ดู: 250|ตอบกลับ: 2
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
             ประตูบานไม้ไม่ใคร่จะใหม่เท่าใหร่เปิดออกคงเพราะไม่ได้มีใครมาใช่มันพักใหญ่ๆ ทันทีที่เปิดประตูออก กลิ่นกระดาษและละอองฝุ่นก็ปลิวออกมาจนไอเนะเผลอจามออกมา
                                     “ชิ้ว>;<!!”
                       
            อิสะกะหันไปมองคนตัวเล็กที่จามออกมาเบาๆ ห้องเอกสารกว้างใหญ่การจะหาอะไรซักอย่างให้ได้ในนี้มันช่างยากเย็น เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เคยดูแลจากไปด้วยอายุขัยที่ถึงกาลแต่สำหรับเค้าที่มาที่นี่บ่อยหน่อยเลยพอจะรู้การจัดวางของเอกสารที่เค้าต้องการบ้าง
              ตู้เอกสารที่มีฝุ่นเกาะเป็นชั้นหนาตั้งต่อหน้าอิสะกะหลังเดินเข้ามาในห้องได้พักหนึ่ง ไฟที่นาฬิกาข้อมือฉายหาเอกสารเล่มหนึ่ง ไม่นานแฟ้มเอกสารที่ดูใหม่กว่าเล่มอื่นก็ถูกดึงมาและเปิดดู แต่เปิดไปไม่เท่าใหร่ก็กลายเป็นว่าเอกสารที่เค้าต้องการ กลับให้ข้อมูลไม่ละเอียดพอแถมยังมีแต่ข้อความแปลกๆและตัวเลขที่ดูสับสนเขียนอยู่เต็มไปหมด
                แผ่นกระดาษหกเจ็ดแผ่นถูกดึงออกมาจากแฟ้มและยัดเข้าไปไว้ในตู้ตามเดิมไอเนะแอบมองก็ถึงได้รู้ เอกสารของเหตุการณ์ที่อิสะกะหล่นลงมาพร้อมโมบิลสูทปริศนานั่นรูปถ่ายของเค้าตอนที่ถูกช่วยออกมาจากโมบิลสูท ชุดที่เค้าใส่อยู่เป็นชุดนักบินไม่ผิดแน่ แต่มันไม่ใช่ของฝ่ายRuzon
                 อิสะกะในรูปสวมชุดนักบินของA.D...
                                                         
                                           “ชั้น... เคยอยู่ที่นั่น..”                “เอ๊ะ?”
                                            “เธอรู้มั๊ย!?”                 “อ....อะไร?”
                                            “ตัวเลขกับข้อความพวกนี้...คืออะไร!?”                 “ไม่รู้... แต่ว่าถ้าเป็นเจ้าหน้าที่เอกสารจากทัพหลักน่าจะเข้าใจได้...”
                                 “ถ้าชั้นเคยอยู่ที่นั่นจริงๆคนของทัพหลักที่รู้เรื่องได้ส่งคนมาเก็บชั้นก่อนแน่”                                    “อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”
                       อิสะกะชะงักจากการรื้อค้นแฟ้มเอกสารและหันไปหาไอเนะที่อยากรู้คำตอบจนเริ่มกลัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลที่นั่นที่อิสะกะพูดถึงคืออะไรและทำไมเรื่องมันจะเลวร้ายไปถึงขนาดคนจากทัพใหญ่จะมาเพื่อกำจัดเค้าเลย? อิสะกะก้มลงมองพื้นและปล่อยลมหายใจออกมาเพื่อให้ตัวเองเย็นลงไปบ้าง
          ไอเนะเดินเข้ามาหาช้าๆและยื่นมือไปกุมมือของอิสะกะไว้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาแค่นยิ้มอย่างล้อเลียนและพูดออกมา
                                   “ชั้นเป็นพี่ชายเธอนะอย่ามาเล่นบทรักต้องห้ามดีกว่า...”
                                   “ถ้าคุณยังกวนโมโหอยู่ ไม่เลิกชั้นจะเลิกช่วยแล้วนะ==*”
              บนพื้นโลกมีหนึ่งคนที่ยังค้นหาอดีตของตัวเองที่หายไป ทว่าสิ่งที่เค้าตามหาอาจจะมาปรากฏตัวต่อหน้าเค้าในรูปแบบอะไรที่ไม่ใช่มิตรก็ได้
               ในอวกาศที่มืดดำ ยานรบลำยักษ์ของA.Dยังจอดนิ่งสนิทอยู่ที่แถบเขตสงครามกัปตันยานนั่งมองหน้าจอแสดงผลที่ไม่มีอะไรผิดปกติเท่าใหร่ทาลอสจ้องมองไปทั่วๆและสังเกตดูศัตรูที่ซุ่มอยู่แน่ๆ ฟูจิวาระยืนนิ่งอยู่ไม่ใกลยานรบของโคโลนี่อื่นนอกจากอาบรัจซาสที่ร่วมลุกขึ้นสู้คอยให้การช่วยเหลือA.Dจนเป็นทัพใหญ่ขึ้นมาได้
                                    “...กองเจ็ด ระวังตัวไว้สาดสปอร์ตไลท์ให้ทั่วๆ กู๊ฟทีมสาม อย่าเข้าไปเร็วนัก”
                                    “เงียบเกินไป อาจเป็นสไนเปอร์...”                “ถ้ามีเมโรดี้น่าจะดีกว่านี้...”
                                     “ให้ผมเอาเมเทโอ ออกไปดีมั๊ย?”               “ยังเร็วเกินไป...”
                ความตึงเครียดในการระวังภัยยังมีอยู่ตลอดเวลาวานิลลาเองก็ลงไปจากออสนิกส์เพราะงานของอาบรัจซาส และเร็นเองก็ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดยานเลยขาดการวางแผนและคนดูแลโมบิลสูทไป
                                     “ถ้าเราถล่มที่นี่ได้สำเร็จมะรืนนี้ เราจะลงไปที่โลก...”              “ทำไม?”
                                     “มิอันแอบไอ้เมลส่งข้อมูลลับมา...”               “อะไรล่ะ?”
                                     “...ราชอาณาจักรโฮลป์ รู้จักมั๊ย?”                  “แดนสวรรค์ที่เหลือรอด...สินะ”
                                     “ที่นั่นกำลังเป็นเป้าของพวกสหพันธ์เราต้องช่วยที่นั่น”              
                                    “นั่นRuzon...”
                                    “เพราะงั้นไง...ถึงต้องลงไปคุยกับเมลโดยตรง...จะได้แน่ใจว่าไม่ใช่ข้อมูลปลอม”   
               ราชอาณาจักรโฮลป์
                              อิสะกะถูกเรียกให้เข้าเฝ้าโดยองค์ราชินีชายหนุ่มเดินเข้ามาที่ท้องพระโรงและคุกเข่าลงรับคำสั่งจากองค์ราชินี
                                    “พระองค์ทรงเรียกกระหม่อม...”                 “เสด็จพ่อคงยังไม่ได้บอกเรื่องราวที่กำลังจะเกิดแก่เจ้า...องค์ชาย”
                อิสะกะนิ่งและไม่ตอบถ้าจะบอกว่าไม่รู้เรื่องคงจะโกหกกันมากเกินไป สงครามที่ถูกชักนำมาโดยRuzon เค้าเองก็พอจะรู้สถานการณ์ดีสหพันธ์โลกต้องการจะยึดอำนาจส่วนหนึ่งคืนโดยการทำสงครามข่มขู่โฮลป์ที่ด้อยพลังกว่า...
                                   “แม่จนทางเลือก...จนทางแล้วจริงๆ...”                 “ขอเพียงทรงรับสั่ง... กระหม่อมจะทำทุกหนทางเพื่อราชอาณาจักรที่ช่วยชุบชีวิตกระหม่อม องค์ราชินี...”
                                   “.......”               “องค์จักรพรรดิมิอาจเด็ดขาดพอจะส่งทหารให้ร่วมศึก...แต่เราอาจจนทางเลือก ศัตรูต้องการทำสงครามกับเรา เราไม่อาจเลี่ยงได้ด้วยเหตุผลหรือการเจรจา...”
                                   “...เรารับคำสั่งจากทัพใหญ่...โอบิลเลียสั่งมอบดูแรนดัลให้เจ้า...”
                                   “กระหม่อมได้รับดาบมาแล้ว...”                อิสะกะก้มหัวลงและลุกขึ้นออกไปจากท้องพระโรง ถึงแม้จะไม่ต้องการการหลั่งเลือดแต่เมื่ออีกฝ่ายกลับเป็นฝ่ายกระหายเลือด ไม่มีทางที่ใครจะหนีได้ตลอดกองทหารเดินออกมารับอิสะกะที่ออกมาจากราชวัง
                                    “องค์ชาย...”                     “สั่งทุกหน่วยเตรียมพร้อมสงครามอพยพประชาชน ...ข้อตกลงที่สร้างความเสียหายแก่โฮลป์ เราไม่มีทางตอบรับ...”
                                   “องค์จักรพรรดิก็ทรงคิดแบบเดียวกันไม่ผิดแน่พะย่ะค่ะ”
                ชายหนุ่มหันออกมาจากกองทหารและเตรียมตรงไปเกณฑ์กำลังตามหน้าที่ที่รับมอบหมายแต่กลับสะดุดตาของเจ้าหญิงตัวเล็กที่ยืนทำหน้ายากอยู่ไกลๆอิสะกะเดินเข้าไปหาไอเนะช้าๆและคลี่ยิ้มให้ แต่เธอกลับไม่ค่อยดีขึ้นเท่าใหร่
                                                “จะเกิด...สงครามขึ้นจริงๆสินะ”                “ชั้นจะปกป้องที่นี่...”
                                                 “........”               “ชั้นจะกลับมา...”
                                                “พูดแล้วนะ...”                 “อืม... สัญญา”
                                          จะอยู่กับเธอตลอดไป...สัญญาเลย...
                                                “!!?”                   ภาพที่คุ้นตาแต่เลือนรางฉาบบนดวงตาของอิสะกะที่ไม่ทันตั้งตัวเค้าผงะตัวถอยไปเล็กน้อยแล้วเอามือปิดกุมดวงตาของตัวเองเอาไว้
                                                “อิสะกะ?”                  “เมื่อกี๊...”     
                     
                 แม้จะเป็นแค่นานๆครั้งแต่ภาพที่เลือนรางนั้น กลับทำให้เค้าเกิดความรู้สึกที่โหยหาอย่างบอกไม่ถูกบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีอยู่ ที่หายไป ที่เค้าลืมไป เค้าปรารถนาที่จะเรียกเธออีกครั้ง...
             ที่ชายแดนที่ดูแห้งแล้งและร้อนระอุฐานรบขนาดยักษ์ค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่เขตราชอาณาจักรโฮลป์ กองทัพของสหพันธ์โลกพร้อมจะจุดไฟสงครามขึ้นเมื่อข้อตกลงที่ยื่นไปล้มเหลวชายหนุ่มผมบรอนด์ที่ยืนคุมการรบบนยานลำยักษ์มองไปที่เมืองที่ดูล้าสมัยอย่างดูแคลนคู่ต่อรองคราวนี้เป็นเมืองที่บ้านนอกสิ้นดีสำหรับผู้ที่เติบโตมาในเมืองที่ล้ำหน้าอย่างเค้าแขนกลเอื้อมลงไปหยิบแก้วค็อกเทลมาจิบ และทิ้งตัวลงนั่ง
                                                “ว่าไง!? ทำไมมันชักช้านัก?”                  “ท่านอัลกริต...พวกมันคงต้องการเวลา...”
                                                “เงียบปากของแกไป!! อิรัลเดล!!คิดว่าชั้นอยากได้ไอ้เมืองเส็งเคร็งนี่นักรึไง!?”
                คนสนิทร่างอ้วนหุบปากลงไปทันทีที่เจ้านายตวาดใส่อย่างหัวเสียอิรัลเดลหันกลับไปมองจุดนัดที่ค่อยๆมีบางอย่างเคลื่อนออกมาจากน่านฟ้าโฮลป์อัลกริตมองอย่างไม่สบอารมณ์และดื่มค็อกเทลเข้าไปจนหมด
                                                “เฮ้ย... มันมาแล้ว แกคุยซิ...”      
                อัลกริตเอาเท้าถีบผลักร่างของล่ามให้ไปทำงานบอดี้การ์ดของอัลกริตชูปืนจ่อหัวล่ามที่ยังไม่เดินไป
                                         “ท่าน... ท่านจะละเว้นเมืองของเราตามสัญญา...”                  “พูด!!!”
                                                 “ค... ครับ...”                     
                 ไมค์ถูกส่งมาให้ล่ามถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาลมหายใจยาวสูดเข้าเต็มปอดและพูดออกมา
                                          “กรุณาหยุดอยู่ตรงนั้นราชอาณาจักร...”
                   ขบวนของกองทัพโฮลป์หยุดลงและเปิดลำโพงขยายเสียงโต้ตอบกับยานของอัลกริตรอยยิ้มย่ามใจของหนุ่มผมบรอนด์กระตุกขึ้นมาเมื่อเห็นทัพข้าศึกมีเพียงยานรบเก่าๆเพียงสามลำกับโมบิลสูทอีกไม่เท่าใหร่
                                         “เราคือราชอาณาจักรโฮลป์ เรามาพร้อมคำตอบของข้อตกลง...”
                    จอภาพของอัลกริตสว่างขึ้นหญิงสาวในชุดทรงราชวงศ์ปรากฏออกมาเสียงผิวปากอย่างพึงพอใจในหน้าตาและรูปร่างของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรบ้านนอกนี่ก็เคยได้ยินมาบ้าง
                                          “เราคือไอเนะ โฮลป์ โอบิลเลียราชธิดาอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักรแห่งนี้เรามาที่นี่เพื่อมาให้คำตอบแก่ข้อตกลงของท่าน...”
                                          “วิ้ว~♪อิรันเดล... หลังจากขยี้ที่นี่ ชั้นอยากได้ตัวนังนั่น...”                  
                                          “ครับ...”
                    ทันทีที่สั่งเรียบร้อยล่ามของสหพันธ์ก็ถามถึงคำตอบ
                                          “คำตอบของท่าน เราขอรับฟัง...”
                                       
                                          “ราชอาณาจักรโฮลป์...ขอปฎิเสธข้อตกลงและคำข่มขู่ของท่านทุกประการ! เอกราชและอิสรภาพของชาวโฮลป์!! เราจะไม่มอบให้ผู้อื่นใดนอกจากองค์จักรพรรดิโฮลป์”
                       
                   อัลกริตยิ้มออกมาเหยียดหยามและพยักหน้าออกคำสั่งเตรียมอาวุธ และโมบิลสูท ล่ามที่เดินเข้ามาหลังจากจบสิ้นหน้าที่คุกเข่าก้มหัวลงต่อหน้าอัลกริตด้วยร่างกายที่สั่นเทา
                                        “ผม...ผมทำตามท่านสั่ง...ได้โปรด... ได้โปรด...”
                                        “หา? แกยังไม่ไปอีกเรอะ? วุ่นวายว่ะ!”              “นายท่าน... นายท่านบอกว่า...”
                                        “เออๆ รู้แล้วๆ...”
                 ปืนกระบอกหนึ่งสะบัดออกจากเอวของอัลกริตนิ้วของชายผมบรอนด์เหนี่ยวไกใส่หน้าของล่ามที่ไร้ประโยชน์พร้อมเสียงปืนที่ดังสนั่น
                                                          ปัง!!!
                   เลือดและเศษวัตถุเหนียวข้นที่ไม่ใช่เลือดสาดกระเด็นลงไปกองที่พื้นพร้อมร่างไร้วิญญาณของล่ามที่ล้มลงไปกับพื้นและหงิกตัวไม่กี่ครั้งแล้วนิ่งไปอัลกริตแสยะยิ้มและถุยน้ำลายใส่ และพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยอันเสแสร้ง
                                                “อา... ชั้นไม่ได้อยากฆ่าแกเลยแต่จะดีกว่านะ แกจะได้ไปอยู่กับเพื่อนและครอบครัวจากเมืองเน่าๆนั่นต่อไงช่วยไม่ได้ มันไม่มีใครน่ารักเข้าตาชั้นซักคน ชั้นเลยเผาทิ้งไปหมดเลย น่าเศร้านะว่ามั๊ย อิรันเดล...?”                           “อ่า...ค...ครับ ท่านอัลกริต...”
                                                “เอาล่ะ...เอามันทิ้งลงไปข้างล่างเริ่มมีกลิ่นทุเรศๆออกมาแล้ว เฮ้ย!! ส่งทหารเราออกไปเค้นคำตอบใหม่มาซิ!! แล้วใครก็ได้!! มาทำความสะอาดตรงนี้ที!!”
                             หัวหน้าทหารส่องกล้องมองดูเทรดซ์กลุ่มหนึ่งที่เริ่มออกมาจากยานฝั่งศัตรูและมุ่งเข้ามาแล้วกององครักษ์คุ้มกันตัวองค์หญิงไว้และพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเสมออิสะกะที่นั่งมองอยู่ในดูแรนดัลไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลย น่าแปลกสำหรับเค้า...ทั้งๆที่พึ่งเคยเข้าสงครามกับโฮลป์แค่สองครั้ง แต่กลับสงบอย่างประหลาดเค้าดูเคยชินกับมันเหลือเกิน
                                                “หน่วยยิง!!!พร้อมมมมม!!”                    แคร่ก!!!
                                “เล็ง~!!!!”
                  ม่านควันจากการพุ่งมาด้วยความเร็วของเทรดซ์แผ่ม่านควันคลุ้งอิสะกะกระชับมือครั้งหนึ่งและขยับเท้าเล็กน้อย หัวหน้าทหารรอจังหวะอยู่ทันทีที่ศัตรูพุ่งมาเข้าเป้ายิงก็เป็นทีของเค้ากองทัพนีโมจากหน้าผาสองฝั่งเคลื่อนออกมาจากที่ซ่อนตัวและตั้งปืนใส่เทรดซ์ที่ถลำมาโดยไม่ได้ระวังตัว
                                “ยิง!!!!”
                    แสงจากปืนลำแสงพุ่งเข้ากระหน่ำใส่กองทัพของเทรดซ์จนแหลกไปตามๆกันอิสะกะมองดูเฉยๆ เพราะไม่จำเป็นต้องออกโรง แต่ทว่าเทรดซ์กลุ่มหลังที่พกเกราะหนักมาด้วยฝ่าวงล้อมยิงมาได้และยิงใส่บังเกอร์ของทหารโต้ตอบ
                   งั้นนี่คงเป็นงานของแนวหน้าอย่างทัพโมบิลสูทได้แล้ว ตาของดูแรนดัลสว่างขึ้นพร้อมล้อส่งตัวที่ส้นเท้าหมุนอย่างแรง
                             “อิสะกะ ทาเมโตะ!! ดูแรนดัล!! ไปล่ะ!!”                     ร่างของโมบิลสูทพุ่งเข้าไปหาศัตรูด้วยล้อที่เท้าความเร็วในการเคลื่อนที่ในภาคพื้นดินของดูแรนดัลคล่องตัวกว่าเทรดซ์มาก แม้จะไม่ใช่แบบไซโคคิเนซิสแต่นั่นก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อเค้าเลย
                   เทรดซ์สวมเกราะยกบีมไรเฟิลขึ้นกราดยิงใส่ดูแรนดัลที่พุ่งเข้าหาดูแรนดัลเบี่ยงตัวหลบและพุ่งเข้าหา ดาบเล่มยาวที่ข้อศอกเลื่อนลงมาที่ข้อมือ อิสะกะฟาดดาบเหล็กใส่ร่างของเทรดซ์จนร่างขาดปลิวด้วยคมดาบที่หนักหน่วงเทรดซ์ที่ฝ่าวงล้อมเข้ามาเห็นโมบิลสูทของอิสะกะบุกเข้ามาจึงยกปืนยิงสกัดแต่ทว่า...
                                “เร็ว...!! หุ่นบ้านั่น!!”                    “กระจายกันออกไป!! ล้อมยิงมัน!!!”
                                “ย...ยิงไม่โดนเลย!!! มันตัวบ้าอะไรวะเนี่ย!!?”
                   หัวหน้าทีมสหพันธ์ที่หัวเสียกำลังจะสั่งให้ลูกทีมกระจายกันออกไป แต่ทว่าเส้นแสงบางอย่างกลับฟาดผ่านร่างของเทรดซ์ทั้งสองไปก่อน
                 ร่างของลูกทีมทั้งสองค่อยๆเลื่อนลงขาดจากกัน เทรดซ์หุ้มเกราะมองสิ่งที่สังหารลูกทีมที่ฉายดวงตาเขียวสว่างมาและเรียกชื่อออกมาช้าๆ...ร่างแบบเดียวกับตัวตนของความกลัวเมื่อคราวที่ไปชิงทรอยด์คราวนั้นความกลัวที่เค้าจำได้ไม่ลืม...
                           
   
                             “กัน...ดั้ม...!?!”                  ดูแรนดัลยกดาบในมือขึ้นช้าๆและเหวี่ยงลงมาผ่าร่างของเทรดซ์ จนร่างขาดออกเป็นสองซีกต่อหน้ากองทัพสหพันธ์
                  อัลกริตมองร่างที่ปรากฏเบื้องหน้า และได้แต่กัดฟันอย่างเคืองแค้น พร้อมสบถ
                                           “เป็นไปไม่ได้!!!!”



-----------------------------------------------------------------------------------------**End.
เจอกับตอนต่อไปวันอาทิตย์นะครับ อัพทีละพาทเหมือนเดิม  วันพุธ วันศุกร์เเละวันอาทิตย์ อาจช้าบ้างเร็วบ้าง เเต่จะไม่ลากให้รอเป็นอาทิตย์เเล้วจ้า
เเล้วเจอกันนะ นักอ่านพเนจรทุกท่าน 555+

อ่านภาค1

โพสต์ 13-5-2015 20:31:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +2 Point

จะคอยติดตามค้าา

แสดงความคิดเห็น

อ่ะฮ่ะๆๆๆ... ก็คงจะได้กลับมาเขียนต่อเร็วๆนี้ล่ะครับ ตั้งเเต่ยศหายก็ไม่ได้กลับมาบอร์ดเลย กลับเป็นLV.1อีกเเบบงงๆ 555  โพสต์ 24-6-2015 05:18
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 03:17 , Processed in 0.066826 second(s), 21 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้