ดู: 586|ตอบกลับ: 2

Sore ha boku no kanojo desuka ? [อัพเดทบทที่ 2]

[คัดลอกลิงก์]
Sore ha boku no kanojo desuka ? ?

เธอน่ะเหรอแฟนของผม ?

เรื่องย่อ


ถ้าเป็นคุณจะทำยังไงล่ะ ? ที่อยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุสุดวิสัยที่อยู่ๆก็ต้องหาแฟนขึ้นมา แถมการที่จะหาได้สักคนมันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ
ไม่พอแค่นั้น ดันเกิดจับพลัดจับพลูจนต้องมาพบเจอกับเหล่าสาวๆมากมาย จนแทบไม่มีโอกาสได้ทำภารกิจให้เสร็จเลยด้วย!!






บทที่ 1 คห. ที่ 1 ครับ




 เจ้าของ| โพสต์ 19-12-2013 18:53:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่ 1 Dream of Fortune [Part1]



แล้วจากนี้...จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย

ที่ห้องนั่งเล่นของบ้านหลังหนึ่ง มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากเลิกเรียน กำลังยืนขยำกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ ด้วยอาการแข็งทื่อราวกับไม่มีชีวิต

ไอ้พ่อบ้า....

ผมยืนนิ่งกับพื้นห้องนั่งเล่นเป็นเวลา 30 วินาที เหตุผลที่ผมเป็นแบบนี้... ก็เพราะไอ้นี่ไงล่ะ

หลังจากที่ผมเลิกเรียน ผมก็เดินตรงกลับบ้านมาทันทีด้วยอารมณ์ดี เพราะวันนี้เลิกเรียนไว แต่กลับมาเจออะไรแบบนี้ มันถึงกับเศร้าสลดเลยทีเดียว

สิ่งที่ผมถืออยู่ ก็คือจดหมายลา(เที่ยว)งาน ของไอ้พ่อบ้าของผม ซึ่งในเนื้อนั้นนั้นก็เขียนไว้ว่า...

' โอ๊ส มาโคโตะ อาจจะกะทันหันไปสักหน่อย

แต่ว่าพ่อติดงานเร่งด่วนต้องไปต่างประเทศ

อย่างกะทันหันน่ะ จะไม่ไปก็ไม่ได้ด้วย

เพราะว่างานนี้ถ้าพ่อไม่ไปมีหวังรายได้ของบริษัท

ลดฮวบฮาบแน่ๆ ขอให้แกเข้าใจพ่อหน่อยนะ

ที่ไปเนี่ยไม่ใช่เพราะเห็นงานดีกว่า ครอบครัวหรอก

แต่ถ้าไม่ไป ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวก็เละพอดี

แล้วตอนนี้แกก็อายุ 15 โตแล้ว ก็อยู่ได้สบายๆล่ะนะ

พ่อคงจะไปไม่กลับ เป็นเวลา 3 ปีเลยล่ะ ขอโทษจริงๆ

งานระดับบริษัทเลยนะขอบอก

ปล. จดหมายยังเขียนไม่หมดนะ พอดีพ่อรีบต้องไปสนามบิน

เอาไว้ถึงที่หมายเมื่อไร พ่อจะส่ง SMS มาบอกอีกทีนึง

ไปละ จากพ่อ '

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ไอ้พ่อบ้า ไอ้พ่อบ้า ไอ้พ่อบ้า ไอ้พ่อเฮงซวย

มีผู้ปกครองของใครที่ไหนเค้าทำแบบนี้กับลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแบบนี้มั่งเนี่ย ให้ตายเถอะ

ไปต่างประเทศกะทันหันเหรอ งานเหรอ ทิ้งลูกไว้แบบนี้เนี่ยนะ เป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้เลยสักนิด แล้วหลังจากนี้เราจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงเนี่ย

ถึงจะบอกว่าอายุ 15 แล้วก็เถอะ แต่ว่าอยู่ๆพ่อก็ดันมาไปแบบปุบปับอย่างนี้ ปกติเค้ามีแต่บอกก่อนสัก 1-2 อาทิตย์ไม่ใช่หรือไง

แล้วนี่อะไรเนี่ย ไปเฉยเลย ทิ้งแค่จดหมายไว้ให้เนี่ยนะ อยากจะบ้าตายชีวิตผมจะซวยไปถึงไหนเนี่ย

" กลับมาแล้วค่า เอ๊ะ? เป็นอะไรเหรอพี่ เข่าทรุดเหรอ "

ประตูหน้าบ้านเปิดออก มีเด็กสาวคนตัวเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้าน น้องสาวผมนั่นเอง

มาซากะ จิฮิโระ อายุ 12 ปี ที่เพิ่งขึ้นชั้น ม.ต้นมาหมาดๆ แบกกระเป๋า วิ่งกลับมาพร้อมชุดพละเพราะวันนี้น้องผมต้องทำกิจกรรมชมรม ก็เลยกลับช้ากว่าผมนิดหน่อย

" หึ... จิฮิโระน้องรัก.... "

" คะ? พี่ ? "

" ต่อไปนี้เราไม่ต้องเรียกคาสึ ว่าพ่อแล้วนะโว้ยย !!!! "

" เอ๋?! ทำไมอะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ? "

ผมตะคอกเสียงดังออกไปด้วยความโมโหที่สั่งสมมาตั้งแต่เปิดอ่านจดหมาย

" อ่านซะ "

ผมยื่นจดหมายไปให้จิฮิโระอ่าน ผมว่าจิฮิโระพออ่านแล้ว ก็คงช๊อคเหมือนกับผมน่ะแหละ

" อืม.... "

ผ่านไป 10 วินาที จิฮิโระก็ยื่นจดหมายกลับมาให้ผม โดยไม่ได้ทำสีหน้าเซ็ง หรือออกอาการแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเลยแม้แต่น้อย

" นี่เธอ... จะไม่คอมเมนต์ไอ้พ่อบ้านี่หน่อยเหรอ ? "

" ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ พ่อก็แค่ไปทำงาน หนูไม่ใช่พี่ซะหน่อย ที่อะไรๆก็อารมณ์ร้อนไปซะทุกเรื่อง "

" ได้ไง?! ทิ้งเราไปตั้ง 3 ปีเลยนะ "

" ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร อย่างน้อยๆ ก็ "

" ก็ ? "

" หนูก็ไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อย ก็มีพี่อยู่ทั้งคนนี่นะ แถมยังได้อยู่กันสองต่อสองด้วย "

อึก.... จิฮิโระพูดออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม บนใบหน้ายิ้มแย้มของจิฮิโระนั้น มีความเป็นเด็กสูงมาก ถึงเพิ่งจะพ้นประถมมาก็เถอะ

แต่หน้านี่ก็เด็กกว่าเด็กประถมเสียอีก พอพูดอะไรแบบนี้ออกมา  แม้แต่ผมที่เป็นพี่ชายแท้ๆ ถึงกับต้องหันหน้าหลบเลย

" เฮ้อ.. เธอนี่นะ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆสักหน่อย "

" หนูไม่ได้พูดเล่นสักหน่อย "

จิฮิโระชอบอะไรชวนเข้าใจผิดตลอด เราเป็นพี่น้องกันนะให้ตายสิ นี่ผมเครียดเรื่องพ่อแล้ว จะให้มาเครียดเรื่องน้องสาวอีกหรือไง

" เฮ้อ... เอาเถอะ แต่จากนี้เราจะทำยังไงดีล่ะ ? "

" ไม่รู้สิคะ คงต้องรอ SMS จากพ่ออย่างเดียวแล้วล่ะมั้ง "

" แล้วอีกนานเมื่อไรล่ะนั่น "

" หนูว่าคงประมาณพรุ่งนี้แหละ เพราะวันนี้พ่อเพิ่งขึ้นเครื่องไป กว่าจะถึงที่หมายก็คงพรุ่งนี้พอดี เครียดไปก็ไม่ได้อะไรหรอกคะ หนูไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ "

หลังจากพูดจบ จิฮิโระก็ถือกระเป๋าเดินขึ้นชั้น 2 ไป

ก็จริงอย่างที่ว่า คิดมากไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา สู้รอเวลาเอาจะดีกว่า พอคิดได้อย่างนั้น ผมก็ขยำจดหมายแล้วโยนลงขยะในห้องนั่งเล่น

แล้วก็ หยิบกระเป๋าเดินขึ้นห้องไป


" พี่จ๋า วันนี้จะกินอะไรดีอะ ? "

" บะหมี่ถ้วยไปละกัน วันนี้ไม่มีอารมณ์ทำอาหาร "

" ง่า ก็ได้ เชอะ "

ผมขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องใช้เวลา 10 นาที จากนั้นเลยลงมาข้างล่าง เปิดโทรทัศน์ดูฆ่าเวลาเอา

ตอนนี้เวลา 18.30 เป็นเวลาปกติที่เราจะทานอาหารเย็นกัน จิฮิโระจึงลงมาข้างล่าง เพื่อที่จะมาทานอาหาร

แต่วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ทำหรอก ก็เลยไล่น้องให้ไปกินบะหมี่ถ้วยแทน

' ในวันนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่โชโฮคุสาขาญี่ปุ่น ได้มีการส่งพนักงานบางส่วน ไปสนับสนุนการทำงานที่สาขาเกาหลี

เนื่องจาก สาขาเกาหลีเกิดเหตุสุดวิสัยบางประการ แต่เรื่องภายในทางเราไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด '

ที่ช่องข้างล่าง ของโทรทัศน์ ผมเปิดดูเรื่อยเปื่อย เพราะไม่มีรายการประจำ แต่ก็เปิดมาเจอรายการข่าว แล้วบังเอิญไปเจอสกู๊ปข่าวที่แสดงให้เห็น

ในรูปแบบช่องใต้รายการ

บริษัทโชโฮคุคือบริษัทที่พ่อผมทำงานอยู่ รายละเอียดของบริษัทนั้น ตัวผมไม่เคยสนใจงานของพ่อ ก็เลยไม่ได้รู้อะไรเลย

เพียงแต่ไม่เคยคิดเลยว่า บริษัทนี้จะใหญ่โตถึงกับมีสาขาแต่ละประเทศเลยเหรอเนี่ย แสดงว่าที่พ่อไปย้ายไปต่างประเทศนั่น ไม่ใช่เรื่องโกหกสินะ

งี้ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย นี่สินะ คนเป็นพ่อ ทำงานหนักเพื่อลูก ถึงกับโดนไปต่างประเทศแบบนี้ แสดงว่างานช้างพอตัวเลยนะ

" เดี๋ยวพี่ทำกับข้าวให้กินเอง จิฮิโระ "

" จริงอะ ไหงอยู่ดีๆ ก็อยากทำขึ้นมาล่ะ "

" อย่าถามมาก จะเอาหรือไม่เอา? "

" กินค่าาาา รักพี่ที่สุดเลย "

ฝีมือทำอาหารของผมถือว่าอยู่ในขั้นที่ทำอาหารง่ายๆได้อยู่ เพราะ แม่ก็ไม่อยู่บ้าน ส่วนพ่อก็ทำอาหารไม่เป็น ผมจึงเป็นคนเดียวที่ทำอาหารให้ครอบครัวทาน

" วันนี้เอาเป็น โซบะ กับคาราอาเกะละกันนะ "

" ค่ะ หนูอยากทานโซบะพอดีเลย "

วันนี้ถือว่าเป็นอาหารง่ายๆ สำหรับผมไม่ค่อยต่างกับต้มบะหมี่ถ้วยเลย วัตถุดิบของทางบ้าน ก็มีเหลือเฝือ ผมซื้อมาเยอะมาก เผื่อไว้จะได้ไม่ต้องไปซุปเปอร์บ่อยๆ

แถมวัตถุดิบก็ยังมีหลากหลายประเภท ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และขนมหวานก็ยังมี


ผ่านไป 20 นาที ผมก็นำโซบะ กับคาราอาเกะ ร้อนๆมาเสิร์ฟที่โต๊ะกินข้าว

จิฮิโระเป็นคนกินเก่งมาก ผมเลยทำให้เธอเยอะกว่าผมมาก สงสัยจริงๆเลย ทั้งๆที่กินเก่งขนาดนี้ แต่ทำไมตัวยังเล็กอยู่แบบนี้กันนะ

" อร่อยจังเลย ฝีมือพี่นี่ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะ "

" หึ.. ชมไปพี่ก็ไม่มีอะไรให้หรอกนะ "

" ค่าาาา "


พอพวกเราทานอาหารเสร็จ ผมกับจิฮิโระมีข้อตกลงกันว่า หากวันนั้นผมทำอาหารให้ทาน จิฮิโระจะเป็นคนล้างจานเอง ผมจึงขึ้นไปข้างบนนอนอ่านการ์ตูน

ปล่อยให้จิฮิโระล้างจานอยู่ข้างล่าง


พอมารู้สึกตัวอีกที ก็เป็นเวลา 20.00 แล้ว วันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยเป็นพิเศษ เลยขอหลับไวเลยละกัน พอคิดในใจไปแบบนั้น

ผมก็ปิดไฟ จัดของ แล้วก็ล้มลงเตียงนอนทันที



**********************************************************


' ฉันรักเธอนะ มาโคโตะคุง '

' ใครน่ะ... '

ในสถานที่ๆ เต็มไปด้วยสีขาว พื้นเองก็เป็นสีขาว มองลงไปไม่มีอะไร จนไม่คิดว่าตัวผมจะยืนอยู่ได้ รอบๆก็ขาวไปหมด มีเพียงด้านหน้า

ผู้หญิง ผมยาว... ในชุดกระโปรง แต่มองไม่เห็นหน้า เพราะแสงสีขาวตัดผ่านหน้าของเธอไป

' ฉันรอมาตลอดเลย...มาโคโตะคุง '

' พูดเรื่องอะไรน่ะ ? '

' ชอบมาตลอด...ตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว... '

ผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าผม เดินตรงเข้ามา ในระยะประชิด จนหน้าชิดกัน ในวินาทีที่ริมฝีปากของเธอกำลังเข้ามาใกล้ผมนั้น อยู่ๆพื้นที่ก็ทรุดตัวลง

แล้วผมก็ตกลงไปสู่โลกเบื้องล่าง.....

" แจ๊กกกกกกกกก !!! "

ผมตะโกนด้วยความตกใจแบบสุดขีด หวังว่าข้างบ้านคงไม่ได้ยินหรอกมั้ง

ฝันงั้นเหรอ เป็นฝันที่แปลกจังนะ แต่ที่สำคัญผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน เห็นหน้าไม่ค่อยชัด อีกทั้งก็ดูไม่คุ้นตาด้วย

หรือจะเป็น.. ฝันบอกเหตุเหรอ ในอนาคตจะมีคนมาบอกรักเราแบบนี้งั้นเหรอ

" เป็นอะไรเหรอพี่ ตะโกนลั่นเชียว ?! "

ดูท่าจิฮิโระคงจะได้ยินที่ผมตะโกนออกมา เลยวิ่งมาเปิดประตูอย่างแรง

" ฝันดี....ล่ะมั้ง "

" เอ๋ ฝันดีบ้านไหนเขาตะโกนลั่นแบบนั้นกันคะพี่เนี่ย "

" ....ไม่รู้สิ "

" แปลกคนจริงๆ หนูไปอาบน้ำก่อนนะ "

พอพูดจบ จิฮิโระก็ถอนหายใจแล้วปิดประตู เดินออกไป

จริงสิ ลองเช็คดู SMS หน่อยดีกว่า เผื่อพ่อจะส่งรายละเอียดอะไรมาเพิ่มบ้าง

5 ฉบับ... อื้มหืม พ่อนี่ส่งมาทำไมเยอะแยะกันนะ ค่า SMS มันฟรีหรือไงกัน เอาเถอะ ช่างเป็นพ่อที่ดีจริงๆ ท่าจะเป็นห่วงลูกอย่างเรามาก เลยส่งมาซะเยอะสินะ

เพื่อเป็นการรักษามารยาท ต้องเปิดตั้งแต่ฉบับแรกก่อนสินะ

Head : อิทอีสอะเพลน ! (It is a plane)

ผู้ส่ง : พ่อ

เวลา : 22.10

' โย่ว เครื่องบินล่ะมาโคโตะ

เป็นไง เท่สุดๆเลยใช่ม้า

นี่แหละๆ เครื่องบินข้ามประเทศ

ดูสิ พ่อได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาสด้วยนา '

....... อะไรฟะ ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ กะอีแค่เครื่องบินลำเดียว เปิดอ่านฉบับต่อไปดีกว่า

Head : อิทอีสอะเฮฟเวน (It is a heaven)

ผู้ส่ง : พ่อ

เวลา : 23.30

' อาหารกล่องบนเครื่องนี่

อร่อยสุดยอดเลยล่ะมาโคโตะ

แถมคุณแอร์ยังสวยด้วย

เบาะรองนั่งก็สบ๊ายสบาย

คนนั่งชั้นเฟิร์สคลาสก็มีแต่พวกบริษัทพ่อ

คนเลยน้อยกว่าปกติ อย่างกับว่า

เป็นห้องส่วนตัวเลยล่ะ '

...... เฮ้ย นี่ตกลงเป็นห่วงลูก หรือจะอวดสิ่งที่ตัวเองพบเจอกันแน่เนี่ย ฉบับ 3 คงจะมีประโยชน์กว่านี้หน่อยนะ

Head : เกาหลีมาแล้ว!!

ผู้ส่ง : พ่อ

เวลา : 03.34

' ถึงเกาหลีแล้วล่ะลูกเอ้ย

นี่ไงๆ กรุงโซลล่ะ โอ้โหคนเยอะมาก

เกาหลีสุดยอด '

...... ไอ้พ่อเฮงซวย

ฉบับต่อไป

Head : Sorry

ผู้ส่ง : พ่อ

เวลา : 4.00

' ส่ง SMS เพลินเกิน จนลืมไปเลย

เรื่องเงินน่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ

พ่อจะส่งไปให้เดือนละแสนเยน

ถ้าไม่พอก็โทรบอกพ่อ เดี๋ยวจะให้เพิ่ม

ยังไงก็ใช้ประหยัดหน่อยล่ะ

ฝากดูแลน้องด้วยนะ มาโคโตะ '

SMS ทั้ง 5 ฉบับ ไร้สาระ 1 ฉบับ มีประโยชน์ 1 ฉบับ ยังไม่พบข้อมูล 1 ฉบับ

พ่อเรานี่มีทั้งส่วนดี ส่วนเสียแหะ แต่ก็ดีแล้วที่มาชี้แจงเรื่องการเงิน กำลังคิดมากอยู่เลย ว่าจะหาเงินยังไงดี ได้ทุกๆเดือนแบบนี้ค่อยเคลียร์หน่อย

SMS ฉบับสุดท้ายจะมีอะไรอีกนะ แต่ก็คงเป็นอะไรที่ไร้สาระแน่ๆ  

เอ๊ะ? SMS ฉบับนี้เพิ่งส่งมาเมื่อ 10 นาทีที่แล้วเองนี่หว่า หัวเรื่องก็ไม่มีด้วย แปลกแหะ ปกติเวลาพ่อส่งทีไรก็ต้องมีชื่อหัวเรื่องทุกทีนี่นา

Head : -

ผู้ส่ง : พ่อ

เวลา : 6.52

' มาโคโตะ พ่อมีเรื่องจะบอกเป็นเรื่องวิกฤตสำหรับแก

และพ่อมาก อ่านแล้วใจเย็นๆนะลูก คืองี้

เมื่อตอนตี 6 โมงกว่าๆ ทางหัวหน้างานของเกาหลี

เขานัดมาคุยกับพ่อน่ะ และเรื่องที่มาคุยก็คือ

เขาต้องการให้ลูก มาแต่งงานกับลูกสาวของเขาน่ะ

พ่อก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าใครไปบอกว่าพ่อมีลูกชาย

แล้วเขาก็เอารูปของแกมาให้พ่อดู เห็นบอกว่าถูกใจหน้าตาลูก

เลยอยากได้มาเป็นลูกเขย ทางนั้นเขาไม่ได้บังคับหรอกนะ

แต่เขาก็มาร้องห่มร้องไห้ขอร้องพ่อใหญ่เลยน่ะ แถมเห็นว่า

เป็นถึงฝ่ายหัวหน้างานพ่อก็เลยไม่กล้าปฏิเสธไป

เพียงแต่พ่อไม่ได้ตอบตกลงไปนะ เพราะว่าหน้าตาของลูกสาว

เขาน่ะ เห็นแล้วแกจะอึ้ง (รูปภาพจะส่งแนบไปพร้อมกับSMS)

พ่อเองไม่ได้อยากจะได้ลูกสะใภ้หน้าตาแบบนี้สักเท่าไรหรอกนะ

ดังนั้นพ่อได้เตรียมทางหนีไว้ให้แกแล้ว พอดีว่าพ่อบอกหัวหน้างานไปว่า

"งั้นถ้าจะคุยเรื่องนี้ เอาไว้ไปคุยกับเจ้าตัวดีกว่าไหมครับ อีก 3 ปีผมจะกลับ

ญี่ปุ่น ตอนนั้นก็มาคุยพร้อมๆกับผมเลย" หัวหน้างานตอบตกลง

เพราะฉะนั้น ทางหนีก็คือ ก่อนที่พ่อจะกลับไปถึงที่ญี่ปุ่น

แกจงหาแฟนให้ได้ซะ!!! นี่คือทางเดียวที่แกจะรอดจากเหตุการณ์นี้

มันอาจจะปุบปับสำหรับเด็กไร้สเน่ห์แบบแกหน่อย แต่อย่าห่วง

แกเองก็ ม.ปลายแล้วของแค่นี้ต้องลุยเท่านั้น! พ่อเองถึงจะช่วย

อะไรแกไม่ได้มาก แต่ก็ช่วยหาทางเล็กๆน้อยๆให้แกเข้าหาผู้หญิง

ได้เรียบร้อยแล้วล่ะ ตอนนี้ไม่มีเวลาบอกรายละเอียดแล้ว พ่อไปทำงาน

แล้วนะเออ โชคดีกับการหาแฟนนะ มาโคโตะ '

"................"

ผมยืนนิ่งอึ้งนานกว่า 30 วินาที ผมอึ้งตะลึงคิดเสียยิ่งกว่าอ่านจดหมายไปต่างประเทศของพ่อเสียอีก

หาแฟนเหรอ ของแบบนี้แค่พูดมันใช่ว่าจะหาง่ายๆสักหน่อย ไอ้พ่อเฮงซวย วันๆเอาแต่หาเรื่องให้ลูกนะ!!

เคลียร์ปัญหานึงได้ ปัญหาที่2 ก็ตามมาติดๆเลย เนี่ยเหรอคนที่เรียกว่าพ่อ แถมทางออกนี่ก็สุดแสนจะเคลียร์ยากเหลือเกิน

จะว่าไป ให้ผมได้แต่งงานก็น่าจะดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายสักหน่อย หน้าตาจะแย่แค่ไหนเชียว

ผมเลื่อน SMS ลงมาด้านล่างเพื่อดาวน์โหลดไฟล์แนบรูปภาพลูกสาวหัวหน้าฝ่ายมาดูเสียหน่อย ว่าหน้าตาจะเป็นยังไง

"..........."

ตาผมจ้องมองเพียง 0.5 วินาที มือของผมก็ง้าง 90 องศาแล้วปาโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอนทันที

" นี่มันตัวอะร๊าย ?! "

อ้วนก็อ้วน ผิวก็คล้ำ ตาก็ตี่ ใช่สิ่งมีชีวิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ เสียชื่อประเทศเกาหลีหมด ทั้งๆที่เกาหลีขึ้นชื่อว่าผู้หญิงสวย ผู้ชายหล่อเพราะศัลฯไม่ใช่เรอะ

แล้วยัยนี่หลงมาได้ยังไง เพิ่งออกจากป่างั้นเหรอ ไม่สิสงสัยเป็นคนดาวนาเม็กแล้วนั่งยานมาลงโลกมนุษย์เสียมากกว่า

ขอบคุณมากครับพ่อ แล้วก็ขอโทษที่ผมแอบด่าพ่อไปด้วย พระคุณครั้งนี้ผมจะไม่ลืมเลย

พอเช็คโทรศัพท์ดู ก็ไม่มี SMS มาใหม่ แต่ผมคาใจอยู่อย่างหนึ่ง ที่พ่อบอกว่า 'ช่วยหาทางเล็กๆน้อยๆ ให้แกเข้าหาผู้หญิงได้' นี่มันหมายความว่ายังไง

ตัวเองอยู่เกาหลีแท้ๆ จะมีอะไรมาช่วยผมที่อยู่ญี่ปุ่นได้ล่ะเนี่ย น่าสงสัยจริงๆ ยังไงก็เถอะ ช่วยก็ขอให้มันช่วยจริงๆ

ไม่ใช่ว่ามาหาปัญหาใส่ตัวผมอีก ไม่งั้นมีหวังผมได้ฆ่าตัวตายลาโลกนี้ไปจริงๆแน่ ๆ


**********************************************************

ยังมีต่อนะครับผม บทแรกยังไม่จบเน้อ


 เจ้าของ| โพสต์ 4-1-2014 20:51:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
  บทที่ 2 เทพตัวป่วน


ตอนนี้คือเวลา 20.00 ผมกำลังเล่นคอมพิวเตอร์ แชทอินเตอร์เน็ตกับริวจิอยู่
ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ซื้อของมาทำอาหารเย็นได้แล้ว ไอขออาสาเป็นคนทำครัวเอง วันนี้ผมเลยไม่ต้องออกโรงอะไรมาก ส่วนรสชาติอาหารก็ใช้ได้
แต่ดูท่าจิฮิโระจะติดใจมากเสียด้วยสิ  
บ้านเราเป็นบ้าน 2 ชั้น ชั้นแรก เป็นห้องนั่งเล่นกับห้องครัวในตัวเดียวกัน และก็มีห้องนั่งเล่นอีกห้องหนึ่ง เพียงแต่อีกห้องหนึ่งนั้นสมัยก่อนคุณปู่ชอบใช้เป็นที่
สวดมนต์อ่านหนังสือ รวมไปถึงเป็นห้องนอนตัวเองด้วย หลังจากที่คุณปู่ตายไป ห้องนั้นก็เลยว่างเปล่า ไม่ได้ใช้งานอะไร
ชั้น 4 จะมีห้องทั้งหมด 2 ห้อง ก็คือห้องของผมกับจิฮิโระ ที่มีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเอง พ่อซึ่งปกติจะนอนที่ห้องนั่งเล่นเป็นประจำอยู่แล้วก็ตัดออกไป
รวมไปถึงคุณแม่ที่นานๆจะกลับที แม้ว่ากลับมาแล้ว ก็มักจะไปนอนที่ห้องเดียวกับจิฮิโระ เรียกได้ว่ามีแค่ผมคนเดียวที่มีห้องส่วนตัวเป็นของตัวเองแบบสุดๆ
สวรรค์ดีๆนี่เอง เพียงแต่ผมเองก็ไม่ค่อยหมกตัวในห้องมาก จนถึงกับเป็นพวกฮิคกี้หรอกนะ
ฝั่งตรงข้ามของห้องมีเสียงเจี๊ยวจ้าวที่ไม่ถึงกับดังมาก ของสองสาวพูดคุยกันอยู่ เนื่องจากไอมาขออยู่อาศัยเป็นเวลา 3 วัน ก็เลยให้ไปนอนกับจิฮิโระ
ถือว่าดี ที่จิฮิโระเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย สมัยเด็กๆจิฮิโระได้แต่เคยเห็นหน้าไอ แต่ไม่เคยคุยกันเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้กลับคุยสนิทสนมกันอย่างกับเพื่อนสนิท
RyuRyuki : เจอละๆ บทความนี้ มันน่าจะคล้ายๆกับฝันของแกนะ
Magnus : .... เหตุรักฉบับวัยรุ่น? อะไรวะเนี่ย
RyuRyuki : เอาน่าๆ ลองอ่านดู บทที่ 10 นะ
ขณะที่คุยกับริวจิอยู่นั่น หมอนั่นก็ส่งลิงค์บทความแปลกๆมาให้ผม แถมยังมาบอกอีกว่ามันน่าจะคล้ายกับความฝันของผม ความฝันของตัวเองคนอื่นจะไปรู้ได้ยังไง
RyuRyuki ที่ว่านั่นก็ริวจินั่นล่ะ ส่วน Magnus ก็ผมเอง นั่นคือชื่อนามแฝงที่เราใช้แชทกันในโลกอินเตอร์เน็ต
บล๊อกแปลกๆแหะ เหตุรักฉบับวัยรุ่น บทที่ 10 ฝันลางดี " สวัสดีครับ ขอบคุณที่ตามอ่านมาจนถึงบทที่ 10 นะครับ ซึ่งเป็นบทสุดท้ายแล้ว บทนี้เป็นเหตุการณ์
ที่เกี่ยวกับความฝันครับ คุ้นๆกันไหมล่ะครับ ฝันบอกเหตุยังไงล่ะครับ แต่มันจะเกี่ยวกับความรักอย่างไรนั้น ก็ลองอ่านดูนะครับ ปล.บทความนี้เป็นบทความที่มาจาก
ต่างประเทศ แล้วผมนำมาแปลอีกทีหากผิดพลาดประการใด ก็ขออภัยด้วยนะครับ "
แค่หัวข้อแนะนำก็ดูทะแม่งๆแล้ว แถมบทความยังดูเชื่อถือไม่ค่อยได้อีก เอาเถอะ ลองอ่านดูก็ไม่เสียหายนี่นะ
' เหตุการณ์ครั้งนั้น ความฝัน... มันคือสิ่งล้ำค่า และมีค่าที่สุดในชีวิตผม ในขณะนี้ ผมฝันแบบนี้ติดต่อกันมาวันนี้คือวันที่ 5 แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้แปลกไปจากทุกครั้ง
หน่อย ก็คือ ผู้หญิงคนนั้น.. ไม่ได้พูดอย่างเคยๆแล้ว
ผู้หญิงปริศนา : คิดถึงจังเลยนะ ไม่คิดว่าเราจะได้มาแต่งงานกัน
ผม : แต่งงาน พูดเรื่องอะไรน่ะ ?
ผู้หญิงปริศนา : อะไรกัน ลืมไปแล้วงั้นเหรอคะ ?
ผู้หญิงปริศนาที่ไม่ทราบชื่อ และมองไม่เห็นแม้แต่หน้าตา เนื่องจากแสงสว่างมาบดบังใบหน้าของเธอ สิ่งที่ผมรู้ก็มีแค่ว่าผมเธอยาว ก็เพียงแค่นั้น
ทุกๆครั้งที่ผมนอน เธอคนนี้ก็จะมาในความฝันของผม และตลอดมาเธอจะพูดแต่เรื่องเดิมๆ ก็คือ มาบอกรักว่า " ชอบมาตลอด..ตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ " แล้วก็หายไปหลังจากที่ผมลืมตาตื่นขึ้น
เพียงแต่วันนี้ บทสนทนานั้นต่างไปจากเดิม
ผู้หญิงปริศนา : ก็สมัยเด็กๆ เราสัญญากันไว้นี่คะ ว่าจะแต่งงานด้วยกัน จนกระทั่งฉันไปบอกรักคุณสมัยม.ปลาย ปี 3 น่ะ
สถาณะผมในตอนนี้ก็คือ ม.ปลายปี 3 จริงๆ แต่ผมก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านมาหลายวัน ในเวลาที่ผมกำลังจะเดินกลับบ้าน ผมก็รู้สึกว่ามีสายตากำลังจับจ้องอยู่นั่นเอง ผมก็รีบวิ่งเข้าไปในซอกตึก
พอเห็นบุคคลต้องสงสัยวิ่งตามขึ้นมา ผมเลยจับไหล่ของบุคคลปริศนานั่น ชนกับกำแพงเพื่อให้เห็นใบหน้า
" นี่เธอ... ตามฉันมาทำไม ? "
บุคคลปริศนาที่ผมมาก็คือ เพื่อนสมัยเด็กรวมไปถึงเพื่อนร่วมชั้นของผมด้วย
" คือ... "
เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังประหม่าขึ้น ผมเลยปล่อยมือจากไหล่เธอออกมา มือข้างนึงของเธอถือจดหมายสีชมพู กำไว้ พยายามจะหลบไปข้างหลัง
สงสัยจะไม่อยากให้ผมเห็นล่ะมั้ง
" มีอะไรล่ะ ? "
" คะ..คือว่า ฉัน... "
ในตอนนั้นใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงขึ้น น้ำเสียงก็เริ่มสั่นขึ้นเรื่อยๆ
" ฉันชอบเธอ ชอบมาตลอด....ตั้งแต่เด็กๆแล้วนะ "
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ก็นึกถึงคำพูดของผู้หญิงปริศนาที่เคยพูดเอาไว้ในความฝัน
มันเหมือนกันเป๊ะๆเลยนี่หว่า ผมคิดดังนั้นเลย ตกใจสุดขีด
" พูดจริงงั้นเหรอ ? "
" จ้ะ จริงๆนะ "
ผมไม่ได้เกลียดอะไรเธอมากจึงได้ตอบตกลงไป เราคบกันนานจนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และหลังจากนั้นอีก 4 ปี เราก็ตัดสินใจแต่งงานกัน
จนถึงบัดนี้ผมก็ยังจำเหตุการณ์ของผู้หญิงปริศนานั่นได้อยู่ ไม่ว่าจะคำพูดหรืออะไรก็ตาม ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็คิดได้ทุกครั้งว่า
ความฝัน... คือสิ่งที่เป็นดังโซ่ตรวนของความรักดีๆนี่เอง '
หลังจากอ่านจบผมก็พิมพ์ตอบ ริวจิไปทันที
Magnus : อ่านจบแล้ว
RyuRyuki : เป็นไงมั่งๆ สุดซึ้งเลยใช่ปะ นี่ฉันลงทุนค้น History ในบราวเซอร์เลยนะเนี่ย กว่าจะหาเจอก็แทบแย่
ลงทุนหา History เลยเหรอ.... ลำบากน่าดูเลยนะ ทีแรกผมว่าจะพิมพ์ประมาณว่า " นี่มันอะไรวะเนี่ย ไม่ต่างอะไรกับนิยายรักธรรมดาๆ เลยไม่ใช่เหรอวะ
ชีวิตฉันมันไม่ใช่นิยายนะเว้ย แถมมันง่ายไปมั้ง ที่อยู่ๆก็มาบอกรักเนี่ย " ลงไปเสียหน่อย แต่เห็นหมอนี่ลงทุนถึงขนาดนี้ เพื่อเป็นการถนอมน้ำใจ ก็เลยไม่พิมพ์ลงไป
Magnus : ก็ใช้ได้อยู่นะ
RyuRyuki : หึหึ ใช่ปะๆ ทีแรกน่ะนะ ฉันก็ไม่เชื่อบทความนี้หรอก แต่พอไปอ่านข้ออ้างอิงที่เว็บไซต์ด้านล่าง ที่เจ้าของบล๊อกแปะไว้นี่ ฉันเลยเชื่อเลยว่ะ
ด้านล่างของบล๊อกเหรอ ผมเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ลงไปข้างล่าง เพื่อหาเว็บไซต์อ้างอิงดังกล่าวนั้น
มี 2 อย่างงั้นเหรอ อันแรก พอคลิกเข้าไปดู รู้สึกว่าเป็นบทความต้นฉบับที่เจ้าของบล๊อกนำมาแปล ซึ่งเป็นเรื่องราวความรัก ของหนุ่มสาวชาวจีนกับเหตุการณ์ความฝัน
ที่ผมเพิ่งอ่านจบไปนั่น รวมไปถึงมีภาพทั้ง 2 คนยืนชูนิ้วถ่ายรูปด้วยกัน ดูท่าจะรักกันจริงๆแหะ
ส่วนอันที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับบทความต้นฉบับ แต่เป็นบทความแบบใหม่แทน
คิวปิด ศรรักจับหัวใจ แค่ชื่อบทความก็น้ำเน่าสุดๆเลย  เป็นเรื่องราวของเทพแห่งความรักคิวปิด ที่เมื่อมาเข้าฝันของใครแล้ว ก็จะช่วยให้ความฝันนั้น เป็นจริงขึ้นมา
RyuRyuki : งั้นฉันปิดคอมล่ะนะ ไปล่ะเพื่อน เจอกัน
Magnus : อืม เจอกัน ริวจิ
หลังจากที่บอกลาริวจิเรียบร้อย ผมก็หันไปมองนาฬิกา 20.30 พอเห็นดังนั้น ผมก็ปิดคอมบ้าง แล้วก็ไปปิดไฟ เข้านอนทันที

*****************************************************************************

อีกแล้วเหรอ... ครั้งที่ 5 ถ้าเป็นตามบทความนั่นจริงๆ ครั้งนี้ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ
หลังจากเข้าสู่การนิทรา ความฝันของผมก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
พื้นที่ๆเต็มไปด้วยสีขาว เหนือศีรษะมีดวงจันทร์เสี้ยวลอยอยู่ หากเพียงตอนนี้ ผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา
แสงสว่างวาบกว่าพื้นที่สี่ขาว ถูกเปิดออกจากบนฟ้า จนบดบังดวงจันทร์ดวงนั้นไป
มีบางอย่างกำลังลงมา
เด็กเหรอ ?
ผมมองรูปร่างสิ่งที่กำลังลอยลงมาจากบนฟ้า แล้วก็คิดถึงรูปร่างที่ปรากฏตัวออกมาในหัว
รูปร่างเป็นเด็ก ติดปีกรูปร่างแบบนั้นมัน.... เหมือนกับคิวปิด ที่อ่านเจอนั่นเลยแหะ แต่ทำไม ถึงมาปรากฏตัวล่ะ
" You is Masaka Makoto ? "
เด็กติดปีกที่ลอยลงมานั้น ขณะนี้ กำลังลอยอยู่ตรงหน้าผม ห่างสักประมาณ 2 เมตร อยู่ๆก็พูดเป็นภาษาอังกฤษออกมา
" Yes, am i "
ผมตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษไปทันที โชคยังดีที่ยังพอมีความรู้ภาษาอังกฤษบ้าง
" โทษทีๆ ลืมปรับภาษาน่ะ พอดีข้าอยู่แต่ระแวกยุโรปอย่างเดียว ไม่ค่อยได้มาเอเชียสักเท่าไร แต่เอเชียนี่ก็หลายภาษาจังเลยนะ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเนี่ย ลำบากชะมัด "
" ขอโทษที่ผมเป็นคนญี่ปุ่นละกันนะ "
เด็กมีปีกคนนี้ ดูยังไงก็คล้ายคิวปิดที่เคยอ่านเจอใน ตำนานกรีกโบราณโดยแท้จริง ซึ่งหากคิวปิดเข้ามาหาใครแล้ว ก็ย่อมที่จะทำให้ความรักนั้นประสบผลสำเร็จ
เพียงแต่ว่า ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคิวปิดพูดหลายภาษาได้ด้วย
" แล้วมีอะไรกับผมงั้นเหรอ ? "
" จงดีใจซะนะ เจ้าหนู ที่ข้าถึงกับลงทุนมาหาเจ้าเองเนี่ย "
ไม่ทราบว่าควรจะดีใจเรื่องอะไรมิทราบครับ มาเข้าฝันคนอื่นแล้วทำท่าทีวางกล้ามแบบนี้ น่าหมั่นไส้ชะมัด
" ขอรับคุณคิวปิด ไม่ทราบว่ามาหาผมมีเรื่องอะไรหรือขอรับ ? "
ผมพูดไปพลางฝืนยิ้ม ด้วยใบหน้าที่แทบจะแยกเขี้ยวออกมาได้ในทันที
" เจ้าเห็นคิวปิดอย่างข้าเป็นตัวอะไรกัน ข้าคือเทพแห่งความรักนะ ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับความรัก แค่ขอร้องมา ข้าก็จะทำให้สมความปรารถณาเอง ! "
ถึงจะพูดแบบนั้น พอไปนึกถึงตำนานคิวปิด ที่ไปหลงรักนางไซกี ก็แอบขำคิวปิดอยู่ในใจเหมือนกันแหะ
" แล้วผมไปขอร้องตอนไหนน่ะ ? "
" พ่อเจ้าไง "
พ่องั้นเหรอ พ่ออีกแล้วเหรอ แล้วนี่ไปทำอีท่าไหนอีกล่ะนั่นน่ะ
" พ่อของเจ้าน่ะ นำของมาถวายบูชาข้าซะจัดเต็มเลยนะ ปกติแล้วข้าจะไม่มาออกโรงเองหรอก แต่ข้าเห็นพ่อเจ้าก้มกราบบูชาถวายของแบบเอาเป็นเอาตาย
ข้าก็เลยต้องใจอ่อน มาช่วยซะเองนี่ล่ะ จงนึกขอบคุณพ่อเจ้าไว้ด้วยล่ะ "
ครับ ครับ พ่อนี่กังวลเรื่องนี้จนถึงกับต้องขอเทพเจ้าเลยเหรอ ไม่คิดว่าพ่อเราจะเป็นถึงขนาดนี้เลยนะ
" แล้ว ผู้หญิงคนไหนที่เจ้าต้องการ จะให้ข้าช่วยให้หลงรักล่ะ ? "
" เดี๋ยวสิ ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ มันจะช่วยให้หลงรักจริงๆเลยเหรอ ? "
" นี่คิดว่าข้าเป็นใคร ไม่ต้องห่วง ข้าจะนำศรรักปักใจ ช่วยให้เจ้าสมหวังเอง "
คิวปิดยืดเชิดขึ้นมาด้วยท่าทีมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมเอามือไปด้านหลังราวกับจะเสกอะไรออกมา
" เอ๊ะ ! ไม่มี !? "
ไม่นานคิวปิดก็ทำท่าทีลนลาน แล้วเอามือทำท่าแปลกๆที่ด้านหลังตลอด
" แย่ล่ะสิ ลืมไปเลยว่าศรรักหมดอายุแล้ว ข้าต้องไปขอต่อสินค้านี่นา วันนี้คงไม่ทัน ต้องพรุ่งนี้เสียด้วยสิ เพียงแต่ว่าข้ามาพบเจ้าได้แค่วันนี้เท่านั้น "
" เป็นคิวปิดที่ลำบากลำบนน่าดูเลยนะ "
" ก็ใช่น่ะสิ แถมข้ายังต้องไปต่อสินเชื่อใช้งานอีก โธ่เว้ย!! ทำไมถึงมีอะไรต่ออะไรมาขัดขวางงานของข้าตลอดเลยเนี่ย "
คิวปิดเอามือขยำเส้นผม แล้วก็โวยวายออกมาไม่ต่างอะไรกับเด็กๆ  เห็นแล้วก็ดูน่ารักดีนะ
ในตอนนั้นเอง ที่ด้านหน้าผม เด็กสาวปริศนาคนนั้น ก็เดินมาตรงมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ โดยที่มีคิวปิดคั่นกลางอยู่
" นี่เธอ.... "
" ในที่สุดก็พบจนได้ มาโคโตะคุง.... "
เธอมาในแบบเดิมๆ ที่เคยพบเจอตลอดสี่วันที่ผ่านมา
" ฉันรักเธอนะ มาโคโตะคุง ชอบมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว "
" โอ๊ะโอ อย่างนี้นี่เอง "
คิวปิดเอ่ยปากพูด อย่างกับว่าตนนึกอะไรบางอย่างออก
" ไม่เลวเลยนี่ เจ้าน่ะ ดูท่า ข้าคงไม่ต้องออกโรงอะไรมากแล้วสินะ "
" ยังไงก็ไม่ได้ออกโรงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ผมพูดตบมุกคิวปิดออกไป แต่คิวปิดก็ไม่ได้สนใจแล้วก็พูดต่อ
" หึ เจ้าควรจะดีใจนะ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้านี้น่ะ รักเจ้ามากเลยนะจะบอกให้ "
" แต่ยังไง.. มันก็เป็นแค่ความฝันไม่ใช่เหรอ ? "
" ก็เพราะว่าเป็นแค่ความฝันยังไงล่ะ ถึงได้โผล่ออกมาเพียงเท่านี้ "
" แล้วสรุปมันหมายความว่ายังไง ? "
ผมถามออกไป แต่คิวปิดก็ยังทำท่าเชิดอยู่เหมือนเดิม
" ง่ายๆเลยนะ ผู้หญิงคนนี้ แท้จริงแล้วคือเนื้อคู่ ไม่สิ คือคนที่แอบชอบเจ้า และเป็นคนที่จะพบรักเจ้าในเร็วๆนี้ยังไงล่ะ "
" หา !? "
" อย่าดูถูกข้าไปสิ ข้าเป็นถึงเทพแห่งความรักนะ ของแค่นี้ข้าดูออกอยู่แล้ว ผู้หญิงตรงหน้าเจ้าน่ะ เอ่อ... เรียกตามภาษาวัยรุ่นก็ แฟนในอนาคตของเจ้ายังไงล่ะ "
ผมนิ่งอึ้งไปสักพัก ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ความฝันก็เถอะ แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่ากำลังอยู่ในความเป็นจริง
" แล้วพอจะรู้หน้าตา หรือชื่อไหมครับ ? "
" เสียใจด้วย ที่ตรงนั้นข้ามิอาจจะรู้ได้ เพราะในฐานะที่ข้าเป็นเทพด้วยกัน ก็ไม่อาจจะก้าวเกินเทพด้วยกันได้หรอก "
" ก้าวเกินเทพด้วยกัน ? "
" เจ้าไม่รู้สึกแปลกๆเลยเหรอ กับเหตุการณ์แบบนี้น่ะ ? "
" แปลกสิ ก็เล่นฝันแบบนี้ติดกัน 4 ครั้งเลย "
" ถ้างั้นข้าจะบอกให้เป็นพิเศษเลยละกันนะ "
คิวปิดเชิดหน้าขึ้นพร้อมกอดอก ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า รู้สึกว่าจมูกคิวปิดจะยาวแหลมขึ้นไปด้วย
" สิ่งที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้มาพบเจ้าในครั้งนี้น่ะ คือพลังของเทพแห่งความฝัน โอเนรอย "
" เทพโอเนรอย.. ? "

** ข้อมูลอ้างอิง http://writer.dek-d.com/Gemeaux/ ... 55025&chapter=4 **

" ใช่ ในบรรดาเทพด้วยกัน ข้าเองก็รู้อยู่น้อยเหมือนกัน ข้อมูลเลยมีไม่มาก เทพโอเนรอยคือเทพแห่งความฝัน ที่จะปล่อยฝันที่เป็นลางดีหรือจะเป็นลางร้ายก็ได้ออกมา
ซึ่งที่เจ้าได้รับ ก็คือลางดีใช่ไหมล่ะ เพียงแต่ว่าข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ ว่าเทพโอเนรอยจะสามารถส่งความฝันข้ามมาแต่ละบุคคลได้ด้วย  แปลกชะมัด "
" หมายความว่ายังไง ? "
" นี่เจ้า ไม่เข้าใจอะไรเลยงั้นเหรอ ? "
" ขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมความรู้น้อย "
เห็นได้ชัดว่าจากท่าทีที่เชิดขึ้นมาของคิวปิด กลายเป็นหดตัวพร้อมถอนหายใจออกมา
" คืองี้นะ การที่จะขอเทพโอเนรอยได้น่ะ ก็ต้องมาทำพิธีแบบขอแบบข้านี่ล่ะ แต่ผลลัพธ์จะต่างออกไปหน่อยคือ ถ้าเป็นข้าจะทำการส่งพรไปให้เองเลย ไม่ก็เข้าฝัน
ในกรณีของเจ้า เพียงแต่เทพโอเนรอย จะเป็นรูปแบบของการส่งฝันบอกเหตุแทน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตน่ะนะ "

** หมายเหตุ พิธีอะไรนั่นไม่เกี่ยวข้องใดๆกับตำนาน เพียงแต่เป็นสิ่งที่แต่งขึ้นเองเท่านั้น **

" งี้นี่เอง ก็สรุปว่าที่ผมฝันเห็นผู้หญิงคนนี้ ก็คือผมไปขอเทพโอเนรอยอะไรนั่นสินะ แต่ว่า จำไม่เห็นจะได้เลยสักนิด ว่าไปขออะไรเกี่ยวกับเทพเจ้าด้วย "
" ก็นั่นแหละ ที่ข้าบอกว่ามันแปลก ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าน่ะไม่ได้ไปขอเทพโอเนรอยหรอก คนที่ทำพิธีน่ะคือผู้หญิงคนนี้ต่างหาก แต่ว่าข้าไม่รู้หรอกนะว่าทำยังไง
ผลของพรถึงส่งมาถึงเจ้าได้น่ะ "
" ก็เพราะข้าไม่ใช่เด็กๆแบบเจ้าสักหน่อยนี่นา "
คิวปิดที่กำลังพูดด้วยท่าทางครุ่นคิดนั่นเอง อยู่ๆก็มีผู้ชายมีสีดำ ดูท่าทางเกรงขาม โผล่เข้ามาในความฝันของผม
" จะ..เจ้า เทพมอร์เฟอุส เทพชั้นสูงของเหล่าโอเนรอยนี่นา !? "
" ดูท่าเจ้าจะรู้เยอะน่าดูเลยนะ คิวปิดคุง แต่ก็ยังรู้ไม่หมดอยู่ดี "
" เหอะ ก็ว่าเถอะ เจ้าน่าจะอยู่ที่ริมขอบมหาสมุทรของฝั่งตะวันตกนี่นา แล้วมาที่นี่ได้ยังไง "
ผมยืนฟังเหล่าเทพในตำนานกรีก ที่กำลังโต้เถียงกัน แต่ดูแล้ว น่าจะเป็นบทสนทนาพูดคุยกันตามปกติมากกว่า
" ก็ตามที่เจ้ารู้น่ะแหละ สาวน้อยผู้นี้ ได้ทำการทำพิธีขอพรข้าจริงๆนั่นล่ะ "
" แต่ระดับเจ้า แค่ส่งพรจากระยะไกลก็ทำได้ไม่ใช่รึ พลังของเจ้าก็เยอะหลายโขนี่ เหตุใดถึงได้มาเองล่ะ หรือว่าพลังหมด ? "
" ใช่ที่ไหนล่ะ ข้าเห็นว่าประเทศนามว่าญี่ปุ่นนี้ น่าสนใจดีอยู่หรอก ก็เลยอยากมาดูด้วยตาของตนเองเลยลงทุนเสียเงินข้ามรถไฟทวีปจนมาถึงนี่เลยนะ "
" แก้ตัวรึเปล่า ? "
" เจ้านี่..! "
เหล่าเทพทั้ง 2 กำลังโต้เถียงด้วยน้ำเสียงแบบไม่มีใครยอมใครสุดๆ จนผมต้องเข้าไปขัดจังหวะการพูดคุย
" เอ่อ... แล้วสรุปมันยังไงกันแน่เนี่ย "
" โอ๊ะ เจ้าน่ะเหรอ คือเด็กหนุ่มที่สาวน้อยคนนั้นปรารถณาน่ะ ? "
" ท่านรู้สินะ ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้คือใคร ถ้าอย่างนั้นก็บอกผมหน่อยสิ "
ผมพูดออกไปด้วยความสงสัย แต่เทพมอร์เฟอุสก็ส่ายหัวพร้อมพูดออกมาว่า "
" ข้าทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนที่สาวน้อยคนนั้นขอพรน่ะ ข้าก็แค่ส่งพรไปให้สาวน้อยคนนั้นน่ะแหละ ในความจริงแล้วข้าสามารถไปดูได้เองเลยว่า
คนที่ส่งพรนั่นมาคือใคร เพียงแต่ข้าเสียเวลาขึ้นรถไฟทวีปนี่ล่ะ เลยมาไม่ทัน "
" แล้วผู้หญิงคนนั้น ขอพรว่ายังไงเหรอครับ ? "
" ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่า ' ได้โปรดขอให้ความรักของดิฉันที่มีต่อ มาซากะ มาโคโตะ ได้ส่งไปถึงเจ้าตัวด้วยเถอะค่ะ '  ข้าก็เลยส่งออกมาในรูปแบบความฝันให้ส่ง
มาถึงตัวเจ้านี่ล่ะ "
" แล้วทำไม ถึงต้องปิดบังหน้าตาด้วยล่ะ ? "
" ก็บอกแล้วไง ว่าข้าไม่รู้จักแม้แต่หน้าตา หรือชื่อของแม่สาวนั่นเลย !! "
" งั้นก็แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ รู้อยู่แล้วงั้นเหรอ ว่าผมต้องเป็นแฟนในอนาคต ? "
" เปล่าหรอก นี่น่ะเป็นทักษะการคาดความของข้าเอง ก็บอกแล้วไง ข้าคือเทพแห่งความรักนะ "
ในระหว่างที่ผมพูดคุยกับเทพมอร์เฟอุสนั้นเอง คิวปิดก็พูดออกมา
" เอาเถอะ ยังไงสิ่งที่ข้าทำได้ก็มีแค่นี้แหละ ขอให้พบเจอกับเด็กสาวคนนั้นไวๆนะ เจ้าหนู "
" เจ้าโชคดีมากเลยนะ ที่ได้สาวน้อยคนนี้มาพบรักน่ะ หนุ่มน้อย "
หลังจากกล่าวคำอำลา เทพมอร์ฟิอุสและคิวปิด ก็บินขึ้นฟ้าแล้วหายไปจากความฝันของผม
แฟนในอนาคต.... งั้นเหรอ ของแบบนี้มันมีด้วยเหรอ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเชื่อหรืองมงายเรื่องของพวกคำทำนาย หรือศาสตร์เทพอะไรนั่นหรอกนะ
แต่ว่ามาเจอกับตัวแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะลองเชื่อดู ถึงจะเป็นความฝัน มันก็มีความรู้สึกเหมือนเป็นความจริงที่ไม่อาจหลีกหนีได้ แต่ที่สำคัญเลยก็คือ
เด็กผู้หญิงคนนั้น.. เป็นใครกันนะ ชอบมาตั้งแต่สมัยก่อนงั้นเหรอ... คำนี้เป็นคำที่ผมหวนไปนึกถึงว่าสมัยก่อนว่ามีเพื่อนสมัยเด็กคนไหนหรือเปล่า
เพียงแต่ที่นึกออกนั้น ก็มีแค่มิสึกิ ไอเพียงคนเดียวเท่านั้น หรือว่าเธอคนนี้จะเป็นคนที่ขอพรงั้นเหรอ....

*********************************************************************************

พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกที ก็ถึงช่วงเวลาของตอนเช้าแล้ว
วันเรียนวันนี้เลิกเรียนตามปกติ ยกเว้นวันจันทร์ กับอังคารที่ ม.ปลายจะได้ปล่อยไว เพื่อทดแทน วันพุธ หรือก็คือวันนี้ที่มีคาบเรียนสุดแสนจะทรมาน
ในช่วงใกล้กลับบ้านอย่างเช่นวิชาคณิตเพิ่มเติมอีกด้วย เลิกเรียนช้าไม่พอ อาจารย์วิชานี้มักจะสอนเลทอยู่เสมอ เป็นคนที่ยึดมั่นในวิชาชาญสูงมาก จนถึงกับเรียกตนเอง
ว่า ฉันคือเวลา ถึงจะพูดแบบนั้นแต่อาจารย์คนนี้เขาก็สอนเก่งจริง แม้ว่าบ้างครั้งจะรั่วๆหน่อยก็เถอะนะ
ผมบิดขี้เกียจให้กับช่วงเช้าหนึ่งรอบ ก่อนจะเปิดประตูเดินลงไปข้างล่าง
พอเปิดประตูก็เจอจิฮิโระ เดินออกมาจากประตูพร้อมๆกับผม
" อ้าว ตื่นพร้อมกันเลยนะพี่ "
" ก็นะ แล้วไอล่ะ ตื่นหรือยัง ? "
" พอหนูตื่นมาพี่ไอก็ไม่อยู่ในห้องแล้วน่ะ "
ได้ยินแบบนั้น ผมเลยชะโงกหน้าตรงบันไดดู ภายในห้องนั่งเล่นซึ่งมีครัวอยู่
ว่าแล้วเชียว ไอตื่นเพื่อมาเตรียมอาหารเช้าให้พวกเราก่อนสินะ งี้ค่อยเบาแรกผมได้หน่อย จิฮิโระเห็นผมยื่นหน้าไปดู เธอเลยเอาบ้าง
คงจะรู้ตัวแล้วล่ะนะ ว่าไอกำลังทำอาหารอยู่ ก็เลยไม่ได้พูดเรื่องอาหารเช้ากับผม เมื่อคิดได้แบบนั้นผมก็เลยพูดกับจิฮิโระไปว่า
" งั้น พี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ "
" โอเค หนูไปช่วยพี่ไอเตรียมอาหารเช้าก่อนนะคะ "
ผมเดินลงบันไดตรงไปทางห้องอาบน้ำ ส่วนจิฮิโระเดินไปส่วนของห้องนั่งเล่น ไปช่วยพี่เขาจัดเตรียมอาหารแบบนั้น ถือว่าเป็นการดีที่จะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์
ระหว่างจิฮิโระกับไอล่ะนะ
หลังจากที่ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกแล้ว ผมก็ตรงเข้าไปที่ห้องอาบน้ำทันที
เนื่องจากช่วงเช้านั้น เป็นเวลาเร่งด่วน ผมเลยได้แต่เอาฝักบัวล้างตัวเท่านั้น เลยไม่มีเวลาจะมานั่งแช่น้ำร้อนสบายใจเฉิบ จึงใช้เวลาอาบน้ำทำกิจธุระเพียง 8 นาทีเท่านั้น
พอรวมกับเวลาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อข้างบนก็เป็น 20 นาที
ในช่วงที่ผมเดินลงมานั่นเอง ก็พบจิฮิโระเพิ่งอาบน้ำเสร็จหมาดๆเหมือนกับผม กำลังเดินขึ้นบันไดไปเปลี่ยนชุดอยู่
" อย่าเพิ่งกินข้าวน๊า รอหนูแต่งตัวแป๊ปนึงนะ พี่ "
" อ่า รู้แล้วๆ "
ผมพูดจบ จิฮิโระก็สับขารีบวิ่งขึ้นไปบนห้องโดยเร็วไว ท่าทางคงจะกลัวกินก่อนแน่ๆเลยแหะ ห่วงกินเสียมากกว่าล่ะสิเนี่ยเด็กคนนี้
" มาแล้วเหรอ มาโคโตะคุง "
ในห้องนั่งเล่น ไอกำลังนำจานที่มีขนมปัง ไข่ดาว แฮม ไส้กรอก ผัก สำหรับ 3 คนเตรียมลงบนโต๊ะอยู่
" อาหารเช้าสไตล์อังกฤษเหรอ เซนส์ไม่เลวนี่ "
" ฮิฮิ เห็นแบบนี้ฉันทำอาหารได้หลากหลายนะ "
" ...เหรอ "
เสร็จสิ้นบทสนทนา ผมกับไอก็ยืนอยู่นิ่งๆแบบนั้น ใจจริงอยากจะคุยด้วย เพียงแต่คำพูดก็ถูกกดอยู่ในลำคอ ราวกับไม่มีอะไรจะพูด ผมเลยเดินไปที่โซฟาแล้วเปิด
โทรทัศน์ฆ่าเวลา รอจิฮิโระลงมา
" รับน้ำชาหน่อยไหม มาโคโตะคุง ? "
" อ่า รบกวนด้วย "
เปิดดูรายการข่าวช่วงเช้าดู เผื่อว่าจะมีอะไรคืบหน้าหรือรายละเอียดเกี่ยวกับงานของพ่อบ้าง แต่ไม่ว่าจะช่องไหน ก็ไม่ได้ระบุเอาไว้เลย
" นี่จ้ะ "
" แต๊งกิ้ว "
ไอเอาถ้วยน้ำชาแบบญี่ปุ่นมา 2 ถ้วย แล้วก็นั่งลงบนโซฟากับผม โดยทิ้งระยะหว่างพอสมควรไว้อยู่
" วันนี้จะอากาศดีเหมือนเมื่อวานไหมนะ "
" ไม่รู้สิ ก็ฤดูใบไม้ผลิอยู่นี่นา แต่ยังไงก็ใกล้จะเข้าหน้าร้อนแล้วด้วย ควรจะห่วงเรื่องอากาศร้อนมากกว่านะ "
" ยังเคร่งเรื่องสภาพอากาศไม่เปลี่ยนเลยนะ เธอเนี่ย "
ไอพูดพร้อมกับหัวเราะเล็กๆไปด้วย แต่พอได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับตัวผมในสมัยก่อน มักจะไม่ค่อยอยากนึกถึงสักเท่าไหร่ เพราะตัวเองจำไม่ได้ยังไงล่ะ ว่าทำอะไรลงไปบ้าง ก็เลยไม่อยากที่จะรับรู้สักเท่าไร
เพียงแต่ถ้านึกเรื่องสมัยก่อนไม่ออก ก็จะแย่ในเหตุการณ์ความฝันเมื่อคืนไปด้วย เด็กผู้หญิงคนนั้นนึกยังไงก็นึกไม่ออก ว่าจะเป็นใครได้นอกจากไอ ผู้หญิงรอบตัวผม
ถึงแม้ว่าจะรวมเพื่อนร่วมชั้นแล้วก็ตาม ผมแทบจะจำไม่ได้เลยว่ารู้จักกับใครบ้าง ก็ชีวิตวันๆ ผมอยู่แต่กับน้องสาว อยู่กับบ้านเท่านั้นเอง แต่ก็ใช่ว่า
ผมไม่ได้คุยกับผู้หญิงเลยนะ คุยน่ะคุยอยู่ เพียงแต่ว่าไม่ได้ถึงขั้นสนิทสนม หรือทักทายอะไรทุกวัน ก็เลยต้องตัดในกรณีนี้ออกไป
" เอ่อ ไอ คือว่าเธอเชื่อเรื่องเทพเจ้าอะไรอย่างนี้บ้างไหม ? "
" เอ๋ นี่เธอสนใจพวกนี้งั้นเหรอ ? "
" เปล่าหรอก แค่ถามดู "
เปิดประเด็นที่จะบอกว่าตรงก็ตรง แต่ก็อ้อมๆอยู่เหมือนกัน ถึงยังไงผมก็ไม่ได้หวังผลลัพธ์อะไรมากจากคำตอบของไอหรอกนะ ก็แค่ถามไปเรื่อยน่ะแหละ
" ก็นิดหน่อยนะ เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ต้องถามคุณแม่ล่ะ เพราะคุณแม่ชอบขอพรให้ถูกรางวัลอยู่เรื่อยเลย... "
" ...งั้นเหรอ "
สมกับเป็นคุณป้าเลยแหะ งั้นในกรณีนี้สำหรับกับไอก็ตัดออกไปก่อนละกัน ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ นี่แหละ ถ้ามันเป็นตามที่คิวปิดบอกละก็ สักวันเราก็จะพบเองน่ะแหละ
ว่าผู้หญิงปริศนาคนนั้น คือใคร
" แอบจู๋จี๋กันแต่เช้าหรือเปล่าคะ ทั้งสองคน ? "
" จิฮิโระ ? "
มาตั้งแต่ตอนไหนล่ะนั่น แถมมาแบบไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงด้วย ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน
" มาแล้วเหรอจ้ะ จิฮิโระจัง เอาล่ะ มาทานข้าวเช้ากันเถอะ "
ไอพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูจิฮิโระ ดูท่าจะเป็นคนรักเด็กอยู่ไม่น้อย ส่วนจิฮิโระก็ตอบกลับเหมือนเด็กๆด้วยคำว่า เย้ กลับมา
" นี่ๆ พี่ไอ คราวหน้าสอนหนูทำอาหารบ้างสิ "
" ก็ได้นะ แล้วทำไมไม่ให้มาโคโตะสอนแทนล่ะ ก็อยู่ด้วยกันตลอดไม่ใช่เหรอ ? "
" พี่จ๋าน่ะขี้ตืดจะตาย ไม่ยอมสอนง่ายๆหรอก "
" ขอโทษทีนะที่พี่เป็นคนขี้ตืดน่ะ อีกอย่างเราเคยมาขอพี่สอนแล้ว แต่ตัวเองดันติดกิจกรรมชมรมจนมาไม่ได้ทุกครั้งไม่ใช่หรือไง ? "
ผมพูดขัดบทสนทนาของทั้งสอง จะได้แก้ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิด ไม่อย่างนั้นก็ได้มีการเข้าใจผิดกันพอดี พอจิฮิโระโดนผมกัดกลับไปเลยทำท่าไม่พอใจ
เหมือนอมมะนาวแล้วก็ก้มหน้าทานข้าวเช้าจนหมด

" งั้นพี่ไปโรงเรียนก่อนนะ เดินดีๆล่ะจิฮิโระ "
หลังจากที่พวกเราทานอาหารเช้ากันหมด ก็ถึงเวลาเดินไปโรงเรียน ในก่อนหน้านี้ก็เคยบอกไว้แล้วว่าทางไปตึก ม.ต้นและม.ปลาย มันอยู่คนละทางกัน
ผมกับไอเลยต้องเดินไปโรงเรียนด้วยกันอย่างช่วยไม่ได้ ส่วนจิฮิโระเองก็ไปโรงเรียนตามปกติคนเดียว ในตอนกลับบ้านถ้าเป็นไปได้ ผมว่าจะแยกกลับกับไอ
เพราะไม่อยากให้คนอื่นเขามาเข้าใจผิดในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่เรื่องนั้นเอาไว้เลิกเรียนค่อยเคลียร์กันดีกว่า
เราสองคนเดินมาโรงเรียนด้วยกันโดยไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำจนมาห้องเรียน แบบนี้เค้าเรียกกันว่าประหม่าล่ะมั้ง ใจจริงอยากจะพูดแต่กลับไม่รู้จะเปิดบทสนทนา
กันอย่างไรดี เลยต้องจำใจเดินมาอย่างเงียบๆแบบนี้ ถือเป็นการดีด้วย ที่คนอื่นจะได้ไม่สังเกตุเห็น
" โย่ว มาโคโต่ว "
เสียงทักทายในช่วงเช้าคนเดิม เจ้าเดิม ก็ได้ตรงเข้ามาหาผมเป็นประจำทุกๆเช้า
" อืม หวัดดีริวจิ "
" เป็นไงบ้าง เมื่อคืนน่ะ ได้ฝันอีกรึเปล่า ? "
" ก็นะ...อาจจะมั้ง "
" ตกลงฝันรึไม่ฝันล่ะ ? "
" ไม่รู้สิ บอกไม่ถูกน่ะ "
ผมพยายามพูดอ้อมค้อมไปเรื่อยๆ เหตุเพราะตัวผมเองไม่อยากจะบอกความจริงสักเท่าไรหรอกนะ เรื่องแบบนี้เก็บไว้เป็นความลับส่วนตัวจะดีกว่า
" เอาเถอะๆ ที่ฉันช่วยแกได้ก็มีเท่านี้แหละ เรื่องของแกละกัน "
สุดท้ายริวจิก็ยอมแพ้ที่จะถามต่อไป
" อรุณสวัสดิ์จ้ะ มาโคโตะคุง "
ทันทีที่ผมได้ยินเสียงประหลาดนั้น ผมก็หันกลับไปหาเจ้าของเสียง
ผู้หญิงเหรอ ใครกันนะ ?
" ..อืม อรุณสวัสดิ์ "
ผมตอบกลับไปอย่างเกร็งๆ เพราะว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นก็คือ ฮิเมะโฮชิ ยูกะ ยังไงล่ะ แถมข้างๆของเธอคนนี้ก็มีผู้หญิงในห้อง 3 คนยืนข้างๆด้วย
ภายในวันเดียว ก็หาเพื่อนได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ ฮ๊อตใช่เล่นเลยนะ
" เอ่อ.. จริงสิ คุณฮิเมะโฮชิ เมื่อวานที่บอกว่ามีเรื่องจะ- "
ยังพูดไม่ทันจบฮิเมะโฮชิ ก็เอานิ้วชี้มาทาบที่ริมฝีปาก คงจะบอกว่าให้เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน ดูท่าฮิเมะโฮชิคงจะสังเกตุเห็นริวจิที่อยู่ใกล้ๆผม กับเพื่อนสาวของเธอล่ะมั้ง
ก็เลยไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้สินะ
" โฮมรูมเริ่มแล้วนะ ไปนั่งที่ได้แล้วจ้า นักเรียน "
ทันทีที่ผมจะหันกลับไปคุยกับริวจิต่อ อาจารย์ก็เข้าห้องมาซะแล้ว เร็วจริงๆเลยนะโฮมรูมเนี่ย เพราะว่าอยู่ชั้น ม.ปลายแล้ว คาบเรียนเลยต้องเริ่มเร็วขึ้นกว่าชั้น ม.ต้น
ประมาณ 30 นาทีได้ นั่นคือเหตุผลอย่างหนึ่งที่สุดจะเอือมของชั้น ม.ปลายเลย
เนื่องจากคาบโฮมรูม สำหรับผมมันไม่ต่างอะไรกับคาบบรรยายของอาจารย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องใดๆกับวิชาเรียน ผมเลยไม่ได้สนใจอะไรที่คุณครูสอน
ซึ่งในตอนนั้นเองที่ผมมองไปนอกหน้าต่าง ฮิเมะโฮชิก็สะกิดแขนผม แล้วก็ส่งแผ่นกระดาษซึ่งมีข้อความเขียนไว้ข้างในให้ผม
' ขอโทษทีนะ ทั้งๆที่เมื่อวานว่าจะชวนคุยด้วยสักหน่อย
วันนี้เลิกเรียนว่างไหม ถ้าว่างก็รบกวนเจอกันที่ดาดฟ้า
ทีนะคะ หากเป็นการรบกวนก็ขอโทษด้วยค่ะ '
ช่างเป็นการเขียนที่ดูสมกับเป็ลกุลสตรีโดยแท้ หน้าตาก็คล้ายกับผู้ดีมีสกุล นิสัยก็ยังเป็นแบบนั้นอีกเหรอเนี่ย คุณหนูของจริงเลยแหะ
ผมเลยพลิกหน้ากระดาษไปด้านหลัง แล้วเขียนข้อความส่งกลับไปว่า
' ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ
ดาดฟ้าหลังเลิกเรียนใช่ไหม ได้เลย
แต่วันนี้เลิกเรียนช้านะ  '
ผมส่งกลับไป ฮิเมะโฮชิก็อ่านข้อความเพียง 3 วินาที ไม่มีท่าทีจะเขียนส่งกลับแต่อย่างใด แต่เธอหันหน้ามาหาผมแล้วยิ้มให้ พร้อมพูดแบบเบาๆราวกับกระซิบว่า
" แล้วจะรอนะคะ "
เห็นแบบนั้นผมก็รู้สึกสะดุ้งให้กับรอยยิ้มของเธอ จนไม่รู้ว่าจะทำยังไง ก็เลยฝืนยิ้มตอบกลับไป แล้วจึงหันหน้าออกไปทางหน้าต่างแทน

จบบทที่ 2
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 9-12-2016 18:32 , Processed in 0.064364 second(s), 24 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้