ดู: 209|ตอบกลับ: 0
              ากฝนที่ตกพร่ำทวีความแรงกลายเป็นพายุฝนที่มากับท้องฟ้าที่ดำสนิท กองทหารของรูฟัสมาถึงเขตปะทะแสงจากการระเบิดยังคงประทุอยู่ รีเบลเลียนลอยอยู่ห่างๆ ภาพจากระยะไกลฉายให้รูฟัสได้เห็นในกองทัพของสหพันธ์โลก มีเพียงโมบิลสูทของโฮลป์ไม่กี่เครื่องที่เหลือรอดและกันดั้มที่ยับเยินสีขาวนั่นเท่านั้น ที่กำลังต้านทานกองทัพของสหพันธ์โลกไว้ เรโนมองลงมาที่ดูแรนดัลอย่างไม่เชื่อว่าเป็นไปได้กันดั้มที่ยับเยินนั่น กำลังบุกทำลายกองทัพที่มีโมบิลอาเมอร์รุ่นใหม่นั่น
                 เทรดซ์เจ็ดเครื่องพุ่งเข้ามาและล็อคตัวดูแรนดัลไว้ทันทีที่กลุ่มแรกเข้าล้อมกรอบสำเร็จ เครื่องอื่นๆก็ปรี่กันเข้ามาและทับไว้ เซนทอร์สามเครื่องสุดท้ายที่เหลือรอดปรี่เข้ามาและแทงหอกใส่พร้อมๆกันแต่ทว่า เทรดซ์กองใหญ่ที่จับกุมดูแรนดัลไว้กลับสั่นแรงคมดาบแสงบีมเซเบอร์พุ่งทะลุออกมา เทรดซ์ทั้งกองปลิวกระจายออกจากร่างของดูแรนดัลที่เร่งพลังจากดาบแสงที่ติดอยู่ทั่วตัวออกมา
                 โมบิลสูทของสหพันธ์หลายสิบเครื่องปลิวระเบิดออกอย่างรุนแรงพร้อมๆกับดูแรนดัลที่หลุดออกมาเทรดซ์กว่าสิบเจ็ดเครื่องก็ไม่อาจจะทานแรงของโมบิลสูทที่มีแขนเพียงข้างเดียวเครื่องนี้ได้  เซนทอร์ที่นำทีมทำใจสู้และฟาดทวนใส่ดูแรนดัลตั้งดาบที่ร้าวแตกขึ้นรับ แรงปะทะฟาดเอาดาบของดูแรนดัลหักเป็นสองท่อนคมทวนเฉือนเข้าที่ร่างของดูแรนดัลลึกเล็กน้อย แต่นั่นกลับไม่อาจหยุดไว้ได้บีมเซเบอร์สีเขียวเหวี่ยงฟาดออกมาผ่าเข้าที่กลางหัวของเซนทอร์จนขาดแยก
                 ดวงตาเหลืองเข้มข้างขวาของอิสะกะเริ่มฝาดเส้นเลือดมากขึ้นจนตาขาวเปลี่ยนเป็นแดงเลือดแทน สติตอนนี้หายไปโดยสมบูรณ์ที่ขับดูแรนดัลในตอนนี้ไม่ใช่เค้า แต่เป็นเพียงอาวุธที่มีชีวิตเท่านั้น
                                    “บ้าไปแล้ว!!! มัน...มันไม่ใช่คน!!!”               เทรดซ์ที่เสียขวัญถอยออกไปจากดูแรนดัลที่เดินเข้ามาพร้อมบีมเบอร์ในมือที่เร่งพลังขึ้นอีกจนแดงฉานรูฟัสสะอึกทันที เมื่อเห็นลักษณะเฉพาะของพลังงานที่แผ่ออกมา
                                    “ฟูล บลาสต์...?!”
                   อานุภาพพลังฟาดลงกับพื้นซัดโมบิลสูทของสหพันธ์จนแหลกไปต่อหน้าของรูฟัส และทหารของเค้าที่เฝ้ามองอยู่
                                   “อะไรกัน!!? โมบิลสูทนั่น!! ไม่ใช่รุ่นที่มีฟูล บลาสต์ไม่ใช่เหรอ!!”
                   ดวงตาของดูแรนดัลแผดแสงแดงเลือดออกมา และหันมามองที่กลุ่มของรูฟัสหลังจากฆ่าศัตรูต่อหน้าจนไม่เหลือแล้ว
                                    “ท่าไม่ดีเท่าใหร่นัก...”
                    หน่วยของรูฟัสยกปืนใส่ดูแรนดัล แต่โมบิลสูทสีขาวกลับไม่ยอมหยุดเรโนตะโกนเสียงเตือนนักบินที่ขับดูแรนดัลให้หยุด
                                      “ไอ้ที่ขับอยู่น่ะ!! อย่ามาลองดีนะโว้ย!!”
                     เท้าของดูแรนดัลถีบแรงส่งวิ่งเข้ามาหากลุ่มของรูฟัสอย่างรวดเร็วบีมเซเบอร์สะบัดออกพร้อมฝังคมใส่ เรโนต้องสั่งให้ยิงใส่แม้จะเป็นหุ่นของพวกเดียวกันก็ตาม
                                        “ยิงมันทิ้งซะ!!!”
                      กระสุนจากทหารRuzonพุ่งเข้าหาดูแรนดัลแต่กลับไม่อาจจะสัมผัสร่างได้ ม่านพลังที่มองไม่เห็นดีดกระสุนจากเจกันออกกระทั่งดูแรนดัลพุ่งมาที่กองหน้า ทหารRuzonที่ลนลานทำตัวไม่ถูกหยิบบีมเซเบอร์ออกมาฟาดใส่ แต่กลับไม่ไวท่าดาบของดูแรนดัลบีมเซเบอร์สีแดงเพลิงแทงทะลุหัวของเจกันจนระเบิดออก
                    รูฟัสเห็นทีคงคุยกันไม่รู้เรื่อง คงจำเป็นต้องทำให้ขยับไม่ได้ก่อนรีเบลเลียนพุ่งตัวเข้าหาและกระแทกโล่ใส่ ดูแรนดัลตั้งหลักและยกขาอีกข้างถีบสกัดไว้ เสียงปะทะดังสนั่นแผดออกมา ทันทีที่ผละออกจากกันทั้งดูแรนดัลและรีเบลเลียนต่างคว้าดาบออกมาฟาดปะทะกัน
                                                    เคร้ง!!!!
                    กระแสไฟฟาดแรงออกมาคมดาบใหวสั่นด้วยแรงจากหุ่นทั้งสองเรโนพาฟูลเซ็ตมากระแทกใส่ดูแรนดัลที่ไม่อาจป้องกันจนล้มไถลไปโมบิลสูททหารกรูกันเข้ามาจับกุมดูแรนดัล แต่ไม่อาจหยุดได้จึงโดนดาบที่ติดอยู่ทั่วตัวแทงใส่เสียงคำรามของโมบิลสูทสีขาวร้องออกมาและปรี่เข้าไปเหวี่ยงดาบใส่ฟูลเซ็ตอย่างคลุ้มคลั่งเรโนรับรู้ถึงพลังที่ต่างชั้นกันทันทีที่ประดาบร่างของฟูลเซ็ตครูดไถลไปอย่างแรงทันที ท่อนขาของดูแรนดัลฟาดเตะเข้าที่สีข้างของฟูลเซ็ตจนปลิวกระเด็น
                                                  ฮูมมมมม~มมมม!!!!!!               
           ดูแรนดัลคำรามออกมาสนั่นและก้าวเข้าหารีเบลเลียน รูฟัสมองโมบิลสูทสีขาวที่ก้าวเข้ามาอย่างไม่เดือดร้อนก้าวเดินของดูแรนดัลย่นระยะเข้าหารีเบลเลียนเรื่อยๆแขนข้างที่ถือบีมเซเบอร์ง้างขึ้นมาพร้อมฟาดใส่ ดูแรนเหวี่ยงดาบในมือใส่รีเบลเลียนแต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหมดหายไปซะก่อน...
                 ร่างของดูแรนดัลล้มลงไปต่อหน้าของรีเบลเลียนพลังงานที่ฝืนปล่อยออกมาถึงขีดจำกัดและหมดลงพร้อมสติของนักบินแล้ว รูฟัสเก็บบีมเซเบอร์ไว้และยกร่างของดูแรนดัลขึ้นใหล่ โดยมีเรโนจะร้องปราม
                                        “พันเอก...”                “กลับกันได้แล้ว...พร้อมๆกับทุกคนที่เหลือ...”
                                        “...ครับ”                 “ชั้นรู้ ว่านายสงสัยอะไรกับนักบินนี่แต่เราก้าวก่ายไม่ได้...”
                                        “.....”                    “แต่ตอนนี้ ถึงยังไงเค้าก็คือทหารของเรา... ทหารของRuzon”
                      สหพันธ์โลก กองทัพหลักแอสเซนเชียล
                 
                               เขตศูนย์การค้า บรอนด์เวย์          มหาวิทยาลัย เวิร์ลฟอร์ต
               แม้อีกซีกฝั่งของทวีปจะมีสงครามอยู่ แต่ที่นี่ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดของทหารสหพันธ์กลับนอนอุตุอย่างไม่สนใจเรื่องราวรอบๆนักศึกษาของกองทัพที่เดินผ่านไปผ่านมาพากันแอบซุบซิบนินทาเค้าทุกครั้งที่เดินผ่านไปผ่านมาเค้าเองก็ชินชาและไม่อยากจะสนใจมันเท่าใหร่นัก
                                          “ราส... แกคิดจะโดดอีกกี่ครั้งวะ?! ดูดิทหารฝ่ายเรากระเจิงกลับมาอีกแล้ว-*-;;”
                                          “......”                “ราส...”
                                           “z...Z...z...”                   “ราส R. รีเบิร์น ถ้าแกไม่ตื่นแกได้โดนหนักแน่ชั้นเตือนแล้วนะ=___=...”
                                            “ตื่น!!!เดี๋ยว!!!นี้!!! ไอ้แยงกี้เฮงซวย!!!=[]=**”                   พล่อก!!!!
                                            “คุ่!!!เฮื่อก!!!O[ ]O;;;”
                    ทันทีที่ศอกเล็กๆแต่เรี่ยวแรงมหาศาลกระแทกลงมาราสที่นอนหลับอยู่ก็ถึงกับกระอักตื่นแทบไม่ทัน หนังสือที่ปิดหน้าของเค้าปลิวไปตกบนมือของเพื่อนที่พยายามปลุกเค้าก่อนเจอของแข็งอย่างแม่นยำ
                                             “ทีโอ...บ้านเธอเค้าปลุกกันงี้สินะ=___=**”
                     ราสลุกขึ้นมาลูบท้องตัวเองป้อยๆ แม้ความจุกจะยังแผลงฤทธิ์อยู่ แต่ก็พอทนได้มือของเค้ายกขึ้นไปเกาหัวที่มีผมเรียบเคลียต้นคอสีน้ำเงินดำให้มันยุ่งเข้าไปอีกทีโอ เพื่อนร่วมทีมย่อเข้าลงมามองราสอย่างหน่ายใจ ซ้อมรบก็โดด การรบก็ไม่เข้าร่วมจนจะโดนลากไปยิงทิ้งหลายรอบแล้วก็ยังไม่ปรับปรุงตัวซักที
                                             “ถ้าพ่อนายไม่เป็นผู้นำของสหพันธ์สาบานได้เลย นายโดนยิงทิงไปได้สิบรอบกว่าๆแล้ว=___=*”                    “ยิงเป้าสิบหกรอบเก้าอี้ไฟฟ้าสาม ฉีดยาอีกไม่ใหวนับ(‘ ‘)”
                                              “ขอบใจ ราส ขอบใจมาก=____=***”                “เอาน่าทีโอ”
                    ราสเรียกง่ายๆว่าเป็นลูกเมียน้อยของประธานสหพันธ์โลกที่ถูกโยนไปให้อาของเค้ารับเลี้ยงแทน เค้าอาจจะเป็นคนขวางโลกแต่ก็เป็นชายที่มีทักษะด้านการรบสูงกว่าคนปกติทั่วไปเค้าเป็นอันบอร์นที่เกิดจากแม่ที่เป็นอันบอร์นเหมือนกัน การที่เค้าเกิดมาเลยถูกประณามจากคนในตระกูลว่าเป็นเลือดโสโครก ก็เลยถูกแบ่งเป็นชนชั้นที่ต่ำที่สุดของตระกูลแต่อาหรือพ่อเลี้ยงของเค้ากลับไม่เคยที่จะรังเกียจหรือรู้สึกอย่างนั้นเลยและก็คอยดูแลเค้าอย่างดีมาตลอด
                                                “เลิกคลาสยัง?”                  “ยัง...”
                                                “งั้นชั้นนอนต่อ...”                  “อาแกให้ชั้นมาเรียกแกไปหาที่บ้านใหญ่”
                                                “พ่อรองมีปัญหากับชั้นตลอด...”
                      เสียงบ่นพึมพำออกมาเนือยๆแต่เค้าก็ไม่เคยจะขัดใจพ่อเลี้ยงเท่าใหร่ ราสดีดตัวลุกขึ้นจาดพื้นหญ้านุ่มๆและเดินออกไปจากมหาลัย
                     แรมโบกินี่ขาวเทาของราสส่งเสียงกระหึ่ม และวิ่งออกไปสู่ตัวเมืองที่วุ่นวายเสียงเพลงจังหวะมันส์ๆดังขึ้นปลุกเค้าให้หายง่วง บนทางด่วนซุปเปอร์คาร์คันหรูขับโฉบไปมาผ่านรถบรรทุกคันใหญ่ในระยะประชิดอย่างไม่กลัวตายเท้าของราสยังคงกดคันเร่งเข้าไปเรื่อยๆ จนแซงรถทุกคนไปในไม่ช้า
                     
                      ในคฤหาสน์หลังงามแก้วชาปล่อยควันหอมบางๆออกมาในบรรยากาศบ้านที่เงียบสงบ แต่ไม่นานความเงียบก็หายไปเมื่อเสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูดังขึ้นมา
                      ประตูบานใหญ่เลื่อนเปิดพร้อมร่างสูงของราสที่เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าที่พาดใหล่ชายบนรถเข็นยิ้มอย่างอบอุ่นและจับที่ล้อรถเข็นจะเข้าไปหาหลานชายแต่ชายหนุ่มกลับโยนกระเป๋าที่เบาหวิวไปบนโซฟาและรีบเดินเข้ามาหาแทน
                                                “ผมนึกว่าพ่อรองจะรออยู่บนห้องอยู่ข้างล่างคนเดียวมันอันตรายนะ”
                                                “เสียงลูกสูบแปลกๆไปนะถ้าขับเกินสองร้อยตัวเครื่องสั่นแทบปลิวแน่...”
                                                “ห่วงผิดเรื่องแล้ว...”
         ราสเข็นพาพ่อรองไปรับลมธรรมชาติที่สวนหย่อม เค้ากดปุ่มเรียกเมดและคนใช้ออกมาราสเอาผ้าผืนนุ่มมาคลุมบนตักของพ่อรองของเค้าอย่างเบามือ
                                                   “พ่อลืมหยิบแก้วชามาด้วย...”             “เออน่ะ เดี๋ยวชงให้ใหม่”
                                                   “แกชงชาขมอย่างกะกาแฟ”              “บ่นเก่งได้โล่...”
                             ไม่นานเมดสาวก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องดื่มราสยกกาน้ำชาออกมาและวางมันลงบนโต๊ะ พ่อบ้านตามมาและลงมือปรุงชาให้เจ้านายราสนั่งทอดตัวลงบนเก้าอี้ข้างๆพ่อรอง
                                                     “สูตรเดิมนะครับท่านนิคเซล”               “อืม...”
                          ทันทีที่ชงชาเสร็จทั้งเมด และพ่อบ้านก็ถอยออกไป ปล่อยให้ราสและนิคเซลได้คุยกัน
                                                      “เรียกผมมาเหรอ?”                “พ่อรู้ว่ายังไงแกก็ไม่เข้าเรียน”
                        ราสมองพ่อรองและยิ้มอย่างลองดีและก้มลงไปหยิบแก้วชาของตัวเองมาดื่ม ก็มันเถียงไม่ออกนี่นะ                                                         
                                                      “.......”                          “พ่อไม่อยากให้แกยุ่งกับสงคราม...”
                                                “ก็ไม่ยุ่งอย่างที่บอกนี่ไง...”              “แกคงต้องบอกพ่อได้แล้ว...”
                    ชายหนุ่มชะงักลงไปแววตาครุ่นคิดของเค้านิ่งสนิทและถอนหายใจออกมาอย่างหน่ายเซ็ง ราสวางแก้วชาลงและลงมาคุกเข่ากุมมือผู้เป็นพ่อเบาๆ นิคเซลรู้บางอย่างที่ราสปิดเค้าไว้แล้วแต่ก็ยังอยากได้ยินจากเค้าเอง                                                  “ผมอธิบายให้พ่อฟังได้...”               “........”
                    มือที่อบอุ่นของคนเป็นพ่อลูบหัวของลูกชายอย่างเข้าใจ
                                                  “พ่อจะฟังแก ไม่ว่าแกจะทำอะไรพ่อเชื่อใจแก”
                                                                  “........”                  “..........”
                                                                  “นักบินของเครื่องใหม่...สติคม่า คือผม...”
                                                                  “......”              “พ่อเดือดร้อนเพราะการกันผมออกมาจากสงครามมามากพอแล้วเราหนีตลอดไปไม่ได้...”
                      ราสบอกพ่อของตัวเองอย่างจนหนทางถ้าปล่อยให้นิคเซลก้าวก่ายอำนาจทางทหารของสหพันธ์มากกว่านี้เค้าอาจจะสูญเสียอำนาจทางสหพันธ์ไปก็ได้ สุดท้าย ราสจำเป็นต้องทำ จำเป็นต้องสู้เมื่อสงครามต้องการเค้า แผลเป็นที่เจ็บปวดนั้น ยังคงกลิ่นเลือดอยู่สหพันธ์อาจเห็นเค้าเป็นเพียงอาวุธ แต่สำหรับนิคเซลไม่ใช่ราสคือสิ่งที่มีค่าของเค้า แต่ทว่า ชะตากรรมที่โหดร้าย กลับเลือกเค้า
                                                “อีกไม่นาน...ผม จะต้องสู้กับRuzonด้วยกันดั้ม...ของแม่...”
                      หลังจากคุยกันจบราสเห็นนิคเซลเงียบไป จึงรู้ ว่าพ่อของตนต้องการอยู่คนเดียวซักพักนิคเซลเคยเป็นนักบินมาก่อนเหมือนกัน แต่ก็ต้องมาพิการเดินไม่ได้เพราะร่างกายช่วงล่างเป็นอัมพาต จากการต่อสู้กันกับA.Dในตอนที่กันดั้มบุกมาที่สหพันธ์คราวนั้น นิคเซลมองว่ามันคือผลกรรมที่เค้าได้รับจากการร่วมมือกับพี่ชายหลอกใช้มนุษย์ แต่ราสกลับเคียดแค้นA.DและRuzonที่เป็นตัวการสงครามอยู่เงียบๆ
                     ที่สวนหย่อมที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามทอดไกลออกไป ภาพของอาคารสูงตั้งตระหง่านหนึ่งในสามอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยามโลกสิ้นสลายองค์กรที่ใช้ชื่อบังหน้าว่าผู้กอบกู้ อาคารเวิร์ดฟอร์ด คอมปานี แม้จะยังซ่อมบำรุงจากการโดนกันดั้มบุกโจมตีได้ไม่ดีนักแต่ก็ยังคงความสง่างามเอาไว้ ที่ชั้นบนสุดนั่น พ่อแท้ๆของเค้าก็คงมัวแต่เสพนารีอยู่เหมือนเคย ราสมองขึ้นไปบนยอดตึกสูงด้วยดวงตาสะอิดสะเอียนประธานสหพันธ์เป็นคนบีบบังคับเค้าให้ไปเป็นอาวุธเพื่อขับกันดั้มให้โดยใช้พ่อรองของเค้าเป็นข้ออ้าง สกปรกสิ้นดี...
                                               “ไม่ใช่ราส J รีเบล ชั้นคือราส...  ราส R. รีเบิร์น”              
                     ดวงตาสีน้ำเงินลูกครึ่งของเค้าจับจ้องเหมือนจะบอกคนที่อยู่บนยอดตึกให้ได้ยินสีดวงตานี้ ที่เค้าชิงชัง ดวงตาของพ่อแท้ๆของเค้าแผลเป็นที่หลังมือขวาเริ่มกรีดร้อง มือที่เคยใสนวล ที่แม่เค้าเค้ากุมมันบัดนี้ไม่เหลือดี เพราะสงครามที่ประธานสหพันธ์ยัดเยียดให้


--------------------------------------------------------------------**
ความจริงอันน่าสะพรึง หลังจากที่ผมกำลังอัพตอนนี้อยู่ ผมก็พึ่งจะทันรู้ตัว
ดูเหมือนเนื้อหาของss2 จะยาวกว่าss1เเบบไม่เกรงใจคนอ่านเข้าเเล้วอ่ะ
ส่อเเววว่าภาคไฟนอลวอร์ จะยาวกว่าซีซั่นเเรกราวๆสองเท่าได้เลยอ่ะTOT''
ถ้ารักก็ช่วยอ่านกันจนจบไปข้างที่เน้อ>w<
อ่านต่อ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 7-12-2016 04:50 , Processed in 0.161653 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้