ดู: 203|ตอบกลับ: 0
                      หลังจากคุยกันจบราสเห็นนิคเซลเงียบไป จึงรู้ ว่าพ่อของตนต้องการอยู่คนเดียวซักพักนิคเซลเคยเป็นนักบินมาก่อนเหมือนกัน แต่ก็ต้องมาพิการเดินไม่ได้เพราะร่างกายช่วงล่างเป็นอัมพาต จากการต่อสู้กันกับA.Dในตอนที่กันดั้มบุกมาที่สหพันธ์คราวนั้น นิคเซลมองว่ามันคือผลกรรมที่เค้าได้รับจากการร่วมมือกับพี่ชายหลอกใช้มนุษย์ แต่ราสกลับเคียดแค้นA.DและRuzonที่เป็นตัวการสงครามอยู่เงียบๆ
                     ที่สวนหย่อมที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงามทอดไกลออกไป ภาพของอาคารสูงตั้งตระหง่านหนึ่งในสามอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยามโลกสิ้นสลายองค์กรที่ใช้ชื่อบังหน้าว่าผู้กอบกู้ อาคารเวิร์ดฟอร์ด คอมปานี แม้จะยังซ่อมบำรุงจากการโดนกันดั้มบุกโจมตีได้ไม่ดีนักแต่ก็ยังคงความสง่างามเอาไว้ ที่ชั้นบนสุดนั่น พ่อแท้ๆของเค้าก็คงมัวแต่เสพนารีอยู่เหมือนเคย ราสมองขึ้นไปบนยอดตึกสูงด้วยดวงตาสะอิดสะเอียนประธานสหพันธ์เป็นคนบีบบังคับเค้าให้ไปเป็นอาวุธเพื่อขับกันดั้มให้โดยใช้พ่อรองของเค้าเป็นข้ออ้าง สกปรกสิ้นดี...
                                               “ไม่ใช่ราส J รีเบล ชั้นคือราส...  ราส R. รีเบิร์น”              
                     ดวงตาสีน้ำเงินลูกครึ่งของเค้าจับจ้องเหมือนจะบอกคนที่อยู่บนยอดตึกให้ได้ยินสีดวงตานี้ ที่เค้าชิงชัง ดวงตาของพ่อแท้ๆของเค้าแผลเป็นที่หลังมือขวาเริ่มกรีดร้อง มือที่เคยใสนวล ที่แม่เค้าเค้ากุมมันบัดนี้ไม่เหลือดี เพราะสงครามที่ประธานสหพันธ์ยัดเยียดให้
                        กองทัพหลัก...
                                             “โอ๊!!! แปลกใจจริงๆ ที่ท่านราสมาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง”               
           อิรันเดลร้องออกนอกหน้าเมื่อเห็นราสเข้ามาที่กองทัพเองกับราส อิรันเดลไม่ต้องกลัวจนตัวสั่นเหมือนอยู่กับคนตระกูลหลักคนอื่น กับราสอิรันเดลมักจะจริงใจด้วยเสมอ มากกว่าความนอบน้อมบังหน้าที่มีให้คนตระกูลหลักที่เย่อหยิ่ง
                                             “ฮิ่ฮี่~...นานๆทีน่ะ ว่าแต่เครื่องของผมอยู่ไหนล่ะ?”
                                             “อืมรู้สึกว่าจะยังอยู่ระหว่างเช็ครอบสุดท้ายนะครับถ้าไงเชิญนั่งรอที่ห้องรับรองก่อนก็ได้ แล้วทันทีที่เรียบร้อย ผมจะไปเรียก”
                                              “ไม่ล่ะ หุ่นของชั้นชั้นอยากเช็คด้วยตัวเองมากกว่า”                 
                อิรันเดลพยักหน้าเข้าใจและเดินนำทางราสไปช่างที่อยู่ข้างในล้วนมีไมตรีอันดีกับราส ทุกคนที่ผ่านไปมาต่างร้องทักไปตลอดทางแต่การทักนั้นไม่ใช่การประจบประแจง แต่เป็นการทักทายที่เป็นกันเอง
                                               “โย่ว!! ไอ้หนูราส!!”               ชายหนุ่มผมยาวบรอนด์เปิดหน้ากากกันสะเก็ดไฟออกและร้องทักราสทั้งๆที่ยังคาบด้ามลูกอมอยู่เค้าคือร้อยโท ซีวิค แกรน เป็นว่าที่หัวหน้าทีมสิบห้าของเค้า
                                               “แรมโบของชั้น พ่อบอกว่าลูกสูบมันแปลกๆแฮะซีวิค”
                                               “บ้าน่า! แกเหยียบเท่าใหร่?”             “สองร้อยสิบกว่าๆเอง...”
                                                 “เออ สมควร=___=;;”
                                                “ซีวิคหุ่นของท่านราสล่ะ ว่าไง?”
                อิรันเดลตามงาน ซีวิคยักใหล่สบายๆและร้องบอก
                                                “แทบจะเงาวับ!! พร้อมรับสงคราม!!”
                ราสได้ยินก็โหนสลิงขึ้นไปประจำค็อกพิททันทีอยากเห็นมานานแล้ว โมบิลสูทที่แม่เคยขับ ทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่งเค้าก็เห็นคอนโซลที่ไม่คุ้นตา คู่มือเล่มหนาที่ซีวิตเตรียมให้วางไว้รอให้เค้าเปิดอ่าน ราสเห็นหนังสือเล่มเท่าฝาบ้านก็แขยงขึ้นจนออกนอกหน้า
                                                  “เห็นขนาดก็จะหลับแล้ว=___=;;”
                                                 “ก็ไม่ต้องอ่านเตรียมไว้พอเป็นพิธี วิธีขับก็ค่อยไปหัดเอาในซิมูเลชั่นเอา”
                ทันทีที่รู้ว่าไม่จำเป็นเท่าใหร่ราสก็โยนหนังสือเล่มโตไปไว้ข้างๆเบาะทันที และเปลี่ยนมาเช็คระบบต่อสู้ทันที                                “บีมไรเฟิล ลองเซเบอร์ไททันชิลด์ หลักๆใช้บ่อยจริงๆมีสามอันนี้สินะ”
                                                  “เหลือแหล่...แถมกองทัพยังได้ไอเทมเด็ดๆมาเสริมให้ด้วย”
                                                   “อะไร? ฟูลบลาสต์?”                 “ใกล้เคียง แต่ไม่ใช่”
                                                   “เฮ้อ...แล้วอะไร?”         “เป็นระบบใหม่น่ะ เห็นว่าเจ๋งพอๆกะฟูล บลาสต์เลยนะ”   
                     ถ้าพอๆกับฟูลบลาสต์คงต้องคิดหนักเรื่องความเสี่ยงอีกล่ะ... ราสเลื่อนรายการระบบลงมาเรื่อยๆจนมาเจอกับไฟล์errorเข้า
                                                   “อะไรเนี่ย?ไวรัส?”                      “ไม่รู้ดิ...ลบไม่ได้ด้วยแต่ไม่มีผลอะไรต่อระบบแฮะ”            
                                                    “ยังไงเนี่ย!?”
                     ราสเกาหัวอย่างหน่ายๆถึงจะประสิทธิภาพสูง แต่ก็เป็นรุ่นเก่าที่ต้องหลีกทางให้เทรดซ์และเซนทอร์
                ราสเอนตัวลงพิงเก้าอี้นักบินและถอนหายใจเซ็งๆ ถ้าเกิดมีใครบุกเข้ามาอีกคราวนี้ได้แย่จริงแน่ ก็ทหารแต่ละกองของสหพันธ์ก็แทบจะไม่เคยรบหนักๆเลยเพราะมัวแต่ใช้วิธีลอบกัดเอา พอถึงเวลาสู้ซึ่งๆหน้าก็แทบจะทำอะไรไม่ได้
                                            “ในฐานะหัวหน้าทีมพอจะบอกถึงภารกิจคร่าวๆได้มั๊ย?”
                   ซีวิควางไขควงลงและเงยหน้ามาบอกรายละเอียดภารกิจให้ราสฟัง
                                             “Ruzonกำลังจะคิดค้นโมบิลสูทรุ่นใหม่ขึ้นมาเราต้องทำลายศูนย์คิดค้นของมัน”
                                             “ที่ไหน?”                 “เบลาเวีย... ราชอาณาจักรโฮลป์”



              ในห้องICU อิสะกะยังไม่พ้นขีดอันตรายจากการฝืนควบคุมดูแรนดัล แพทย์กลุ่มใหญ่ยังคงยื้อชีวิตเค้าไว้อยู่ แต่น่าทึ่งพลังชีวิตของเค้ากลับค่อยๆพรั่งพรูออกมา และค่อยๆดึงเค้าออกมาจากความตายในความมืดมิดของสติสัมปชัญญะ เสียงหวีดของโมบิลสูทเครื่องหนึ่งดังก้องในหัวของเค้าตลอดเวลาภาพที่เลือนรางของสงครามเบื้องหน้าพยายามจะบอกอะไรเค้าโมบิลสูทสีแดงเหวี่ยงคมดาบใส่เค้า และภาพทุกอย่างก็มืดหายไป
                                                            
                                                                   อิสะกะ!!!!!
             ดวงตาของอิสะกะเบิกกว้างออกมาจากห้วงนิทราเสียงหัวใจเต้นดังสนั่นเหมือนจะระเบิดที่ข้างในแพทย์และพยาบาลกรูกันเข้ามาดูอาการของอิสะกะ เสียงเมื่อกี๊ที่เค้าได้ยินกับความรู้สึกที่โหยหานั่น...
                                         “ใจเย็นๆ...มองตรงนี้นิ่งๆนะเอาล่ะ...”
                อิสะกะค่อยๆสงบสติลงและมองตามไฟฉายของหมอที่ถืออยู่ ไม่นาน แสงไฟก็ปิดลงหมอที่ยืนข้างๆเตียงถอยออกไปเช็คอาการของเค้าและจดบันทึกอิสะกะลุกขึ้นมานั่งและครุ่นคิด ถึงทุกๆเรื่องที่เค้าลืมไป และอยากจะจำมันเสียงเก้าอี้ของหมอที่ดูแลเค้าส่งเสียงครูดดังกับพื้น อิสะกะหันไปมองดูช้าๆเค้าไล่ผู้ช่วยและพยาบาลออกไป ไม่นานรอยยิ้มที่เหมือนว่าหมอคนนี้จะเคยรู้จักเค้าก็ผุดขึ้นมา
                                         “ท่าทางจะดีขึ้นกว่าที่คิดสินะ...?”                “.......”
                                         “อา...เธอจำลุงไม่ได้ ลุงรู้...”
                 เค้าแน่ใจว่าเค้าไม่รู้จักหมอต่อหน้า แต่บางทีอาจจะรู้จักแต่ความทรงจำที่มีอาจหายไป
                                         “ตัวตนของธาตุพลังงานที่สามารถโยงใยและปลุกกระตุ้นพลังงานของสารพลังต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบสามารถสร้างพลังงานที่มหาศาลและปลดปล่อยออกมาได้แทบจะชั่วกาล ธาตุสาร อนุภาคฟูล บลาสต์...ไม่น่าเชื่อนะ... ว่ามันจะสามารถซึมซับไปอยู่ในร่างของมนุษย์ได้...”
                                   “คุณเป็นใคร...พูดเรื่องอะไรอยู่กันแน่?”              แว่นกลมของคุณหมอดันขึ้นและลุกเดินเข้ามาหาอิสะกะแต่ก้าวเดินกลับดูไม่สมบูรณ์ ขาข้างหนึ่งของเค้าเป็นขาเทียมอิสะกะเงยหน้ามองใบหน้าของหมอที่เข้ามายืนใกล้ๆเตียงของเค้า ใบหน้าแบบคนเอเชียเผยออกมารอยแผลบาดเล็กๆประทั่วใบหน้าที่ดูผอมกร่อง เรือนผมขาวฟ้าอ่อนของเค้าแลดูยุ่งเหยิง
                                    “ชั้นมินาเสะ โอเอดะ...ความจริงลุงอยากถามเธอใจจะขาด ว่าแพรอยู่ที่ไหน แต่ตอนนี้คงไม่มีประโยชน์เธอยังจำอะไรไม่ได้...”                          ดวงตาของอิสะกะแลดูว่างเปล่าเค้าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ มีเพียงความรู้สึกเท่านั้น ที่เหมือนจะยังชัดเจนและเรียกร้องเค้าอยู่ตลอดเวลา
                                     “ชั้นคงต้องตรวจร่างกายเธออย่างละเอียดอีกหลายครั้งแต่ชั้นอยากให้ผลพิสูจน์ครั้งนี้เป็นความลับที่สุด ที่เธอจะรู้ได้คนเดียวเท่านั้นจนกว่าวันที่ทุกคนควรจะเห็นมันกับตาเอง...”
                หมอโอเอดะยื่นเอกสารเล่มหนาเล่มหนึ่งมาส่งให้อิสะกะ เค้ายังคงลังเลว่าควรรับดีมั๊ย เพราะไม่รู้ว่าหมอโอเอดะจะเป็นคนดีรึเปล่ากันแน่ แต่ทว่าที่หน้าปก กลับมีอักษรปั๊มไว้อย่างชัดเจน
                                      “ลับสุดยอด...”                หมอโอเอดะพยักหน้าเบาๆอิสะกะเปิดเล่มเอกสารและอ่านไปพร้อมกับความรู้สึกสงสัย และสับสนมากมายเสียงหัวเราะอย่างนึกตลกร้ายแค่นออกมาจากเค้าที่อ่านเอกสารไปได้ซักพัก ถึงได้ว่า...เพราะมันเป็นเรื่องที่แม้แต่เค้าก็ไม่ควรรู้นี่เองทุกๆคนถึงได้ไม่อยากจะให้เค้าได้ความทรงจำคืน                               “ผม...ผมสับสนไปหมด...นี่มันบ้าอะไร?”                             “.........”
                                     “...ผมเป็น...ทหารของA.D เป็นคนขับ...หุ่นที่เรียกว่ากันดั้ม?”
                                     “........”               “ให้ตาย...ถ้าผมไม่สูญเสียความทรงจำ เค้าก็คงฆ่าผมงั้นสิ? แต่ตอนนี้ผมจำอะไรไม่ได้ เลยกะเลี้ยงผมไว้เป็นอาวุธสงคราม ที่ใช้สู้สงครามงั้นสิ!!?”
                                      “...แต่ไม่ใช่คนของอาณาจักรนี้ทุกคนที่นี่ต่าง...”                  “ไม่ต่างเลยซักนิด!! ไม่ว่าจะที่ไหน!! กับใคร!!?ทุกคนก็มองผมเป็นแค่อาวุธเท่านั้น!!”
                                       “เธอควรจะเย็นลง ตอนนี้เธอสับสนกับเรื่องทุกอย่างชั้นรู้ แต่ทันทีที่เธอจำมันได้...”
                                      “จำได้แล้วยังไง... สุดท้ายก็เป็นได้แค่อาวุธ...เป็นแค่ ของที่ถูกสร้างขึ้นมา”
                  หมอโอเอดะถอนใจอย่างหนักใจเค้าไม่ได้ต้องการผลลัพธ์แบบนี้ อิสะกะตอนนี้กลายเป็นว่าเค้ารับรู้แต่เรื่องร้ายๆที่เอกสารเขียนไว้ทั้งนั้น แต่มันยังมีอีกหลายอย่างที่เค้าต้องรู้ เพื่อเป็นทางไปเอาความทรงจำคืน และกลับมาสู่เส้นทางเดิมอีกครั้ง
                                        “...ผมไม่เป็นไรแล้วใช่มั๊ย? ขอบคุณที่บอกหลายๆอย่าง”
                    อิสะกะวางเอกสารไว้บนเตียงและเดินออกไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่เข้าที่ที่รับคนแปลกหน้ามาเข้าราชวงศ์ เค้าก็รู้ว่ามันแปลก ที่ให้ร่วมรบแนวหน้าโมบิลสูทเค้าก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดา พวกเค้ารู้อยู่แล้ว รู้ตัวตนที่แท้จริงของเค้าไม่ว่าจะยังไง สุดท้าย ที่เค้าเป็นได้ ก็แค่อาวุธสังหารเท่านั้น...
                     
                   ไอเนะที่เดินสวนทางมากะจะไปดูอาการของอิสะกะ แต่ก็เห็นเค้าเดินมาก่อนสีหน้าดีใจเผยบนเรือนหน้าที่อ่อนโยนของเธอ แต่ทว่า... อิสะกะกลับเดินผ่านเธอไปราวกลับไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้น ไอเนะจะยื่นมือไปรั้งเค้าไว้แต่น้ำเสียงเยียบเย็นของเค้ากลับแทรกออกมา
                                        “อย่ามาจับชั้น...จะดีกว่า...”                    “อิสะกะ...”
                                         “มือที่ไม่เคยเปรอะเปื้อนอย่างนั้นอย่ามาแตะต้องอาวุธที่โสโครกอย่างชั้น จะดีที่สุด...”
                    แม้น้ำเสียงเดิมจะเย็นแต่ที่ทำให้ไอเนะต้องยอมชะงักถอย คือแววตาที่เปลี่ยนไปของอิสะกะ เค้ามองมาที่ไอเนะเหมือนมองคนที่ไม่เคยรู้จัก แม้อิสะกะจะเคยเป็นคนปากร้ายแต่ก็ไม่เคยแสดงแววตาและท่าทางเย็นชาอย่างนั้นมาก่อนไอเนะลดมือบางของเธอลงข้างตัวและก้มหน้าลงอิสะกะจ้องมองคนตัวเล็กก้มหน้าลงและหันหลังเดินออกไปโดยไม่หันมามองเธออีก
                    รูฟัสที่เดินตามมาคุ้มกันไอเนะหยุดมองอิสะกะที่เดินสวนทางมาเรโนเองก็ตะลึงไม่แพ้คนอื่นๆ แต่รูฟัสกลับแค่เพียงกระตุกยิ้มขึ้นมาทันทีที่เห็นเค้าดวงตากร้านเย็นของอิสะกะจ้องมองรูฟัสราวกับไม่อยู่ในสายตาและเดินจากไป
                                        “มันยังไม่ตาย...”                    “ระวังคำพูดหน่อย ร้อยตรีเรโน...เค้าคือรัชทายาทของราชวงศ์โฮลป์ ตอนนี้ เค้าก็ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว...เป็นแค่ปีศาจร้ายอีกคนแทน”
                      สำหรับรูฟัสดวงตาที่เยียบเย็นนั่น เหมาะแล้ว คนที่จะมาร่วมกับความมืดที่เค้าจะสร้างมันถ้าเป็นความมืด อิสะกะต้องเป็นความมืดที่บันดาลความพินาศได้อย่างดีเยี่ยมเป็นแน่...
                                           “การซ่อมดูแรนดัลเป็นยังไง...?”                    รูฟัสถามกับเรโนสั้นๆแม้จะขัดต่อความต้องการ แต่เรโนก็ถือคำสั่งของรูฟัสเป็นที่สุด
                                             “อนุภาคฟูลบลาสต์เข้ากับหุ่นได้ไม่มีที่ติเลยครับ...การซ่อมแซมจะแล้วเสร็จก็ช่วงดึกวันนี้แน่นอนพร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพใหม่”
                                              “สมบูรณ์แบบ...ชั้นถึงไว้ใจนาย...เรโน”                “เป็นเกียรติครับ”



                                            “ซีเลีย ภารกิจแรกของเราจะเริ่มที่นั่นการเตรียมตัวแรก แน่นอนเลย โมบิลสูทอาวุธยิงของRuzonนี่นับเป็นการวอร์มก่อนจะไปเจอของจริงกันที่โฮลป์ ถามได้...”
               ในห้องเตรียมรับภารกิจที่กำลังประชุม นักบินสาวกลับยกมือขึ้นถามคำถามทีโอร้องถามซีวิต
                                              “ไม่เห็นมีรายงานเลยนี่ว่าเราจะได้ยานประจำการใหม่วันใหน?”
                                              “เออ ลืมไปเลย... สำหรับเรากองสิบห้า จะได้รับงานเป็นกองทดสอบที่เบื้องบนเลือกมา ให้ร่วมรบไปกับยานใหม่โคลอสซัส กับตันยานจะเป็นพันโทเจนิเอล J รีเบล”
                                               “พี่เจน?”
                   ราสพูดถามกับตัวเองแม้จะใช้นามสกุลของตระกูลหลักแต่เจนิเอลก็เป็นคนที่ดีกว่าคนตระกูลหลักทั่วๆไปเหมือนพ่อรองของเค้าแต่ว่าเจนิเอลยังป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอ?
                                               “ราส...ท่านเจนิเอลไม่น่าจะเป็นไรน่า... เพราะนอกจากเรื่องรบแล้วท่านก็เคยวางแผนรบจนเราเคยชนะRuzonกับA.Dมาเยอะอยู่นะ”                         “...เออ แกมันชอบพี่เจนนี่นะโดม”
                                       
                                                        ผัวะ!!!!
                                               “เจ็บโว๊ย!!=[]=**”                  “พูดอีกแกตาย...”
                โดมินิคหวดมือเข้าที่กะโหลกหนาๆของราสเต็มแรง ไม่นานเจนิเอลก็เดินเข้ามาในห้องรับภารกิจใบหน้าหวานสวยเข้ามาพร้อมกับเสียงร้องอย่างหลงในสเน่ห์ที่มากเหลือของเค้าน่าเสียดายที่คนสวยของหนุ่มๆในห้องวางแผนคนนี้ เป็นหนุ่มหน้าสวยซะอย่างงั้น=____=




--------------------------------------------------------------------------------------------**
คงต้องขอเปลี่ยนตารางอัพนิยายใหม่ซักหน่อยล่ะนะ
ขอลดกันดั้มจากสัปดาห์ละสามตอน เป็นสัปดาห์ละสองตอนเเทนนะครับ เพื่อที่จะได้มีเวลาทำเเสงจันทร์เเละนภาต่อไปด้วย
ก็จึงเรียนมาเพื่อทราบนะที่นี่ ประกาศฉบับที่...ไม่ใช่ละ คุกๆๆ=___=;;
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 03:16 , Processed in 0.073405 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้