ดู: 259|ตอบกลับ: 0
EP.3 เส้นทางที่ดำมืดของสองคน         
                    งานเลี้ยงเล็กๆจัดขึ้นในกองสิบห้า หลังจากมีชัยชนะในซีเลียอย่างราบคาบราสยกแก้วโคล่าขึ้นดื่มจนหมดดับอารมณ์เซ็งๆ งานนี้ไม่มีซีนให้เค้าได้ออกเลยด้วยซ้ำแผนการของเจนิเอลทำให้แค่พวกทหารเทรดซ์ก็ชนะได้ง่ายๆไปเลยเจนิเอลนั่งอยู่หัวโต๊ะและคอยหันไปคุยกับลูกทีมที่ห้อมล้อมกันอยู่ ราสมองอย่างแหยงในใจถ้าหากไม่ได้สวมชุดทหารชายและโตมาไล่ๆกัน บอกให้ตายเค้าก็ไม่เชื่อว่าที่นั่งหน้าสวยอยู่นั่น เป็นผู้ชาย=A=
                                               “ราส...พี่ขอโทษทีนะ ลืมนึกไปว่านายก็อยากไปบู๊เหมือนกัน^^;;”
                     ขนาดเสียงยังหวานผิดผู้ชายเล้ยราสพยักหน้าเป็นเชิงรู้และหันไปมองทหารหนุ่มที่เหมือนจะเปลี่ยนไปเบี่ยงเบนทางเพศอย่างหน่ายๆใจ
                                                 “เอ้าๆไอ้ป่วนจิตทั้งหลาย แยกๆ หมดเวลาปาร์ตี้แล้ว”
                     ซีวิคเค้ามาสลายการชุมนุมหลังนาฬิกาบอกเวลากว่าเที่ยงคืนแล้ว และพรุ่งนี้ก็ได้เวลาของจริงแล้วราสนั่งลงและคิดดูเล่นๆ ยานโคลอสซัสจเป็นยังไงกันนะ จะเป็นแบบบลูเวิร์ลที่ขนาดใหญ่มหาศาลและการทำลายล้างสูงรึแบบออสนิกส์ที่ปราดเปรียวและมีรูปแบบการรบที่ทรงอานุภาพกัน
           วันต่อมา
                       
                   สิ่งที่เป็นฝันร้ายของวันนึงคือการถูกปลุกขึ้นมาตั้งแต่ไก่ยังหลับผมถูกยังเพิ้งทอมบอยนี่บุกเข้าบ้านมาประทุษร้ายแทนการปลุกตั้งแต่ตีสามสี่สิบ=[]=** แม่เจ้า! มันไม่เรียกว่าเช้าเลยซักนิดT___T*หลังจากผมลากร่างกายที่แทบจะแหลกเป็นเสี่ยงๆไปเปลี่ยนชุดและตามทีโอลงมาจากบ้านโดมินิคกับคนอื่นๆก็มารวมพลกันแล้ว เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะพึ่งได้นอนตอนตีหนึ่งกว่าๆเองนะ=___=;;
                                               “อะไรล่ะ?”                      “พวกRuzonเล่นเราก่อนมีรุ่นใหม่มาเป็นกองเลย...”
                                               “บ้าอะไรล่ะนั่น...”               “มันคงจะมาเอาคืนที่กองทัพของอัลกริตไปหาเรื่องน่ะฝั่งนั้นมาตั้งแนวที่เส้นแบ่งเขต”             โดมินิคตอบออกมาหน้าเครียดผมเกาหัวเล็กน้อย นี่ล่ะนะ สงคราม อะไรก็เกิดขึ้นได้
                                               “แต่แผนการที่โฮลป์จะเลิกไม่ได้โมบิลสูทที่พวกนั้นกำลังจะปลุกขึ้นมา มันอันตรายเกินกว่าที่คิดไว้มากมากกว่าใครจะรับมือได้...”                พี่เจนพูดออกมาด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าเครียดมากแค่ใหน                          
                                                “แล้วจะเอายังไง?”                 ผมหันไปหาซีวิตหมอนี่คงได้แผนจากพี่เจนมามั่ง ซีวิตถอนหายใจออกมาและหันไปหาทุกคนในกอง
                                               “ชั้นรู้คำพูดต่อไปนี้อาจจะฟังดูบ้า และเหมือนการฆ่าตัวตายแต่พวกเรานักบินทั้งสามสิบกว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ ล้วนเป็นACEของสหพันธ์ ใครเอาด้วยให้ร่วมมากันกับเรา ใครไม่ ก็ไปรวมทีมกับสังกัดอื่น เพราะงานนี้หลังจะบุกตะลุยแนวกั้นแรกไปแล้ว เราจะเข้าภารกิจหลักทันที!”
                   เสียงซุบซิบของทหารหลายคนดังขึ้นทุกๆคนลังเลที่จะสู้ แต่ซีวิคก็ไม่ได้บังคับให้ใครต้องสู้ แต่กับผมถ้าเป็นเรื่องสู้ล่ะก็ ถนัดนักล่ะ ทีโอเดินออกมาและมายืนข้างหลังซีวิตเธอยักใหล่อย่างไม่ใส่ใจ แม้จะเป็นสงครามที่หนักว่าเคย                           
                                           “คิดดีแล้วนะ ทีโอ”                    “สู้ตามแบบสหพันธ์ไม่ใช่แนวของกองสิบห้าอยู่แล้วนายก็เหอะ เห็นนั่งนิ่ง กลัวจนวิ่งหนีไม่ออกรึไง?”          ปากเสียล่ะเกรดสี่ ยัยแคระ=__=**
                                             “ถ้าหนี ก็เสียชื่อกองสิบห้าดิ...”               “เอาด้วย...”   
                                             “ชั้นด้วย”               “ยอมก็กลัวสิวะ...”
               ท่าทางทีโอจะนำทีมได้ไม่เลวผมหันไปมองพี่เจนที่อมยิ้มอย่างน่ามอง เอ๊ะ!นี่ผมกำลังจะเบี่ยงเบน ไม่นะ=____=;;
                                             “งั้นเป็นอันตกลงทุกคนที่เอาด้วย รีบไปที่ศูนย์ปล่อยยานในสามสิบนาที!!”
                                             “รับทราบ!!”                   ผมและคนในกองรับคำสั่งจากซีวิต และออกวิ่งไปที่ศูนย์ปล่อยยาน พี่เจนคว้าวิทยุออกมาและสั่งเคลื่อนโมบิลสูทไปไว้ในยานบอกว่าให้ประกาศภาวะรบฉุกเฉิน ไม่นาน แสงไฟเตือนภัยก็สว่างขึ้นรอบๆทางประตูทางใต้ดินที่ถูกซ่อนไว้ข้างทะเลสาบเปิดออก ทันทีที่กองทหารมาถึง
            ยามสี่คนที่เฝ้าประตูหลีกทางให้กองของผมผ่านเข้าไป ทุกคนหยุดอยู่ที่ประตูเหล็กบานใหญ่พร้อมเสียงหายใจหนักหลังการวิ่งพี่เจนหยิบแล็ปท็อปออกมาและเริ่มขานกองทันที
                                              “เราจะแจกแจงงานกันคนที่ถูกเรียกชื่อ ขอให้ไปประจำตำแหน่งที่กำหนด และรอคำสั่งเผื่อมีการเปลี่ยนแปลง! ใครมีคำถาม!?”
              ทุกคนเงียบและยืนตามระเบียบให้กัปตันได้เริ่มงาน
                                               “ร้อยตรีเซน นำทีมบุกแรกที่ออกรบเวนิส ฮาฟ อาฮีม เพโทร ทีมแรกไปเข้าที่ได้”
              คนทั้งห้าวิ่งไปทันทีที่รู้หน้าที่ เสียงประกาศอื่นดังแทรกเข้ามาเรื่อยๆเป็นสัญญาณว่าเริ่มเข้าสู่ภาวะสงครามแล้ว                            “เครื่องเฉพาะหกคนเดินออกมาข้างหน้า!”
                 ผมและพวกของโดมินิคเดินออกมา หัวหน้าซีวิตเป็นคนไปรับการ์ดบางอย่างมาและโยนส่งให้เราทีละคนไม่นานการ์ดขนาดเท่าบัตรเอทีเอ็มก็มาอยู่ที่มือของผม ตัวการสีเหลืองฟ้ามีอักษรอังกฤษสลักชัดเจน ชื่อและรุ่นของโมบิลสูทของผม
                                               “ครั้งนี้ทำไมต้องใช้การ์ดนี่ล่ะ?”                 ทีโอถามออกมาอย่างสงสัยกัปตันหันมาอธิบายสั้นๆ
                                                  “มันใช้เปิดระบบเฉพาะสำหรับโมบิลสูทเฉพาะเท่านั้น ใช้มันเมื่อเจอศัตรูที่มีฟูล บลาสต์รึพวกโมบิลคอนโทรล ไปประจำที่...”
                                                  “ครับ/ค่ะ!!”
                    ระบบเฉพาะ ท่าทางจะเอาเรื่องล่ะนะถึงจะเสี่ยงเอาการก็ตาม แต่ถ้าได้พลังที่มากพอละก็ นั่นก็น่าสน มาสู้กันหน่อยเป็นไง! Ruzon!!                                                            
                                               
                                               “พวกนั้นคิดจะเอาหุ่นนั่นขึ้นมา...”                “ผิดถนัด ไม่มีทาง...”
                                              “งั้นที่พวกนั้นต้องการคืออะไรล่ะ ทำลายทิ้ง?”               “........”
                 ในความเงียบไม่มีคำตอบที่แน่ชัดจากปากของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ต่อหน้ากัปตันยานแก้วเหล้าถูกยกออกไปและกรอกใส่ปากของทาลอส ฟูจิวาระเองก็คิดไม่ตกกับการกระทำของRuzonเหมือนกันว่าทำไม่ถึงต้องไปยุ่งกับโมบิลสูทเครื่องนั้นกัน อย่าว่าแต่มนุษย์เลยไม่มีโมบิลคอนโทรลที่ไหนเข้าไปแตะต้องหุ่นนั่นได้
                                      “ถ้าทำลายมันทิ้งก็เท่ากับทำลายฟูลบลาสต์ทั้งหมดทิ้ง... คิดอะไรของมันอยู่กัน”
                   ทาลอสบ่นอย่างหัวเสียหลังมีรายงาน ว่ากองทัพของโอบิลเลียกำลังจะยื่นมือไปหยิบบางสิ่งบางอย่างที่เป็นหายนะที่ก่อให้เกิดยุคหายนะขึ้นโมบิลสูทที่ตกลงมาพร้อมกับLastdayอุกกาบาตหายนะนั้น ฟูจิวาระนั่งลงต่อหน้าทาลอสและเริ่มบอกให้ฟังว่าทำไมRuzonถึงได้นึกต้องการโมบิลสูทนั่นขนาดนั้น
                                      “รู้มั๊ย? ว่าที่จริงแล้ว ลาสต์ เดย์มันขนาดแค่ใหน?”
                                       “ใครจะไปรู้แต่เห็นว่าเส้นรอบแนวตั้งก็ปาไปสองพันสี่ร้อยกิโลกว่าแล้ว...”
                                       “ตอนที่โอบิลเลียสร้างจริงๆมันตั้งเจ็นพันเก้าร้อยสิบกิโล... นั่นคือขนาดจริงล่ะ...”
                 ถึงกับลืมกลืนเหล้าที่จ่อปากอยู่ ถ้าด้วยขนาดและพลังขนาดนั้นโลกไม่น่าจะรอดถึงทุกวันนี้แน่ ข้อมูลของฟูจิวาระพลาดรึเปล่า ยังไม่ทันจะเถียงรอยยิ้มมีนัยของหนุ่มผมส้มก็เผยออกมา
                                      “ข้อมูลของชั้นไม่พลาดและอุกกาบาตนั่นเป็นผลึกพลังงานของฟูลบลาสต์ ทั้งดุ้น ไม่มีทางโดนบรรยากาศเสียสีจนแหลกเอาง่ายๆแน่”
                                      “งั้น...แล้วทำไม?”                    “เพราะโมบิลสูทนั่น...”
                                      “บ้าแล้ว!? หุ่นที่ไหนจะทำได้!!?”                  “ข่าวบนโลกน่าจะรายงานนะขนาดจริงๆของลาสต์เดย์ กับตัวเลขที่ชั้นให้ไป...”                จะบอกว่าไม่เชื่อก็คงแค่โกหกตัวเอง ทาลอสไม่อยากจะเชื่อจริง ขนาดจริงรวมกว่าเจ็ดพันกิโลเมตรหายไปเหลือแค่สองพันกว่าๆ แล้วบอกว่านั่น เป็นฝีมือของโมบิลสูทเครื่องเดียว? เล่าให้ลิงฟัง ลิงยังตบหน้าเลย
                                         “เอาล่ะ งั้นบอกซิ ถ้าทำได้จริงหุ่นนั่น มันทำยังไงของมัน...”
                                         “ง่ายๆไง วิธีที่ง่ายๆใครๆก็คิดได้...”                  “ฟูลบลาสต์...”
                                         “พวกคอลลอยด์ก็น่ากลัวเนอะ...เพื่อจะหยุดหายนะถึงกับต้องสร้างหายนะที่ร้ายยิ่งกว่าขึ้น...”         
                 เพราะพลังระดับนี้นี่เองถึงได้ว่า มหาอำนาจอย่างRuzonถึงได้ต้องการมันนักแต่ว่าทำไมล่ะ ทำไมต้องมาป่านนี้
                                          “แล้วก่อนหน้านี้มันทำอะไรอยู่ถ้ารู้ที่อยู่ของหุ่นนั่น ทำไมไม่รีบเอามันมาใช้ล่ะ”
                                          “ก็ถึงบอกไม่ใช่เหรอ? ไม่มีใครแตะต้องหุ่นนั่นได้...ไม่มีมนุษย์คนใหนเข้าไปถึงได้”
                           ออดดดดดดด!!!!       ออดดดดดดดดด!!!!
                  เสียงสัญญาณรบดังสนั่นบ่งบอกหนุ่มผมส้มว่าได้เวลาแล้ว ฟูจิวาระลุกขึ้นไปจากห้องของทาลอส เหนืออื่นใดตอนนี้ เค้าต้องพาตัวไอ้กะโหลกหนาที่รอดตายกลับมา ก่อนจะโดนรูฟัสล้างสมองเอาซะก่อนที่เงาน้ำไกลสุดตา ในที่สุดก็เริ่มมองเห็น อาณาจักรยิ่งใหญ่และงดงามกลางทะเลที่งามเป็นประกาย  ออสนิกส์ลดเพดานบินลงและลงมาจอดนิ่งในท้องทะเลทันทีที่ยานสัมผัสพื้นน้ำทะเล ก็เกิดวงน้ำแผ่ออกเป็นวงกว้างไม่ไกลจากออสนิกส์  เรือรบของA.Dก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆเพื่อเป็นกำลังเสริมฟูจิวาระขึ้นมายืนบนดาดฟ้ายานและมองไปที่โฮลป์
                                       “ท่าทาง...รูฟัสจะมาถึงตัวแกไวกว่าที่ชั้นคิดซะอีก...”
               --ตรวจสอบสถานการณ์บินครั้งสุดท้าย--             --บรรจุอาวุธ ออลเคลียล์--           
                --โคลอสซัสพร้อมออกปฎิบัติการ...--                 ทันทีที่เคลียล์ระบบและเส้นทางเรียบร้อยเจนิเอลก็ยกลำโพงสื่อสารขึ้นและตอบรับ
                                       “กัปตันเจนิเอล รับทราบพร้อมปล่อยตัว...”                        “เตรียมปล่อยยานได้...”
                  โดมพลังงานขับเคลื่อนที่หลังยานแผ่พลังงานแดงเพลิงออกมาและเร่งแรงดันสูงจนขาวสว่าง รันเวย์ใต้ทะเลสาบเปิดออก ตัวยานลำยักษ์สั่นอย่างรุนแรงก่อนปล่อยตัวและพุ่งออกไปสู่ผิวน้ำ แรงกระแทกรุนแรงซัดทะเลสาบจนแตกกระเซ็นพร้อมๆกับยานโคลอสซัสที่พุ่งทะยานไปเหนือพื้นน้ำ ทันทีที่ขึ้นสูงได้ระยะ ปีกของยานก็เลื่อนออกมาพร้อมโดมพลังงานที่เร่งแรงขึ้นอีก
                                       “โคลอสซัส!! ปฎิบัติการ!!”
                ทันทีที่สิ้นเสียงสั่งของเจนิเอล ยานสีขาวสะอาดตัดแดงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและมุ่งสู่สงครามแรกทันที ราสและนักบินคนอื่นเดินขึ้นมาที่สะพานเรือห้องสั่งการที่กว้างโอ่โถง ราสแยกกลุ่มออกมา และหามุมของตัวเองพิงกำแพงมองดูยานที่แล่นผ่านพื้นดินเบื้องล่างไปด้วยความเร็วที่มากมาย
                                       “ประกาศเยลโล่โซนเปิดเรดาห์สังเกตูการณ์ในระยะสี่ร้อยสามสิบเมตร เตรียมปืนลำแสงอิลินิกส์ให้พร้อม”              “ทราบแล้ว...”
                                       “อีกหนึ่งชั่วโมงเก้านาทีเราจะไปถึงโฮลป์...”                   “นานชะมัด...”
                  ราสบ่นออกมาอุบ ซีวิคยักใหล่ช่วยไม่ได้ยานของพวกเค้าไม่ได้ล้ำเหมือนออสนิกส์ แต่ถ้าจะตัวๆ ก็มีลุ้นทีโอเลือกเอาโซฟาที่วางใกล้ๆเก้าอี้กัปตนเป็นที่พัก
                                        “มีแค่ราสเหรอคะที่ได้ขับกันดั้ม?”                 เจนิเอลพยักหน้าอย่างเกรงใจจะตอบทีโอตามตรง เดิมทีสติคม่าก็ไม่ใช่รุ่นที่สหพันธ์คิดค้นซะด้วย แต่เป็นรุ่นที่แม่ของ
ราสเอามันหนีออกมาจากRuzonตะหาก ที่พวกเค้าทำได้ก็แค่ซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพของมันเท่านั้น
                                       “เจอรุ่นใหม่ของเรา เทรดซ์แฟงค์กับเทรดซ์ดูม ก็พอจะสูสีกับกันดั้มล่ะน่า”
                 โดมินิคพูดออกมาทีเล่น แต่ก็พูดไปเรื่อย ตอนนี้คนขับเทรดซ์รุ่นใหม่ได้ มีแค่พวกระดับAceไม่กี่คนเท่านั้นเป็นไปได้อย่าเจออะไรหนักหนาไวนักจะดีกว่า
                                        “เซ็ตซัพพอร์ตของสติคม่าตอนใช้ระบบใหม่จะเป็นคอลที่ลิงซ์น่ะ”
                                        “คอล...!?”                       เจนิเอลทำหน้าเหมือนสงสัยเมื่อจู่ๆ น้องชายก็ขึ้นเสียงสูงขึ้นมา แต่ทีโอหงิกหน้าอย่างหมั่นไส้ ใช่สิ คอลซาโทน่า แม่คนสวยแสนซื่อ ที่ราสแอบรักเค้าข้างเดียวมาตั้งนานแล้ว
             คอล... เธอจะสู้ไปกับเค้าราสรู้สึกเหมือนโดนกระสอบทรายหนักๆเหวี่ยงมากระแทกกลางอก ไม่รู้จะดีใจดีรึเปล่า
                                         “กัปตันคะ...ตรวจพบกองทัพอื่นค่ะ!”               
                 เจนิเอลละจากหัวข้อสนทนามาดูจอภาพที่กำลังประมวลผล ที่เห็นคือน่านทะเลของโฮลป์ไม่ผิดแน่แต่อีกสิ่งที่เห็น ก็ไม่ผิดเหมือนกัน
                                          ออสนิกส์?”                       “A.Dค่ะ!!”






-------------------------------------------------------------------------------**


ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 3-12-2016 18:30 , Processed in 0.046155 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้