ดู: 222|ตอบกลับ: 1
เป็นได้แค่เพียงดวงไฟที่ร่วงหล่น
                                                            เป็นได้มากที่สุดคือคนที่กำลังจะตาย
                                                มือของผมยื่นไปที่ด้านหน้า...ไม่รู้ว่าตัวเองจะสัมผัสอะไร
                                                                ไม่รู้...สิ่งที่ตัวเองโหยหาไม่รู้เลยด้วย
                                                                  ว่าน้ำตาพวกนี้มันออกมาได้ยังไง?
                                                         ผมเป็นใคร?... วานิลลา... เธอคือใคร... ผม...
                                                                          จำอะไรไม่ได้เลย...
                ครืน~!!!
               
                บนท้องฟ้า เหนือดินแดนที่สวยงามราชอาณาจักรโฮลป์ บัดนี้ เมืองที่สงบสุขตลอดมา กำลังเจอปรากฏการณ์ที่แลดูน่ากลัวท้องฟ้าเหนืองเมืองยามค่ำคืนแผดแสงแดงเพลิงอย่างไม่เคยเป็น ลมแรงพัดสาดราวพายุกำลังเคลื่อนมาสายฟ้าเริ่มแผดออกมา จากหมู่เมฆหนาที่เริ่มเปิดแยกให้บางสิ่งบางอย่างที่ลุกไฟได้ร่วงหล่นลงมา
                เมืองที่สว่างเรืองรองยามค่ำคืนด้วยแสงไฟเริ่มที่จะใหวดับความโกลาหลเล็กๆเริ่มเกิดขึ้นกษัตริย์โฮลป์เดินออกมามองดูเหตุการณ์ข้างนอกอย่างตื่นตะลึงที่ปรากฎแก่สายตาของเค้าแล้วชาวเมือง คือหลุมดำบางอย่างกำลังฉาบอยู่บนท้องฟ้าที่แปรปรวนนั้น
                กองกำลังป้องกันตนเองประจำราชอาณาจักรบังคับโมบิลสูทให้พุ่งออกไปควบคุมสถานการณ์ต่อหน้าแม้เบื้องหน้าที่เกิดขึ้น จะไม่ใช่สงคราม แต่มันก็อาจจะบดขยี้เมืองของเค้าได้
                                                “นั่นมัน...คืออะไรกัน?”
                ไม่นาน พายุฝนก็เริ่มพัดโหมทหารโมบิลสูทต้องคอยพยุงเครื่องไว้ ไม่ให้โดนดูดเข้าไปในหลุมดำนั้นหน้าจอตรวจจับพลังงานบนโมบิลสูท กลับคำนวณตัวเลขที่ยากจะเข้าใจออกมาไม่หยุดรูปแบบพลังงานที่ไม่อาจจะอธิบายได้ สร้างความสงสัยให้แก่ทหารที่ล้อมรอบหลุมดำอยู่
                                                “มันอะไรกันเนี่ย!?ไอ้หลุมดำนี่!!”
                                                “ลองยิงทำลายมันดู”           “ไม่มีประโยชน์อนุภาคของมันไม่ใช่สสาร ไม่ต่างจากยิงอากาศหรอก!!”
                ในราชวังหญิงสาวผู้เป็นธิดาเดินมาที่ห้องของราชา พร้อมๆกับแม่ของตนซึ่งกษัตริย์โฮลป์ต้องผละออกไปจากภาพเบื้องหน้า เพื่อไปดูลูกสาวของตนที่เธอดูเจ็บปวดเอามากๆ
                                                “ไอเนะ!!เกิดอะไรขึ้น?”                     “ไม่ทราบเพคะ...หม่อมชั้นเห็นลูกจู่ๆก็ล้มลงมันเกิดอะไรขึ้น!?”                 “ไอเนะ... ไอเนะ มองพ่อ”
                ใบหน้ากลมหวานขององค์หญิงเงยขึ้นมาหาพ่อของตนพร้อมเสียงหายใจอ่อนแรงจนรู้สึกได้ กษัตริย์โฮลป์รับลูกสาวมาประคองไว้โดยมีมารดานั่งร้องไห้อยู่ใกล้ๆหมอหลวงวิ่งมาดูอาการของเจ้าหญิงแห่งราชอาณาจักรกันอย่างรีบเร่งและนั่งลงใกล้ๆเพื่อเตรียมการรักษา
                                                “ไอเนะ...ลืมตา...มองพ่อสิลูก”           “ตาของลูก...ร้อน...เพคะ”
                                                “ขอพ่อดูหน่อยนะ”
                                                “เสด็จ...พ่อ...”
                                                “!!!???”
                ทันทีที่ลูกสาวลืมตาขึ้นมาผู้เป็นพ่อก็ถึงกับผงะ ริมฝีปากชาสั่นและใบหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬชโลมใบหน้าของกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรจนชุ่มไม่ต่างจากราชินีและบรรดาหมอหลวงที่ตกตะลึงกันไปตามๆกัน
                ดวงตาที่เคยดำขลับสวยงามขององค์หญิง ตอนนี้มันกลับเรืองแสงเหลืองจันทราอย่างไม่เคยเป็นคำถามมากมายพรั่งพรูขึ้นมาในหัวของผู้เป็นพ่อ ทั้งๆที่หลีกเลี่ยงสงครามและไม่ให้ใครในราชวงศ์ต้องยุ่งเกี่ยวกับการรบหรือโมบิลสูทแล้ว อาจจะจริงที่สายเลือดของพวกเค้าคือคอลลอยด์เผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างสรรค์หรือทำสงคราม แต่ทว่า ลูกสาวของกษัตริย์โฮลป์กลับไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ใดๆเลยแท้ๆแต่แล้วทำไม?ทำไมพลังของลูกสาวของเค้าถึงได้ตื่นขึ้นมาได้!?      
                                    “นั่น!!!”                 “มีอะไรกำลังมาทางนี้!!”
                                                “นั่นมัน...?”           “ทำไม?ไอ้ที่มานั่นคืออะไร?”
                ในดวงไฟที่ลุกโชนที่ห่อหุ้มร่างยักษ์นั้นอยู่ สิ่งที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์ของทหารโฮลป์นั่นเป็นสิ่งที่น่าตกตะลึงมากๆร่างที่ยับเยินของโมบิลสูทปริศนาที่ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มไว้ กำลังร่วงฝ่าหลุมดำลงมาด้วยรูปลักษณ์ที่สั่นคลอนมหาอำนาจนั้น ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จัก บัดนี้มันกำลังร่วงลงมา
                                                “นั่นมัน...กันดั้ม!!??”
                                                --นี่คือการติดต่อจากสหพันธ์โลก...ราชอาณาจักรโฮลป์ เราตรวจพบปฏิกิริยาพลังงานจากอาวุธพลังงานสูงของท่านซึ่งผิดต่อข้อตกลงทางการทหาร กองบินที่EO-723ขอทำการทำลาย—
                                                “พวกสหพันธ์โลก!!?”        “บัดซบ!!กองตระเวนของไอ้พวกนั้น!!”
                                                “มันจะรุกล้ำมาในเขตราชอาณาจักร!!ขวางมันไว้!!!”
                ทหารเทรดซ์ของสหพันธ์กราดยิงใส่ร่างของกันดั้มที่ร่วงลงมาอย่างไม่ปราณีแต่คมกระสุนกลับเหลวละลายด้วยเปลวไฟที่ลุกท่วมกันดั้มอยู่
                                                “ชิ...ไม่ได้ผลว่ะ”
                                                
                                                “หยุดการโจมตีกองบินสหพันธ์ฯนั่นไม่ใช่อาวุธของพวกเรา!!”
                                                “เฮ้ยๆฟังพวกมันพูดสิไม่ใช่อาวุธของพวกมันแน่ะ”
                                                “เชื่อก็โง่สิอาวุธที่มีพลังงานขนาดนั้น มันไม่ปลิวมาอยู่ด้วยง่ายๆหรอก!!”
                                                “ต่อให้จริง!พวกเราก็ไม่สนอยู่แล้ว ไอ้อาณาจักรของRuzonจะยิงให้เรียบเลย!!!”
                                                “เออ!!ถูกของแกว่ะ!!ฮะฮ่าๆๆ!!”
                เทรดซ์เปลี่ยนเป้าหมายจากกันดั้มที่พังแล้วบนท้องฟ้าไปเป็นเรเซลที่อยู่ต่อหน้าแทนแกตเตอร์ริ่งบีมหมุนสาดใส่ร่างของเรเซลจนแหลกกระจุยไปตามกันมีเพียงเสียงหัวเราะอย่างสะใจของทหารเทรดซ์เท่านั้นที่ดัวประกอบกับเสียงปืนที่ลั่นไกอยู่ขณะนี้
                                                “อ...อะไรน่ะ!?พวกแก!!ทำอย่างนี้มันผิดข้อต่อรองนี่!!”
                เรเซลที่พยายามหลบกระสุนบีมที่พุ่งลงมาร้องห้ามให้เทรดซ์หยุดยิงแต่เหมือนคำร้องของนักบิน จะลอยผ่านหูของเทรดซ์ไปเท่านั้น
                                                “ข้อต่อรอง?ไอ้ของพรรค์นั้นไม่สนโว้ย!!!ฮ่าๆๆๆ!!!”
                                                                 บรึม!!!
                โล่ที่ฝืนป้องกันบีมนับสิบนัดได้ระเบิดออกพร้อมๆกับเทรดซ์ที่เปลี่ยนแม็คกระสุนใหม่อย่างไม่รีบร้อนโดยมีเพื่อนที่ตามมาด้วยลงมาร่วมสนุกด้วย
                                                “ข้อตกลงจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันเพราะสหพันธ์นึกว่าพวกแกสุมหัวกันเก็บกันดั้มนั่นมาว่ะพวกเค้าเลยสั่งล้างโคตรพวกแกให้เรียบ”
                                                “มัน...บ้าชัดๆ...!!”                “ก็นะถึงไม่มีไอ้หุ่นนั่น จะช้าจะเร็ว พวกเราก็ต้องมาทำลายอาณาจักรนี้แน่ๆเพราะอะไรน่ะเหรอ? ง่ายๆ”
                                                “แก...!!!”               “เพราะพวกแกคือขยะ ที่จะถูกขยี้เมื่อใหร่ก็ได้ไงล่ะ”
                  แคร่ก!!!
               
                                                “อาณาจักรแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อสงคราม ไม่ได้มีไว้เพื่อความทรงอำนาจ...”
                                                อาณาจักรของข้าคือจุดเริ่มต้น สถานที่ที่ทุกๆคนจะมีชีวิตได้โดยที่ไม่ต้องอยู่ภายใต้ความกลัวและความสูญเสียของสงคราม
                                                
                                                “อาณาจักรนี้มีความหวัง!!ที่จะลบสงครามที่ไร้ค่าพวกนั้น!!”
                                                “เฮ้ๆ...ดูมันสิเสียสติไปแล้วแน่ๆเลยว่ะ”          “ส่งมันไปตายได้แล้วมั้งแล้วจะได้กวาดไอ้เมืองบ้าๆนี่ทิ้ง เห็นแล้วขัดตาว่ะทำเป็นเลียนแบบเมืองในนิทานอยู่รึไง”
                แกตเตอร์ริ่งทั้งสามกระบอกตั้งขึ้นเตรียมยิงใส่ทหารที่ตั้งท่าจะพุ่งขึ้นมาแต่นายทหารเบื้องสล้างมีเมืองที่ต้องปกป้อง มีจุดเริ่มต้นที่ต้องรักษา เค้าจะปล่อยให้ทหารที่กระหายเลือดเพียงสามคนมาทำลายมันไปไม่ได้
                                                มันช่างเป็นความฝันที่เป็นไปได้ยากองค์ราชา...
                                                เราจะทำมันได้ขอเพียงท่าน ให้ข้ายืมพลัง...
                                                “ชั้นไม่ยอมให้แก!!ทำลายอาณาจักรนี้หรอกน่า!!!!”
                เรเซลกระชากบีมเซเบอร์และบีมไรเฟิลของตัวเองออกมาพร้อมทะยายขึ้นไปหาเทรดซ์ทั้งสามเครื่องต่อหน้าแกตเตอร์ริ่งทั้งสามหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆและสาดกระสุนออกมาเรเซลพาเครื่องบินหลบคมกระสุนขึ้นไปเรื่อยๆ และยิงตอบโต้แต่เทรดซ์ทั้งสามกลับแยกหลบได้อย่างง่ายดาย
                                                                เปรี้ยง!!!
                                                “อู๊ว~....มีสวนว่ะ น่ากลัว”
          ปังปังปังปังปังปัง~!!!!!
                                                “ชิ...เอาแต่บินไปบินมาอยู่ได้นะร่วงไปซะ!!!”
                กระสุนจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าฝังคมเข้าที่ต้นขาของเรเซลอย่างจังและระเบิดออก ทหารเทรดซ์ที่เป็นคนยิงโดนหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ แต่หารู้ใม่ว่าการละมือคราวนี้ของเค้านั้น คือความตาย
                                                “ญอน!!!!”
                เรเซลที่เสียขาไปโผลงมาและกระแทกปืนของตนให้เสียบเข้าไปในร่างของเทรดซ์ ไกปืนถูกกดลงก่อนที่นักบินเทรดซ์ชะตาขาดจะมีสิทธ์ร้องโหยหวน
เปรี้ยง!!!!
“ญอน!!!ไอ้เวรนั่น!!”
เรเซลกระชากเอาแกตเตอร์ริ่งออกมาจากมือของเทรดซ์และถีบร่างของเทรดซ์ที่กำลังระเบิดให้ออกห่าง
                                                                บรึม!!!!
                                                “หนอย!!ไอ้หนอนโสโครก!!!”
                เทรดซ์ที่เหลือกราดยิงปืนใส่เรเซลอย่างบ้าคลั่งแต่หนึ่งเครื่องที่เสียหาย หรือจะสู้สองเครื่องที่มีอาวุธครบมือได้เทรดซ์เครื่องหนึ่งยิงร็อคเก๊ตออกมาจากไหล่ทั้งสองข้าง ขีปนาวุธพุ่งเข้าโจมตีเข้าที่เรเซลแต่ก็มีส่วนหนึ่งที่พุ่งไปที่อาณาจักรแกตเตอร์ริ่งในมือของเรเซลยิงไปที่ขีปนาวุธอย่างระมัดระวัง แม้จะโดนที่อื่นไปบ้างแต่ก็นับว่าสามารถป้องกันเมืองไว้ได้
                                                “วิ้ว~เจ๋งดีว่ะ แกนะ แต่ว่านะ...”         “!!!??”
                                                “แกพลาดแล้ว!”
                                                                ฉัวะ!!!!
                เมื่อหันกลับมา เทรดซ์กลับพุ่งลงมาประชิดและตัดแขนของเรเซลที่ถือปืนอยู่จนขาดสะบั้น ทันทีที่เสียแขนเรเซลจึงผละหนีออกไปและใช้ปืนไฟฟ้าที่แขนยิงสกัดแทนแต่กระสุนไม่อาจจะสัมผัสเทรดซ์ที่ตั้งโล่กันไว้แล้วได้
      แชะ!!แชะ!!
            พลังงานที่จะใช้ยิงหมดไปแล้ว เหลือเพียงดาบแค่เล่มเดียวจะยังใช้ต่อกรกับเทรดซ์ทั้งสองต่อหน้าได้แม้การหนีจะเป็นทางที่ฉลาดกว่า แต่ทว่าทหารเรเซลผู้นี้กลับไม่ยอมทิ้งอาณาจักรของทุกๆคนให้ถูกทำลายได้ เค้ายังคงพุ่งเข้าไปในดงกระสุนและฟาดดาบใส่เทรดซ์ต่อ แม้กระสุนบางนัดจะระเบิดขาอีกข้างของเค้าไปหรือยิงเข้าที่หน้าอกจนเสียหายหนัก
                                                “ฮะๆๆๆ!!ดิ้นรนเป็นหมาจนตรอกเลยว่ะ!!แหลกไปพร้อมกับอาณาจักรของแกไปซะ!!”
                เป็นภาพที่น่าใจหายเมื่อเข้าใกล้เทรดซ์ทั้งคู่ หน่วยลาดตระเวนของสหพันธ์ฯอีกไม่ต่ำกว่าสิบเครื่องกำลังเล็งปืนมาที่เค้าและราชอาณาจักร ทหารเรเซลกัดฟันอย่างเจ็บแค้น แต่ไม่ว่ายังไงเค้าก็ไม่มีทางที่จะหนีไปเด็ดขาด
                                                “ชั้น!!!จะปกป้องเมืองนี้!!!ด้วยชีวิต!!!”
                                                “อ๊ะ!!!ฮ่าๆๆๆ!!!ยิงมันเลยพวกเรา!!!ยิงมัน!!!”
ครืน~!!!!
                                                “ได้โปรด...ช่วยพวกเราด้วย”
                มีเพียงเสียงเว้าวอนของเจ้าหญิงที่เฝ้ามองไปที่ท้องฟ้าที่ลุกเป็นไฟเท่านั้นทีส่งเสียงออกมาในช่วงเวลาที่เงียบสงัดและแล้ว ปาฎิหารย์ก็เกิดขึ้น...
                                                                เปรี้ยง~!!!!!~!!!!!
                กระแสไฟฟ้าจากในหลายๆทิศทางฟาดลงมาใส่กลุ่มเทรดซ์จะผละกระเด็นออกมีเพียงดวงตาที่เจ็บแค้นของนักบินเท่านั้น ที่ต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและแหงนมองไปหาทิศทางที่สายฟ้าพุ่งไปหาดวงไฟที่กำลังหล่นลงมานั่น...สายฟ้ากำลังเข้าไปปลุกบางสิ่งที่คล้ายว่าสิ้นชีวิตไปแล้วให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง
                ไอเนะเดินมาที่ระเบียงของวังและแหงนมองไปที่ท้องฟ้าที่แผ่ม่านเพลิงออกมาจากจุดจุดหนึ่ง ในดวงไฟดวงยักษ์ร่างที่ยับเยินนั้นทอแสงสีเหลืองเข้มออกมาจากดวงตาที่เคยมืดดับละอองแสงสีแดงเข้มตัดกับเปลวไฟสาดประกายออกมาเหนือทองฟ้าให้เหมือนราตรีนี้ชโลมเลือดกันดั้มที่น่าจะพังไปแล้วเครื่องนั้น กำลังตื่น?
                                                                วิ้ง~...!!!
                                                “ป...เป็นไปไม่ได้!!ไอ้หุ่นนั่นมันพังไปแล้ว!!!?”
                                                                เปรี้ยง!!!!!
                เปลวไฟถูกระเบิดออกด้วยแรงพลังจากปีกสีเหลืองของกันดั้มแรงกระแทกพลังนั้นมากพอที่จะป่นเทรดซ์ถือเกตเตอร์ริ่งที่อยู่ใกล้ๆได้
                                                “บ...บ้า...ชัดๆ!!!!”
                                                                ตูม!!!!~!!!!!
                                                “เดสทรอยด์...กันดั้ม!!?? นั่นมันเบลด ซีโร่!!!??”
                 แขนเพียงข้างเดียวที่มีของเบลด ซีโร่กระชากเอาอาทีมิสออกมาเล่มหนึ่งและพุ่งเข้าไปหาเทรดซ์ที่มัวแต่ตะลึงอยู่จนร่างถูกฟันขาดสองท่อนและระเบิดออกก่อนจะตั้งตัว และถูกร่อนไปตัดหัวอีกเครื่องที่อยู่ใกล้ๆจนขาดกระเด็น
ฉัวะ!!!
                พลาสม่าแม็คนั่มที่ติดอยู่ที่หลังถูกจับด้วยมือที่มีข้างเดียว และยกมายิงใส่ร่างของโมบิลสูทที่พุ่งเข้ามาจนร่างแหลกระเบิดเป็นชิ้นๆ แต่เพราะจำนวนที่มากกว่า กับแขนที่มีเพียงหนึ่ง เบลดซีโร่เอามือและพลาสม่า แม็คนั่มไพล่หลัง และยิงใส่เทรดซ์ที่อยู่อีกด้านและสะบัดมือออกมายิงอีกสองเครื่องที่พุ่งมาต่อหน้าจนระเบิดออกและยกแขนขึ้นยิงใส่เทรดซ์ที่พุ่งมาด้านหลังอีกเครื่องเข้าที่หัว ก่อนจะเก็บพลาสม่าแม็คนั่มกลับไปไว้ที่เดิม และรับอาทีมิสที่ร่อนกลับมา มาไว้ในมือ
                เพียงไม่กี่ชั่วเวลาเทรดซ์ติดอาวุธหกเครื่อง กลับถูกยิงร่วง ด้วยกันดั้มที่พังแล้วเพียงเครื่องเดียว คนนำทีมบุกราชอาณาจักรถึงกับสะอึกไม่อาจจะพูดอะไรออกมาได้ดวงตาเคืองแค้นจับจ้องมาที่เบลด ซีโร่ และตั้งปืนแกตเตอร์ริ่งของตัวเองขึ้น
                                                “แกมันก็แค่!!กันดั้มที่ตายไปแล้ว!!!แกมันตายไปแล้ว!!!”
วี้ดดดด~ปังปังปังปังปังปัง~!!!!!
                หลังจากระดมยิงอย่างคลุ้มคลั่งทุกอย่าง...ไร้ผล ปีกแสงของเบลด ซีโร่บังกระสุนบีมไว้ได้หมดทันทีที่เห็นว่าไม่อาจทำอะไรร่างของกันดั้มต่อหน้าได้ความกลัวและคิดจะหนีก็เริ่มแทรกขึ้นมา แต่ทว่า ตอนนี้ มันไม่ทันแล้ว ผลึกแสงทีแตกร้าวกลางหน้าอกของเบลดซีโร่รวบรวมพลังงาน และคิดจะยิงใส่เทรดซ์
                                                “ฮะๆๆ...จะฆ่าเหรอ?แกจะฆ่าชั้นงั้นสินะ?”
                                                                 วี้ดดดดด~!!!!
                                                “งั้นชั้น!!ก็จะเอาแกไปด้วย เบลด ซีโร่!!!!”
                เทรดซ์ที่เสียสติเปิดระบบทำลายตัวเองและพุ่งลงมากระแทกเบลด ซีโร่ที่กำลังรวบรวมพลังจนร่วงลงไปที่พื้นดินเบื้องล่างด้วยกัน
                                                                   กึง!!!
                                                “ไปตายด้วยกัน...ด้วยกันกับอาณาจักรนี้ฮ่าๆๆๆ!!!”
                ร่างของโมบิลสูททั้งสองพุ่งผ่านท้องฟ้าเหนือราชอาณาจักรโฮลป์ไปและกำลังจะพุ่งชนเข้าที่ราชวัง เบลด ซีโร่ใช้ขาข้างเดียวที่มียันร่างไว้เท้าของเบลด ซีโร่ครูดไปตามทางก่อนจะหยุดได้ ก่อนที่จะชนเข้ากับราชวังระยะห่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เหลือไว้ บนระเบียงวังไอเนะยืนมองกันดั้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองนี้บรรดาทหารที่เห็นดวงตาสีเหลืองจันทรานั้น ต่างพากันหวาดกลัว และถอยออกห่างมีเพียงไอเนะเท่านั้น มี่ยังมองเข้าไปในดวงตาของโมบิลสูทที่ถูกขนานนามว่าความกลัว
                                                --ถอยออกไปก่อนเถอะ...—
                                                “....?”          --ตรงนี้มันอันตราย...ชั้นจะพาเจ้านี่ไปที่อื่น...—
                เสียงของนักบินที่เธอไม่รู้จักดังออกมาจากกันดั้มต่อหน้าเธอและบอกให้ถอยไป
                                                “...อืม”
                เมื่อทหารคุ้มกันให้เจ้าหญิงได้ออกไปแล้วเบลด ซีโร่ที่เริ่มใกล้หมดพลังงานก็เร่งทรัสเตอร์ขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันให้พละกำลังที่มากกว่าเทรกซ์ต่อหน้ามาก ร่างของกันดั้มค่อยๆพุ่งไปและจับพาร่างของเทรดซ์ไปด้วย ต้องออกไปให้ไกลจากราชอาณาจักรเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครบาดเจ็บจากการระเบิด
                                                “บัดซบ!!!แต่ถึงไง แกก็ไม่รอดแน่ๆ!~!”
                                                “แกคิดว่างั้นเหรอ?”
                หลังจากขึ้นมาสูงจากพื้นดินเอาการA.D wave.ของเบลด ซีโร่ตั้งขึ้นและยิงอัดเอาร่างของเทรดซ์จนปลิวขึ้นไปสูงจากเบลด ซีโร่ อาทีมิสผละออกไปจากหลังและลอยขึ้นมารอบๆร่างของเบลดซีโร่พร้อมจะยิงแร็คนาร็อค บลัด
                                                “บัดซบบบบบบบ!!!!แก!!!!เป็นเป็นตัวบ้าอะไร!!!???”
                                                “...ไม่รู้...”              “หา!?”
                                                “ชั้นเอง...ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร”
                                                                เปรี้~ยง!!!!!!!!!!
                                                                      บรึม!!!!
ผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าร่างของหุ่นยนต์ศัตรูระเบิดแหลกไปต่อหน้า และร่างของหุ่นที่ผมขับมันกำลังร่วงลง...เพราะไม่มีพลังงานขับเคลื่อนเหลือแล้ว
ไม่รู้อะไรเลย? ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่...บนหุ่นตัวนี้ผมรู้วิธีขับมันได้ไงผมสู้กับคนพวกนั้นทำไม ผมไม่รู้อะไรเลย...ไม่รู้เลยแม้แต่...ว่าตัวผมเอง...เป็นใคร...
                                            ตูม!!!!!   
ความคิดคำนึงสุดท้ายของชายที่บังคับโมบิลสูทดับมืดลงทุกอย่างในดวงตา และในหัวของเค้ามันว่างเปล่ามีเพียงความมืดที่ไม่รู่ว่าจะหันหน้าไปทางใหนเท่านั้น ที่ยังคงทอให้เค้าเห็น
มีเพียงความรู้สึกที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรที่ยังร่ำร้องอยู่ข้างในยังมีบางอย่างที่ยังอยู่ในเงามืดของความทรงจำที่ยังร้องเรียกเค้าอยู่บางสิ่งบางอย่างที่สำคัญเหลือเกิน แต่เค้ากลับไม่เหลือมันในความทรงจำผู้คนที่ควรต้องปกป้อง แต่เค้าจำไม่ได้ว่าคือใคร ใครบางคน ที่รอให้เค้าได้กลับไปแต่ก็ไม่รู้ ว่าเมื่อใหร่

สงครามที่อาจจะขึ้นหน้าฉากว่าเราพ่ายแพ้


นั่นอาจจะจริง หากประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้แล้ว


โศกนาฎกรรมยังคงไม่จบแต่ยังคงดำเนินต่อไป


แต่ทว่า


ใครบางคนที่ยังคงต่อสู้ต่อในเงามืดของสงคราม ก็ยังคงยืนยันจะสู้ต่อไป


เพื่ออิสรภาพ เพื่อเสรี เพื่อโลกใบเดิม


เพื่อคนรัก เพื่อพวกพ้อง เพื่องครอบครัว


เพื่อเขียนฉากจบประวัติศาสตร์สีเลือดที่สืบเนื่องมานับร้อยปี


ครั้งนี้ สงครามที่ดำมืด กำลังมาถึงวาระสุดท้าย...






Mobile suit gundamVangeance


Final war








----------------------------------------------------------------**EP.1-------->16/5/2014

PV.ก่อนเข้าเรื่องหลักเลยจ้า
โพสต์ 17-4-2014 17:05:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
อันนี้ใช่ SS2 ที่บอกไว้ใน [MS.gundam Vangeance EP.22 part.3] รึป่าวครับ//สนุกดีครับผม                                                                                                                                   

แสดงความคิดเห็น

ถูกต้องเเล้วฮับ=w=++  โพสต์ 17-4-2014 17:19
อ่อ...อันนี้บทเริ่มสินะฮับ =w=  โพสต์ 17-4-2014 17:16
ใช่เเล้วครับ ss2คืออันนี้ล่ะครับ>w< 16/5/2014 Ep.1เจอกันจ้า  โพสต์ 17-4-2014 17:14
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 09:59 , Processed in 0.041929 second(s), 21 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้