ดู: 212|ตอบกลับ: 1
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
                อย่างที่คิดพวกมันวางกำลังไว้รอบนอกเป็นโขลงเลย เบลด ซีโร่ที่อยู่ข้างหน้า สอยพวกมันร่วงเรื่อยๆก็จริงแต่ว่าก็มีพวกมันที่เก่งๆปนมาเหมือนกัน อิสะกะก็กำลังรับมืออยู่ผมคอยยิงก่อกวนเป็นระยะ เปิดช่องให้อิสะกะได้ฟาดดาบใส่ และเปิดทางให้เราไปต่อ
                                    “พี่คะ!ไอ้ท่าเมื่อกี๊ ใช้อีกไม่ได้เหรอ?”           
                                     “ได้แต่ยังชาร์จพลังงานไม่ได้เลย มันโผล่มากันเรื่อยๆอย่างนี้...”
                  ไม่ทันขาดคำอิสะกะก็ปล่อยอาทีมิสออกไปและไล่โจมตีพวกมันที่เข้ามาใกล้จนร่วง
                                     “มิอัน!!ด้านหลัง!!”            “อืม!!”
                                     “อิสะกะ!!พวกมันขนกันมาเพิ่มแล้ว!!”
                                     “เป็นปัญหาที่ไหนเล่า!!”        “ไม่ได้นะคะพี่ชาย!! เราจะทำผิดแผนไม่ได้”
                                    “ชิ...  มิอัน... เธอเปลี่ยนไประวังด้านหน้าชั้นจะคุ้มกันให้”
               ผมหันไปมองอิสะกะที่ขวางทางของพวกโจรไว้ และพุ่งเข้าไปสู้และจงใจปล่อยพวกมันมาสามสี่เครื่องตามแผน                     
                                    “คุณจินยอง!!ทำไมถึงไม่หนีเข้าไปในเกตแทนจะล่อพวกมันมาล่ะคะ?”          มิอันถามผมนิ่งๆ ทีทำไมกับอิสะกะเสียงหวานนักวะไม่ยุติธรรมT^T
                                     “เกตน่ะไม่ได้มีการคุ้มครองที่แน่นหนาเผื่อกรณีฉุกเฉินที่แข็งแรงพอ ถึงชั้นเข้าไปได้
ออสนิกส์ก็ตามมาไม่ได้เพราะพวกมันจะบุกเข้าไปในเกตทันทีที่ประตูหลักเปิด เราที่ฝั่งโน้นขับไล่มันออกไปและล่อพวกที่ต้องการชินเรย์ออกมาให้ห่างจากเกต แสร้งทำว่าเครื่องตกและแหลกไปแล้วซะพวกมันที่ไม่น่าจะมีสมองก็จะกลับไปรายงานหัวหน้าว่าคว้าน้ำเหลวแล้วที่เหลือแค่ให้ออสนิกส์เติมพลังงานเสร็จ พวกเราก็ลอยลำ”
                                  “เป็นแผนที่ฉลาดขัดกับคาแรคเตอร์มากเลยค่ะ...”        ขอบใจนะT^T;;
               พวกมันเริ่มกราดยิงมาแล้วแต่ดูท่าอัซไกพวกนั้นจะไม่มีบีมไรเฟิล มิอันจังน่าจะต้านไว้ได้เรื่อยๆ เอาล่ะอีกแค่นิดเดียว
               ในจังหวะที่ผมกำลังจดจ่อกับโลนี่ที่เห็น เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้นโมบิลสูท!!? อะไรกัน!!?ทันทีที่พวกมันเข้ามาใกล้ ตราที่หัวใหล่บอกให้ผมรู้ พวกRuzon!?!
                                  “หนีไป!!มิอันจัง!!!”             ดับเบิ้ลซอร์ดเพิ่มความเร็วขึ้นและพุ่งเข้าหาเจกันของRuzonผมกดยิงกระสุนบีมออกไป แต่พวกมันกระจายตัวออก และระดมยิงใส่ผม
                                   “คุณจินยอง!!”             “อย่าเข้ามา!!ไปบอกอิสะกะ!! พวกRuzonโผล่มาแล้ว!!ไม่ต้องสนใจชั้น!! กลับไปคุ้มกันออสนิกส์!!”          มิอันทำท่าจะร้องห้ามแต่ผมกดตัดสัญญาณและยิงสู้กับพวกโจรและRuzonพวกมันยิงใส่กันเอง และก็หันมาไล่ยิงผม เพราะจู่ๆถูกไล่อย่างนี้และเครื่องที่เหมือนจะบังคับได้ไม่ได้ดั่งใจเท่าใหร่ทำให้ส่วนปีกของดับเบิ้ลซอร์ดโดนกระสุนปืนกลยิงใส่จนเสียหาย
                                  “บ...บินไม่ขึ้น!!??ล้อเล่นน่า!! จะตกจริงๆเหรอเนี่ย!!?”           ควันดำพวยพุ่งออกมาจากปีกของดับเบิ้ลซอร์ด ยานลดระด่ำลงเรื่อยๆเปลวไฟจากแรงเสียดสีเริ่มแผ่ม่านขึ้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นสนั่นห้องบังคับนี่ผม!! กำลังจะตาย!?!?
                                   “ม...ไม่เอาน่า!!~!! เหวอ~!!!!”
      ผมพยายามจะบังคับดับเบิ้ลเบลดขึ้นแต่กลับไม่เป็นผลพอจะประคองเครื่องไว้ได้ สุดท้ายเครื่องก็กระแทกเข้าที่พื้นน้ำแข็งเย็นยะเยือกจนแผ่นน้ำแข็งแตกกระจาย พร้อมแรงอัดกระแทกที่ทำสติผมดับวูบลง.  .. ผมคง...ตายจริงๆใช่มั๊ย... ที่ทุ่งน้ำแข็ง... ที่พายุหิมะนี่...
....
.....
.......
.........
                                    จินยอง~!ลูกทำอะไรอยู่? เร็วเข้าเราจะย้ายบ้านไปที่โซลกันแล้วนะ
                                       ถ้าพ่อได้เงินเดือนเยอะ...จินยองอยากได้อะไรก็จะได้ ดีใจมั๊ยลูก
                                                          อื้ม!!^^
                                            โครม!!!        
                                                  
                                              อ...อะไรกันน่ะ!?                     ปัง!!ปัง!! ปัง!!!
                                              คุณคะ!!!
                                   
                                    พวกเศษเดนที่ไม่ยอมเข้าร่วมกองทัพRuzonผู้สูงส่งอยู่ไปก็ไม่มีค่า...
                                             คุณคะ!! คุณ!!!
                                    ไม่ต้องร้อง... คุณผู้หญิง... เราจะส่งคุณไปอยู่กับสามีเอง....
                                              จินยอง!!! วิ่ง!!!
                 เปรี๊ยะ!
                     เสียงฝืนแตกไฟดึงชายหนุ่มขึ้นจากฝันร้าย ร่างกายที่สะดุ้งตื่นขึ้นมารู้สึกถึงความเจ็บปวดราวกับร่างกายถูกฉีกออกมา จินยองก้มลงและกุมหน้าอกขวาที่มีเลือดซึมออกมาไว้
                       ชายหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆโบสถ์ที่ที่ร่องรอยถูกทำลายเป็นช่องว่างที่หลังคาโหว่ออกให้ปุยหิมะลอยลงมาอย่างอ้อยอิ่งจินยองลุกขึ้นเดินอย่างยากลำบากและค่อยๆพาร่างไปมองที่นอกหน้าต่างที่จับไอเย็นอยู่ มือของเค้าลูบเช็ดเอาไอเย็นออกภาพที่เห็นคือ ดับเบิ้ลซอร์ดกับคอนเทนเนอร์ที่มีสภาพย่ำแย่ เค้านึกออกทันทียานที่เค้านั่งมาโดนโจมตีจนร่วงลงมาที่นี่
                       จินยองเพ่งตาไปมองที่คอนเทนเนอร์ โชคดีที่ไม่เสียหายอะไรมากมีแค่ดับเบิ้ลซอร์ดที่ค่อนข้างย่ำแย่ จินยองถอนหายใจและมองไปที่ข้างนอกอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับมีใครอยู่ในเงากระจกด้วย
                        ชายหนุ่มหันหน้าไปหาคนที่หลบอยู่ในเงาของเก้าอี้ของโบสถ์สาวสวยผมสีชมพูอ่อนสะดุ้งและย่อตัวลงเหมือนพยายามจะซ่อนตัว แต่เหมือนจะรีบเกินไปเก้าอี้ที่เสียสมดุลย์พลิกคว่ำพาร่างเธอหงายท้องหัวกระแทกเข้าเต็มๆ
                                      “ว้าย!!!>[]<;;;”                 โครม!!!
                                      “=___=;;”               จินยองค่อยๆเดินเข้ามาหาผู้หญิงที่ยังคลำหัวตัวเองป้อยๆดับความเจ็บที่หัวน้อยๆของเธอจินยองมองอย่างเป็นห่วงนิดหน่อยและถามออกไป
                                       “เป็นอะไร...รึเปล่า?”           “เฮือก!!!O^O;;;”          สาวสวยที่อยู่ในชุดที่เหมือน
ซิสเตอร์ของโบสถ์สะดุ้งตัวโยนหันมาหาจินยองและรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็วจนหัวของเธอกระแทกเข้ากับที่วางพระคัมภีร์อย่างแรง จนมันเอียงไปเอียงมาอย่างน่ากลัว
                                        “เจ็บอ่า!!!TOT;;”           ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะ--;;
                  
                  ผมมองผู้หญิงที่ดูเหมือนซิสเตอร์นั่งกุมหัวอย่างสงสารขึ้นมาผมย่อตัวลงห่างๆเธอและกดเครื่องแปลภาษาที่นาฬิกาข้อมือให้ทำงาน
                                        “ไม่ต้องกลัวนะ...ชั้นไม่ได้จะทำอะไรเธอ...นะ”       ...เอ๊ะ...?ไหงยังเป็นภาษาเกาหลีอ่ะ(. .); พังเหรอ?ซวยอ่ะดิ...
                                         “จริงๆเหรอคะ?”         อ๋อ~ คนเกาหลีด้วยกัน=*=;;ผมยิ้มแทนคำตอบและเลื่อนตัวเข้าใกล้เธออีกหน่อย เพราะฟังไม่ถนัดแต่ทันทีที่ผมขยับตัว เธอก็สะดุ้งเฮื่อกเลย-*-;;
                                         “ข..ข...ขอโทษค่ะ!!”        เธอดึงจีบผ้าคลุมหัวมาปิดใบหน้าแดงชมพูเอาไว้ น...น่ารักเด็ดๆ=[]=///             “ชั้น มินฮัง จินยอง...เธอช่วยชั้นไว้สินะ...”         “...ชั้นได้ยินเสียงเหมือนอะไรถล่มลงมา พอออกไปดู...ก็เจอยานลำนั้น กับคุณที่อยู่ในนั้น...ค่ะ(. .);;”           โอ๊ย~...จะเสียงหวานไปเพื่อใคร*O*///
                          “อ๊ะ...ชั้นชื่อเอเดนค่ะ... หลวงพ่อที่เสียไปท่านตั้งให้ หวังให้ชั้นพาทุกคนที่นี่ไปสู่ดินแดนที่เป็นสุขนิรันดร์ของพระผู้เป็นเจ้าน่ะค่ะ”
                                            “ขอบคุณนะ...เอเดน...”          “O///O;;ม...ไม่หรอกค่ะ!! พระองค์คงประสงค์ให้ชั้นไม่อาจนิ่งเฉยได้ ...ค่ะ(. .)///”            ซิสเตอร์สาว... ผมชมพู ใสซื่อกลัวผู้ชาย ซุ่มซ่าม แถมน่ารักได้โล่ ที่ผมมาเจอเธอนี่ก็เป็นประสงค์ด้วยรึเปล่า>w<///
                                   “เอเดน...ชั้นสลบอยู่ที่นี่นานแค่ใหนกัน!?”           “วันนึงพอดีค่ะ(. .)”
                วันนึง!!?O[]O;;;ผมตื่นสายก็จริง แต่นี่มันเกินไปรึเปล่าT^T;;แล้ว ตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ!? ต้องไปช่วยทุกคนบนยาน!!
                                   “อึ่ก!!!”           “ขยับตัวอย่างนั้นไม่ได้นะคะ!!แผลของคุณใหญ่มาก ถ้าแผลเปิด เลือดก็จะออกมาเยอะมากเลยนะ ที่สำคัญชั้นกลัวเลือดด้วยTOT;;”            เอเดนพูดออกมายาวๆและพาผมไปนั่งพักที่เก้าอี้ยิ่งมองใกล้ เธอยิ่งน่ารักกว่าที่เห็นแฮะ...
                                   “เอเดน...อยู่ที่นี่กับคนอื่นในโบสถ์เหรอ?”           “เคยใช่ค่ะแต่น่าเศร้า ทุกคนต่างจากไป อยู่ในเมือง จนเหลือเพียงชั้น กับเด็กพวกนั้น...”          เด็กพวกนั้น...- -;;       เพนกวิน!?=___=;;
                                   “แล้วทำไมเธอไม่ไปกับคนอื่นล่ะ!?”          “ชั้นต้องอยู่ที่นี่เพื่อรอผู้คนที่ต้องการความรักจากพระองค์และรับการช่วยเหลือจากชั้นค่ะ”
                                   “เธออยู่คนเดียวที่นี่มานานแค่ใหน?”           “หกปีได้ค่ะ(‘‘)”
                                   “อย่าตอบคำตอบที่น่าเศร้าออกมาง่ายๆได้มั๊ย?”            “ชั้นเหงาค่ะชั้นรู้...แต่ว่า ซักวัน ชั้นเชื่อว่าจะต้องมีใครซักคนมามอบจุดประสงค์ต่อไปให้ชั้นได้แน่”           เอเดนพันแผลให้ผมอย่างเบามือในดวงตาหวานและอ่อนโยนของเธอ มันกลับดูเหงาหงอยเหลือเกิน หกปีที่เธอไม่มีใครมาอยู่ด้วย เธออยู่ด้วยความรู้สึกยังไงกัน...   
                                    “เธออยู่กินยังไงกัน?”           “ก็ตกปลาหาสมุนไพรป่า บางทีก็ออกเรี่ยไรค่ะ”
                   ขอโทษ ชั้นไม่ควรถามน้ำตาจะไหลแล้วT^T;;;
                                    “แต่มาช่วงสองปีหลังชั้นลองเข้าไปในเมือง ก็ไม่เจอใครเลย เหมือนทุกคนจะย้ายกันไปไกลกว่าเดิมแล้วล่ะค่ะ”          ...!??เดี๋ยวนะ...!!... โคโลนี่ที่เราวางแผนไว้ยังไงก็คือที่นี่ ที่เลือกที่นี่เพราะมันร้างไปแล้วจากการรมแก๊สฆาตกรรมคนทั้งโคโลนี่ของพวกRuzonนี่!!
                                      “เอเดน!!”           “ค...ค่ะ!!!”
                                      “ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกอพยพไปที่ใหนอย่างชั้นใต้ดินหรือว่าศูนย์หลบภัยอะไรมั๊ย?”
                                      “ม...ไม่มีค่ะ...จะมีก็แต่ช่วงฮัลโลวีน เมื่อสองปีก่อน...หลวงพ่อท่านย้ายห้องของชั้นไปไว้ที่ชั้นล่างของโบสถ์ และท่านกำชับว่า ให้สวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าและอย่าได้ออกมาจนกว่าจะครบกำหนดสองสัปดาห์ท่านคงสั่งให้ชั้นถือศีลน่ะคะ...”
                  พอยด์ซั่นฮาโลวีน!!?เธอไม่รู้ตัวเลยรึไง!?ว่าเธอเป็นคนเดียวที่เหลือรอดบนโคโลนี่แห่งนี้น่ะ!!?ห้องที่เอเดนเข้าไปอยู่ตลอดสองอาทิตย์นั่น ต้องเป็นหลุมหลบภัยฉุกเฉินแน่อำมหิตที่สุด... ไอ้พวกนั้น!!
                                       “คุณจินยอง...”          “ไปจากที่นี่กับชั้นมั๊ย?”
                                       “เอ๊ะ!?”             “โคโลนี่ที่ไม่มีคนควบคุมออกซิเจนอีกไม่นานโปรแกมที่ตั้งอัตโนมัติไว้ต้องหยุดตัวลงแน่ พอถึงเวลานั้น ที่นี่ก็จะไม่ต่างไปจากสุสาน”
                                          “แต่ชั้น...ต้องอยู่ที่นี่ นั่นเป็น พระประสงค์...”              “เอเดน!!”
                                                           เฟี้ยว!!!!                              
                    เสียงหวีดอากาศดังขึ้นมาอย่างคุ้นหู เสียงอาวุธหนักพุ่งมาใกล้ๆนี่ไม่นานเสียงระเบิดก็ดังสนั่นออกมา ผมวิ่งออกมาช้าๆและแหงนมองที่ท้องฟ้ารอยโหว่เล็กๆบนท้องฟ้าจำลองมีควันพวยพุ่งออกมา ไม่ใช่อุกกาบาต!!พวกRuzon ไม่ก็พวกโจร!
                                  “พระบิดาผู้สถิตและปกปักษ์บนแดนสวรรค์อันสุขสงบโปรดปัดเป่าความกลัวออกจากลูกแกะน้อยอย่างลูกด้วย พระองค์ทรงมอบความกล้าหาญและอวยพรแก่...  ว้าย!!!”
                                   “จะสวดทำอะไรเล่า!!?โคโลนี่โดนถล่มแล้ว!! พระเจ้าก็ไม่สู้จรวดกับระเบิดแน่!!”
                 ผมจูงกึ่งลากเอเดนมาแต่เธอกลับสะบัดมือผมออกและวิ่งกลับไปช้อนเจ้าเพนกวินของเธอขึ้นมาและหอบไบเบิลเล่มมโหฬารมา อยากโดนยิงตายเพราะคัมภีร์รึไง มันกันกระสุนไม่ได้แน่=[]=;;
               เอเดนวิ่งมาอย่างยากเย็นกระโปรงยาวของเธอน่ารำคาญได้อีก ผมเลยหิ้วร่างบางของเธอขึ้นบ่าเอาเลยดีที่เธอตัวเบาน่าดู แต่ถึงเบาแค่ใหน แผลที่หน้าอกกลับทำผมเรี่ยวแรงหายไปเยอะเลย
                                      “คุณจินยอง!!ปล่อยชั้นนะคะ!! ถ้าจะอุ้มผู้หญิง ก็ต้องตอนพิธีวิวาห์เท่านั้น>///<;;”
                                      “จะจำไว้นะ!!”         ผมกระโดดข้ามแผ่นน้ำแข็งไปเกาะคอนเทนเนอร์ไว้ เจ็บแผลชะมัด!!
                                      “คุณจินยอง!!เลือด!!”        “โกหกชั้นว่ามันเป็นน้ำมะเขือเทศที=___=;;”
                                      “ถ้าชั้นโกหกพระองค์จะไม่ทรงอวยพรให้ค่ะ><;;”         งั้นช่วยอวยพรให้พระเจ้ามาบังกระสุนบีมไรเฟิลแทนให้ทีละกัน=___=*
              ผมส่งเอเดนลงมาก่อนและตามเอเดนลงมา... เจ็บจนรู้สึกแย่ไปหมดเลย อากาศข้างนอกเย็นจนรู้สึกเหมือนแผลโดนมีดคมๆจิ้มอยู่ตลอดเลย...เอเดนมองที่แผลของผมและทำสีหน้าไม่ค่อยดี ผมเอามือปิดแผลและเบี่ยงตัวหลบจากเธอเอเดนดึงผ้าพันคออกมาและเดินมาเอาผ้ากดแผลไว้ และคลายผ้าพันแผลผมออกและพันมันทับผ้าพันคอไว้
                                       “ขอบคุณ...”           “คุณไม่เป็นไรนะคะ...”
                                       “ไม่อยากโกหกเลยเดี๋ยวพระเจ้าจะไม่อวยพร=___=;;”           
                  เสียงระเบิดยังดังออกมาไม่หยุดกระสุนบีมไรเฟิลพุ่งลงมาใส่พื้นโคโลนี่จนสั่นไปหมดผมที่เริ่มฟื้นแรงพาเอเดนวิ่งไปหาโมบิลสูทที่กุมชะตาของเราไว้ ชินเรย์...
                                 “นี่มัน...เทพวิบัติ ที่หลวงพ่อเคยบอกให้ฟัง คุณจินยอง เป็นสาวกของซาตานเหรอคะTOT”
                    
          ผมมองโมบิลสูทที่นอนนิ่งอยู่ในคอนเทนเนอร์ด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างจากเอเดนนี่มันตลกร้ายชัดๆ!
                                “กันดั้ม...!?”           แม้รูปลักษณ์จะคล้ายกับบลัตลัสต์มั่ง แต่ผมก็โกหกตัวเองไม่ลงอีกแล้วชินเรย์ที่เร็นสร้างโดยมีฐานของบลัตลัสต์ มันคือกันดั้ม!?


------------------------------------------------------------**Next part.
ได้มาเเล้ว กันดั้มเครื่องสุดท้ายของฝั่งตัวเอก ชินเรย์ เเต่จินยองจะซิงโครกับชินเรย์ได้หรือไม่ ติดตามต่อได้ในวันอาทิตย์นี้กับpart.3ครับ
อัพซะดึกเลยวันนี้ พึ่งดูน้องอิคารอสเสร็จไปสองซีซั่นรวด เเล้วพึ่งมานึกได้(_ _);;(เห๊ย...นี่เเก= =**)
เจอกันคราวหน้าครับ^w^\=/
โพสต์ 27-11-2013 18:44:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +2 Point

ขอบคุณนะครับ

แสดงความคิดเห็น

ได้เสมอครับ>w<d+*+  โพสต์ 27-11-2013 18:52
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 21:08 , Processed in 0.040664 second(s), 22 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้