ดู: 244|ตอบกลับ: 0
                    ปัง!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!!
           เสียงปืนดังไปทั่วผืนป่าตามไรเขากองทหารของA.Dกราดยิงใส่ทหารของราชอาณาจักรโฮล์ปไม่หยุดยั้งที่กองโจรบุกเข้ารุกคือด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า
                                         “เจ๊จ๋าเจ๊ ทางเคลียล์”                “เดี๋ยวสิยะจะโดนยิงกบาลแยกแล้วเห็นมั๊ย=__=”
                                         “มาม๊า...คอนเทนเนอร์ที่ใส่โมบิลสูทรุ่นใหม่อยู่นั่น...”               “เสือสาว ลุย!!”
                                         “ด...เดี๋ยวเจ๊!!! มีใครมาทางนี้!!”
                                           ซู่มมม~,,,
           เครื่องยนต์สี่สูบพุ่งมาตามถนนลูกรังและฟาดกระแทกกลุ่มกองโจรของเมโรดี้ออกจนปลิวกระเด็น เสื้อตัวยาวสีดำสะบัดอย่างแรงพร้อมกับดวงตาดำน้ำตาลในกรอบแว่นกันลมสีชา ดวงตาของมิอันที่มองมานิ่งค้างเธอไม่ได้ฝันไป
                                    “ท...ท่านอิสะกะ!!”                “ท่านอิสะกะ!!!”
             ดาบยาวเลื่อนออกมาและกระชับไว้ ทหารA.Dหยุดการยิงและมองดูชายที่ปรากฏเบื้องหน้า
                                    “...อิสะกะ...จัง”                    “พี่ชาย...”
             อิสะกะมองอย่างไม่เข้าใจท่าทีของเค้าเหล่านี้เหมือนเคยรู้จักเค้า
                                    “นี่!! นั่น... อิ๊จัง!!”               “หยุดอยู่ตรงนั้น...”
                                    “!?”              “ผมไม่รู้จักพวกคุณ...”
                                     “ม...ไม่เอาน่า...อย่า...อย่าล้อเล่นงี้สิ...”
              เมโรดี้ชะงัก และถอยออกไปพูดอย่างไม่อยากจะให้สิ่งที่อิสะกะพูดเป็นจริงดวงตาเค้าช่างว่างเปล่าไม่เหลือความทรงจำใดๆเกี่ยวกับพวกเค้าเลย
                                       “ท่านอิสะกะ...ทหารพวกนี้มีฝีมือท่านควร...”
                                       “ชั้นจัดการเองพวกนายรีบเอาโมบิลสูทไป...”
                                        “อิ๊จัง!! ทำไมล่ะ!? เธอกำลังช่วยพวกRuzon”           “ชั้นเป็นคนของที่นี่...”                                      
                                       “ไม่ใช่!! พี่ชายน่ะ เป็นพวกของเรา!! เป็นนักบินของกันดั้ม!!!”
                                          “กันดั้ม?”
                เป็นชื่อที่ฟังคุ้นหูอย่างประหลาด แต่ความทรงจำที่มีกลับเลือนรางยิ่งเด็กสาวที่พูดออกมายิ่งทำให้เค้ารู้สึกเหมือนเคยรู้จักกัน แต่ทว่าตอนนี้หน้าที่เพื่อปกป้องดินแดนที่ช่วยชีวิตเค้าไว้ มันกลับมีความสำคัญมากกว่าเรื่องของตัวเค้าเพียงคนเดียว
                                       “หยุดขบวนรถนั่นซะ!!”           เมโรดี้สั่งการให้กองโจรบุกเข้าประชิดรถขนโมบิลสูท
                                      “ไม่ให้ผ่านไปได้หรอก...”              กองโจรเมโรดี้แม้ไม่อยากจะทำร้ายเพื่อนร่วมรบ จำใจต้องเหวี่ยงมีดในมือเพื่อขู่อิสะกะแต่ชายหนุ่มกลับมองออก
                                        “ทำไมถึงไม่คิดจะฆ่า?พวกนายไม่ได้มาเพื่อทำสงครามรึไง!?”
                   ดาบยาวกระแทกใส่มีดของโจรคนนึงที่ตั้งมีดรับเอาไว้
                                         “พวกเราไม่อยากก่อสงครามด้วยซ้ำแต่พวกเราอยากจบมัน!!”
                                         “ถ้าอย่างนั้นทำไม!?”
                                         “แกน่าจะรู้ดีที่สุดนี่ อิสะกะ!!!แกเป็นคนมอบจุดหมายที่จะต่อสู้ให้กับเรา!!”
                                         “!!?”                      มีดของโจรผลักออกและเหวี่ยงร่างของอิสะกะออก เปิดทางให้กองโจรบุกเข้าไปอิสะกะกัดฟันและหันไปมอง ขาของอิสะกะถีบร่างของโจรร่างใหญ่ออกไป
                  ทันทีที่หลุดจากการจับกุมอิสะกะก็พุ่งเข้าไปสกัดกองโจรสามคนที่วิ่งตามขบวนรถอิสะกะแกว่งดาบใส่ปืนของกองโจรจนเชิดออก ขาข้างหนึ่งเตะร่างของกองโจรออกเมโรดี้ออกคำสั่งใหม่ และสั่งให้กองโจรเข้าล้อมอิสะกะและจับตัวกลับออสนิกส์ให้ได้
                  ขบวนรถของโฮลป์หยุดกะทันหันโมบิลสูทของA.Dพุ่งลงมาและยิงสกัดเอาไว้
                                        “ชิ!!!”                    “มาได้แค่นี้ล่ะ พี่ชาย!!”
                                        “ท่านอิสะกะ!!!”
                หัวหน้ากองทหารโยนแฟลชไดรฟ์ส่งให้อิสะกะ แม้จะผิดต่อคำสั่งแต่ไม่มีทางเลือกอื่น นายทหารเปิดคอนเทนเนอร์ให้อิสะกะวิ่งเข้าไปหาโมบิลสูทที่นอนอยู่กองทหารออกมาป้องกันเค้าไว้ แม้ความทรงจำจะหายไปแต่ทักษะการต่อสู้ของเค้ายังคงเหมือนเดิมการขึ้นขับโมบิลสูทเป็นงานของเค้าอยู่แล้ว
                                        “บรรลัยแล้ว!! อย่าให้อิ๊จังขับหุ่นนั่นได้!!!”
                 เมโรดี้รู้สึกสยองขวัญทันทีแม้จะไม่ใช่เบลด ซีโร่ แต่ถ้าคนขับเป็นอิสะกะล่ะก็ งานนี้หินแน่
               หน้าจอพลังงานและระบบของโมบิลสูทสว่างขึ้น แต่ไม่มีการซิงโครเป็นโมบิลสูทต่อสู้ระยะประชิดรุ่นใหม่ของRuzonที่พัฒนาขึ้น อิสะกะอ่านชื่อของมันเบาๆ
                           “ดูแรนดัล...กันดั้ม?”
                 โมบิลสูทดาบเดี่ยวเปล่งแสงสีเขียวฟ้าที่ดวงตาทั้งสองตื่นจากนิทรา เรเซลของA.Dพุ่งลงมาและยิงใส่คอนเทนเนอร์แรงระเบิดจากบีมไรเฟิลแผ่แรงออกมาซัดร่างของทหารปลิวกระเด็น
                                              “ท...ท่านอิสะกะ!!!”
                 เสียงหวีดพลังงานดังกระหึ่มแผดออกมาในกองไฟเมโรดี้และพรรคพวกมองอย่างเห็นความซวยมาเยือนร่างของกันดั้มในเปลวไฟค่อยๆลุกขึ้นและแผดแสงจากดวงตาออกมาเปลวไฟถูกแรงดันจากทรัสเตอร์พัดออก ร่างสีขาวปรอดของดูแรนดัลแผ่ลายเส้นสีแดงออกมาพร้อมดาบติดแขนเล่มยาวสะบัดออกมา
                                             
                แม้จะเคยขับโมบิลสูทมามาก แต่สำหรับอิสะกะในตอนนี้เค้ากลับไม่คุ้นกับรูปแบบการบังคับของดูแรนดัลเลยแม้แต่นิดอิสะกะพยายามขยับขาของดูแรนดัลให้ก้าวออกมาจากกองไฟช้าๆ แต่ศัตรูกับไม่รอท่าเรเซลของศัตรูพุ่งลงมาพร้อมง้างดาบลงมาหา
                                                //ดึงหรือดันคันโยกที่มือซ้ายเพื่อเพิ่มลดความเร็วเหยียบคันเร่งที่เท้าซ้ายเพื่อใช้บูสเตอร์เพื่อเพิ่มความเร็ว//
                                                “!!!??”
                เสียงในความทรงจำของอิสะกะดังออกมาพร้อมๆกับร่างกายที่ขยับไปเองและพาร่างของดูแรนดัลหลบไปจากคมดาบของเรเซลไปได้ไม่ใช่แค่การควบคุมพื้นฐานอย่างการเคลื่อนไหวสัญชาตญาณของอิสะกะเริ่มปรากฏออกมาและชัดเจนมากขขึ้นจนเค้าสามารถที่จะกระแทกหมัดใส่เรเซลจนผละกระเด็นออกไปได้
                                                                                กึง!!!      
                ดูแรนดัลหันไปหาเรเซลที่เห็นท่าไม่ดีและยกปืนขึ้นแต่ลมวูบเบาๆฟาดมาพร้อมกับดาบเล่มยักษ์ของดูแรนดัลที่ฟาดตัดแขนและปืนของเรเซลจนขาดและถีบร่างจนล้มหงายสัญญาณเตือนการโจมตีดังขึ้นมาอิสะกะแหงนหน้าไปมองกระสุนแสงที่พุ่งลงมาและถอยหลบพร้อมยกดาบดูแรนดัลกันไว้
                                                  เปรี้ยง!!!
                ทรัสเตอร์เร่งแรงพลังงานพาโมบิลสูทสีขาวพุ่งไปหาเรเซลและยิงบีมไรเฟิลของตัวเองใส่กระสุนแสงยิงทะลุหัวของเรเซลอย่างแม่นยำโมบิลสูทอีกเครื่องลอบเล่นทีเผลอจะจับล็อคอิสะกะจากด้านหลัง แต่ช้ากว่าอิสะกะ
                ดูแรนดัลกระโดดม้วนตัวย้ายมาอยู่ข้างหลังเรเซลและสะบัดดาบในมือตัดแขนทั้งสองข้างของเรเซลออกและง้างขาขึ้นตอกส้นใส่หัวของเรเซลจนบุบพังลงร่างของเรเซลร่วงลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง โดยมีดูแรนดัลมองดูอยู่เบื้องบนเมโรดี้มองอย่างจนหนทาง ไม่มีทางชนะอิสะกะที่มีกันดั้มในมือด้วยโมบิลสูทธรรมดาๆแน่
                                                “...สั่งถอนกำลังช่วยคนที่ติดอยู่ในโมบิลสูทออกมา...”
                                                “ช่วยพวกเราออกมา!! เร็วเข้า!!!”
               อิสะกะค่อยๆลงสู่พื้นช้าๆและพับดาบเก็บไว้ดังเดิม กันดั้มยืนมองกองกำลังA.Dที่กำลังล่าถอยนิ่งๆ
                                                 “อย่าให้พวกมันหนีไปได้!!!”
                                               --หยุดแค่นั้น...--               “!? ท่าน...อิสะกะ”
                                                --เค้าไม่ได้มาเพื่อสงครามถ้าเราฆ่าเค้า เราตะหาก ทีจะเป็นฝ่ายสร้างมัน--
               แม้จะไม่อยากปล่อยไปแต่ด้วยคำสั่งของราชองครักษ์ นายทหารยืนทำความเคารพยอมรับคำสั่งและขนโมบิลสูทเข้าราชอาณาจักรต่อไป โดยมีดูแรนดัลระวังให้
                                                 “...บ้าเลือดน้อยลงนะอิ๊จัง...”             ค็อกพิทของดูแรนดัลเปิดออกพร้อมอิสะกะที่เดินออกมาจากห้องคนขับและยืนมองเมโรดี้จากบนกันดั้ม
                                                   “คุณรู้จักผม...”              “ใช่... เธอช่วยเรา...มอบเป้าหมายที่จะสู้ให้เรา...”
                                                    “ผมจำมันไม่ได้...”            “เธออยากจำมันได้...”
                                                    “........”             “..........”
                                                     “ผมต้องไปได้แล้ว...”                “เธอจะมาหาเรา ชั้นรู้...”
                  อิสะกะหันเข้าไปในดูแรนดัลแต่ดวงตาของเค้ายังจ้องมองมาที่เด็กสาวผมดำอย่างติใจ
                                                      “ชั้นเมื่อก่อน... กับเธอแล้วเป็นอะไรกันแน่...”
                                                     “.........”             “ชั้นรู้แค่ว่าเธอไม่ใช่น้องสาวชั้น... แต่ก็สำคัญ...”
                                                    “...ดีใจดีมั๊ย?ที่ได้ยินอย่างนี้...”
                      มิอันเดินออกไปโดยไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนกับเค้า... อิสะกะมองเธอที่เค้าไม่รู้จักแม้แต่ชื่อจากไป ถึงเค้าจะรู้ ว่าเธอสำคัญ แต่... เด็กคนนั้นกลับไม่ใช่เธอ ที่หลบอยู่ในความทรงจำของเค้า
                        ดวงตาขวาปวดแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีที่มาอิสะกะยกมือขึ้นกดดวงตาที่ปวดจนเหมือนถูกบีบเอาไว้ ในวูบนึงที่เค้าหลับตาไป...เรือนผมสีเหลืองสว่างนั่น...
                                                   “.........”
                       ปากของเค้าพยายามจะขยับและเอ่ยชื่อเธอแต่มันกลับว่างเปล่า เค้าไม่อาจรู้จักชื่อของเธอดวงตาของอิสะกะที่คลายความเจ็บปวดทอดมองไปที่ฟ้ากว้าง เค้าเองก็ไม่ได้อยากจะมองท้องฟ้านี่นัก แต่ที่อยากจะเห็นจริงๆ...กลับเป็นอวกาศที่เค้าไม่รู้จักเลยมากกว่า   
                    ขบวนขนส่งโมบิลสูทเข้าสู่โฮลป์พร้อมทหารที่บาดเจ็บบางคนโมบิลสูทของอิสะกะเคลื่อนลงมาลงจอดที่ลานหน้าคลังแสงช้าๆชายหนุ่มลงมาจากดูแรนดัลและส่งแฟลชไดรฟ์คืนให้นายทหารที่ส่งมันให้เค้า
                                               “มันควรเป็นของท่าน...”                “ชั้นไม่อยากขับมัน...”
                    นายทหารทำหน้าข้องใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะเค้ามักจะไม่เคยต้องตาโมบิลสูทใดๆเลยมีเพียงเครื่องเดียวที่เค้าให้ความสนใจมัน ...กันดั้มที่จมกองทรายอยู่นั่น
                                                “เราควรจะแจ้งให้กองทัพใหญ่ทราบ...”           
                                                 “เรื่องอะไร? A.Dหนึ่งกองโจรบุกเข้ามาและโดนเราไล่กลับ?”
                                                 “พระอาญามิพ้นเกล้าหาใช่เรื่องนั้น...”
                                                 “งั้นเรื่องอะไร?เรื่องที่ชั้นขึ้นไปขับหุ่นของคนอื่น?”
                                                 “เรื่องที่A.Dกลุ่มนั้นรู้ตัวตนของพระองค์”
                                                 “เรื่องนั้นชั้นจะตัดสินใจเอง ลำเลียงโมบิลสูททั้งหมดกับดูแรนดัลไปเก็บไว้...”
                                                 “...พะย่ะค่ะ”
                    
                ที่ท้องทรงงานกษัตริย์โฮลป์นั่งดูเอกสารเล่มหนาอย่างมีสีหน้าไม่ดี เหมือนว่า...สงครามที่หนีตลอดมาจะคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆแล้วแม้แต่สหพันธ์โลกก็กำลังจะต่อรองอาณาเขตอิสรภาพคืนจากRuzon แต่ไม่ว่ายังไง Ruzonก็ต้องไม่มีทางยอม ท้ายที่สุดสงคราม ก็จะเข้ามาสู่โฮลป์ที่ทำหน้าที่รับคำร้อง
                                             “เสด็จพ่อ...”                 แว่นเรือนเล็กละออกจากดวงตาของกษัตริย์และส่งเสียงเรียกลูกสาวให้เข้ามา
                                              “ลูกเห็น...ว่าเมื่อครู่มีการปะทะกันเกิดขึ้นมีเหตุอันใดหรือเพคะ?”
                                              “...เป็นธรรมดาของอาณาจักรเราลูกไม่ต้องกังวลหรอก...”              กษัตริย์โฮลป์กล่าวปลอบใจลูกสาวคนเดียวเพื่อให้คลายความกังวล
                                              “เราหลีกหนีเรื่องสงครามมาตลอดแต่เราไม่อาจหนีได้ตลอดไปใช่มั๊ยเพคะ...เสด็จพ่อ... ท่านปู่เอง ก็ทรงจากไปเพราะสงครามที่พุ่งเป้ามาหาเหมือนกัน...”               ไอเนะหม่นหน้าลงเธอเองก็ไม่อยากให้อาณาจักรแห่งนี้อยู่ในวังวนของสงครามแต่ว่าจะหนีไปได้อีกแค่ใหนกัน...
                                               “พ่อเอง...ก็ไม่ต้องการจะหนีเหมือนกัน...ใจพ่ออยากจะสู้กลับ แต่เสียอย่าง...”
                                               “.........”               “ศัตรูที่ยัดเยียดสงครามให้เรากลับเป็นพวกของเราเอง...”
                                               “เสด็จพ่อ...”             “ตราบเท่าที่พวกเค้าไม่ได้มาเพื่อปลดปล่อยเราเราก็คง จะไม่มีทางเป็นเอกราชจากRuzonตลอดการ...”
                 โฮลป์ได้เพียงทอดดวงตาที่แฝงความหวังเลือนรางไปบนฟากฟ้าที่พวกเค้าอยู่มีเพียงพลังที่แน่วแน่และเปี่ยมพลังความหวังของA.Dเท่านั้นที่จะพาราชอาณาจักรโฮลป์หลุดพ้นจากเงามืดอย่างRuzonได้
                   แต่ทว่าตอนนี้ ความหวังยังไม่มาเยือนเพื่อปลดปล่อยเค้า มีเพียงสหพันธ์โลกที่พร้อมหันปืนใส่เท่านั้นไอเนะไม่อาจจะมอบคำพูดอะไรที่ดีนักแก่พ่อของเธอหญิงสาวย่อเข่าลงและออกไปจากห้องทรงงานเงียบๆเหลือไว้เพียงกษัตริย์โฮลป์ที่ยังคร่ำเครียดกับสงครามที่กำลังจะประทุอยู่เบื้องหน้า...
                  
                     ที่ทางเดินกว้างใหญ่ไอเนะเองก็ยังคงกังวลกับสถานการณ์ของราชอาณาจักรตอนนี้ไม่ต่างจากพ่อของเธอสงครามที่เกิดขึ้น ทำให้ทั้งสหพันธ์และA.Dมุ่งการโจมตีมาที่นครของเธอ แต่ว่า ทำไมล่ะ?... ทั้งๆที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีมาตลอดทุกๆอย่างในโฮลป์ดำเนินไปอย่างสงบสุขมาตลอด แต่สุดท้ายสงครามก็ลามเข้ามาถึงเมืองของเธอ เมื่อราวๆสามปีก่อน
                                                ปึ่ก!!
                          
                                   “O^O;;!!?”                  ด้วยความซุ่มซ่ามที่มีมาแต่เกิดไอเนะมัวแต่ตีหน้าเครียดจนลืมสังเกตร่างของคนตัวสูงที่เดินสวนเธอมาเหมือนกัน
                                   “ท่าทางจะเครียดนะ องค์หญิง”                “อ...อิสะกะ ปลอดภัยดีสินะคะ”
                                   “...ก็ดี แขนขายังครบแฮะ(. .)”               
                     ไอเนะย่นคิ้วอย่างเอือมระอาในความช่างกวนประสาทของเค้าแต่ไอเนะเองก็สังเกตเห็น ดุเหมือน อิสะกะเอง ก็มีอะไรมารบกวนจิตใจอยู่เหมือนกัน
                                “...มีอะไรรึเปล่า?”               “คุณดู... เครียดๆนะ เป็นอะไรรึเปล่า?”
                                “.........”                    “บอกชั้น ...ไม่ได้สินะ”
                                “ได้ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน...”                  
             ตามสไตล์ของเค้า ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่มีการแลกเปลี่ยนอิสะกะมองไอเนะที่ทำท่าครุ่นคิดก่อนพยักหน้าตอบตกลงอิสะกะเดินนำองค์หญิงไปที่ห้องเก็บเอกสาร เพื่อตามหาบางอย่าง


----------------------------------------------------------------------------------------------**
อัพให้อ่านกันยาวๆเเล้วนะ งวดนี้จะไม่ขอคอมเม้นต์หรืออะไรอีกละ จะอัพต่อ เพราะอยากให้ทุกคนได้อ่านละ
เเต่ถ้าไม่ชอบหรือผิดพลาดอะไรยังไง ก็ติชมกันได้นะ
เหนื่อยกันรึยัง  ต่อไป หน้าสุดท้ายล่ะจ้า>w<
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 6-12-2016 03:36 , Processed in 0.048279 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้