผู้ที่เชื่อใจเค้าจนวินาทีสุดท้ายอย่างละอายใจขึ้นมาที่เผลอคิดว่าอิสะกะจะแพ้
             จอมมารกระพือปีกพุ่งเข้าไปหารีเบลเลียนด้วยความเร็วทั้งหมดรีเบลเลียนเองก็พุ่งเข้าใส่เหมือนกัน ดาบสองเล่มฟาดปะทะกันอย่างไม่ยั้งแรงกันดั้มสองเครื่องพุ่งเข้าฟาดฟันกันด้วยความเร็วที่คนไม่อาจมองทันทาลอสและคนบนยานเห็นแค่เพียงเส้นแสงเหลืองและแดงพุ่งเข้าหากันและเกิดแรงปะทะครั้งแล้งครั้งเล่าทุกคมดาบเฉียบคมและทรงอานุภาพขึ้น รูฟัสต้องเอาจริงหลังยืดเส้นยืดสายมานานเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจดังขึ้นมาในสถานการณ์อันเล้วร้าย
                               “ความรู้สึกนี้!!ความกดดันนี่!!! พลังนี่!!!ชั้นจะขยี้เธอ อิสะกะ ทาเมโตะคุง!!!”
                               “งั้นก็ลงมือเลยสิรูฟัส ชั้นก็รอมานานพอดูแล้วด้วย...”
                                                     เคร้ง!!!!
              ดาบสองเล่มของกันดั้มสองเครื่องสะบัดแรงเข้าหากันก่อเป็นประกายไฟลอยค้างในอากาศ รีเบลเลียนฟาดอีจิสใส่ เบลดซีโร่ก็คว้าอาทีมิสมาเสริมและสกัดไว้ การดวลดาบทวีความรุนแรงขึ้นอิสะกะฟาดดาบใส่จนบีมเซเบอร์ของรีเบลเลียนหลุดออกจากอุ้งมือ  รีเบลเลียนก็ฟาดโล่ใส่จนอาทีมิสหลุดออกไปจากมือของเบลด ซีโร่
              อีจิสฟาดลงมาอิสะกะตั้งคริเซเออร์ขึ้นและถีบร่างของรีเบลเลียนออกกำปั้นแดงเพลิงฟาดใส่อีจิสเต็มแรง อนุภาคฟูลบลาสต์ที่เสียหายจากฟูลบลาสต์ไรเซอร์ไม่แผ่พลังออกมาคุ้มกันเหมือนเคย
              เดวิลเบิร์นเนอร์แผดเผาโล่ของรีเบลเลียนจนเป็นรอยความเสียหายรุนแรง พลาสม่าแม็คนั่มของอิสะกะสะบัดลงมาและลั่นไกใส่อีจิสจนผละปลิวไปไกล  
                                                      เปรี้ยง!!!!
              รูฟัสที่ไม่มีโล่และดาบคว้าพลาสม่าแม็กนั่มออกมา พร้อมปล่อยฟันแนลออกมาอิสะกะเคลื่อนหนีฟันเนลและพุ่งเข้าหารีเบลเลียนด้วยปีกแสง  ฟันเนลพุ่งมาดักหน้าและจ่อยิง คริเซเออร์แทงทะลุลำแสงและฟันเนล ก่อนพุ่งเข้าหารูฟัส  ชายในหน้ากากตีลังกาถอยออก และเบี่ยงตัวกลับมาถีบเข้าที่หลังของเบลด ซีโร่และกระโจนไปคว้าบีมเซเบอร์ออกมาสะบัดลำแสงออกมา
                                     “...ชั้นได้เห็นมันแล้วอิสะกะคุง... พลังของกันดั้ม และพลังของเธอ”
                                     “...จะไม่ใช่FULLBURST SYSTEMกับชั้นอีกรึไง?”
                                     “..........”         รูฟัสคลี่ยิ้มอย่างนึกเสียดายแต่ก็ช่วยไม่ได้ คู่ต่อสู้ก็ควรค่าด้วยนี่นะ...
                                    “ก็ได้...ชั้นจะให้เธอดูเอง...”          --พอแค่นั้น รูฟัส...—
                                   “!!?”          จู่ๆ เสียงของนายใหญ่ของรูฟัสก็แทรกเข้ามากลางคันรูฟัสนิ่งฟังอย่างรอรับคำสั่ง                          --รีเบลเลียนไม่มีพลังงานพอจะใช่ระบบนั้น แถมเราเสียทหารไปหมดแล้วสู้ต่อไปก็เปล่าประโยชน์ เอารีเบลเลียนกลับมาที่ฐานซะ...—
                     “...รับทราบ”           “แกน่ะ...ผู้นำของRuzon?”
                                  --เรียกชั้นว่าโอบิลเลีย ...ยินดีที่ได้คุยด้วยนะ นักบินของกันดั้ม—
                                   “........”           --เหมือนจะสุขุมขึ้นนะ...บุคลิคของตอนตื่นสินะ... วิเศษจริงๆ—
                                    “ชั้นจะฆ่าแก...”        --ทุกคนอยากฆ่าชั้น...ชั้นจะรอวันที่เธอมาแล้วฆ่าชั้นก็แล้วกัน—
                                  “แกรอไม่นานแน่โอบิลเลีย...”



------------------------------------------------------------------------------------------**End

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 12:45 , Processed in 0.032211 second(s), 15 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้