ดู: 245|ตอบกลับ: 1
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 4 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
                                   “พี่ใหญ่!!มิอันกลับมาแล้ว!!!”             “ไวไปมั้งยะ?”              ในรังโจรบนโคโลนี่ร้างใกล้ๆชายร่างสมส่วนละจากการแต่งเล็บไปสนใจลูกน้องที่วิ่งเข้ามารายงาน
                                  “เอาล่ะไปดูซิ... ลูกชั้นได้อะไรมามั่ง?”           “เฮ้ย!!!ไปรับน้องมิอัน!!”
             กลุ่มคนวิ่งออกไปที่รันเวย์เพื่อรอรับสาวร่างเล็กที่ลงมาจากโมบิลสูทแซ็คเมโรดี้ของตน
                                  “ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะมิอัน ใหนบอกแม่ว่าจะไปหาเก็บอะไรมาเสริมให้เมโรดี้ไง”
             ชายที่เป็นผู้นำเรียกแทนตัวเองกับมิอันว่าแม่ท่าทีอ้อนแอ้นบอกว่าเค้าไม่ใช่ชายแท้มิอันเดินมาและโอบกอดชายที่เป็นแม่ที่ออกมาต้อนรับ
                                   “มีคนเข้ามาในเขตเราค่ะมาม๊า หนูโดนเล่นงานกลับมา”
                                   “ตายจริง!!แล้ว !!ลูกสาวแม่... เจ็บตรงไหนรึเปล่า!?แผลล่ะ!?! ให้แม่ดูซิ!?”
              สาวหน้านิ่งยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนและกุมมือแม่ตัวเองก่อนยิ้มออกมาคลายความกังวลชายผู้เป็นแม่ทำหน้าเบาใจออกมาพลางเอามือทาบอกและหันไปกรีดตาใส่เหล่าลูกน้องและตะโกนออกมาดด้วยน้ำเสียงกร้าว
                                  “เฮ้ย!!!ไอ้เสือ!! ออกไปควักไส้ไอ้ตะไลที่รังแกลูกสาวข้ามา!!จับเป็นไม่ได้ ก็จับตายมันมา!!! ประกาศให้มันรู้!!ว่ากองโจรของเมโรดี้ ไม่ใช่กลุ่มที่ใครจะมาซ่าด้วย!!”
                                    “โอ๊!!!!=[]=**”             กลุ่มโจรตะโกนออกมาอย่างคึกคะนองกลุ่มคนกรูกันไปที่โมบิลสูท แต่ต้องชะงัก เมื่อมิอันพูดต่อ
                                   “ศัตรู...เป็นกันดั้มที่ถล่มพวกRuzonกับสหพันธ์เล่นมาแล้ว-___-;;;”              แทบจะเบรกกันไม่ทันหัวหน้ากองโจรเมโรดี้ทำท่าเหมือนลมจะใส่ สมญานามของกันดั้มก็ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินแต่ก็ไม่นึกว่าจะต้องมาเจอกันแบบนี้
                                    “เจ๊เมล!!หนูมิอันบอกว่ากันดั้มใช่ป่ะ=O=;;;”           “ไม่ใหวนา~ที่มันฉายให้ดู นั่นมันปีศาจชัดๆขนาดคราเคนมันยังฟาดซะหายวับไปแล้ว เราไปมิตายหมู่เรอะ=___=;;;”
              เมโรดี้ก้มหน้าและครุ่นคิดจะเป็นการฉลาดกว่า ถ้าจะไม่ดวลกับเบลด ซีโร่ตรงๆ แต่คงจะดีไม่น้อยถ้าเค้าจะยึดกันดั้มนั่นมาเป็นของตัวเอง ถ้ามีเบลด ซีโร่ล่ะก็ กองโจรของเค้าอาจจะไม่ต้องเกรงอำนาจของRuzonอีกต่อไปก็ได้
                                     “มาม๊า...”           “จ๋า~...มีอะไรจะบอกแม่ฮื้ม~...”
                                     “ถ้าแม่คิดจะปล้นกันดั้มนั่นหนูว่าอย่าเลย=___=;;”              “มิอันรู้อะไรลูก?”
                                    “คนขับมันไม่ใช่คน”          “เป็นโมบิลคอนโทรล?”
                                   “ร้ายสุดโต่งด้วย”           “อกชั้นจะแหกตายจริง~ อะไรจะซวยซ้ำซ้อน”
                                     “ถ้าลุงบยอมรู้ว่าแม่ยังไม่เลิกปล้นแถมให้หนูช่วยด้วย เดือนนี้กระเป๋าแห้งแน่”        
             มิอันบ่นอย่างไม่อยากมีส่วนร่วมกับแผนของแม่ของตัวเองแถมคราวนี้ เหยื่อก็เป็นA.D พวกเดียวกับเธอด้วยเธอยังจำอิสะกะได้แม่นแต่ไม่นึกว่าเค้าจะร้ายกาจถึงขนาดที่เมโรดี้ของเธอจะทำอะไรแทบไม่ได้
                                     “เจ๊ครับ!!สายสืบส่งข่าวมาแล้ว!!”           “ว่าไปสิเธอ~...”
                                     “เบลดซีโร่ลงจอดที่โคโลนี่A.Dดูเหมือนยานออสนิกส์จะไม่ได้ตามมาด้วยครับ”
                                     “แปลกจังเลย...ออสนิกส์ปล่อยเบลด ซีโร่ไปทำอะไรที่โคโลนี่คนเดียว?”
                                                



    ฮ้าดดดด!!!เชว้ยยยย!!!=O=;;
               ฝุ่นก็ไม่ได้เยอะนี่ทำไมคันจมูกพิลึกๆหว่า ผมเดินมาจากเบลด ซีโร่ก็เจอทหารใส่ชุดเครื่องแบบของA.Dยืนรอรับอยู่ลุงหัวเถิกๆในชุดกาวน์เดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ และเลยผมไป อ้าวเฮ้ย=___=;;
                                 “อ่าฮาหวัดลี... นักบินลี่นัดไว้ลีนะ?(อา สวัสดี นักบินที่นัดไว้สินะ)”          นอกจากจะลิ้นสั้นแล้วสายตายังสั้นอีก ผมอยู่นี่ลุง!! นั่นมันเสาไฟฟ้า=[]=;;
                                 “อ่ะ...ฮ้อยยยตัวสูงปรี๊ดเลยนะ นึกว่าเสาไฟฟ้า@O@”             ก็เสาไฟฟ้าไง ใครก็ได้ ช่วยลุงนี่ที!!!=O=                              
                    “เตี่ย!!คุณเค้าอยู่นี่ ลื้อทักใครอยู่=O=;;”          ทหารผมยาวสีบรอนซ์วิ่งออกมารับพ่อของตัวเอง เออ...คนนี้ค่อยยังชั่ว
                                 “หนีห่าว~...ผมรอคุณตั้งนานแน่ะ อิสะกะ ทาเมโตะซัง แหม มองไกลๆนึกว่าผู้หญิง><”
                นั่นมันชั้นที่ไหนเล่า!?นั่นมันวานิลลาเฟ้ย แกสองพ่อลูก ไปตัดแว่นเดี๋ยวนี้เลยนะว้อยยย=[]=;;ผมสุดจะทนเดินไปหันใหล่ของไอ้ตาสั้นให้หันมาทางผม
                                “ผมอยู่นี่^^**อิสะกะ ทาเมโตะ เบลด ซีโร่ ปล่อยมือจากแขนของยัยนี่ได้แล้ว”
                                “ไอ้หยา!!!ขอโทษครับ!!! ผมมีปัญญาเรื่องตานิดหน่อยแต่ผมก็กำลังหาทางออกกับมัน คอนเทคเลนส์ผมก็มีนะ แต่มันชอบหล่นหายบ่อยมากแถมบางทีมีนก็เคืองตาด้วย แถมแว่นที่ใส่ก็หนาเป็นก้นขวด ผมไม่อยากจะแตะมันเลยแต่ว่าไปหาหมอแล้วเค้าบอกว่ามันเป็นกรรมพันธุ์ แต่ผมจะพยายามรักษามันอยู่ ดังนั้นที่ผมเผลอแตะต้องอาภรรยาของคุณนี่ผมไม่ได้ตั้งใจนะTOT”          เป็นชุดเลยโว๊ย!!!
                                   “หุบปาก!!ใครเป็นภรรยาชั้น เจ้าสติแตก!!”           “คนนี้ไง>___<;;”              ชี้ไปทางพ่อตัวเองหน้าตาเฉย=[]=;**พวกแกพ่อลูก ไปทำอะไรกับตาของพวกแกกันก่อนเถอะ!!!TOT;;;
                                    “นายแต่งกับเค้าตอนไหนไม่เห็นส่งบัตรเชิญมาให้ชั้นเลย-v-+”         “วานิลลา==”
             หลังจากผมปล่อยให้ทั้งสองคนไปหาแว่นมาใส่ ก็เริ่มเข้าสู่การเตรียมลำเลียงของกันต่อพ่อของเจ้าสติแตกเข้ามาและยื่นแผ่นแท็ปเล็ตให้ มันบอกถึงของที่อยู่บนยานทั้งหมดวานิลลาดึงเอาไป เพราะรู้ว่าผมดูมันไม่รู้เรื่องหรอก               
                                “เครื่องเร่งพลังงานปฎิกรณ์กับเครื่องเผาผลาญสังเคราะกับอุปกรณ์ประหลาดๆพวกนี้ ชั้นจำไม่ได้นะ...”            “อากัปตันสั่งด่วนมาเมื่อสองชั่วโมงก่อน”           วานิลลาพยักหน้าปล่อยผ่านเพราะรู้ว่าคนใช้มันคนจะเป็นเร็น คุณภาพของวัสดุที่ต้องการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมสมกับเป็นA.Dแต่เธอเลื่อนลงมาสะดุดกับเส้นทางขนย้าย             “เส้นทางกลับคนละเส้นทางกับทางมานี่”          “เราต้องหลีกพวกกองโจรน่ะ”
                                     “กองโจร?”       คนลูกเข้ามาเฉลยหลังจากเดินเช็ดแว่นเข้ามา
                                     “ใช้เจ้านั่นรึเปล่า?...แซ็คที่ใส่แพ็คอุปกรณ์สลิงน่ะ”
                                      “นั่นเมโรดี้โมบิลสูทเฉพาะของกองโจรนั้น ฝีมือใช่ย่อยเลย ตัวเครื่องเหมือนจะแผ่คลื่นรบกวนบางอย่างทำให้เรดาห์จับไม่ได้ด้วย คอยปล้นยานที่ผ่านไปมาแถวนี้เสมอ”
                                     “พวกโจรสลัด?งั้นสิ...”           “จาว่าอย่างงั้นก็ล่าย”
                                     “เอาเหอะ...ถ้าจะระยะทางนี้ คงไปถึงยานราวๆสี่ทุ่ม อีกนานแค่ใหนกว่าจะไปกัน”
                                     “ราวๆสี่สิบนาทีถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเข้ามาน่ะ”            “งั้นตามนั้น”


             บนเนินเขาที่แห้งแล้งกล้องส่องทางไกลจากบุคคลปริศนาจับจ้องมาที่อิสะกะที่ยืนอยู่ข้างๆเบลด ซีโร่ เพื่อรอเวลาออกตัวโดยวานิลลาอ่านหนังสือรออยู่บนเบลด ซีโร่ ทุกคำพูดของอิสะกะและเจ้าหน้าที่ถูกส่งไปให้เมโรดี้ฟังทุกคำ
                                   “ไม่มีอะไรน่าสนเท่าใหร่...แต่ก็น่าจะขายได้ เอาล่ะหนุ่มๆ เลิกเมาไปปล้นกันได้แล้ว”
                                   “หนูบอกมาม๊าแล้ว...”         “มิอันลูก...แม่รู้ ว่าเค้าเก่ง แต่แม่ไม่อยากให้หนูเสี่ยง”
                                   “...แม่ให้หนูไปด้วยสิ...นะ”         “มิอัน~...เชื่อแม่สิ ลูกอยู่ที่นี่ แม่สัญญา แม่จะไม่สู้กับกันดั้มแม่จะไปเอาของที่ขายได้มา และก็กลับมาหาหนูนะลูก”             เมโรดี้หยิบผ้าคลุมขนสัตว์เนื้อดีมาพาดใหล่ และเดินนำทีมไปกู๊ฟร่างใหญ่สีม่วงมี่มีกรงเล็บยาวคือเครื่องของเมโรดี้เมโรดี้หันมามองลูกสาวอย่างรักและเอ็นดู เธอส่งจูบให้ลูกอย่างที่เคยทำและเข้าไปนั่งประจำที่นั่ง
                                   “พร้อมนะยะไอ้เสือ~”            เสียงโห่เฮอย่างคึกคักของกองโจรดังขึ้นกระหึ่ม  ทรัสเตอร์ของกู๊ฟสีม่วงแผดไอร้อนจนเกิดแรงลมพัดพุ่ง
                                    “เฟรดดี้ครูเกอร์!!! ไอ้เสือ!!ปล้น!!!”            ดวงตาแดงสว่าง กู๊ฟร่างบึกบึนย่อเข่าและกระแทกตัวทะยานออกไปสู่ท้องฟ้าพร้อมกรงเล็บที่คมกริบในมือ โดยมีลูกน้องหลายสิบเครื่องบินตามไปมิอันมองแม่ที่ไปลับตา และหยิบเคริองติดตามออกมาดู เธอเดินกึ่งวิ่งไปที่เมโรดี้โมบิลสูทของเธอ เพราะไม่คิดจะรออย่างที่แม่บอกง่ายๆแน่
                                     “ติดเรโน้ตให้ใหม่ทีในสิบนาที แล้วก็ขอบีมไรเฟิลด้วย”
                  ช่างเทคนิคที่อยู่ในการควบคุมของมิอันกระจายกันไปทำตามทันทีมีเหรอ ทีเธอจะปล่อยแม่ของเธอให้ไปเจออันตรายคนเดียว
                              

                                       “ชอ...ชอ..ชามข้าว วอแหวน(_ _)”          “เว้นวรรค(‘‘)”
                                       “กอไก่...อืม...แกงเผ็ด”            “ดินปืน...”
                                        “น้ำเงี้ยวอ่ะ=O=;;;”         “วอแหวนซ้ำ^^+”            ปั่บ!!!              พัดกระดาศตีใส่หัวของผมหลังเผลอเล่นต่อคำแพ้สี่รอบติดแล้ว ชิ...ฟาดเต็มแรงเลยนะ ยัยนี่=___,=
                                       “อีกรอบมั๊ย?”          “ดูสนุกซะจริงนะ=A=;;;”           วานิลลายักใหล่แทนคำตอบผมชวนเธอเล่นอะไรแก้เซ็ง หลังจากเห็นยัยนี่วางหนังสือลงและเริ่มมีท่าทางเบื่อๆ
                                        “คราวนี้สามคำ  ห้ามลงท้ายด้วยตัว –น”              เอาเหอะ... ยัยนี่สนุกก็พอใหวล่ะนะแต่ปราณีผมหน่อย=___=;;
                                       “บีมเซเบอร์”           “ทำไมต้องขึ้นด้วยของที่ไม่น่ารื่นหูด้วย=___=;”           เอ๊า!=*=;เอาใหม่ก็ได้ฟะ
                                       “ปาท่องโก๋(_ _)”      “กระโดดตบ”
                                       “บัตรคอนเสิร์ต”        “อืม... “
                                      “1...2...3...--+”        “อืม(..);;;”
                                      “4...5!!”        “ว้าย!!!ขอเวลานอก!!>O<;;”             ผมคว้าพัดกระดาษขึ้นจะเอาคืนยัยผมเหลืองนี่แต่ยัยนี่ไม่ยอมแฮะ เฮ้ย~! ตามกติกาเด้=O=;
                                       “ใช่แล้วตะพาบน้ำ ตะพาบน้ำ>[]<”        “นอหนูยัยทึ่ม!!=[]=”
                                       “ติดไว้ก่อนทีนึง>___<;;”         “ไม่เอา=[]=*”           วานิลลายื้อเข้ามาจะแย่งพัดกระดาษไปจากผมแต่เรื่องอะไรเล่า=A=;; แต่แล้วยัยนั่นก็เอาพัดไปจนได้และเริ่มฟาดใส่ผมไม่ยั้ง เฮ้ยๆ กติกา กติก๊า!!T[]T    ผมยกแขนกันไว้ แต่วานิลลากลับตีผมอย่างเมามันผมเอื้อมมือไปยั้งข้อมือเธอเอาไว้ แสบนักนะ
                                        “นี่~!!ผิดกติกานะเนี่ย”     “ช่วยไม่ได้... นายพลาดเอง พัดอยู่กับชั้น”
                        “เอามานี่เลยไม่งั้นสองเท่านะ”            วานิลลาเอาพัดออกไปห่างจากผมและแลบลิ้นใส่ ขี้โกงว่ะ=O=;;;           “ดูเด่ะ!!เอามา!! มอบโดนหนึ่งไม่มอบสองอ่ะเอ้า>___<”        ผมโผไปยื้อแย่งพัดกระดาษจากวานิลลาแต่ยัยนี่ไวเป็นกรดเลย แถมตัวเล็กจนจับตัวยากได้อีก
                                        “เอ้าๆตรงนี้ๆ เร็วเข้า ปีศาจน้อย^^”          “อย่าเรียกว่าปีศาจน้อยนะ=[]=”
                ผมเห็นช่องว่างสวยๆขึ้นมาจึงสาวมืออกไปคว้าข้อมือของวานิลลาไว้
                                        “ได้แล้ว!!!”         “อ่ะ(..);;”          แต่เพราะยื้อกันไปยื้อกันมา ตัวของเราก็ค่อยๆลื่นลงไปจากเบาะผมปัดป่ายมือไปยึดจับขอบที่นั่งไว้ได้ แต่วานิลลาที่ลงมาซ้ำทำเอาผมจับไว้ไม่อยู่
               เสียงตัวของเราสองคนหล่นลงมากระแทกข้างล่างจนเจ็บไปหมด อูย~...มองงี้เหมือนไม่สูง แต่ก็เจ็บพอดูเลยแฮะ
                                    “อ่ะ...เจ็บๆๆเป็นอะไรรึเปล่า วานิลลา?”             ผมถามเธอที่ทาบอยู่บนตัวผมอย่างเป็นห่วง ตัวยิ่งเล็กๆ คงไม่เจ็บอะไรมากนะ
                                    “อ่ะ...อืมแต่... ถอยออกไปหน่อย ...ขานายขัดกับชั้นอยู่(.///.);;”
                                   “อือ...โทษทีนะ...”            ผมค่อยๆเลื่อนตัวออกจากวานิลลา แต่มันแคบกว่าที่คิดแฮะพอมาอัดกันอยู่เนี่ย= =;;  
                                   “เจ็บ...!”          “ขอโทษ!...แย่ชิบ ขยับยากชะมัด”              หลังจากที่ผมพยายามขยับขาดูเหมือนมันจะทำให้ยัยตัวเล็กนี่เจ็บแฮะผมเริ่มมองหาช่องว่างให้ดันตัวออกไปได้มั่ง แต่ ขยับตัวลำบากแฮะ=^=;
                                    “อ...โอ๊ย!!บ้า! นายจะหักขาชั้นเหรอp[]q;;”         วานิลลาทุบอกผมทีหนึงและดันตัวเข้ามาใกล้อีกเหมือนขาเราสองคนจะติดในซอกอะไรบางอย่างแฮะ ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกขาชาๆแล้วอ่ะT^Tแถมสัมผัสนุ่มๆอุ่นๆของหน้าอกของวานิลลาเริ่มทำผมเตลิดแล้วด้วย แว้ก!!T[]Tผมลองขยับขาข้างที่ไม่ได้ติดให้ออกจากที่เดิมดู เผื่อมันจะขยับได้มั่ง
                                        “ว...ว้าย!!!”           วานิลลาสะดุ้งเล็กๆและก้มหน้าแดงเรื่อของเธอไว้ แต่ผมก็พอจะรู้นะ เวรแล้ว=[]=///;;                              “แตะอะไรของนายน่ะ!!คนบ้า!!”           “เหวอ!!ขอโทษ ชั้นไม่ได้!!”
                                         “เฮือก!!!O^O///////;;”           อ้ากกกกก!!!ไหงมันยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆวะเนี่ย!!!=[]=;;วานิลลาเริ่มตัวสั่นและกำเสื้อผมแน่นเธอเงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาที่สั่นวาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและใบหน้าแดงผ่าว เพราะขาข้างนึงของผม...มันเเทรกอยู่ตรงหว่างขาเธอครับ เเย้กกกกกp[]q///
                                          “ฆ่า...ชั้นจะฆ่านายแน่ๆ...=///=***”             เออ... ผมคงตายแน่ๆไม่ต้องหาสาเหตุเลยด้วย โดนยัยนี่ฆ่าไง แว้ก!!!TT[]TT
                                          “ฮึ...หงึ... บ...บ้า! ตรงนั้น...”           “อ้ากขันติๆๆๆๆๆๆp[]q///;;;”
                                          
                  ผมสติหลุดไปแล้วคร้าบบบบTTOTT/// จังหวะนี้ในสมองของผมมีแต่เสียงของวานิลลาที่ลอยวนอยู่ในหัวผมจนผมแทบจะตบะแตกอยู่รอมร่อแล้วp[]q/// มือเล็กๆของเธอกุมเสื้อของผมจนยับคามือลมหายใจอุ่นๆของเธอปะทะเข้าที่แผงอกของผมตลอดเวลาราวเธออยากจะเผาผมให้ไหม้  ดวงตาของวานิลลาใหวสั่นมือบางๆยกมาป้องปากตัวเองเพื่อไม่ให้เสียงของเธอลอดออกมาเข้าหูผม โว้ยยย!!~อย่าจิ้นต์ไปไกลนะTOT/// ขันติโว๊ยขันติ!!!
                                                        พรืด!!!
                                       “ฮะ!!!อึ่ก!!!!”           “หลุดแล้ว!!!”
                   หลังจากเสี่ยงตายอยู่นานในที่สุด ผมและวานิลลาก็เป็นอิสระ อ๊า~!! เจ็บขาชะมัดเลย>O<แต่ก็ถือว่ารอดแล้ว ผมเลื่อนตัวออกจากวานิลลาพร้อมอิสระที่หอมหวาน 555+>O<
                                       “วานิลลาเป็นไงมั่ง? ไม่เป็นไรแล้วล่ะ หยา!นึกว่าจะแย่ซะแล้ว^O^”
                                       “............”         “วานิลลา?”
                                       “....ฆ่า...”                เอ๊อะ=[]=;;;
                  ไม่ปล่อยให้ผมได้ถามซ้ำกำปั้นเล็กๆของวานิลลาก็จ้วงเข้าที่ท้องของผมไม่ยั้งไม่มีเวลาแม้จะให้ผมได้เจ็บทัน ผมรู้แค่ว่ามันชาไปหมด ท้องและสติมันชาไปหมด=[]=จนกระทั่งหมัดสุดท้ายที่เธออัดแรงมามากกว่าเดิม
                                 “ไอ้โรคจิตนี่!!!”                            เปรี้ยง!!!!
                              “คุเฮื่อกกกกกกกO[]O;;;”          เสียงกำปั้นของยัยตัวเล็กฟาดเข้าที่ท้องผมอย่างแรง จนมากพอจะเกิดเป็นแรงอัดมหาศาลสำหรับผมผมหงายผึ่งลงไปนอนหมดสภาพทันทีหลังรับมหาการลงทัณฑ์จากวานิลลาไปเต็มๆ=[]=;;;
                               “ไม่ต้องห่วงชั้นไม่ฆ่านายหรอก เพราะนายต้องกลับไปตายที่ออสนิกส์ชั้นจะปล่อยให้นายได้มีลมหายใจต่ออีกแป้บนึง ดังนั้นขอบคุณชั้นซะด้วยนะ=///=**”
                                “ค...ครับ....ขอบพระคุณอย่างสูงครับ=[]=;;;;”
            วานิลลามองชายหนุ่มที่สติดับไปอย่างตำหนิ ใบหน้าแดงเรื่อของเธอเผยออกมามือบางบีบกำที่ใหล่เอาไว้ เธอไม่ได้เอาชุดชั้นในมาเปลี่ยนซะด้วยพัดกระดาษในมือขว้างใส่ปีศาจน้อยที่นอนพังพาบอยู่อย่างไม่รู้จะลงโทษยังไง วานิลลาย้ายไปนั่งอีกฝั่งและลืมๆเรื่องเมื่อกี๊ไปซะ ถ้าทำได้=///=;;;


          ยานออสนิกส์ทาลอสเรียกตัวจินยองมาคุยในห้องสั่งการเป็รการส่วนตัวจินยองที่ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถามทาลอสนั่งกระดิกขาอย่างอารมณ์ดี ขัดกับจินยอง ที่ตอนนี้เค้าต้องการเวลาอยู่คนเดียวมากกว่า
                                “บลัตลัสต์เป็นยังไง...แกก็น่าจะได้ยินจากเร็นแล้วใช่มั๊ย...?”   
                                “ผมคงสู้ไม่ได้...ไม่มีโมบิลสูทเครื่องใหนตอบรับผม นอกจากบลัตลัสต์ ผมจะสู้ด้วยเครื่องทั่วไปเองต่อจากนี้...”           ทาลอสจ้องมาที่จินยองนิ่งๆ แต่เค้ากำลังไม่พอใจเก้าอี้หันมาหาจินยองที่ยืนเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ทาลอสแทบจะลุกขึ้นไปและซัดใส่แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เค้าควรทำ
                                “จินยอง...พอทีเถอะ ...ไม่สมกับเป็นแกเลย... แกไม่ใช่คนแบบนั้น”
                                “กัปตัน...”         “แกเคยเรียกชั้นว่าลุง!เงยหน้าขึ้นมา!! จินยอง!!”
                                 “...ผมไม่รู้แล้ว!!!ว่าคู่ต่อสู้ของผมเป็นอะไร!!?”        “..........”
                                “ผมไม่มีพลังอะไรจะไปเทียบสองคนนั่นเลย!!ช่วยอะไรทุกคนไม่ได้ ผมดูไม่มีประโยชน์”
                                “...........”           “ผมสูญเสียครอบครัวมาจากเกาหลีแต่ลุงก็มอบพลังให้ผม แต่ตอนนี้ที่ผมเจอ...คือศัตรูที่มีพลังมากกว่าจนเทียบไม่ได้...”
                                “แกต้องการอะไร?”           “ผมอยากช่วย!!ทุกคนบนยาน!! พวกเรา เพื่อน!!ทั้งออสนิกส์!! ทั้งA.Dพวกเราทุกคน!!”           “แกทำมันอยู่...จินยองแกทำมันอย่างสุดกำลังด้วย...”
                                 “มีประโยชน์อะไรล่ะ...ผมสู้ไม่ได้แล้ว... ผมไปช่วยใครไม่ได้แล้ว ผมไม่มีพลังเหมือนอิสะกะหรือฟูจิวาระ ไม่มีพลังพอจะช่วยพวกนั้นด้วยซ้ำ...”                 “ยุ่งยากจังน้า~...”
             เร็นเดินเข้ามาในห้องสั่งการและมองจินยองอย่างหน่ายใจเธอโยนม้วนกระดาษแผ่นใหญ่ในมือให้จิน
ยองชายหนุ่มคลี่มันออกมาดูและถึงกับหน้าถอดสี หวาดกลัวราวกับจะสิ้นสติไปแล้ว
                                  “พลังที่มากกว่าที่นายต้องการ...ชั้นอาจให้ได้ แต่ที่นายอาจได้รับถ้าหากมันผิดพลาด”
                                  “..........”       “อยากตายดูซักครั้งมั๊ยล่ะ...”

-------------------------------------------------------------------------------------------**End
ทุกคนมีเหตุผลที่จะต่อสู้ เเต่อะไรล่ะ คือสิ่งที่บีบให้เราต่อสู้ เงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ โทสะ หรืออาจจะเป็นความกระหาย
เเล้วสิ่งใดคือความชั่วกัน กลุ่มคนที่ได้ชื่อว่าโจรจะต่อสู้เพื่อสิ่งใดกัน
เเละชายหนุ่มที่สูญเสียอาวุธเเละเพื่อนไป สุดท้ายจะกลับมาในสนามรบได้อีกหรืิอ
ตอนต่อไป โมบิลสูท กันดั้มเวนเจี้ยนต์            กำเนิดใหม่ของวิญญาณสีขาว

Mikaela Hyakuya By ARAM
โพสต์ 8-11-2013 10:44:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +2 Point

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น

เรื่องสั้นที่ขออัพให้เเล้วนะครับ จะพยายามอัพให้เรื่อยนะ^w^  โพสต์ 8-11-2013 12:13
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 11-12-2016 15:02 , Processed in 0.875140 second(s), 23 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้