ดู: 229|ตอบกลับ: 1
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
...
....
......
                       “หาแนวร่วมสงคราม?ใครล่ะ ที่ไหน?”               “นอร์ม่าอาเจติค...”
                                     “ที่ไหนล่ะนั่น-*-...”              “เคยได้ยินเหมือนกันที่นั่นน่ะ...”                ฟูจิวาระเหมือนจะรู้จักที่นั่นดีแฮะ แต่ผมเนี่ยสิ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังจะไปที่ไหน=___=;;
                       “ยานเราตอนนี้เคลื่อนเข้าใกล้เขตนอร์ม่ามากแล้ว เพราะพวกเค้าส่งสัญญาณเรียกเรามา”
                                     “พวกเค้า?ใคร...”            
                                    “ราชอาณาจักรอาบรัสซาสผู้ปกครองโคโลนี่ทั้งหมดของนอร์ม่า อาเจติค บุคคลที่เรียกเราไปและขอเข้าแนวร่วมก็คือกษัตริย์ผู้ครองโคโลนี่ในนอร์ม่าทั้งหมด...”
                มีอะไรที่แกไม่รู้มั่งมั๊ยจินยอง? แกนี่มันG• •gle รึยังไง=A=;;ผมเองก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์อยู่ดี ถ้าครองอาณาจักรโคโลนี่ขนาดนั้น ทำไมไม่ตั้งกองกำลังของตัวเองขึ้นมาต่อสู้กับRuzonแต่แรก
                                        “เราจะส่งเบลดซีโร่ กับ ชินเรย์ไปก่อน ส่วนเมเทโอ เราจะให้คุ้มกันยานและลงไปพร้อมเรา”                        “ทำไมอะไรๆก็ชั้นวะ=___=;;”             ผมบ่นหน่ายๆ เอะอะก็เรียกผมกับเบลดซีโร่ก่อนเลย=___= ถ้าเป็นงานสันติทูตให้ฟูจิวาระลงไปไม่เวิร์คกว่ารึไง?=^=*
                                          “เราจะให้วานิลลาลงไปทำหน้าที่ทูตงานนี้ ต้องเธอเท่านั้น...”          ชักมีเงาอะไรปะแล่มๆแล้วไงผมถอนหายใจอย่างต้องยอม และเดินออกไปเตรียมตัว
                                          “พี่คะ...”           “มิอัน?ว่าไงล่ะ?”
                                         “คือ...ช่วยตามมาทีได้มั๊ยคะ เกี่ยวกับวานิลลาซัง”                 
                  วานิลลา... แปลกแฮะที่ยัยนั่นจะเป็นคนมีปํญหาซะเอง ผมพยักหน้าและเดินตามมิอันไปจนถึงห้องของวานิลลามิอันหลีกทางให้ผมและเดินออกไป เอาล่ะ... ใหนๆก็มาแล้ว คงต้องเข้าไปคุยหน่อยเผื่อจะช่วยอะไรได้ ผมเคาะประตูห้องของวานิลลาเพื่อเรียกเธอและเสียงที่ฟังดูหมดอาลัยตายอยากของวานิลลาก็ดังออกมา ทำให้ผมแปลกใจ
                                          “.....ใคร?”           “เธอเป็นอะไรน่ะ...?”
                                          “...อิสะกะ...มีอะไร?”            “ขอคุยด้วยหน่อย...ได้มั๊ย?”
                                        “ชั้นว่าเราควรส่งฟูจิวาระไปแทนไม่ก็ทาลอส...”             “เธอเป็นอะไรน่ะ?”
                                        “........”           “นอร์ม่า...เธอไม่อยากไปที่นั่น?”
                                         “นายชอบเดาไปเรื่อยจริงๆนะ...”               “แล้วชั้นเดาผิด...”
                   ไม่มีคำตอบใดๆจากวานิลลาผมยังยืนอยู่ที่หน้าห้องของวานิลลา ทำไมกัน...ทั้งๆที่ไม่ได้ชอบให้ใครทำหน้าเศร้าอย่างนี้แท้ๆ วานิลลา...เธออยากให้ชั้นทำอะไรให้กัน...?
                                         “กลับไปเถอะ...ชั้นไม่ใหวจริงๆ”            “ที่ว่าไม่ใหวน่ะเธอได้พยายามรึยัง?”
                                         “ไม่มีประโยชน์สำหรับที่นั่น ชั้นไม่ต้องพยายามอะไร ชั้นลืมมันไปแล้ว”
                                         “.............”              “ไม่ต้องสนใจชั้นนายแค่ไปบอก ว่าชั้น...”
                                          “ไม่ต้องสนใจบ้าอะไรกันเล่า!!!??”  
     ปึง!!!
                              “!??”
                  ผมทุบประตูของวานิลลาอย่างโกรธขึ้นมา ยัยนั่นเป็นคนบอกว่าไม่ให้ผมทิ้งเธอไปใหน แต่ตอนนี้ เธอกลับบอกว่าไม่ต้องสนใจ!?ตลกสิ้นดี อย่างนั้นมันต่างกับการทิ้งให้เธอเผชิญกับความเลวร้ายที่เธอไม่อยากเจอนั่นคนเดียวยังไง
                                       “ชั้นบอกแล้วไงว่าจะไม่ปล่อยให้เธอกลัว...”             “..........”
                                       “ชั้นอยาก...ให้เธอเชื่อชั้นจริงๆซักที...”
              
                  ประตูห้องของวานิลลาเลื่อนเปิดออก ผมมองไปในห้องที่มืดสนิทแต่แล้วตาผมกลับสังเกตุเห็นร่างเล็กๆของเธอยืนอยู่ไม่ไกล ผมถือวิสาศะเดินเข้าไปในห้องของวานิลลาและยื่นมือไปจะเรียกเธอมาหา แต่เรือน
ใหล่บางนั้นกำลังใหวสั่น เหมือนกับ เธอกำลังร้องไห้...
                                       “วานิลลา?...”                มั่บ....
                      อ้อมแขนเล็กๆของเธอรวบกอดเข้าที่ตัวของผม สัมผัสจากน้ำตาที่ใบหน้าของเธอ ทำให้ผมแน่ใจว่าวานิลลากำลังร้องไห้ ผมโอบแขนของตัวเองพาเธอมาอิงช้าๆ ...แค่เวลานี้ก็ยังดีให้ผมเป็นที่พักให้เธอได้พักพิง และปลดปล่อยความอ่อนแอออกมาเธอเป็นแสงสว่างและมอบพลังให้เรามามากพอแล้ว ผมควรจะให้อะไรเธอบ้าง                                 “โอ๋ๆ...นิ่งนะๆ^^”               “ไม่ได้ร้องซะหน่อย!!”
                                       “หืม~...”            “...ถ้าหากชั้นบอกว่า อยากให้นายพาชั้นหนี นายจะว่าไง?”
                                        “หนีไม่ใช่ทางที่เราชอบไม่ใช่รึไง?”            “ชั้นไม่อยาก...ไปที่นั่นไม่ว่ายังไง...”
                                         “.............”                 “ชั้นคนนี้ที่นายรู้จัก อาจหายไป... ชั้นไม่อยากหายไป...”
                    วานิลลาพูดอย่างสั่นกลัวกลัวว่าเธอจะหายไป แม้ผมจะไม่เข้าใจที่เธอต้องการบอก แต่ผมจะไม่ให้มันเกิดขึ้น ผมชักรู้สึกไม่ดีกับนอร์ม่าขึ้นมาเรื่อยๆแล้วสิเกิดอะไรระหว่างวานิลลา กับที่นั่นกันแน่
                                        “ไม่หายไปหรอก...”             “นายไม่รู้!!!”
                                        “ชั้นสัญญา!!...”                    “.........”
                                         “เธอจะไม่หายไป...ชั้นจะ...”
                 นิ้วเรียวของวานิลลายื่นมาแตะริมฝีปากผมเบาๆ เธอถอยออกไปและส่งยิ้มให้ผมคราบน้ำตาจางๆยังทิ้งรอยไว้อยู่ ผมยื่นมือไปเช็ดมันออกเบาๆและยิ้มออกมา
                                         “ใหนบอกว่าไม่ได้ร้อง...”               “ถ้าล้ออีกชั้นยิงนายทิ้งแน่...”
                                         “น่ากลัวแฮะ^^”           
                 เสียงประกาศจากห้องสั่งการดังขึ้นได้เวลาที่จะลงไปทำสัญญาร่วมสนับสนุนบนราชอาณาจักรแล้ว อิสะกะยืนรอที่เบลด ซีโร่ดูเหมือนวานิลลาจะยอมให้ความร่วมมือแล้ว ชิกิเด้งอยู่ข้างๆอิสะกะและกลิ้งไปกลิ้งมาภาพของจินยองเดินมาที่ชินเรย์พร้อมๆกับเด็กๆบนยานกลุ่มใหญ่เรียกเค้าไปมอง
                                      “นี่ๆ!จินยองกันดั้มนี่น่ะ เจ๋งสุดยอดเลยใช่ป่าว!? อยากขับมั่งอ่ะ><”
                                      “ก็ได้น่ะนะถ้าพวกนายสู้ไปกับเราน่ะ”              “เห~จริงเหรอๆ?งั้นพวกเราจะสู้ด้วย”
           
                จินยองก้มลงและเล่นหัวเด็กผู้ชายหัวกลุ่มเล่น นี่แกกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กเมื่อใหร่กันจินยอง=___=;; ไม่นานนักเอเดนก็เดินตามมาพร้อมเด็กผู้หญิงอีกกลุ่ม
                                  “คุณจินยอง ไปดีมาดีนะคะพระองค์จะอวยพรให้คุณ^^”          “อาเมน-O-...”
                                  “ฮะๆๆๆ...อืม นั่นสินะ^^”        จินยองยิ้มออกมาให้เอเดนเห็นสาวผมชมพูยิ้มออกมาและพาเด็กๆไปดูอยู่ห่างๆอิสะกะเหลือบเห็นฟูจิวาระที่เข้ามาประจำบนหุ่นติดๆในมือยังถือขวดนมกาแฟอยู่และหันมาชูมือทักอิสะกะ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบ
                                     “ช้าแฮะ...ท่าทางจะมีอะไรเยอะกว่าที่คิด...”                  “ขอโทษที่ให้รอจ้า^O^”
                   โรสร้องเรียกให้อิสะกะหันไปหาและก็ถึงกับสะดุดตาค้าง วานิลลาในชุดที่แปลกตา ราวกับเจ้าหญิงชุดกระโปรงสีขาวชมพูอ่อนๆและแขนตุ๊กตา ท่าทางการเดินที่ดูเหมือนคนชั้นสูงและกริยาที่สงบลง แทบจะไม่เชื่อตา ว่าที่เห็นคือแม่มารร้ายที่เค้าเคยกลัวตอนนี้เธอเป็นองค์หญิงที่งามพร้อมไปแล้ว
                                      “...อ...อะไรเล่า?!...อย่ามองนักได้มั๊ย?”   
                                       “...ดูดีมากเลย...วานิลลา...”
                     หญิงสาวหน้าแดงขึ้นมาถึงหูอิสะกะเหมือนอยู่ในภวังค์ เธอที่อยู่เบื้องหน้าสะกดเค้าเอาไว้ได้อยู่หมัดโรสเดินมาตีใหล่วานิลลาเบาๆและส่งสายตายิ้มกริ่มวานิลลาสะบัดหน้าอย่างเอียงอายและหันไปหาอิสะกะและกรีดตาใส่ชายหนุ่มรู้ตัวแล้วว่าเธอเริ่มเคืองจึงเรียกสติกลับมาและหัวเราะแห้งๆ
                                        “เหมาะมากเลยล่ะท่านรอง>///<”            เร็นออกมาดูวานิลลาที่แปลกตาไปอย่างเห็นได้ชัดแต่สาวสวยกลับมองอย่างหน่ายใจ เร็นหัวเราะออกมาบางๆและกระแอมทีนึงและพูดใหม่
                                         “เหมาะมากเพคะวานิลลา~จัง♪”                  ไม่มีจังได้มั๊ยT^T;;
                                         “ทำไมต้องใส่ชุดรุ่มร่ามงี้ด้วย?มันขึ้นไปลำบากไม่ใช่เหรอ?”
                                          “แหม~ตายจริงเวลาอย่างนี้ อัศวินหนุ่มก็ต้องอุ้มองค์หญิงขึ้นสิจ๊ะ^^”
                                         “หา!!??”                วานิลลา/อิสะกะ
            
             ชายหนุ่มหันไปมองและยิ้มแห้งๆอย่างไม่อยากออกความเห็นแต่วานิลลาที่ยืนข้างๆกลับจ้องคนที่อยู่ข้างๆตาเขียว
                                          “ถ้านายคิดอะไรพิเรณท์ๆชั้นจะ=///=**”             “ไม่คิดเฟ้ย!!=[]=///”
                         “เอ้าๆเลยเวลามามากละ เชิญเสด็จเพคะ “
                       เร็นทำเสียงทีเล่นและผายมือให้วานิลลาเดินไปบนเบลด ซีโร่ที่คุกเข่ารออยู่วานิลลาเดินไปอย่างง่ายๆ แต่พอจะขึ้นไปบนเบลด ซีโร่มันยากกว่าการเดินขึ้นลงบันไดพอตัวแฮะแถมส้นสูงนี่ทำเอาเดินในภาวะไร้แรงดึงดูดลำบากเข้าไปอีก
                                         “(..);;;...”             “เอ้า!มานี่ เดี๋ยวก็หมดวันกันพอดี=___=”
                     
                      อิสะกะเข้ามาและคว้าร่างบางของวานิลลามาอุ้มไว้ องค์หญิงตัวร้ายเห็นก็ถึงกับอาละวาด แต่กลับไม่อาจวาดลายได้มาก ชุดเดรสมันทำให้ขยับลำบากขึ้นมาเอาการ
                                          “ขอประทานอภัยด้วยพะย่ะค่ะฝ่าบาท...”            อิสะกะคลี่ยิ้มบางๆและอุ้มวานิลลาขึ้นไปบนเบลดซีโร่ โดยมีชิกิตามขึ้นมา โรสมองอย่างพอใจในผลงาน คิดถูกจริงๆที่ให้อิสะกะเป็นคนไปคุยแทนตัวเองเมื่อคืน
                     
                                  “เอาล่ะภารกิจคือเจรจาเข้าแนวร่วมกับราชอาณาจักรอาบรัสซาส วานิลลาจะรับหน้าที่ทูต อิสะกะนายกับจินยองต้องเป็นบอดี้การ์ดกของวานิลลาส่วนกองโจรเมโรดี้และมิอันจะทำหน้าที่ขบวนส่ง และระวังสถานการณ์ เข้าใจนะ”
                                 “เข้าใจแล้ว....”                    เสียงตอบรับจากชายหนุ่มบอกออกมา โรสเริ่มเดินแรงดันและระบบเพื่อส่งโมบิลสูทออกไป
                                 “ยืนยันด้วยค่ะ...”               “อิสะกะทาเมโตะ เบลด ซีโร่...”
                                  “มินฮังจินยอง ชินเรย์...”
                แรงดันพลังงานพร้อมส่งตัวนักบินรันเวย์เลื่อนเปิดออก ฟูจิวาระที่ต้องอยู่กับออสนิกส์ชูนิ้วโป้งอวยพรให้อิสะกะเหยียบคันเร่งจนสุด พาเบลด ซีโร่พุ่งไปตามรันเวย์ กันดั้มสีดำพุ่งออกมาจากออสนิกส์และสยายปีกเหลืองทองออกสะบัดและพุ่งสู่อาบรัสซาส โดยมีชินเรย์และเฟรดดี้ครูเกอร์ตามมา
                                   “ควรจะถึงเวลาที่พวกเค้าจะมาแล้ว...”            ชายในชุดองค์กษัตริย์นั่งอยู่บนบัลลังค์ที่ระเบียงวัง เพื่อมองดูการมาของA.Dไม่นาน ดวงแสงจำนวนหลายสิบดวงก็สว่างบนท้องฟ้าบอกถึงการมาของพวกเค้า
               โมบิลสูทของA.Dค่อยๆเคลื่อนลงมายืนอยู่บนลานกว้างในเขตราชวังโดยมีเฟรดดี้ครูเกอร์และชินเรย์ลงมาก่อน
             พลันแสงไฟลุกโชนจากการฝ่าชั้นบรรยากาศก็จ้าสว่างขึ้นมาและนิ่งค้างกลางอากาศกษัตริย์แห่งอาบรัจซาสทอดสายตามองไปที่ดวงไฟที่ยังลุกโชนอยู่กลางอากาศโดยมีข้าราชบริพารย์ออกมาคอยคุ้มกัน
              ดวงตาเหลืองจันทราของเบลด ซีโร่แผดแสงพร้อมกับผืนปีกเหลืองทองประกายแดงคลี่สยายออกมาพัดม่านไฟออกไปเหลือไว้เพียงละอองเพลิงแดงลอยค้างในอากาศ จอมมารค่อยๆเลื่อนร่างลงมาอย่างช้าๆในดวงตาของชาวอาบรัสซาสที่เฝ้ามองอยู่เบื้องล่าง
                                       “ช่าง...งดงาม...”              กษัตริย์อาบรัจซาสเอ่ยอย่างหลงใหลในความงามอำมหิตของจอมมารเบลดซีโร่ และยมทูตขาวนั่นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
                                          “เชิญพวกเค้าเข้ามาเราจะรออยู่ที่ห้องโถง....”              “รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ”

                ค็อกพิทเลื่อนเปิดออกช้าๆชายหนุ่มเดินนำลงมาก่อนและยื่นมือมาพยุงวานิลลาที่เดินไม่ค่อยถนัดมาวานิลลาจำใจยื่นมือไปจับอิสะกะไว้ แก้มแดงเรื่อของเธอชักทำเค้าหมั่นเขี้ยวขึ้นเรื่อยๆแล้วสิไม่นาน เค้าก็พาเธอลงมาที่พื้นได้โดยง่าย วานิลลาไม่ทันเอ่ยขอบคุณทหารของราชอาณาจักรก็เดินเข้ามาและคุกเข้าต่อหน้าพวกเค้า
                                   “หน่วยทหารราชอาณาจักรรู้สึกซาบซึ้งที่ท่านตอบรับคำร้องของเรา”
                                   “เช่นกัน...ยืนขึ้นอย่างมีเกียรติเถอะ ทหารผู้กล้าของเรา...”
              อิสะกะหันไปมองวานิลลาที่พูดออกมาอย่างเป็นพิธีหัวหน้าทหารเงยหน้าขึ้นมามองอย่างเต็มไปด้วยคำถาม ทำไมชาวA.Dถึงได้รู้คำกล่าวของราชวงศ์
                                    “อ...องค์”                “เราเข้าไปข้างในกันได้แล้ว...”
                                “พ...พะย่ะค่ะ!!เชิญเสด็จพะย่ะค่ะ”           “เฮ้ๆ...ผมเป็นแค่...”              กึ่ด...
                                “เจ็บ!!p[]q;;”               วานิลลาหยิกแขนอิสะกะเพื่อให้หยุดพูด และเดินนำอิสะกะไป จินยองที่งงๆลงมาก็ยักใหล่ให้อย่างไม่รู้เรื่องและเดินไปข้างหลังวานิลลา อิสะกะปล่อยลมหายใจออกมาแรงๆและเดินตามไปตลอดทางที่พวกเค้าเดิน ทหารแห่งราชอาณาจักรที่ยืนคุ้มกันตลอดทางค่อยๆคุกเข่าลงทันทีที่พวกเค้าเดินผ่าน หน้าประตูเข้าราชวังหัวหน้าทหารหยุดและควานหาคีย์การ์ด แต่วานิลลากลับเดินขึ้นมาตีเสมอ
                                “เอ้ย...วานิลลา...”             อิสะกะเดินขึ้นมาทำทีจะห้าม แต่สาวสวยกลับยื่นมือของเธอไปแตะที่แผ่นสแกนประตูเหล็กกล้าพากันคลายล็อคออกเปิดทางให้เค้าและเธอเข้าไปอิสะกะหันมามองวานิลลาอย่างเริ่มจะมีคำถาม แต่วานิลลากลับไม่ยอมจะหันมามองเค้าได้แต่ทำสีหน้าเก็บงำบางอย่างเอาไว้ และเดินนำอิสะกะเข้าไป
              ที่ในส่วนลึกของราชวังบัลลังค์สูงตั้งตระหง่านบนสายตาของอิสะกะพรมแดงทอดยาวไปตามทางเดินที่มีเสาหินโรมันตั้งประดับสองข้างทางชายบนบัลลังค์ยืนรับการมาของA.Dอย่างปิติยินดีแม้จะประหลาดใจที่ไม่ได้ยินเสียงข้าราชร้องบอกก่อน
                                   
                                  “ยินดีต้อนรับสู่ราชอาณาจักรอาบรัจซาส เรารอท่านอยู่... จอมมาร ยมทูต และA.D”
                                  “...ขอประทานอภัยที่เข้ามาโดยไม่บอกกล่างองค์เหนือหัวแต่เรา...”
              กษัตริย์อาบรัจซาสยกมือขึ้นปรามนายทหารที่วิ่งเข้ามารายงานให้หยุดก่อนและหันไปกระซิบบอก
                                  “ไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่เราเอาเรื่องนี้ไว้ทีหลัง... รับรองพวกเค้า...”          “รับด้วยเกล้า...”
                                  “ต้องขออภัย...ข้าฟิลิกส์... ฟิลิกส์ ลูเซีย อาบรัสซาส เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน...”
            อิสะกะและจินยองคุกเข่าลงตามธรรมเนียมแต่อิสะกะกลับไม่เห็นวานิลลาย่อเข่าลงมา แต่เธอกลับเดินเข้าไปที่บัลลังค์แทนทันทีที่กษัตริย์ฟิลิกส์เห็นเธอ ก็ถึงกับหน้าถอดสี อิสะกะเดินมาทำท่าจะห้ามวานิลลาแต่คำพูดของเธอกลับหยุดเค้าไว้ก่อน
                                     “เป็นเกียรติเช่นกันเพคะ...หม่อมฉัน...วานิลลา... ลูเซีย วานิลลา อาบรัสซาส...”
             ฟิลิกส์เดินลงมาทำท่าจะเข้ามามองใกล้ๆให้แน่ใจแต่องครักษ์กลับขวางไว้ ฟิลิกส์หันไปมองและยิ้มอย่างดีใจยากจะบรรยายก้อนจุกบางอย่างกำลังทำให้เค้าพูดไม่ออก
                                      “...ขอ...ขอเห็นหน้าเจ้า...ชัดๆได้มั๊ย?”             “........”
           
             วานิลลาเดินฝ่าวงขององครักษ์ไปโดยมีชิกิตามเข้าไป หญิงสาวย่อเข่าลงคำนับกษัตริย์เบื้องหน้าดวงตากร้านชาของเธอเชยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเคลือบความขมขื่น
                                     “วานิลลา...สวรรค์ทรงโปรด...”             “ทรงจำได้สินะเพคะ...”
                                     “จำได้...ไยจะจำไม่ได้...เจ้าเป็น...”     
                                     “เป็นข้าบาทที่ท่านสั่งประหารไงเพคะ...เสด็จพ่อ”

------------------------------------------------------------------**Next part.
ช้าไปวันนึง ด้วยเหตุผลรุมเร้าหลายประการครับT^T เเละกลับมาอัพปกติในวันนี้เเล้วครับ
ต้องขออภัยที่อัพผิดเวลาบ่อยๆนะครับ
เจอกันตอนต่อไปครับ
อ่านต่อ
Mikaela Hyakuya By ARAM
โพสต์ 30-11-2013 17:46:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +2 Point

ช่วงท่อนบนอ่านยากนิดนึ่งนะคะลิ้นพันกันโอะ...สนุกคร้า รอติดตามตอนต่อไป

แสดงความคิดเห็น

5555555555อ่าชื่อตัวละครยากค่ะชื่อมันแบบว่าอ่านแล้วลิ้นพันกัน  โพสต์ 30-11-2013 18:38
เดาอาการไม่ถูกเลยจริงฮ่าๆๆ>w< ขอบคุณที่ติดตามคร้าบบบบ  โพสต์ 30-11-2013 18:34
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 18:51 , Processed in 0.068649 second(s), 23 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้