ดู: 359|ตอบกลับ: 0
ปีหลังการทำลายล้าง(A.D) 143 หลังจบสิ้นศตวรรษที่20โลกทั้งใบได้เผชิญกับการสิ้นสลาย จากความบังเอิญเพียงครั้งเดียว ปีคริสตศักราช203x อุกกาบาตปริศนาปรากฏขึ้นบนวงโคจรและร่วงหล่นลงสู่โลก ความย่อยยับเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนไม่อาจตั้งตัวถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นคืออุบัติภัยจริงๆแล้วล่ะก็เรื่องทั้งหลายคงจบลงด้วยการสูญเสียเพียงครั้งเดียวแต่ความจริงที่เหล่ามนุษย์ได้รับรู้นั้นน่าเศร้า ต้นตอที่แท้จริงของมหันตภัยที่คร่ากว่า80ล้านกว่าชีวิตแท้จริงแล้วคือการกระทำของผู้ที่วางตนเป็นผู้มีคุณธรรม
           
            องค์กรเอกชนที่มุ่งหวังหาพลังงานใหม่และเชื้อเชิญสงครามใต้คราบผู้ฝักใฝ่สันติกลุ่มบุคคลในองค์กรได้ค้นพบ ค้นพบขุมทรัพย์พลังงานอันเป็นนิรันดร์พลังที่แฝงอยู่ในอุกกาบาตที่พวกเค้าเหล่านั้นเจอในห้วงอวกาศอันดำมืด แต่ทว่า...หากพลังที่พวกเค้าเจอ ตกเป็นของคนทั่วไปย่อมไม่ดีแน่ พวกเค้าจึงเลือกที่จะทำลายเหล่าผู้ที่มีอำนาจและเหล่าผู้ต่อต้านด้วยการสรรค์สร้างมหันตภัยจากอุกกาบาตที่พวกเค้าค้นพบ กระสุนนิวเคลียล์เป็นดั่งคำเชื้อเชิญมหาภัยร้ายที่ถูกยิงไปเพื่อผลักวิถีโคจรของอุกกาบาตให้เข้าหาโลก
               
          ท้ายที่สุด เมื่อหลีกหนีมหันตภัยไม่ได้ก็ไม่มีทางที่จะหลบหนีความเป็นจริงได้ประชาชนลุกฮือขึ้นต่อกรกับองค์กรนรกที่ทำลายล้างโลกเพียงเพื่อธุรกิจ Ruzon World Enegy Interfocement แต่ทว่าคงสายไป สำหรับการต่อต้าน เพราะพลังงานที่หล่นลงมาที่โลกพร้อมอุกกาบาตทำให้เทคโนโลยีขั้นสุดยอดของRWE.สามารถเป็นจริงขึ้นได้นามนั้นคือ โมบิลสูท พลังการทำลายล้าง ประสิทธิภาพการขับเคลื่อน ความทนทานทุกอย่างล้วนแต่เหนือกว่าอาวุธใดๆบนโลก RWE.สร้างสงครามแล้วขายมันส่งต่อให้แก่ประเทศที่ฝักใฝ่ความรุนแรงและมุ่งหวังจะตั้งตัวเองให้ยิ่งใหญ่ในสภาพโลกที่สิ้นสลายเช่นนี้แม้โลกจะแตกสลายเพราะการกระทำของคนเพียงกลุ่มเดียวแต่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้นที่ตามมา กลายเป็นรอยแตกขนาดใหญ่อย่างที่คาดไม่ถึง
            ปีA.D 144-145 กลุ่มกองกำลังลังอิสระเพื่อการปลดปล่อยมนุษย์โลกได้เข้าต่อสู้กับRuzonWorld Enegy Interfocementด้วยกำลังทัพที่มีเพียงหยิบมือและสามารถไล่ทำลายกองกำลังของRuzonไปได้อย่างมากมายกลุ่มกองกำลังอิสระA.Dต่อสู้ไปพร้อมๆกับชาวโลกเพื่อปลดแอกจากอำนาจของRuzon ด้วยพลังของเดสทรอยด์กันดั้มทั้งสองเครื่องเบลด ซีโร่ และเมเทโอ บุลเล็ต
                ระหว่างปี145A.Dได้เพิ่มกำลังอาวุธกันดั้มขึ้นอีกหนึ่งการล้มล้างอำนาจของRuzonเหมือนจะเห็นแววสำเร็จขึ้นมาเรื่อยๆแต่ทว่า ในสงครามหลายครั้ง ชัยชนะกลับถูกขัดขวางและทำลายลง ด้วยฝีมือของอันบอร์นนามรูฟัส ซิกม่า เรนสัน ชายผู้ควบคุมกองทัพใหญ่ที่ทรงพลังเหนืออื่นใด บลูเวิร์ลและเป็นผู้ครอบครองกันดั้มแห่งหายนะ เครื่องที่สาม รีเบลเลียน
                กันยายนA.D 145สงครามระหว่างบลูเวิล์ด และ ราชอาณาจักร อาบรัจซาจจุดไฟขึ้น ครั้งนี้ A.Dต้องเผขชิญกับโมบิลอาเมอร์ขนาดยักษ์ที่ทรงพลังที่สุดของRuzonในตอนนั้นและรีเบลลียนกับนักบินที่มากฝีมืออีกหลายคน แต่ที่ร้ายกาจที่สุด ในขณะนั้นบนยานออสนิกส์ของA.D ต้องเผชิญกับการทรยศจากการแฝงตัวมาของไทแรนด์ โอบิลเลีย ชายผู้ทำทุกอย่าง เพื่อวิจัยอนุภาคฟูลบลาสต์ และโมบิลคอนโทรล
                สงครามเหมือนจะเดินมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อโมบิลอาเมอร์ของRuzonจะยิงไฮโดรนิวเคลียล์อาวุธทำลายล้างอานุภาพสูงที่ทำให้เกิดโศกนนาฎกรรม ลาสต์เดย์ใส่โคโลนี่ของราชอาณาจักรอาบรัจซาส แต่ทว่า ก่อนที่ทุกสิ่งจะแหลกสลายไฮโดรนิวเคลียล์ ก็ถูกทำลายทิ้งไปซะก่อน พร้อมๆกับการทำลายโมบิลอาเมอร์ลงไปได้แต่ทว่า นั่น...กลับต้องแลกมาด้วยการหายไปของจอมมารเบลด ซีโร่
                หลังจากA.D 145 ราชอาณาจักรอาบรัจซาสได้ทำการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับA.Dและร่วมสงครามด้วยกันเรื่อยมาในขณะที่Ruzonเองก็กำลังคิดค้นโมบิลสูทที่ทรงพลังกว่าเก่าออกมา เพื่อกำจัดเสี้ยนหนามของตนเหมือนกันในสภาวะที่โลก แบ่งออกเป็นสามขั้วอำนาจใหญ่ๆสหพันธ์โลกเองก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะร่วมสงครามเพื่อฉวยชิงผลประโยชน์ และดันตัวเองให้ขึ้นไปเป็นผู้ครอบตรองโลกที่แท้จริงให้ได้
                ทุกฝ่ายต่างวิ่งเข้าหาสงครามด้วยความกระหาย และวาดหวังต่างๆกัน จนสงครามที่เหมือนจะใกล้หมดเชื้อไฟกลับลุกโชนขึ้นมา และสะบัดโหมอย่างรุนแรงอีกครั้ง รอเพียงเวลา เวลาที่สงครามจะทำลายล้างทุกสิ่ง ทุกอย่างจนไม่มีเหลือ
                หรืออีกหนึ่งทาง...คือรอให้วันที่ใครซักคน ที่จะทำลายสงครามของทั้งสามจนย่อยยับ จะปรากฏตัวออกมาพร้อมๆกับผืนปีกที่เคยบดขยี้สงครามต่อหน้ามาแล้ว ได้เพียงรอการกลับมาที่ไม่มีทางเป็นจริง




   EP.1 หลังจอมมารสาบสูญกับอดีตที่หายไป         
          ในภาวะสงครามที่ต่อเนื่องมานานนับร้อยปีในห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่นี้ ใครก็ไม่อาจเชื่อ ว่าอาณาจักรอันอุดมสมบูรณ์และสุขสงบนี่ไม่เคยประสบพบกับสงครามมานานกว่าใครจำจำได้ราชวังใหญ่โอ่อ่าโอ่โถงตั้งอยู่เหนือเมืองที่เงียบสงบและงดงามจนน่าหลงใหลนครแห่งนี่พบเจอกับเรื่องเลวร้ายน้อยมาก น้อยมากๆจะมีก็เพียงภัยธรรมชาติอันเป็นเรื่องปกติบนโลก
                  ในโลกที่ไม่มีสงครามมากล้ำกลายเมืองอันงดงามนี้เมืองที่เงียบสงบและสมบูรณ์นี้ ช่างเปรียบได้ดั่งสวรรค์เส้นทางเชื่อมสู่อวกาศสูงกลางทะเลสีครามสวยงามทอดในสายตาของชายหนุ่มเรือนผมยาวประบ่าปลิวตามลมอย่างอ้อยอิ่งด้วยสายลมนุ่มๆของวังที่ตั้งเหนือเมือง
                   ดวงตาดำน้ำตาลจับจ้องไปที่ร่างใหญ่ที่ยับเยินที่นอนไม่ใหวติงอยู่ในพื้นทรายเค้าชอบออกมามองโมบิลสูทเครื่องนั้นในเวลานี้เสมอๆ ผ่านมาได้ปีนึงแล้วหลังจากที่คนของอาณาจักรนี้ช่วยชีวิตเค้าไว้
                                     “โดดงานมาอยู่ตรงนี้จริงๆด้วยชอบปล่อยให้ชั้นอยู่คนเดียวตลอดเลย”
                                     “........”
                  ชายหนุ่มหันไปคลี่ยิ้มให้หญิงสาวที่เดินเข้ามาหาเธอสวมชุดแบบเจ้าหญิงผู้งามพร้อม เรือนผมยาวถึงกลางหลังเหยียดตรงเงางามองครักษ์หนุ่มคุกเข่าเคารพเจ้าหญิงของอาณาจักรนี้
                                     “บอกเป็นรอบที่เท่าใหร่แล้วว่าไม่ชอบให้ทำอย่างนี้><”
                                     “เธอเป็นเจ้าหญิงชั้นเป็นแค่องครักษ์ ล้ำเส้นมาขนาดนี้ก็แทบหัวกุดแล้ว”
                                     “ใครจะกุดหัวคุณล่ะ(‘ ‘)”           “ไม่มีไง-*-...”
                  ชายหนุ่มละจากเจ้าหญิงมามองดูโมบิลสูทที่จมกองทรายอยู่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเค้า แต่ตอนที่เธอเจอเค้า โมบิลสูทเครื่องนั้น...
                                        “มีแสงอะไรลุกท่วมเลยล่ะนึกว่าไฟซะอีก...”          “เล่ารอบที่เจ็ดสิบแล้วนะ”
                                        “ฟังดีๆไม่เป็นงั้นสินะ”
                   เจ้าหญิงตัวเล็กอมลมอย่างเคืองเล็กๆ ที่ชายหนุ่มขัดคอซะอย่างนั้น ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเจื่อนๆเมื่อรู้ว่าเจ้าหญิงทรงโกรธเข้าให้แล้ว
                    อย่างที่เธอว่า วันหนึ่งเมื่อปีก่อน จู่ๆท้องฟ้าก็ร้องคำรามอย่างไม่เคยเป็น ดวงไฟร่วงลงมาจากท้องฟ้าและมาพร้อมกับโมบิลสูทเครื่องหนึ่งที่ตกลงมาสู่ที่นี่พร้อมกับเค้าทันทีที่ตกลงกระแทกพื้น เธอคิดว่ามันคงแหลกเป็นชิ้นๆ แต่กลายเป็นว่าตัวเครื่องยังสมบูรณ์ดี มีเพียงแขนขวาเท่านั้นที่หายไปทีมกู้ภัยพาเค้าที่ลมหายใจรวยรินออกมาจากโมบิลสูทที่ยับเยิน หัวใจที่เต้นแผ่วๆและใกล้หยุดเต้นบ่งบอกว่าเค้าอาจจะต้องตายทว่าทันทีที่ละอองแสงสีเหลืองที่เปล่งประกายรอบตัวซึมเข้าไปในตัวเค้า
                   พลันหัวใจที่อ่อนแรงก็กลับมาเต้นอย่างรุนแรงและคืนชีพให้แก่เค้าปาฎิหารย์ที่แสดงออกมาเผยให้ประชาชนของเธอ และพ่อแม่ของเธอได้เห็น
                                         “แต่แปลกนะ ที่จนถึงป่านนี้คุณยังไม่เห็นอยากจะได้ความทรงจำคืนเลย”
                                                “...เหรอ?”
                    ไม่อยากได้งั้นเหรอ? ใครบอกล่ะ...เค้าอยากได้ความทรงจำคืนแทบจะไม่มีวันใหนที่จะไม่เฝ้าคิดถึงมัน มีบางสิ่งที่สำคัญเหลือเกิน ที่เค้าอยากจะจำให้ได้ แต่ไม่อาจจะได้มันคืนเพราะมันมีหลายสิ่งเกินไปที่ขาดหายไป                             
                                        “นอกจากภาษาที่ใช้พูดที่บอกว่าคุณเป็นคนไทยชั้นไม่เห็นจะรู้อะไรอีกเลย”
                                          “ชื่อชั้นไง อิสะกะ ทาเมโตะมันอยู่ที่บัตรประจำตัวชั้น--+”
                                          “นั่นมันใช่ชื่อแบบประเทศคุณที่ใหนเล่า!?ถ้าไม่เลิกขัดชั้นจะโกรธแล้วจริงๆนะ>[]<**”
                                         “ไอเนะ เจ็บนะ!!=[ ]=;;”
                 อิสะกะวิ่งหนีกำปั้นน้อยๆและออกจากห้องหนีกำปั้นของไอเนะไปอิสะกะออกวิ่งและมองไปที่โมบิลสูทที่นอนนิ่งอยู่เป็นครั้งสุดท้ายและตั้งคำถามกับมัน
                                 ความทรงจำที่หายไปของชั้นมันเกี่ยวกับนายจริงๆสินะ...
               ที่ท้องพระโรงชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมยาวสีดำนั่งคุกเข่าให้กษัตริย์เบื้องหน้าสีหน้าของราชาแห่งอาณาจักรไม่สู่ดีกับสิ่งที่เค้าพูดนัก
                                           “เจ้าไม่พอใจอะไรในรั้ววังนี้เล่าองครักษ์หนุ่ม?”
                                           “มีบางสิ่งบางอย่างของกระหม่อมที่สำคัญเหลือเกินหายไปกระหม่อมอยากได้มันคืน”
                                           “อดีต...ของเจ้า”           “ขอพระองค์ทรงเรียกมันว่าความทรงจำของกระหม่อม”
                                          “........”            “กระหม่อมซาบซึ้งในพระคุณอันล้นเหลือของราชอาณาจักรแต่ทว่า...”
                                           “ข้าไม่กล่าวห้ามเจ้าองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์”             “...........”
                                           “แต่ข้าอยากถามเจ้าได้บอกเรื่องนี้กับไอเนะ...”     “องค์หญิงไม่ทราบเรื่องนี้พะย่ะค่ะ”
             กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรเอนตัวลงไปค้ำพนักแขนข้างหนึ่งและตรัสออกมา
                                            “นางให้ความสำคัญกับเจ้าตลอดมาอย่างน้อย ข้าเองก็ไม่กีดกัน ให้เจ้าได้ล่ำลานาง”
                                            “พระคุณเป็นล้นพ้นอย่างยิ่ง...”
            
                                            “องค์หญิง...”                “ไม่...”
                                            “แต่ว่านี่...”                    “ไม่!...”
                                             “เฮ้อ~”                        “คุณกำลังจะไปจากที่นี่งั้นเหรอ? และจะไม่กลับมา?”
               ดวงตาดำสวยของเจ้าหญิงร่างเล็กก้มลงอย่างเจ็บปวดแน่นอน สำหรับเค้าแล้ว เธอคนนี้ช่างสำคัญ แต่เพราะสำคัญเค้าจึงไม่อาจจะปล่อยให้ความรู้สึกเกินเลยมาดึงเธอลงมา
                                       “เสด็จพ่อรับคุณเป็นพี่ชายของชั้นแล้วนี่ใช่ชีวิตอย่างเชื้อพระวงศ์ที่นี่...”
                                        “ชั้นเป็นพี่ชายเธอไม่ได้ไอเนะ...”            “คุณเกลียดชั้น...ขนาดนั้น”   
                                         “ตรงข้ามเลยด้วยซ้ำ...”           “งั้นทำไม?”
                                         “เพราะมันสำคัญแม้ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่มันสำคัญ!!”           “.........”
                ไอเนะหมดแรงจะยื้อเค้าไว้หนึ่งปีที่ผ่านมาเค้าช่างสำคัญต่อเธอ และความสำคัญนั้น ไม่ใช่แบบพี่ชายน้องสาวแต่มันเป็นแบบชายหนุ่มและหญิงสาว แม้แต่พ่อและแม่เธอก็รู้ แต่ท่านทั้งสองก็โกหกเค้าตลอดมาเพราะรู้ว่าเค้าเองไม่ได้ต้องการเช่นนั้น แต่เธอก็ไม่อาจต่อต้านหัวใจตัวเองได้...
                                         “...เธอคนนั้น... สำคัญมากสินะ...”                “เอ๊ะ?”
                                         “.......”
                  เธอก้มลงและหวนนึกถึงตอนที่เค้ายังไม่ฟื้นทุกครั้งยามดึกสงัดเค้าจะเรียกชื่อเธอคนนั้นออกมาอย่างแผ่วเบาทุกครั้งด้วยความโหยหาและสีหน้าที่ทุกข์ทรมาณชื่อของวานิลลา...
                                        “พระอาญามิพ้นเกล้า~~!!!! ฝ่าบาท!!!!!”
                   กษัตริย์ของราชอาณาจักรลุกขึ้นมาและเปล่งเสียงถามทหารของตนที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาทหารที่ป่าวร้องวิ่งเข้ามาคุกเข่าพร้อมหอบตัวโยนอิสะกะเดินกึ่งวิ่งลงมาทำหน้าที่องครักษ์
                                          “ก...กองลำเลียงโมบิลสูทของเรา...โดนA.Dโจมตีใส่พระเจ้าค่ะ!!!”
                                          “A.D!?”                 “ศัตรูมีเพียง ทหารกับปืนกลแต่ฝีมือของพวกมัน...”
                                         “กันความรุนแรงไว้ที่นอกชายแดนอย่าให้ประชาชนตื่นตระหนก ส่งทหารของเราไป!”           
                                    “ฝ่าบาท...นี่มัน...”           “อาณาจักรเรา เป็นดั่งเมืองน้องของRuzon การที่เราจะตกเป็นเป้าหมายของA.D มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้...”
                                         “..........”               “Ruzonส่งโมบิลสูทของพวกเค้ามาพักที่เมืองของเรา...แต่ท่าทางเรื่องจะลอดไปเข้าทางA.Dข้าไม่อยาก... ไม่ได้อยากให้เกิดสงครามอะไรขึ้นอีกแท้ๆ!”
                 หัวใจของกษัตริย์อย่างเค้าร่ำร้องไม่ต้องการสงครามหรืออำนาจใดๆเค้าแค่อยากปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ อาณาจักรที่ประชาชนยิ้มออกมาด้วยหัวใจความสงบที่ไม่มีอะไรเคลือบแฝง เค้าอยากปกป้องมัน เลยหนีจากสงครามมาตลอด แต่บัดนี้สงคราม กำลังกู่เรียกเค้าแล้ว
                                          “...กระหม่อมขอรับหน้าที่นั้นเอง...”                “อิสะกะ...”
                                          “สงครามที่ไม่มีใครต้องการ กระหม่อมจะทำลายมัน...”


--------------------------------------------------------------------------------------------**Next part.
อ่านต่อตอน2เลยจ้า~อัพรวดสามตอนเลย งานนี้
บอร์ดนิยายที่ใกล้ร้างเเห่งนี้ ชั้น จะดึงมันขึ้นมาอีกครั้ง 555+

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 4-12-2016 17:14 , Processed in 0.042087 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้