ดู: 917|ตอบกลับ: 9

[นิยาย] Watashi Otaku desu ka ? ผมน่ะเหรอเป็นโอตาคุ ? อัพเดทบทที่ 3

[คัดลอกลิงก์]
เกริ่นก่อนนะครับ นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการณ์ + ความคิดประสบการณ์ดูเมะ ผสมผสานกับชีวิตจริงของผู้แต่ง(นิดนึง) จนเกิดเรื่องนี้ครับ(ฮา)

ปล. เรื่องนี้อาจสิ้นคิดไปหน่อย แต่ถ้าใครชอบผมก็ดีใจนะครับ ^^ ผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วย =/\=




บทเริ่ม



เช้าวันเสาร์วันหนึ่ง เป็นวันที่น่าเบื่ออีกตามเคย ผมตื่นมาในตอนเช้าด้วยความคิดที่บอกได้คำเดียวว่า "ทำไมเด็กๆต้องไปโรงเรียนด้วยนะ ? " คิดแล้วมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ผมจึงลุกจากเตียง แล้วลงไปข้างล่างไปทำกิจวัตรเดิมๆ ทุกวัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม้แต่อาหารเช้า ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การไปโรงเรียนทุกๆวัน ที่ได้หยุดแค่วันอาทิตย์ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ ไม่เปลี่ยนแปลง
"เฮ้อ ~ น่าเบื่อจังเลยแหะ วันๆก็ไม่มีอะไร วันนี้กลับมาก็เล่นเกมส์ต่อดีกว่า จะเคลียร์แล้วด้วย"
นี่ล่ะ คือหนึ่งในชีวิตวัยรุ่นของผม กิจวัตรอันไร้สีสัน และเสียงซาวน์แทร๊กใดๆ

ผมชื่อโชตะ คิวาฮาระ โชตะ และเหตุการณ์ที่ผมเล่าไปก่อนหน้านี้ คือเหตุการณ์ที่ผมก่อนจะมาเป็นในสิ่งที่เรียกว่า "โอตาคุ"  สิ่งที่ผมจะบรรยายต่อไปนี้ก็คือ เหตุการณ์ที่ผันแปรชีวิตของผมจากคนที่วันๆไม่มีอะไรทำ ไร้ฝัน ไร้สีสัน ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมด๊า ~ ธรรมดาเลย จนสุดท้ายก็กลายมาเป็น ไอ้บ้า"อนิเม" เข้าขั้นซะง้านนน  และนั่น....เป็นจุดเริ่มต้น ที่ผมได้พบเธอคนนั้น....



บทที่ 1 อยู่ คห. ที่ 2
บทที่ 2 อยู่ คห. ที่ 6
บทที่ 3 อยู่ คห. ที่ 7













 เจ้าของ| โพสต์ 27-10-2013 18:22:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่ 1  เธอน่ะเหรอ เป็นโอตาคุ ?


" ฮ้าวววว ~ "

เสียงหาวยามเช้าระหว่างเดินทางไปโรงเรียนของผมแบบเดิมๆ เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว

" เฮ้อ เลิกเรียนก็กลับไปเล่นเกมส์ที่บ้าน พรุ่งนี้ก็วันหยุดแล้ว มีอะไรให้ทำนอกจากนี้มั้ยเนี่ย เบื่อสุดๆไปเลย "

ผมบ่นพึมพัม แทนที่ว่าจะคิดในใจ แต่กลับพูดเบาๆออกมา หวังว่าคงไม่มีใครได้ยินหรอกมั้ง

" โย่ว ! โชจางงง~ ! อรุณสาว๊าสสสสส "

เสียงตะโกนจากผู้หญิงคนหนึ่ง ดังลั่นมาจากข้างหลัง พอผมหันไป ผมกลับเห็นว่า หล่อนพุ่งตรงมาหาผมอย่างแรงเลยนี่หว่า ?!

พลั่ก!!! เสียงคนสองคนล้มลงบนพื้นอย่างแรง

" โอยย เจ็บจะมัด บอกกี่ทีแล้วว่าอย่าพุ่งพรวดมาหาแบบนี้สิ มาคิเสะ ! "

" ก็แหม วิธีนี้มันช่วยให้โชจัง ตื่นจากพะวัง ความง่วงได้ดีที่สุดนี่นา "

" แค่ทักเสียงดังแบบนั้นก็ตาสว่างแล้วเฟ้ย!! ทำแบบนี้สักวันฉันได้กระดูกหักแหงมๆ "

" ฮ่า ๆ นี่ฉันอุตส่าห์ใช้วิธีอ่อนโยนแล้วน๊า "

" อ่อนโยนบ้านเธอเซ่ ถ้ายังงี้อ่อนโยนจริงๆละก็ ฉันยอมแก้ผ้าวิ่งรอบโตเกียวเลย !!!! "

" อ๊ะ งั้นโชจัง แค่หน้าบ้านฉันก็ได้นะ "

" เฮ้อ... เถียงกับเธอนี่มันเหนื่อยจริงๆ "

" แต่ฉันสนุกนะ ฮิฮิ "

" พอเล้ย !!! "

ผู้หญิงที่พุ่งเข้ามาโจมตีผม เป็นประจำ(เกือบจะ)ทุกๆเช้าคนนี้ก็คือ อิโนคาจิ มาคิเสะ เพื่อนร่วมชั้นผมตั้งแต่ ม.ต้นยันปัจจุบันของผม จะเรียกว่าเพื่อนคงไม่ได้ เรียกว่า

สตอล์กเกอร์จะได้หรือเปล่าหว่า ก็หล่อนท่านนี้เล่นโผล่มาบ่อยๆ ในเวลาที่ผมอยู่คนเดียวตลอด แม้กระทั่งในห้องน้ำชายก็ยังเคยเล้ย ส่วนรูปร่างหน้าตาของหล่อนน่ะ

เหรอ ยัยนี่น่ะ หน้าตาสวย ผมเงางาม อย่างกับดารา สีผมสีดำ คิ้ว ปาก ตา เข้ารูปกับหน้าตายัยนี่สุดๆ รูปร่างก็เพรียวเหมาะสมกับที่เป็น

สาวๆสมัยนี้ด้วย แต่มีอย่างเดียวที่ไม่เหมาะเลยก็คือ นิสัยที่ไม่ค่อยจะเข้ากับหน้าตาเอาซะเลย ค่อนข้างๆเปิ่นๆ เอ๋อๆ ยังไงยัยนี่ก็เป็นดาวเด่นของโรงเรียนล่ะนะ คน

รู้จักก็บานเบอะ เพื่อนก็มีให้เพียบ เรียกได้ว่า คนอย่างยัยนี่ ไม่ว่าใครก็รู้ทั้งนั้นแหละ

" นี่ๆ โชจัง วันนี้วันเสาร์ใช่มะ ? "

" เปล่า วันศุกร์ต่างหาก "

" เอ๋ จริงอะ ?! แต่ในมือถือก็ยังบอกเลยว่าวันนี้วันเสาร์งะ "

" เชื่อเทคโนโลยีมากไม่ได้หรอก บอกละไงวันนี้วันศุกร์ "

" ง่าส์ แย่จัง "

" เฮ้ย ?! นี่เธอเชื่อจริงเดะ ฉันแค่อำเล่นเฉยๆนะ วันนี้วันเสาร์เฟร้ยย "

ตามที่เห็นนี่ล่ะครับ ยัยนี่เอ๋อแบบสุดๆไปเลย แค่อำเล่นนิดหน่อยกลับเชื่อซะง่ายดายเลย แบบนี้มีหวังโดนชาวบ้านต้มตุ๋นง่ายๆแหงมๆ

" อ๊ะ งั้นฉันก็พูดถูกสิ ว่าวันเสาร์ โชจังหลอกกันได้น๊า "

" เออๆ เธอนี่หลอกง่ายจริงนะ แบบนี้เดี๋ยวก็โดนผู้ร้ายหลอกไปกระทำชำเราหรอกนะ เธอนี่ "

" ไม่หรอกน่า ครั้งแรกของ มาคิเสะ ต้องเป็นโชจังเท่าน้านนนน ~ ! "

" ชิ พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย "

" แฮ่ ๆ เขินละซี่ โชจางงง "

" เออๆ พอเถอะ วันเสาร์แล้วทำไม ? นอกเรื่องไปไกลแล้วนะ "

" แต่คนที่จุดพลุก่อน คือโชจังนี่นา คนแรกของฉันน่ะต้องเป็น - "

" พอได้แล้วเฟร้ย ! ผมขอโทษครับที่ออกทะเล กลับเข้าเรื่องเถอะครับท่าน!!! "

" งือ เข้าใจแล้วจ๊ะ "

" อืม ง่ายดีนะ "

" คืองี้ พรุ่งนี้โชจังว่างไหมล่ะ ? "

" อืม... ก็ว่างอะนะ วันๆฉันก็แทบไม่ทำอะไรนอกจากชีวิตปกติของคนนี่แหละ "

" เราไปเที่ยวกันไหม ? "

" หา? เที่ยวเรอะ ที่ไหนอะ ? "

" งือออ นั่นสินะ ที่ไหนดี "

" เฮ้อ เธอนี่ล่ะน๊า คิดจะชวนใครที่ไหน ก็หัดวางแผนให้ดีๆก่อนเซ่ "

" ขอโทษจ้า เอาเป็นค่อยคิดอีกทีละกัน ตอนนี้รีบไปโรงเรียนเถอะ เดี๋ยวสาย "

" คนชวนคุยคือเธอเองนี่หว่า "

*********************

ครืด เสียงประตูเปิดในห้องเรียน พอผมมองไปในห้อง แต่ละคนก็ประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงพร้อมเรียนนะ พร้อมคุยโม้กันต่างหากล่ะ

หลังจากคุยบทสนทนาเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ ทางมาโรงเรียน ผมก็เดินมาจนถึงโรงเรียนกับมาคิเสะจนได้

ผมเริ่มมองหาที่นั่งประจำ หลังห้องของตัวเอง แล้วก็วางกระเป๋าลง พลางถอนหายใจ กับความน่าเบื่อทุกๆวัน เผื่อว่ามันจะหายไปบ้าง

" ไงๆ โชตะ เค้าว่ากันว่า ถอนหายใจครั้งหนึ่ง เท่ากับความสุขในชีวิตหายไปรอบนึงเลยนะเว้ย "

" เหอะ งั้นความสุขของฉันมันคง หายไปทั้งชีวิตแล้วว่ะ "

" แกนี่ล่ะน๊า ยังเรื่อยเปื่อยเหมือนเดิมเลย "

ไอ้หมอนี่คือ มิโนคาวะ ซาตาเมะ เพื่อนสนิทของผม ที่เจอกันมา ตอน ม.ต้น ปี 3 พอมารู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเพื่อนสนิทกันซะงั้น

" ชีวิตฉันน่า ยังไงมันก็น่าเบื่อไปหมด ตั้งแต่รู้ว่าแกอยู่ห้องเดียวกับฉันตอน ม.ปลายปี 1 แบบนี้ ฉันยิ่งเบื่อเข้าไปใหญ่เลย "

" เฮ้ยๆ อย่าพูดเหมือนฉันเป็นพวกคนอื่นคนไกลสิฟ๊าาา เดี๋ยวก็ ปั๊ดยิงเรลล์กันซะหรอก " ** เรลล์กัน ล้อเลียนอนิเมเรื่อง To aru kangaku no Railgun **

" พูดศัพท์โอตาคุตามเคยเลยนะแกเนี่ย "

" หึหึ ชีวิตฉันน่า "

" ไม่ต้องมาเลียนแบบเลยนะเฟร้ย !! "

เจ้านี่น่ะ เป็นโอตาคุบ้าอนิเม แบบเข้าขั้น ประมาณว่า ก่อนตายก็ขอดูให้จบก่อนอะไรแบบนี้ หมอนี่ชอบมาพูดศัพท์อนิเมอยู่เรื่อย ผมฟังแล้วก็เออ ออ ตามมัน

แต่ก็ใช่ว่าผมจะเป็นโอตาคุนะ ก็แค่ถนอมน้ำใจเพื่อนเอง พวกอนิเมอะไรแบบนี้ นานๆผมจะดูที ไม่ใช่พวกคลั่งไคล้อะไรหรอก ที่พอจะรู้จักก็ ดราก้อนบอลเนี่ยแหละ  

โอตาคุในความคิดผม มันคือพวก อ้วนๆ ใส่แว่น ดูหื่นๆ แล้วชอบทำอะไรบัดสี กับสินค้าที่ตัวเองชอบ ผมจึงเอียนไอ้พวกโอตาคุเพราะว่ามันน่ารำคาญนี่แหละ  แต่ใน

กรณีของหมอนี่ มันคนละเรื่องเลยล่ะ

กริ๊งงงงงงงงงงง

" อ๊ะ ออดดังซะละ ไว้คุยใหม่เว้ย โชตะ "

" เออๆ "

" เอาล่ะ เงียบ ๆ ได้แล้ว โฮมรูมเริ่มแล้วนะ "

ท่านผู้น่าเกรงขามที่เดินมานั่น คืออาจารย์สาวประจำชั้น ปี1 ห้อง C ชิมิสึ คาสึโกะ คุณครูผู้เป็นที่เคารพต่อนักเรียนหลายๆคน เห็นแบบนี้ ก็ยังเป็นโสดนะครับ อายุก็ตั้ง

29 ปีแล้วแท้ๆ

" 28 ปี 11 เดือนต่างหากคิวาฮาระคุง มาพึมพัมเรื่องชาวบ้านแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ "

" แหงะ ได้ยินด้วย ขอโทษครับ "

ตามที่เห็นล่ะครับ หล่อนอะหูดีโครตๆ สัมผัสไวยิ่งกว่า ประสาทสัมผัสการดมกลิ่นของสุนัขอีกมั้ง

" วันนี้จะมีเพื่อนใหม่ย้ายเข้ามานะ ทำความรู้จักกันไว้ด้วยล่ะ "

" หา ?! ย้ายเข้าใหม่ กลางเทอมเนี่ยนะครับ ? "

หัวหน้าห้อง ได้ยินแบบนั้น รีบตะโกนถามอาจารย์ผู้น่าหวั่นเกรงทันที

" อ่า พอดีได้ยินมาว่า พ่อต้องย้ายมาทำงานในโตเกียวน่ะ เลยต้องย้ายโรงเรียนกะทันหัน "

" จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงน๊า ? "

" จะเป็นคนแบบไหนเนี่ย ? "

ในระหว่างนั้น เหล่าเด็กในห้องต่างก็ซุบซิบพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว

" เอ้า เข้ามา "

" ค่ะ "

หืมม ผู้หญิงงั้นเหรอ เพื่อนใหม่จะเป็นยังไงผมก็ไม่สนใจหรอกนะ ถึงหูผมจะฟัง แต่จริงๆแล้วตาผมออกไปนอกหน้าต่างแล้วต่างหาก

" คุโรซากิ ยูกิโกะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ "

หลังจากที่เด็กใหม่คนนั้นพูดแนะนำตัว ภายในห้องก็เกิดความเงียบสงัดขึ้น ด้วยความที่อยู่ดีๆ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ผมเลยหันหน้าไปหน้าห้องเองอัตโนมัติ

" ............................................ "

นะ - น่ารักชะมัด !!!!

ผมคิดในใจพลางมองเด็กใหม่ที่อยู่ในห้อง ผมพลิ้วไสวสวยสีชมพูดังไหมที่ทอใหม่ๆ ใบหน้าเข้ารูปพร้อมกับปาก ตาและคิ้วแบบนั้น...! รูปร่างกำลังดี โดยรวมภาย

นอกแล้ว บอกได้คำเดียวว่า น่ารักสุดๆ!!!! สมกับเป็นวัยกำลังโตเลยจริงๆ

" โมเอะ สุดๆไปเลยว่ะ เนอะ โชตะ ? "

" ............... "

ซาตาเมะหันหลังมาคุยกับผมเบาๆ แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรนอกจาก จ้องมองเธอคนนี้อีกแล้ว

" เฮ้ย ๆ โชตะเป็นไรวะ จ้องซะตาค้างเลย "

" อ๊ะ โทษทีๆ เมื่อกี้เอ็งว่าไรนะ ? อะไร เอะ ๆ "

" โมเอะเว้ย โมเอะ เด็กใหม่นั่นโครตโมเอะเลย "

" โมเอะ....... อ๋อ ไอ้นั่นน่ะเหรอ "

เอาอีกแล้ว หมอนี่ชอบพูดศัพท์โอตาคุเข้าใจยากอยู่เรื่อยเลย ยังดีนะที่ได้ยินคนเค้าพูดผ่านในเน็ตกันบ่อยๆ ไอ้คำว่าโมเอะเนี่ย มันหมายถึงเอาไว้ชมว่าผู้หญิงคนนั้นน่า

รักใช่มั้ยล่ะ

" อืม...... ที่นั่งของคุโรซากิ.... อ๊ะ คิวาฮาระ ข้างๆเธอ ว่างใช่ไหม ? "

" ห๊ะ ?! หรือว่า.... "

" ตอบหน่อยซิ คิวาฮาระ "

" อ่า...ครับ "

" เอาล่ะคุโรซากิ ที่นั่นของเธออยู่ตรงนั้นนะ "

เอาแล้วสิ อยู่ดีๆ ใจก็เต้นแรงขึ้นมาซะยังงั้น นี่มันอะไรกัน ความรักงั้นเหรอ ?!

" ฝากตัวด้วยนะ คิวาฮาระคุง "

" ................ "

ธะ - เธอทักเราด้วย เอาไงดีฟระ ตอบกลับยังไงดี ?!

" อะ.... "

" เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงมากเลยนะเธอน่ะ ? "

" มะ - ไม่เป็นไร.... "

ไม่ไหวๆ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่เราประหม่ากับผู้หญิง เธอคนนี้ต้องเป็นนางฟ้ามาโปรดแน่ๆเลย !!!

โป๊ก ! เสียงปากกาเมจิค พุ่งเข้าหากระโหลกคิวาฮาระอย่างแรก !!

" อ๊ากก เจ็บโว้ยยย "

" อย่ามัวแต่ทำหน้าระรื่นคิวาฮาระ เค้าเริ่มโฮมรูมกันแล้ว "

" ค - ครับ อาจารย์ !! "

*******************************************

กริ๊งงงงงงงง !!!

" เอาล่ะ หมดคาบโฮมรูมแล้ว กลับบ้านกันดีๆด้วยล่ะ "

" นักเรียน เคารพ !! "

หมดคาบแล้วสินะน่าเบื่อชะมัด ทั้งเวลาเรียน ทั้งเวลาเลิกเรียน น่าเบื่อไปหมด กลับบ้านเลยดีกว่า

" เฮ้ๆ โชตะ ฉันมีของใหม่มานำเสนอว่ะ "

" หืม... อะไร ? "

" แท่น แท๊นน Light Novel ซีรีย์น้องสาวล้วนๆ เว้ย " ** ล้ออนิเม Ore no Imotou ga konna ni kawaii wake kanai

" มันคืออะไรวะ ? "

" นิยายชื่อดัง เกี่ยวกับความรักในโอตาคุของน้องสาว แล้วพี่ชายก็มาเอี่ยวไงล่ะ มันส์มากๆเลยนะโว้ย "

อืม..... หน้าปกแบบนั้น ก็เคยเห็นผ่านบ่อยๆในโลก Social อยู่นะ

" แล้วไง ? "

" เฮ้ยๆ อย่าทำใจแข็งหน่อยเลย เอ้า ให้ยืม !! "

" แล้วทำไมฉันต้องอ่านด้วยฟระ... "

" เอาน่าๆ หนุกมากนะเว้ย เผื่อแกจะติดของแบบนี้กับฉันบ้าง "

" เออ ๆ ก็ได้ๆ "

ที่ผมรับมา ไม่ใช่ว่าผมอยากอ่านนะ รักษาน้ำใจต่างหาก จริงๆแล้วไม่อยากจะอ่านเลยสักนิด แหงล่ะ ก็ที่บ้านผมเองก็มีน้องสาวอยู่หนึ่งคนนี่หว่า จะให้อ่านของแบบนี้

มีหวังจิตใจปั่นป่วนพอดี

" งั้นฉันกลับบ้านล่ะนะ "

" เจอกันเว้ย โชตะ ! "

สุดท้ายก็หยิบติดมือมาอยู่ดี ไหนๆก็เอามาละ เปิดดูสักหน่อยดีกว่า

" เห้ย.... ตัวหนังสือเต็มไปหมด..... ไอ้บ้าซาตาเมะอ่านได้ยังไงวะ "

ผมบ่นพึมพัมไป พลางเปิดผ่านๆไป ดูภาพประกอบเอาแทน ตัวอักษรเยอะแบบนั้น มันไม่เหมาะกับคนอย่างผมเลยสักนิด!

ผมเดินออกจากห้องเรียน เดินผ่านระเบียงโดยที่ไม่ได้มองทาง มองแต่ภาพประกอบในนิยายเล่มนั้นอย่างเดียว จน....

" ว้าย! "

" อั๊ก! "

โอยย ชนกับคนจนได้สิน่า ไอ้นิยายบ้าเพราะแกแท้ๆเลย

" เฮ้ เดินดีๆหน่อยสิ "

" ข - ขอโทษค่ะ... "

" อ่าว คุโรซากิซัง... "

" หืม... คิวาฮาระคุง... "

จึ๋ย ซวยล่ะสิ จ่อหน้ากับแบบประชิดสุดๆ ไม่ทันตั้งตัวเลยเว้ย

" นั่นมัน... "

คุโรซากิซัง มองลงมาบนมือขวาของผม ทั้งๆที่ยังถือนิยายเล่มนั้นอยู่

กึ๋ย.... หรือว่าคุโรซากิซัง จะเกลียดโอตาคุ..... ซวยล่ะสิ ไม่น่าหยิบของแบบนี้มาเดินอ่านเลย

" เธอน่ะ.... "

" เอ๋... อะไร...เหรอ... "

เอาล่ะสิ คำพูดผมเริ่มมั่วซั่วแล้ว จนตรอกแล้วสิเรา

" เธอน่ะ........ ชอบอ่าน Light Novel เหมือนกันเหรอ! "

" เอ๋.....................?! "

ผิดคาด ! ผิดคาดเลยแหะ มาแนวนี้เหรอออ ?!

" หืม... หรือว่าคุโรซากิซังก็เป็น... โอตาคุเหรอ ? "

" ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกจ๊ะ แค่บ้าอนิเม บ้าอ่าน Light Novel แค่นั้นเอง "

" งั้นเหรอ... "

" นี่ๆ เธออวยใครในเรื่องนี้หรอ ?? "

" เอ๋...? "

ซวยล่ะสิ ผมยังไม่ได้อ่านเลยสักนิด ชื่อตัวละครก็ยังไม่รู้เลย....

ผมแอบเปิดเล่มนั้นขึ้นมาซุ่มหน้าเอามั่วๆ แล้วบังเอิญเจอชื่อคนหนึ่ง เลยพูดออกไปแบบมั่วๆ...

" เอ่อ... คิ..ริ..โนะ.. ล่ะมั้ง "

" เอ๋ เธอเป็นพวกชอบอวยน้องสาวเหรอ ฉันอวยอายาเสะล่ะ ออกจะน่ารักนะ "

" งะ...งั้นเหรอ... "

จะโดนหาว่าเป็นซิสคอนหรือเปล่าฟะ ?!

" นี่ๆ เธออ่านไปถึงเล่มไหนแล้วล่ะ ฉันถึงเล่ม 5 แล้วนะ "

" อ๋อ... ก็เล่ม 1 นี่ล่ะ... "

" งั้นเหรอ อ๊ะ ได้เวลาแล้ว ฉันไปเรียนพิเศษก่อนนะ ไว้เจอกันนะ คิวาฮาระคุง! "

" อืม... "

แม่เจ้า หัวใจเกือบหยุดเต้น ให้ตายสิ ประหม่าชะมัดเลย ไม่อยากเชื่อเลยแหะ คุโรซากิซังก็เป็นพวกบ้าๆแบบซาตาเมะด้วยแหะ.... อืม... เราลองกลับไปอ่านเรื่องนี้ดูดี

ไหมนะ เผื่อจะได้คุยกับเธอคนนี้มากขึ้นก็ได้.....

" เอาล่ะ ได้การล่ะ กลับบ้านไปอ่านต่อ "

ผมพูดออกมาแบบไม่ให้ใครได้ยิน แต่ก็นะ ขอบคุณเอ็งมากซาตาเมะ ที่ทำให้ฉันมีโอกาสแบบนี้ ขอบคุณมากขอรับ พระเจ้า... ที่ทำให้ผมเปิดดูภาพประกอบจนเกิด

เหตุการณ์แบบนี้


จบบท 1


แสดงความคิดเห็น

ยอดเยี่ยมเลน  โพสต์ 17-11-2013 15:22
โพสต์ 27-10-2013 21:35:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อ่านง่ายมาก เเนวเขียนมีเอกลักษณ์้เป็นของตัวเองดีครับ นำเสนอคาเเรคเตอร์ของตัวละครค่อนข้างชัดเจนเเะลเริ่มสร้างสีสันได้ดี ไม่ทราบว่าเป็นงานเเรกหรือเปล่า เเต่ต้องบอกว่าดีครับ ถ้าไม่ติดที่ใช้คำผิดบ้างเล็กน้อย สรุปคือเป็นงานที่น่าติดตามอีกงานนึงครับ จะรอบทต่อไปนะครับ^^
 เจ้าของ| โพสต์ 28-10-2013 20:10:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
งานแรกเลยครับฮ่า ๆ ถ้าชอบผมก็ดีใจนะครับ >w<
โพสต์ 3-11-2013 16:59:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
น่าติดตามมากๆเลยค่ะ ^______^ Like!!
 เจ้าของ| โพสต์ 3-11-2013 20:36:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด

RE: [นิยาย] Watashi Otaku desu ka ? ผมน่ะเหรอเป็นโอตาคุ ? (อัพเดทบทที่ 2)

บทที่ 2 : Event ?



กริ๊ง ~ !  
" หืม... ใครมาแต่เช้าเนี่ย... ส่งของเหรอ... "
ขณะนี้เป็นวันอาทิตย์ ถือเป็นวันแรร์วันหนึ่ง ที่สำหรับเด็กนักเรียนทั่วๆไป ชื่นชอบกันอย่างมาก ก็คือวันหยุดประจำสัปดาห์ไงล่ะ
แต่สำหรับผม มันก็ถือเป็นวันปกติวันหนึ่งนั่นแหละ ก็แค่ได้นอนตื่นสายนิดหน่อยเอง เพราะยังไง หยุดไปผมก็เบื่อพอๆกับวันธรรมดาอยู่ดี
เมื่อเทียบกันแล้ว วันธรรมดามีไปเรียนเจอเพื่อนยังดีกว่าเยอะ
แต่เช้าๆแบบนี้ใครมาเนี่ย ? ไปรษณีย์เหรอ ? ไม่มั้งไปรษณีย์ประเทศไหนจะทำงานเช้าขนาดนี้ ก็นี่มันเพิ่ง 8.00 เองนี่หว่า
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง !
" เออๆ รู้แล้วๆ จะกดรัวๆหา XXX เหรอ ?! "
พอเปิดประตูออกไป เลยรู้เลยว่าไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ก็แค่ผู้หญิงเปิ่นๆที่เจอหน้ากันประจำ เห็นจนเอียนซะจนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมา
" วันนี้มามีอะไรล่ะ มาคิเสะ ? "
" อรุณสวัสดิ์จ้า โชจัง ! "
" ถ้าแค่มาเพื่อทักทายละก็ กลับไปซะ คนยิ่งอยากนอนอยู่ "
" ง่าส์ ไม่ใช่สักหน่อย ว่าแต่ทำอะไรมาเหรอถึงได้นอนดึก ? "
ถามได้เยี่ยม แหงล่ะ ก็อ่านไอ้นิยายเล่มนั้นยันจบไงล่ะ แต่ถ้าถามว่ามันสนุกไหมน่ะเหรอ ? อันนี้ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันแหะ สงสัยว่าผมไม่ใช่โอตาคุล่ะมั้ง
เลยไม่ค่อยเข้าใจเนื้อเรื่องเท่าไร ดีแล้วล่ะ แค่ชื่อเรื่องก็ดูส่อๆนิดๆแล้ว ขืนผมสนุกกับมันขึ้นมา มีหวังจิตใจผมปั่นป่วนพอดี แหงละ ก็ผมมีน้องสาวอยู้หนึ่งคนไงล่ะ
" แล้ว.... มีอะไรล่ะ ? "
" งือ... จำไม่ได้จริงๆเหรอ ? "
" หรือว่า... เรื่องไปเที่ยวนั่น ? "
" จ้า ไปเที่ยวกันเถอะ "
พอได้พูดเรื่องที่ตัวเองชอบที่นี่ ทำหน้าทำหน้าระรื่นเชียวนะเธอ
" แล้วที่ไหนล่ะ ? "
" เดินมั่วๆเอาละกัน ไม่รู้จะไปไหนดีเหมือนกันอะ "
เอาจริงดิ ?! มารยาทการชวนคนอื่นไปข้างนอกนี่ มันใช่แบบนี้เรอะ !! จุดหมายก็ยังไม่มี ดันมาชวนได้ไง
" ไม่ล่ะ ถึงจะเบื่อที่อยู่บ้านก็เถอะนะ แต่ถ้าไม่รู้จะไปที่ไหน ก็ไม่อยากไปอยู่ดี "
" งั้นๆ สวนสนุกเป็นไง โชจัง ? "
" ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ "
" งั้นสวนสาธารณะ "
" จืดไปมั้ย ?! "
" งั้นสวนสนาม "
" จะไปเดินพาเหรดที่ไหนเนี่ยเธอ !!! "
แม่นี่ ชอบเล่นมุกอยู่เรื่อย ส่วนไอ้ผมเองก็ต้องง่วนอยู่กับการตบมุกกับเธออยู่ทุกวันนี่แหละ ทุกวันจริงๆ(มั้ง)นะ
" งั้นสวน.... "
" พอๆ นี่เธอเป็นญาติอะไรกับคำว่า สวน เนี่ย ! "
" ก็แหม มันนึกไม่ออกนี่นา "
มาคิเสะ ทำหน้าแบ๊วๆ แล้วก็ทำท่าทางดูเปิ่นๆแบบนั้น ก็ดูน่ารักดีแหะ บวกกับลักษณะ(กายภาพ)แล้วก็ถือว่าเป็นสาวงามเลยทีเดียว
" ไม่เอาล่ะ วันนี้ขออยู่พักเฉยๆละกัน "
" ง่าส์ โชจังนี่ละก็... "
มาคิเสะทำหน้าเศร้าๆเหมือนจะร้องไห้ ไอ้คนอย่างผมมันก็ไม่ใช่พวกที่จะปลอบคนเป็นซะด้วย เลยไม่รู้จะทำยังไงดี
" อ่า เอาเป็นว่า ไว้ครั้งหน้าละกันนะ "
" จริงๆนะ สัญญานะ โชจัง "
" อืม "
ทันทีที่เสียงตอบรับของผมส่งไป ตัวมาคิเสะก็ทำหน้าระรื่นดีใจ คล้ายกับเด็กๆ ที่ได้ของเล่นใหม่ยังไงยังงั้น หลังจากนั้นผมกำลังจะปิดประตูเพื่อกลับเข้าบ้าน
" นี่ๆ โชจัง แล้ว สึซึจังล่ะ ? "
" อ่อ ไปต่างจังหวัดกับพ่อแล้วก็แม่น่ะ "
" ฮี่ๆ งั้นโชจังก็อยู่คนเดียวสินะ "
ไม่ต้องเลยๆ มาคิเสะ ทำหน้าทำตาอย่างกับสัตว์หิวกระหายอะไรบางอย่าง ไม่น่าพูดเลยแหะเรา
" ไปได้แล้วไป ฉันอยู่คนเดียวได้ "
" โธ่ เซ็งเลย... "
ผมจับทางได้น่า มาอีหร๊อบนี้ใครๆก็เดาออก
พริบตาเดียวมาคิเสะที่ทำหน้าระรื่นจากเมื่อ 15 วินาทีก่อน ก็เปลี่ยนเป็นทำหน้าบู่สุดขีดอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า เป็นคน 2 บุคลิกรึไงนะ
" ไปละ เจอกัน "
" เจอกันที่ โรงเรียนจ้า โชจัง ! "
ไปซะที เอาล่ะกลับขึ้นไปนอนต่อดีกว่า หลังจากนั้นจะทำอะไรก็ค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้ขอนอนก่อนล่ะ

*************************************************

เวลาผ่านไป 30 นาที นับจากที่มาคิเสะได้มาหาผม
ตอนนี้ผมกำลังนอนอ่าน ไอ้นิยายที่เจ้าบ้าโอตาคุนั่นให้มาอยู่ ด้วยอารมณ์ที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้
คิดว่าไงล่ะ คิดว่าผมสนุกล่ะสิ ?
ไม่เลย ไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ
ไอ้การอ่านนิยายเนี่ย มันยากลำบากสุดๆไปเลยแหะ เทียบกันแล้ว ผมชอบอ่านมังงะมากกว่านะ
ผมอ่านไป พลางพึมพัมในใจไป ในหัวก็คิดแต่ว่าจะล้มเลิกการอ่านเจ้านี่ แล้วไปเปิดคอมพิวเตอร์เล่นเกมส์ยังดีซะกว่า
แต่พอไปนึกถึงเรื่องของ คุโรซากิซังเมื่อวานแล้ว ในใจก็เปลี่ยนไป ราวกับว่า หนทางที่จะตีสนิทกับผู้หญิงแบบนั้นได้ คงจะมีคำว่า "โอตาคุ" เป็นตัวแปรอยู่เป็นแน่
ตัวผมน่ะ ไม่ใช่เจ้าซาตาเมะซะด้วย เรื่องของโอตาคุ แนวคิดแบบโอตาคุ ชีวิตแบบโอตาคุ ในตัวผม มันไม่มีเลยสักนิดเดียว
ทำยังไงได้ล่ะ ถ้าหากผมเอาเรื่องนี้ไปพูดกับซาตาเมะละก็ มีหวังมันคงล้อผมยันลูกบวชแน่ๆ งานนี้มีแต่ต้องหวังพึ่งกำลังของตัวเองเท่านั้นล่ะนะ
เท่าที่พอจะทำได้ ก็คงมีแค่ อ่านนิยายนี่ไปเรื่อยๆล่ะมั้ง คุโรซากิซังเองก็เห็นว่าชอบนิยายเรื่องนี้เสียด้วยนี่ อ่านไปตั้ง 5 เล่มเลยแน่ะ ผมแค่ครึ่งเล่ม ก็เอียนแทบแย่แล้ว
ก่อนอื่น ก็ต้องวิเคราะห์ก่อนสินะ รู้สึกว่านิยายแบบนี้ จะเรียกว่า Light Novel มันจะต้องมีอะไรพิเศษออกไปแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพวกโอตาคุทั้งหลายจะหลงหัวปักหัวปำ

กันได้ยังไง จริงมั้ยล่ะ?
อืม..... Ore no Imouto ga konna ni kawaii wake kanai ? เหรอ
" ตอนนี้คิดไปก็ยังไม่ได้อะไรขึ้นมา เปิดคอมก่อนดีกว่า "
ผมลุกขึ้นจากเตียง โดยที่ยังถือนิยายเล่มนั้นอยู่ในมือ เป้าหมายที่ผมลุกนั้นก็คือ หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์นั่นเอง
วิธีนี้คงจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการเข้าสู่โลกของโอตาคุแล้ว นั่นก็คือ ใช้ Search Engine ไงล่ะ
แกร่ก แกร่ก แกร่ก แกร่ก
มือผมพิมพ์อย่างเร็วไว ในเว็บไซต์ Serach Engine สิ่งที่ผมหา ก็คือชื่อนิยายนั่นยังไงล่ะ ตัวผมไม่ใช่โอตาคุแบบเต็มตัว ดังนั้นการหาเรื่องย่อ หรือการหาข้อมูลของ

นิยายเรื่องนั้นๆถือเป็นข้อมูลที่ล้ำค่ามาก ถึงแม้ว่าตัวผมจะอ่านแล้วเข้าใจนิดนึงก็เถอะ แต่ยังไงก็ยังมึนอยู่ดี
พรวดดดดดดดดดดด
" อะไรฟระ ?! ตรูจะหาข้อมูลนิยายเว้ย ไม่ใช่หา H-Manga ที่เป็นน้องสาวโดนกระทำชำเราอยู่นะเว้ยยย "
เฮ้อ อะไรเนี่ย ไอ้นิยายเรื่องนี้มันยังไงของมัน แค่หาข้อมูล แต่ไหงกลายเป็นของแบบนี้ไปได้ หน่ายใจแทนคนแต่งเรื่องนี้จริงๆ
เวลาล่วงเลยไป 2 ชม. สุดท้ายผมก็รวบรวมข้อมูล ของนิยายเรื่องนี้ได้มาส่วนหนึ่ง ถึงจะไม่มาก แต่พอรู้คร่าวๆก็น่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วน่ะนะ
จากข้อมูลที่ผมรวบรวมได้มามันยังไม่สมบูรณ์ ที่มันไม่สมบูรณ์ก็เพราะ ไอ้ตรรกะแปลกๆ ของพวกโอตาคุเนี่ยแหละ จากที่ผมได้ไปสังเกตุเห็นในเว็บไซต์
ชื่อดังที่พวกโอตาคุรวมตัวกันมากที่สุด นิยายเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องหนึ่งที่พวกโอตาคุโต้เถียงกันได้ยืดยาวสุดๆ บางคนก็หาว่าตัวเอกของเรื่องเป็นซิสค่อนบ้าง
เป็นไอ้กระจอกบ้าง เป็นไอ้โง่บ้าง ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ คนเขียนเขาอยากให้เป็นแบบไหน พวกเอ็งทำใจยอมรับกันไม่ได้รึไงฟะ?!
แต่ก็นะ เรื่องนี้ผมค่อนข้างบรรลุไปส่วนหนึ่งแล้วล่ะ ด้วยความมุมานะรวบรวมข้อมูลจาก Search Engine และการอ่านนิยายไปได้กว่า 80% ของเล่ม
เลยรู้เรื่องไปนิดหน่อยแล้ว

***********************************************
เช้าวันจันทร์ เป็นวันที่น่าเบื่ออีกตามเคย ผมเดินทางไปโรงเรียนแบบเดิมๆอยู่เช่นเดิม
" เฮ้อ เบื่อเป็นบ้าเลยเว้ย ง่วงก็ง่วง เมื่อคืนไม่น่านอนดึกเลย "
เหตุที่ผมนอนดึก ก็เพราะว่าศึกษาเรื่องราวโอตาคุบลาๆๆๆๆ ทั้งหลายแหล่อยู่นั่นแหละ ไม่รู้ว่าจะลงทุนไปเพื่ออะไร ทำแบบนี้ไปใช่ว่าคุโรซากิซังจะสนใจสักหน่อย
" อรุณสวัสดิ์จ้า โชจัง "
เสียงนี้มัน?! หรือว่ามาคิเสะ ! จ๊ากก มีหวังกระดูกเคล็ดแน่
ชะอ้าว ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยแหะ
" อรุณสวัสดิ์ มาคิเสะ "
ผมกล่าวทักทายกลับไป โดยที่ยังไม่ทันหันกลับไปมองต้นเสียง
แต่พอหันไปดูเท่านั้นแหละ
" เจี๊ยกกกกกกก สภาพดูไม่ได้เลยนะ ไปทำอะไรมาเนี่ย เธอน่ะ ?! "
" อืม... ดูทีวีดึกไปหน่อยน่ะ... "
เห? คนอย่างมาคิเสะเนี่ยนะ ดูทีวีดึก แต่ก็น่าเชื่อล่ะนะ ตาคล้ำๆ ผมเพ้าดูรุงรังแปลกๆ โทรมแบบซอมบี้อย่างเห็นได้ชัดกันเลยทีเดียว
" อ่า งั้นเหรอ "
หลังพูดคุยกันตามประสาคนเดินมาโรงเรียนด้วยกัน ผมก็เดินเข้าห้องเรียนตามปกติ แต่มาคิเสะไม่ได้ตามมาด้วยเพราะยัยนั่นต้องไปทำกิจกรรมชมรมช่วงเช้าก่อน
" อ๊ะ โชตะคุง "
ผมเดินตรงไปที่โต๊ะของตัวเอง กำลังจะวางของพอดี แต่ก็ได้ยินเสียงคนทักมา แปลกแหะ ปกติคนทักเราตอนเข้าห้องก็มีแต่เจ้าซาตาเมะนี่หว่า แล้วนี่ใครกันนะ ?
" อ้าว คุโร..ซากิซัง.. "
กึ๋ย เซอร์ไพรส์สุดๆเลยแหะ คุโรซากิซังเป็นฝ่ายเข้ามาทักเราก่อนเลยแหะ ลัคกี้สุดๆไปเลยเว้ย
" ฮะๆ พูดตะกุกตะกัก แปลกคนจังเลยนะ โชตะคุงเนี่ย "
" คุโรซากิซังเองก็.. ร่าเริงดีนะ "
โดนฝ่ายหญิงที่เราแอบปิ๊งเข้ามาทักก่อนแบบนี้ จะทำยังไงดีนะ สถานการณ์แบบนี้ ยังไงก็ต้องหาเรื่องชวนคุยให้ได้ ใช่ๆ เรื่องนิยายนั่นไง เมื่อวานอุตส่าห์ไปหาข้อมูล

มาแล้ว ต้องไม่พลาด!!
" นี่ๆ โชตะคุง ชอบอ่านโนเวลอะไรบ้างเหรอ ? "
" เอ๋ ? เอ่อ.................. "
ซวยล่ะสิ โดนคำถามจุดตายซะได้ เราไม่ได้หาข้อมูลเรื่องนี้มาเลยซะด้วย
" คือ... นิยาย OreImo นั่น คือเรื่องแรกที่ฉันได้อ่านเลยน่ะ "
" เอ๋ งั้นหรอกเหรอ "
" แล้ว คุโรซากิซัง ชอบอ่านเรื่องอะไรเหรอ เผื่อฉันจะไปหาอ่านบ้างน่ะ "
คำถามแบบนี้ คงช่วยยืดบทสนทนาให้นานขึ้นไปได้บ้างนะ
" เอ...ก็ เยอะแยะเลยล่ะ ฮะๆ แต่ยังไงก็ ให้ฉันแนะนำโนเวลให้เอาไหม ? "
" ขอถามอะไรหน่อย.. ได้มั้ย ? "
" หืม ว่ามาสิ "
" คุโรซากิซังเนี่ย เป็นโอตาคุอย่างงั้นเหรอ ? "
" อะไรกัน ก็คำถามเดิมนี่นา "
" ขอโทษที ถ้าคำถามนี้ทำให้หนักใจน่ะ "
" อ๋อเปล่าๆ ไม่ได้หนักใจอะไรหรอก ก็นะ จะเรียกโอตาคุได้รึเปล่าน๊า ก็แค่บ้าโนเวล สะสมฟิกเกอร์ สอยDVD อุดหนุนสินค้า โกทูอีเวนท์ เองน่ะ "
" แล้ว.... ทำแบบนี้มาได้เท่าไรแล้วล่ะ ? "
" ก็... 2 ปีแล้วล่ะมั้ง "
พระเจ้า ?! ทำเรื่องแบบนี้มาตั้ง 2 ปี แล้วยังไม่รู้ตัวเองอีกว่าเป็นโอตาคุรึเปล่า ผมว่านั่นเรียกได้ว่าแฟนพันธ์แท้เลยนะนั่น!
" แล้วโชตะคุงล่ะ กี่ปีแล้ว ? "
" เอ่อ... เพิ่งเมื่อวานเอง... ล่ะมั้ง "
" เห เพิ่งจะเข้าวงการสินะ ? "
วงการ วงการเลยเรอะ ของแบบนี้เขาเรียกกันว่าวงการเร้อ?! จะไปเป็นดารารึเปล่าเนี่ยเรา
" งั้นฉันช่วยแนะนำ โนเวลให้เอามั้ยล่ะ ? "
" ก็ได้นะครับ "
" โชตะคุง ชอบเรื่องแบบไหนล่ะ ? "
" เอ๋?! แบบไหนเหรอ... เอ่อ.. "
คำถามแบบนี้ คนที่เพิ่งจะได้เริ่มรู้เรื่องแบบผมใครจะตอบได้ล่ะครับท่าน แค่ชื่อแนวผมก็ยังไม่รู้เลย ว่าจะตอบยังไง
" ฮะๆ ตอบยากสินะ ก็งี้ล่ะนะ ฉันเองก็ยังหาแนวที่ชอบไม่ได้เลย "
" งั้นเหรอ... "
" อืม... วันพุธนี้โชตะคุงว่างไหมล่ะ ? "
" วันพุธเหรอ... จริงสิ วันหยุดนี่นา อืม ก็ว่างอยู่น่ะ ทำไมเหรอ ? "
" งั้น มาอากิฮาบาระ ด้วยกันไหมล่ะ ? "
" เอ๋ ?! "
หา หา หา หา หา หา หา ผู้หญิงที่ชอบ เปิดตัวด้วยการชวนไปเที่ยวด้วยกันสองต่อสองซะแล้ว ลัคกี้ x2 เลยเว้ยยย
" ถ้าไปที่นี่ละก็ ฉันก็จะช่วยแนะนำอะไรหลายๆอย่างให้ได้นะ "
" อืม ไป "
ลัคกี้ ลัคกี้ ลัคกี้ โชคดีจริงๆเลยเว้ย แบบนี้ก็เทียบกับว่าได้ไปออกเดทน่ะสิ หรือว่านี่จะเป็น บททดสอบความรักกันแน่นะ โอตาคุบันไซ ขอขอบพระคุณต้นเหตุนิยายของเจ้าซาตาเมะ อีกครั้งด้วยนะขอรับ ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสในตอนนี้ได้


จบบทที่ 2

 เจ้าของ| โพสต์ 14-11-2013 20:37:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่ 3 เดทสินะ ?



ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ ไม่ใช่ฝันสินะ
ผมพูดวนลูปไปเรื่อยๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ 5 ชั่วโมง ได้เกิดเหตุการณ์ที่แม้แต่ตัวผมเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อเกิดขึ้น
แหงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องช๊อคกันอยู่แล้ว ก็ผู้หญิงที่แอบชอบกลับมาชวนไปเที่ยวกัน 2 ต่อ 2 แบบง่ายๆเลย
ถึงเหตุผลที่ไปจะเกี่ยวข้องกับโอตาคุก็เถอะ ผมก็ไม่สนใจอยู่ดี ขอแค่ได้สนิทกับเธอคนนี้มากขึ้น ไม่ว่ายังไง ผมก็ขอยอมเป็นโอตาคุ
แบบถวายหัวเลยก็ย่อมได้ !!
" เที่ยวกัน 2 ต่อ 2 สินะ.... "
ผมบ่นพึมพัมราวกับคนสติหลุดลอย
ไปเดทเนี่ย มันต้องทำอะไรบ้างฟะ ?!  
เท่าที่ลองดูจากการ์ตูนหลายๆเรื่อง ก็คงประมาณนี้ล่ะมั้ง
แต่งตัวให้ดูเท่ๆ ทำตัวหล่อๆ กินอาหารหรู ซื้อของให้ฝ่ายหญิง แล้วก็ ช๊อปปิ้งเรื่อยๆสินะ
" อืม.. แต่ละอย่างนี่ มันเกินงบของเด็กมัธยมปลายอย่างเราไปรึเปล่านะ "
เอาเถอะ คิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยังไงก็มีเงินติดตัวอยู่ พอไปไหว ที่เหลือก็เลือกชุดหล่อๆสินะ


************************************************************************


เช้าวันพุธ วันนัดเดท(?)
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ตื่นเต้นชะมัด ครั้งแรกของเราเลยสินะ ที่จะได้ไปเที่ยวกับเด็กผู้หญิงกัน 2 ต่อ 2 รู้สึกใจเต้นสุดๆไปเลย
" เจอกัน 10.00 หน้าสถานีรถไฟนะ คิวาฮาระคุง "
เมื่อวานที่โรงเรียน คุโรซากิซังได้บอกเอาไว้แบบนั้น เมื่อวานก็ได้คุยเรื่อยเปื่อยกับคุโรซากิซังไปนิดๆหน่อยๆ ส่วนมากก็วางแผนไปอากิฮาบาระนี่แหละ
แต่คงเรียกวางแผนไม่ได้หรอกมั้ง ก็คุโรซากิซังเล่นโม้ซะเยอะเลย เช่น
" นี่ๆ คิวาฮาระคุง ชอบแบบฮาเร็มป่าวอ่า ? "
" หรือจะเอา แบบรักค้ำคอร์ล่ะ ? "
คำศัพท์แต่ละอย่าง ทำเอาผมอึกอักไปหมด... คำว่าฮาเร็มก็พอรู้อยู่ แต่ไอ้รักค้ำคอร์นี่สิ มันคืออะไรเนี่ย
จนถึงกับหลังเลิกเรียนผมรีบตรงดิ่ง มาเข้า Search Engine เพื่อค้นหาคำนี้โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย
แต่พอได้รู้ความหมายทีก็ อึ้งพอดู เพราะคุโรซากิซังเนี่ย ชอบอะไรแปลกๆแบบนี้เองเหรอ......


เวลาผ่านไปอีก 20 นาที หลังจากที่ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ผมก็เริ่มค้นหาชุดที่เหมาะๆกับตัวเอง
ณ เวลานี้ เวลา 9.30 จริงๆแล้วผมตื่นเช้าสุดๆเลย ด้วยความตื่นเต้นมันเลยนอนไม่หลับ ตื่นสัก 6.00 ได้มั้ง
แต่พอตื่นมาก็นอนต่อไม่ไหว เลยเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ฆ่าเวลา จนถึงล่าสุดนี่แหละ


เสื้อเชิ้ต กางเกงขาเดฟ แฟชั่นสุดฮิตของผู้ชายวัยรุ่นสมัยนี้ใส่กัน ซึ่งผมก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
แถไปงั้นแหละ จริงๆแล้วผมไม่มีชุดไหนที่ดูดีๆแล้วต่างหาก ในตู้เสื้อผ้าน่ะ นอกจากเสื้อเชิ้ต ขาเดฟ กับ เครื่องแบบนักเรียนแล้ว
ก็มีชุดใส่สบายๆที่อยู่กับบ้านทั้งนั้น แต่ละชุดดูแล้วไม่เหมาะกับการไปเที่ยวสุดๆ ขืนใส่ออกไปคงอายเขาแย่ เหมือนกับสัตว์หลุดสวนสัตว์เลยล่ะมั้ง
ที่เหลือก็..... ทรัพย์สินสินะ....
" อืม.... 5000 เยน... คงพอไปไหวล่ะมั้ง ถ้าเกิดเราไม่ซื้ออะไรมากเกินไป "
เอาล่ะ เงินพร้อม ชุดพร้อม เราพร้อม ลุยได้ !!!!!!


*******************************************************
ทำไมกันนะ........ ทำไมกัน.........
ตอนแรกเราคิดว่าจะได้เดทกัน2 ต่อ 2 กับคุโรซากิซังซะอีก....
แต่ทำไมกันนะ....
ทำไมคุโรซากิซัง ถึงได้พาเพื่อนมาด้วยล่ะเนี่ย ?!!!!
ตอนนี้พวกเรา (3คน) กำลังเดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าอยู่ กว่าจะนั่งรถไฟฟ้ามาถึงอากิฮาบาระก็เสีย เวลาไปประมาณ 10 กว่านาที
" เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ คิวาฮาระคุง ทำหน้าหม่นหมองเชียว ? "
ดูคนออกทางสีหน้าเก่งจังนะครับ คุโรซากิซังเนี่ย
" เปล่าหรอกครับ แค่ร้อนนิดหน่อยน่ะ "
" แดดแค่นี้ทำเป็นร้อนไปได้ ป๊อดจังเลยนะ "

เมื่อ 20 นาทีก่อน
" ขอโทษที่ให้รอน๊า คิวาฮาระคุง "
ขณะนี้เวลา 10.00 ตรงเป๊ะ ผมมาถึงเวลานัดก่อนประมาณ 20 นาที แต่คุโรซากิซังก็ถือว่าเป็นพวกรักษาเวลาเหมือนกันนะเนี่ย
" หืม ? ใครน่ะ ? "
ข้างๆ คุโรซากิซังมีคนเดินมาด้วยอยู่ ใครกันนะ เป็นผู้หญิง ไว้ผมยาวสีน้ำตาล แต่เดินหลบๆหลังของคุโรซากิซังอยู่ ก็เลยเห็นหน้าไม่ชัด
" อ๋อ เพื่อนของฉันเองน่ะ เป็นคู่ซี้กันเลยน๊า "
" งั้นเหรอ... "
หลังจากที่คุโรซากิซังอธิบายไป ผู้หญิงคนนี้ก็ยังหลบอยู่หลังคุโรซากิซังอยู่ แถมยังก้มๆหน้าด้วย เป็นพวกขี้อายรึไงกันนะ
ด้วยความสงสัย ผมเลยชะเง้อหน้าไปมองด้านหลังคุโรซากิซัง
" จะมองหาอะไรยะ ? "
จึ๋ย พริบตาที่ผมชะเง้อไป ก็กลับโดนเพื่อนคุโรซากิซัง ตะหวาดใส่ซะได้
" เปล่า... แค่เห็นอะไรแปลกๆน่ะ "
" อะไรยะ ? นี่เห็นฉันเป็นตัวอะไรรึไง ? "
ปากคอเราะร้าย ช่างต่างกับคุโรซากิซังราวฟ้ากับเหวเลยจริงๆ ยัยผู้หญิงคนนี้นี่ ไม่น่าคบเอาซะเลย
ที่ผมคาดการณ์ว่าเป็นคนขี้อายน่ะ คงผิดถนัดสินะ ที่แท้ก็ก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่นี่เอง
" เอาน่าๆ นี่เพื่อนใหม่ฉันเอง คิวาฮาระ โชตะคุงน่ะ "
" ยินดีที่ได้รู้จัก... "
" หึ ยินดีที่ได้รู้จักย่ะ คางุระ คัตสึมิ "

ก็ตามที่เล่าไปนี่ล่ะครับ สรุปสุดท้าย จากที่ผมคิดเอาไว้ว่าได้เดทกับคุโรซากิซังแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นมียัยผู้หญิงปากร้ายตามติดมาด้วยซะงั้น
ถ้าปากเธอยัยนี่ดีขึ้นกว่านี้ละก็ จะน่ารักกว่านี้เยอะ หน้าตาก็ออกจะน่ารักแท้ๆ แต่นิสัยแบบนี้ ใครได้เป็นแฟนนี่ละก็ ไม่อยากจะคิดเลย ให้ตายเถอะ
" แล้ว... เราจะเดินไปที่ไหนกันเนี่ย ยุกโกะ ? "
" งั้นก็ ไปร้านหนังสือทามะละกันนะ เพราะยังไงฉันก็สัญญาไว้แล้ว ว่าจะแนะนำไลท์โนเวลสนุกๆให้คิวาฮาระคุงน่ะ "
" ใจดีจังเลยนะยุกโกะเนี่ย "
จากเท่าที่ฟังการสนทนาของทั้งคู่แล้ว รู้สึกว่า จะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้นแล้ว แต่พอขึ้น ม.ปลาย คุโรซากิซังต้องย้ายจากไซตามะ มาที่โตเกียวนี่ นับว่าน่าเศร้าพอดู ที่เพื่อนรักไม่ได้เรียนด้วยกันอีก ยังดีที่ได้มาเจอกันอีกได้ แต่ถ้าผมนับเจ้าซาตาเมะเป็นแบบนี้ด้วย คงต้องตอบว่า No อยู่แล้ว
" ยุกโกะ ฉันหิวแล้วอ่า ไปหาอะไรกินก่อนมั้ย ? "
" เอาไว้ขากลับหลังจากแวะร้านทามะละกันน๊า "
ยุกโกะ ยุกโกะ คงจะหมายถึง ยูกิโกะสินะ สมแล้วที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เล่นตั้งชื่อเล่นให้ซะขนาดนี้เลย
" นี่ นายโชตะ "
เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ เล่นเรียกชื่อห้วนๆเลยเร้อ ?!
" มะ มีอะไร ? "
" นายชอบโนเวลแบบไหนเหรอ ? "
เอาอีกแล้ว ยิงคำถามแบบเดียวกับคุโรซากิซังเป๊ะ ๆ
" ไม่รู้สิ... "
" เห?? ไม่รู้งั้นเหรอ ฮิฮิ "
คัตสึมิ แอบหัวเราะเบาๆ แล้วก็ยิ้มแบบมีเลศนัย สงสัยจะคิดแผนไม่เข้าท่าอะไรไว้แน่ๆ แบบนี้อย่างกับว่า หากเราทำอะไรผิดพลาดนิดหน่อย มีหวังพลาดจริงๆแหงมๆ
เราสามคนได้เดินไปเรื่อยๆ มองร้านค้าต่างๆย่านอากิฮาบาระไปเรื่อย ๆ
ร้านค้าเยอะจริงๆแหะ สมแล้วที่เป็นอากิฮาบาระทั้งคนทั้งร้านค้าพลุกพล่านกว่าแต่ก่อนมาก มิน่าล่ะ ที่นี่ถึงได้ถูกจัดตั้งเป็น
สรวงสวรรค์ของเหล่าโอตาคุทั่วโลก (อ้างอิงจาก เว็บไซต์โอตาคุชื่อดังเว็บหนึ่ง)
" อื้อหือ... "
ผมกำลังพูดออกไปเบาๆ ด้วยความที่อึ้งกับจำนวนคนมากมายในขณะนี้
" คิวาฮาระคุง ไม่เคยมาอากิฮาบาระเหรอ ? "
" อ๋อ เปล่าหรอก ก็เคยมาอยู่ แต่สักประมาณ 5 ปีก่อนได้น่ะ "
ตอบไปแบบนี้แอบๆอายอยู่หรอก จะโดนหาว่าเป็นพวกบ้านนอกหรือพวกนีท ที่ไม่ยอมเปิดหูเปิดตาต่อโลกหรือเปล่านะ แต่ผมก็ไม่รู้จะตอบอะไรออกไปซะแล้วด้วยสิ
" บ้านนอกจริง ขนาดคนไซตามะอย่างฉัน ยังมากับยุกโกะบ่อยๆเลย "
นั่นไง คิดปุ๊ปมาปั๊ปเลย ยัยคนไม่น่าคบเอ้ย !!
" ขอโทษ ที่บ้านนอกละกัน "
" น่าๆ อย่าพูดแบบนั้นสิ คนเราต่างก็มีภาระหน้าที่ของกันหมดน่ะแหละ "
หลังจากที่เดินเรื่อยเปื่อย ตอนนี้ก็ได้มาถึงห้างใหญ่ ในย่านอากิฮาบาระแล้ว รู้สึกว่าร้านทามะที่ว่า จะอยู่ชั้น 4 ของห้างนี้แหละ
พวกเรามองหาบันไดเลื่อน เพื่อที่จะขึ้นไปยังชั้นที่ 4 ของห้าง แต่อยู่ๆก็มีคุโรซากิซังก็พูดขึ้นมาว่า
" เอ่อ.. ฉันขอไปห้องน้ำสักครู่นะ "
" งั้นยุกโกะ ฉันขอไปซื้อไอติมกินก่อนล่ะ "
คุโรซากิซังไปเข้าห้องน้ำ ส่วยคัตสึมิก็ไปซื้อไอติม
" งั้นผม ยืนรอตรงนี้ละกัน "
ตรงนี้ที่ว่า ก็คือหน้าห้องน้ำนั่นแหละ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ยังไงเป้าหมายก็คือไปชั้น 4 อยู่แล้วนี่ ถึงผมจะขอล่วงหน้าไปชั้น 4 ก่อน แต่ก็ไม่รู้เส้นทางไปร้านหนังสือนั่นอยู่ดีน่ะแหละ
หลังจากแยกย้ายกันไปแล้ว คุโรซากิซังก็แว๊บเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ส่วนคัตสึมิก็เดินไปซื้อไอติมตามเป้า รู้สึกว่าร้านไอติมที่ไปซื้อจะอยู่ไม่ค่อยไกลเท่าไร ผมเลยมองดูเธอเดินไปอย่างเงียบๆ
พริบตาหลังจากที่เธอเดินไปได้แค่ 10 วินาที
" อ้าว น้องๆ มาคนเดียวเหรอ ? "
พบชายโสด 3 ea กำลังตีหม้อคัตสึมิอยู่ แต่ละคนรูปร่างดูเก้ๆ กังๆ เหมือนพวกหน้าม่อตามท้องตลาดทั่วไปนั่นแหละ แต่คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง คนปากร้ายอย่างยัยคัตสึมิน่ะ ตะหวาดรอบเดียว ไอ้หนุ่ม 3 ea นั่นก็ปลิวแล้ว
" ทำไม..เหรอคะ ? "
" เปล่าๆ เราไปแว๊นส์ กันมั้ยน้อง ? "
" ขอโทษค่ะ ฉันไม่ว่าง "
คัตสึมิเดินสวนทางกับเจ้าพวกนั้น แต่ก็โดนดึงแขนจับไว้ก่อน
" จะไปดีๆ รึจะไปด้วยกำลัง ??? "
" ฉันไม่ว่างค่ะ... "
เฮ้ยๆๆๆๆๆ เอาจริงดิ หน้ายัยคัตสึมิซีดขึ้นทันตาเลยแหะ ทีกับผมนี่ตอกหน้าซะเต็มที่เลยนะ ทั้งๆที่เป็นคนเพิ่งรู้จักกันแท้ๆ แต่กลับไอ้พวกตีหม้อนี่ กลับกลัวซะงั้น
หนึ่งในสามคนนั้น ที่กำลังจับมือคัตสึมิอยู่ ก็ดึงตัวเข้ามาหา แล้วทำท่าจะกดคอ แต่คัตสึมิ ดิ้นขัดขืนเต็มที่
ผมซึ่งยืนดูอยู่เฉยๆแบบนั้น พยายามจะมองหาใครสักคน ที่คิดว่าจะเข้าไปช่วย แต่รอบๆ ไม่มีใครอยู่เลยสักคน
จะยืนดูแบบนี้เหรอ ? ลูกผู้ชายเขาต้องลุยเข้าไปอย่างเดียวไม่ใช่เหรอ ? อย่าตุ๊ดเซ่ โชตะ !!!!
ผมคิดต่างๆนาๆในใจ จนสุดท้ายก็คิดได้แล้ว
ผมเดินตรงไปในกลุ่มสามหน่อ ที่กำลังจับตัวคัตสึมิอยู่
" เฮ้ ปล่อยมือเธอซะ "
เผลอพูดออกไปซะแล้วเรา... กึ๋ยยยยย จะโดนต่อยไหมเนี่ยยยย
" หา ??? อะไรวะแก ?? "
" ฉันบอกให้ปล่อยเธอคนนี้ไง "
" แกเป็นใคร แฟนน้องหนูนี่เรอะ ? "
จะตอบไงดีเนี่ย ถ้าตอบว่าเพื่อน สงสัยคงโดนซัดหมอบแน่ หรือจะแถเนียนไปว่า ก็แค่คนธรรมดาที่ผ่านทางมา ก็คงโดนซัดเหมือนกันแหงๆ
" ชะ.... "
ผมคิดอะไรไม่ออก เลยพูดแบบตะกุกตะกักออกไป
" ใช่!!! เออเซ่!! ยัยนี่เป็นแฟนฉันเอง !!!!! "
ผมตะโกนออกไปเสียงดัง(ไม่)มาก ยังดีที่รอบๆไม่มีใครอยู่ คงไม่มีใครได้ยินหรอกมั้ง
" ชิ.. มีแฟนก็ไม่บอก ไปเหอะพวกเรา "
ได้ผลด้วย เจ้าสามหน่อม่อหญิง ปล่อยมือคัตสึมิถอยไปแล้ว
" เป็นอะไรไหม คางุระซัง ? "
" ..................... "
คัตสึมิหน้าแดง ทำตัวหลบหน้าโชตะอย่างเห็นได้ชัด ดังอาการเขินอายของเด็กสาวทั่วๆไป
" จริงเหรอ... "
" เอ๋ จริง ??? "
" ที่บอกว่า... แฟนฉันน่ะ... "
" เรื่องนั้น... ฉันก็แค่พูดไล่เจ้าพวกนั้นไปเองนั่นแหละ "
ไม่อยากจะเชื่อ ยัยนี่เก็บไปคิดกับเขาด้วยแหะ แต่คงไม่หรอกมั้ง คนอย่างยัยนี่จะมาสนใจคนอย่างผมได้ไง ก็เล่นว่าโน่นว่านี่ใส่เต็มแมกซ์เลยนี่หว่า
" งั้นเหรอ... "
คัตสึมิพูดด้วยเสียงสั่นครือ ด้วยท่าทางอ่อนแอ และใบหน้ายังแดงอยู่
ผมยื่นมือออกไป หวังจะให้เธอลุกขึ้น
" มะ.. ไม่ต้องย่ะ ฉันลุกเองได้ "
คัตสึมิ ไม่จับมือผม แต่ก็ดันพื้นขึ้นมายืนด้วยตัวเอง
" งั้น เดี๋ยวฉันไปซื้อไอติมเป็นเพื่อนละกันนะ ถ้าเจอพวกเมื่อกี้อีก เดี๋ยวจะแย่เอา  "
" อืม.... "
" ไปกันเถอะ คางุระซัง "
คัตสึมิพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แม้แต่ใบหน้าก็ยังออกแดงๆอยู่ สงสัยยังกลัวกับเหตุการณ์เมื่อกี้อยู่ล่ะมั้ง
" นี่ นายโชตะ "
" หะ ว่าไง ? "
" ไม่ต้องเรียกฉันว่าคางุระหรอก เรียกคัตสึมิก็พอ "
" เอ่?? คัตสึมิ.. ? "
" ใช่ คัต-สึ-มิ "
ผมไม่เคยเรียกชื่อเด็กผู้หญิงแบบนี้เลยแหะ รู้สึกประหม่านิดๆ แต่ในกรณีของมาคิเสะนี่เป็นข้อยกเว้น

******************************************************************

' ใช่!!! เออเซ่!! ยัยนี่เป็นแฟนฉันเอง !!!!! '
ก่อนหน้านี้ได้ประมาณ 30 วินาที ยูกิโกะได้ออกมาจากห้องน้ำและเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในทีแรกยูกิโกะว่าจะเข้าไปช่วยห้ามแล้ว
แต่พอโชตะ ได้ตะโกนแบบนั้นออกไป ยูกิโกะถึงกับยืนนิ่งอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ ทำหน้าตาเหมือนคนหมดสติอย่างไรอย่างนั้น
โชตะคุงคบกับคัตสึมิ....
ยูกิโกะพูดในใจราวกับคนไร้สติ จิตใจเลือนลาง ตัดขาดการเชื่อมต่อจากโลกภายนอก ด้วยเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ใช่แค่คัตสึมิคนเดียวที่กลัว
แต่ยูกิโกะก็ช๊อคไปตาม ๆ กัน

" อ้าว คุโรซากิซัง เสร็จแล้วเหรอ "
แปลกแหะ คุโรซากิซังยืนนิ่งไร้การตอบสนอง อย่างกับแบตโทรศัพท์หมดเลย
" คุโรซากิซัง ! "
" จ๋า ?! "
ผมพูดเสียงดังใกล้ๆหูของ คุโรซากิซัง จนได้สติกลับมาแต่ก็สะดุ้งพอควร ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ไหงถึงทำตัวอย่างกับหุ่นถ่านหมดไปได้
" เอ่อ... ไปกันต่อได้รึยัง ? "
" อ๋อจ้าๆ ไปกันเถอะ "
ทำไมเราถึงได้เป็นแบบนี้กันนะ ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของเราแท้ ๆ คนเขาจะคบกัน แล้วทำไมเราต้องมาหงอยกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ด้วยล่ะ
ยูกิโกะคิดในใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเองก็สับสนไปหมด
สิ่งที่ยูกิโกะอยากจะพูดออกมานั้นมีมากมายเหลือเกิน พวกเธอนี่คบกันตอนไหนล่ะเนี่ย ทั้งๆที่เพิ่งเคยรู้จักกันแท้ๆ หรือว่าเคยเจอกันมาก่อน แล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้จัก
กันใช่ม้า เล่นซะเนียนเลยนะ มิน่าล่ะ ถึงได้ทำตัวสนิทสนมกันจังเลยนะ
ยูกิโกะอยากจะพูดประโยคนั้นออกมาอย่างเต็มปาก แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ตัวเธอจึงไม่สามารถพูดออกไปทั้งรอยยิ้มได้แน่ ๆ
ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่น่าจะดีใจ แล้วโชตะเองก็เป็นเพียงแค่เพื่อนที่เพิ่งรู้จักกันด้วยแท้ ๆ ทำไมเราถึงรู้สึกกระสับกระส่ายกับเรื่องแบบนี้ได้นะ
ในหัวของยูกิโกะตอนนี้มีแต่เรื่องไม่เข้าใจเต็มไปหมด สับสนไปหมด
หรือว่า เราจะชอบโชตะคุงงั้นเหรอ ?
" ไม่หรอกมั้ง... "
" อะไรเหรอ คุโรซากิซัง ? "
" ไม่มีอะไร... "
จะชอบได้ยังไงกัน ทั้งๆที่เราเพิ่งรู้จักกันแท้ๆ
" เอ่อ... คัตสึมิ ไหวรึเปล่า ? "
" ไม่เป็นอะไร "
ว่าแล้วเชียว คบกันอยู่จริงๆด้วย ทั้งเรียกชื่อ ทั้งถามเรื่องอาการกันแบบนี้อีก แบบนี้มัน แฟนกันชัดๆเลย
" เอ่อ.. นี่ยุกโกะ "
" ว่าไงๆ ?? "
" ฉันขอกลับก่อนได้มั้ย ? รู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ "
" อื้ม จ้ะ กลับดีๆนะ "
พอบอกลากันเสร็จ คัตสึมิก็ขอกลับไปก่อน งั้นตอนนี้เราก็อยู่กับโชตะคุงกันแค่ สองต่อสองน่ะสิ
แต่เราคงเป็นแค่ตัวประกอบอยู่ดีนั่นแหละนะ ฮ่า ๆ เป็นอะไรกันนะเรา เข้มแข็งหน่อยสิ

**********************************************

นี่เรา... เป็นอะไรไปนะ
ทั้งๆที่หมอนั่นก็บอกแล้ว ว่าแค่พูดไล่ไอ้พวกนั้นเฉย
แต่ทำไม...
ทำไม...
ทำไมเราถึงต้องมาคิดมากกับเรื่องแค่นี้ด้วยนะ ?
ทำไมเราถึงต้องคิดว่า หมอนั่นชอบเราด้วย
หรือจริงๆแล้ว เราต่างหากที่ชอบหมอนั่น ?
คงจะไม่มีทางหรอก ก็เราน่ะเพิ่งจะเจอหน้ากันวันแรกเองนี่นา
รักแรกพบ
โชคชะตา
สิ่งพวกนี้ เราไม่เคยเชื่อมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรัก เราจะลองปักใจเชื่อดูสักทีดีไหมนะ
ความรู้สึกของเราในตอนนี้ ไม่สามารถบอกได้เลย ว่ามันคืออะไร
ความรักจริงๆเหรอ? กับคนที่เพิ่งรู้จักกันงั้นเหรอ ? ของแบบนี้เราจะคิดยังไงดีนะ
เราจะต้องพิสูจน์ความรู้สึกนี้ด้วยตัวเองให้ได้ ว่ามันเป็นของจริง หรือว่าเป็นของปลอม
ฉันจะพิสูจน์ให้ได้ รอก่อนเถอะ นายโชตะ วันจันทร์... ฉันจะไปพิสูจน์ความรู้สึกที่แท้จริงของฉัน ที่มีกับนายให้ได้

********************************************

หลังจากที่คัตสึมิกลับบ้านไป ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้อยู่สองต่อสองกับคุโรซากิซังเสียที wwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwww
รอเวลานี้มานานแล้วว้อยยยย ผมอยากจะตะโกะแบบนั้นออกไป แต่ผมไม่กล้าพอที่จะทำแบบนั้น
เรามาถึงชั้นที่ตั้งร้านหนังสือทามะจนได้ แต่ผลปรากฏว่า....
" ร้านปิด...เหรอ ? "
เอางี้เลยเหรอ ได้โอกาสแล้วทั้งที แต่ไหงต้องมาจบลงด้วยร้านปิดด้วยเนี่ย
" ขอโทษนะ โชตะคุง... "
" ไม่เป็นไรหรอก ร้านหนังสือไม่ได้มีแค่ร้านเดียวนี่ ไปร้านอื่นก็ได้ จริงมะ ? "
ผมพยายามพูดให้กำลังใจกับคุโรซากิซังที่กำลังทำท่าทาง รู้สึกผิดอยู่
" คือฉันลืมไปว่า วันนี้เป็นวันหยุดของทางราชกาลน่ะ พวกร้านหนังสือในเครือก็ปิดกันหมดเลย "
" อ้าว แล้วพวกร้านข้างนอกนั่นล่ะ ? "
" คือร้านพวกนั้น เป็นร้านมาเปิดเองน่ะ เลยไม่ได้ปิดร้าน "
เซ็งสุดๆไปเลย ทำไมต้องเป็นราชกาลด้วยฟะ ผมเริ่มเกลียดรัฐบาลก็วันนี้เนี่ยแหละ!!!!
" เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ ขอโทษจริง ๆ "
" วันไหนดีล่ะ วันอาทิตย์เหรอ ? "
" วันอาทิตย์ฉันไม่ว่างน่ะ ต้องไปทำธุระ ขอโทษนะ คิวาฮาระคุง "
จากที่ ลักกี้ x2 กลายเป็น ซวยเช็ด x2 ซะงั้น ชีวิตผมมีแต่เรื่องแย่ๆแหะ บุญมีแต่กรรมบังแท้เลยเรา
" เรากลับกันก่อนเถอะ "
" จ้ะ "
ถึงเวลาจะโดนตัดลง แต่อย่างน้อยก็ขอแค่ได้อยู่สองต่อสองกับคุโรซากิซังนานขึ้นกว่านี้ แค่นี้ก็พอแล้ว สำหรับผม

หลังจากที่เราขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วกลับมาที่บริเวณสถานีใกล้โรงเรียน ก็ใช้เวลากว่า 30 นาที
หลังจากนี้ เราก็ต้องแยกจากคุโรซากิซังแล้วสินะ เศร้าใจจริงๆ วันลักกี้กำลังจะจากไปแล้ว

" เหมาะสมกันดีนะ กับคัตสึมิน่ะ...  "
" หือ อะไรเหรอ "
เราจะมัวมากระสับกระส่ายกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ เพื่อนของเราคบกันแท้ ๆ เราก็ต้องอวยให้พวกเขาคบกันนาน ๆสิ
ตัวคัตสึมิฝืนยิ้มออกมา พร้อมกับพูดแบบนั้น
" ก็..แหม แอบไปคบกันตอนล่ะเนี่ย คิวาฮาระคุง ยังไงก็ ขอให้รักกันนานๆนะ "
พูดออกไปแล้ว....เรา... จะโดนหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องหรือเปล่าเนี่ย
" รัก ?? คบ ?? พูดเรื่องอะไรล่ะเนี่ย ?? "
" ก็คบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ คัตสึมิน่ะ "
" เอ๋ ??? ไม่ใช่แล้วๆ ไปฟังมาจากไหนเนี่ย "
" ก็โชตะคุง.. ตะโกนบอกว่าเป็นแฟนตอนนั้นนี่นา.. "
" อ๋อ... ตอนนั้นน่ะเหรอ ฮ่า ๆ ผมก็แค่ไล่เจ้าพวกหน้าหม้อเฉยๆน่ะ ไม่ได้คบอะไรกันจริงๆสักหน่อย จริงๆนะ "
ไม่น่าเชื่อ คุโรซากิซังเองก็พอๆกับ คัตสึมิเลย เอาเรื่องแบบนี้มาคิดเล็กคิดน้อยด้วยแหะ
" เอ๋?? งั้นเหรอ.. "
งั้นเหรอ... ดีจังเลย... ค่อยยังชั่ว เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดสินะ
" ฉันนี่แย่จังเลยนะ คิดไปเองอยู่คนเดียว หุหุ... "
" หะ อะไรนะ คุโรซากิซัง ? "
" เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไร "
ดีจริงๆเลย ทำไมเราถึงดีใจได้ขนาดนี้นะ แท้จริงแล้ว เราน่ะ ชอบคิวาฮาระคุงจริงๆงั้นเหรอ ความรู้สึกนี้ อาจจะเป็นของแท้ก็ได้
แต่ว่า ทำไมถึงเรียกชื่อคัตสึมิล่ะ ทีกับฉันยังเรียกชื่อสกุลเลย
" คิวาฮาระคุง ฉันขออะไรเธออย่างได้ไหม ? "
" อะไรเหรอ ? "
" เรียกชื่อฉันหน่อยได้ไหม แล้วก็ไม่ต้องมี"ซัง" ด้วย คือ พอพูดแล้ว เหมือนเราไม่ใช่เพื่อนกันเลยน่ะ "
" จะให้เรียกว่า ยูกิโกะงั้นเหรอ ?? "
" จ้ะ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ฉันจะเรียกเธอว่า โชตะคุงด้วยนะ "
" โอเคครับ... ยู..กิโกะ "
" จ้า โช ตะ คุง "
เรียกชื่อจริงเราแล้ว รู้สึกปลื้มอย่างบอกไม่ถูกเลย แม้แต่เราเองก็ดีใจ ที่ได้เรียกชื่อจริงของโชตะคุง
" งั้นเราแยกกันตรงนี้ละกันนะ ยูกิโกะ "
" จ้ะ "
เราได้แยกย้ายกันไป หลังจากที่สนทนาเรื่อยเปื่อยกัน ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ทำอะไรมาก แต่เราก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ทั้งๆที่ยังไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันเป็นของจริงหรือเปล่า
เราไม่สามารถแยกแยะอะไรต่ออะไรได้เลย
แท้จริงแล้ว ความรัก นั่นคือสิ่งที่เรารู้สึกต่อโชตะคุงหรือเปล่านะ
เราคิดกับโชตะคุงก็แค่เพื่อนใหม่ ในโรงเรียนใหม่ ของชีวิต ม.ปลาย
แต่เรา
อยากจะให้มันเป็นมากกว่าเพื่อนงั้นเหรอ ?

จบบทที่ 3








Mikaela Hyakuya By ARAM
โพสต์ 15-11-2013 17:00:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอมัดจำไว้ก่อนเดี๋ยวมาอ่านนะคะ
 เจ้าของ| โพสต์ 30-11-2013 21:13:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อัพเดทบทที่ 3 จบแล้วนะครับ

บทนี้ ได้เพิ่ม Main Character มาอีก 1 คนนะครับ ^^

ถ้าคนติดตามนิยายเรื่องนี้จริงๆ หวังว่าบทนี้คงจะทำให้ท่าน"ฟิน" ได้นะครับผม =w=
โพสต์ 26-3-2014 18:21:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สนุกดีค่า~ >____< จะคอยติดตามนะคะ ^^
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 09:58 , Processed in 0.088814 second(s), 42 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้