ดู: 267|ตอบกลับ: 1
รางวัลสำหรับการตอบกลับ 2 Point ตอบกลับกระทู้นี้อาจได้รับ 2 Point เป็นรางวัล! ได้รับสูงสุดต่อคนคือ 1 ครั้ง
                                         “ยานใหม่ของพวกสหพันธ์สินะ ไหนดูซิๆ...(. .)”           อายะที่อยู่ในห้องลิงซ์แฮคระบบของโคลอสซัสแต่กลับเจอกับไฟล์วอลที่แปลกตา แต่ก็ไม่ถึงกับไม่รู้อายะทำหน้าปูเลี่ยนขึ้นมาและบอกกับพี่ชายแค่นๆ      
                                       “ฮัลโหลๆ จินยอง  ไค... ท่าทางเด็กใหม่จะมีคนออลลิงซ์เหมือนเราด้วยนะ”
                                        ...เยี่ยมเรื่องแฮคข้อมูลก็ลืมไปเลยว่างั้น=___=;;...
          จินยองที่เล่นรูบิคอยู่ถึงกับบ่นเสียงเซ็ง แต่ฟูจิวาระกลับสัมผัสได้ยานลำนั้น มีอันบอร์นอยู่... จะยังไงก็ตาม ถ้ามาเพื่อสู้กับRuzon เค้าก็ไม่อยากจะไปขัด แต่ถ้าในRuzon มีคนของทีมเค้าอยู่ก็คงปล่อยผ่านไม่ได้
          ทาลอสที่อยู่ที่ห้องสั่งการมองไปที่โคลอสซัสอย่างไม่ค่อยจะแฮปปี้เท่าใหร่คงไม่มาดีแน่ งานนี้มีเฮแน่ สัญญาณจากโคลอสซัสส่งมาที่ออสนิกส์ให้หลีกทางไปเสียงของเจนิเอลดังขึ้นมาจากลำโพง แต่ไม่อาจจับภาพเจ้าของเสียงได้เพราะอีกฝ่ายไม่เปิดกล้อง
                                          “นี่คือสัญญาณจากกัปตันยานโคลอสซัสเจนิเอล J รีเบลขอสั่งให้A.Dถอนตัวไปจากแนวรบที่นี่ ตกเป็นข้อพิพาทของภารกิจของสหพันธ์ เรามีเวลาให้คุณหลีกทางให้เราสามนาที...”
                                         “ท่าทางทะมัดทะแมงไม่เลว คนสวย-.-+”        
                                         “ผมเป็นผู้ชาย=___=;;”                 “เสียงงี้เชื่อก็แปลกสิยะ”
                 ทาลอสทำเสียงล้อเลียนกลับจินยองที่ได้ยินขำออกมาอย่างออกนอกหน้าฟูจิวาระเห็นท่าทีดีด๊าของจินยองจึงหมั่นไส้โยนขวดพลาสติคเปล่าใส่หัวของจินยองไปที
                                 “เอาเหอะ... นังหนูกัปตันยานลุงเองก็ไม่อยากมีเรื่องนะ แต่เอาเป็นว่า ถ้าไง เราไว้มางวดหน้าได้มั๊ย? เรามีธุระกับรุ่นใหญ่ที่นี่ ปล่อยรุ่นป๋าเค้าเคลียล์กันและเด็กๆค่อยมากันวันหลัง โอเค้?”
                                    “อิลินิกส์ พร้อมยิง เป้าหมายออสนิกส์= =**”
                                    “รองกัปตัน ผมยังไม่ได้สั่ง=O=;;”
                                                   “อิลินิกส์ ยิง!!!”
                 เมื่อคนที่ขวางทางไม่ยอมถอยไปรองกัปตันยานจึงสั่งยิงใส่ออสนิกส์ทันที แม้จะไม่ทันหลบแต่ม่านไอฟิลด์ของออสนิกส์ก็กันลำแสงไว้ได้สมบูรณ์ทาลอสมองลำแสงที่แตกเป็นเสี่ยงๆพลางผิวปาก
                                       “เริ่มก่อนน่ะ โรส...จัดเอนิสซัสต์คืนไปดิ๊(- -)”
                                       “ไรดีนก็พอมั้ง...สงสารเด็กมัน”             พิไรที่ยืนกอดอกอยู่ออกความเห็นทาลอสเกาหัวอย่างขัดใจและสั่งยิงไรดีนเต็มอัตรากระสุนแสงไฟฟ้าแรงสูงพุ่งฟาดหาโคลอสซัส เจนิเอลเห็นจึงสั่งหลบแม้จะเป็นอาวุธที่แรงทำลายต่ำ แต่ทันทีที่ลำแสงกระทบพื้นน้ำแรงระเบิดก็อัดน้ำทะเลระเบิดสูงทันที
                                                               ตูม!!!!
                                       “เอาจริงดิ... กระสุนพลังงานไฟฟ้าเองนะ!!”
                                       “........”                   “สั่งเลยดีกว่า...กัปตัน...”
                   ราสบอกให้เจนิเอลออกคำสั่งหลังจากเรือรบของA.Dเริ่มส่งโมบิลสูทออกมาแล้ว วิงค์ฟลายด์จากเรือรบเบื้องล่างมาในลักษณะเครื่องบินรบบินผ่านโคลอสซัสไปจิมที่ประจำบนเรือคว้าไรเฟิลขึ้นมายิงใส่โคลอสซัส ทาลอสสั่งหยุดการโจมตีเพราะไม่ได้มาเพื่อสู่กับสหพันธ์แต่เหมือนกับกัปตันเรือจะแสร้งทำหูทวนลมไม่สนใจคำสั่งของทาลอสและยังคงสั่งระดมยิงต่อไป
                   เจนิเอลเห็นท่าไม่ดีบาเรียของโคลอสซัสคงกันได้ไม่ตลอด แต่ถ้าจะประมือกับทหารของA.Dเอาตรงๆฝีมือของทหารของเค้าก็คงไม่พอจะต่อกรได้... คงต้องให้Aceนำทีม
                                     “ส่งเทรดซ์แฟงค์หนึ่ง สองและสามออกไปสกัดแนวยิง เราต้องเคลื่อนยานฝ่าไป”
                   ซีวิคพยักหน้า และนำทีมไปเจนิเอลเริ่มจะเครียดขึ้นทุกที ถึงว่าทำไมจู่ๆก็มีการตรึงกำลังและนำหุ่นรุ่นใหม่ออกมาใช้ ที่แท้ ก็เพราะมีA.Dมาร่วมสงครามด้วยนี่เองคาตาพัลของโคลอสซัสเปิดออก เป็นสัญญาณว่าจะต้องมีโมบิลสูทออกมาแน่ๆกัปตันเรือรบสั่งการให้วิงค์ฟลายด์เข้าไปสกัดการปล่อยตัว
                   จิมพุ่งขึ้นมาพร้อมไรเฟิลในมือ ดวงตาสีส้มเข้มของเทรดซ์รุ่นใหม่สว่างขึ้นซีวิคบังคับแฟงค์พุ่งออกมาจากรันเวย์และดิ่งลงมาหาจิมที่พุ่งเข้ามาปืนลำแสงจากโมบิลสูทเบื้องล่างกระหน่ำยิงใส่เทรดซ์ร่างสีฟ้าอ่อนบินหลบกระสุนที่สาดมาและโฉบเข้าหาจิมที่ถือปืนอยู่ ดาบแสงสามเล่มต่างกรงเล็บของแฟงค์ง้างตะปบใส่หัวของจิมจนระเบิดออกซีวิตมองตัวปัญหาที่ร่วงลงไปอย่างสบายใจ ร่วงไปหนึ่ง แต่เหลืออีกเพียบ...
                       ทีโอบังคับดูมออกมาและตั้งลำกล้องปืนกระบอกยักษ์ขึ้นลำแสงสีแดงเพลิงเปล่งแสงและพุ่งลงมาใส่กลุ่มโมบิลสูทเบื้องล่าง แรงระเบิดแผ่ออกมาอย่างรุนแรงท้องทะเลสั่นไหวอย่างแรงทันทีที่เกิดระเบิดขึ้น ทีโอดีดปลอกกระสุนออกโดมีนิคเหลือบไปเห็นวิงฟลายด์ที่โผกลับมาจึงบังคับแฟงค์แบบเดียวกับซีวิตออกมาขวานโทมาฮอว์คของโดนินิคเหวี่ยงใส่วิงค์ฟลายด์ที่เปลี่ยนสภาพเป็นโมบิลสูท ดาบแสงเลื่อนออกมาและพุ่งนำทีมโมบิลสูทของสหพันธ์ลงไปรับมือกับA.D
                             “ถ้าไม่สลัดให้หลุด... แย่แน่...”                     “...........”
                             “...แต่เราถอยไปตั้งแต่เริ่มไม่ได้...ยิงสนับสนุน!! กองสี่เจ็ด กระจายวงไปที่ฝั่งขวา เบนเป้าไว้!! โคลอสซัส ดินหน้าซ้ายสิบแปดองศา!!”
                        ทาลอสมองดูสงครามที่บานปลายอย่างหน่ายเซ็งโคลอสซัสเบนเป้าโจมตีและอาศัยช่องหลบเดินล้ำเข้าสู่เขตราชอาณาจักรจินยองติดต่อมาถามว่าจะให้เอายังไง?
                                    “เอาไงล่ะลุง... พวกข้างล่างเก่งแต่ไม่เป็นงานมันได้เข้าไปถล่มกระเจิงแน่”
                                    “...เฮ้อ ช่างมัน...บอกพวกเราให้รอคำสั่งชั้นก่อน”
                          แผงควบคุมยานของทาลอสสว่างไล่ลงมา แต่ยานนั่นต้องมีทีเด็ดแน่ๆ เร็นเองก็รู้สึกได้ถึงอันบอร์นที่เก่งพอตัวบนยานนั่นแถมยังมีโมบิลคอนโทรลที่อายะบอกอีกคราวนี้ท่าทางจะวุ่นวายถึงเธอที่ต้องซ่อมบำรุงหุ่นอีกแน่ๆยิ่งวานิลลาไม่ได้อยู่บนยานด้วยแล้ว แผนการรบหลายๆอย่างเลยดูขาดๆไปมั่ง
                         กองทัพของสหพันธ์ของไม่ได้เก่งอะไรเท่าใหร่แต่แค่เล่นกันเป็นทีมได้ดีเลยได้เปรียบตรงจุดนั้นที่เห็นจะเก่งเป็นพิเศษก็มีเครื่องรุ่นใหม่สามเครื่องนั้นการเคลื่อนใหวของแฟงค์ค่อนข้างเร็วและดุดัน การโจมตีดูทรงพลังและลื่นไหลไปซะหมดแต่จินยองกลับมองว่ามันอืดอาดซะเหลือเกิน จินยองเลิกสนใจเทรดซ์รุ่นใหม่ทั้งสามเครื่องและหันลงไปมองเอเดนที่ยืนอยู่กับกลุ่มเด็กๆที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากชินเรย์
                                     “ไม่ค่อยกลัวแล้วนี่เนอะ”             รอยยิ้มหวานบางๆของเอเดนผุดออกมาถ้าจะพูดให้ถูก เพราะเค้า เธอเลยไม่กลัวมากกว่า
                                       “ถ้าจินยองบอกว่าไม่เป็นไรก็ต้องไม่เป็นไรนี่คะ”
                                       “นั่นสินะ...”
                                         “เอาซะเท่เลยนะไอ้หื่นอันดับหนึ่ง...”                  ฟูจิวาระแอบเหน็บแนมคู่หูเบาๆแต่จินยองเหมือนจะได้ยินเลยหยิบเอาขวดเปล่าที่ฟูจิวาระโยนใส่เค้าเมื่อครู่มาโยนกลับ
                                                           ป็อง!!- -*
                 ฟูจิวาระที่กำลังจะหันไปแหวใส่กลับได้เร็นที่ติดต่อมาขัดไว้ซะก่อน ฟูจิวาระกดรับสัญญาณ ไม่นานภาพของสาวน้อยก็ฉายขึ้นมา
                                           “ใหงวันนี้รวบผมล่ะ- -?”                 --ใช่เรื่องของนายรึไง? ชั้นต้องใช้ร่างของอายะทำไงได้?--
                                           “มีอะไรล่ะ?”                     --แปลกๆไปนะ Ruzonไม่ยอมส่งโมบิลสูทออกมารับมือเราเลยทั้งๆที่มันเป็นฝ่ายส่งเรื่องมาท้าแท้ๆ--
                                           “คงกะให้เราฆ่ากันให้ตายไปข้างล่ะมั้งรึไม่ก็ไม่อยากสอดมือก็ไม่รู้ พวกนั้นหยิ่งศักดิ์ศรีตัวเองตายชัก ช่างเหอะ...ถึงไง เราก็แค่มาที่นี่ เพื่อพาตัวอิสะกะกลับนี่”
                   เร็นพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบและทำท่าจะกดปิดหน้าจอสื่อสารไปแต่หนุ่มผมส้มกลับเรียกรั้งไว้ก่อน กะจะกวนประสาทสาวหน้านิ่งเล่นซักนิดแต่เธอก็พอจะรู้ทันจึงดักไว้ก่อน
                                         --ถ้าไม่มีสาระ ชั้นจะกดตัดพลังงานของเมเทโอนะ ไม่มากหรอกแต่ก็มากพอจะทำให้นายร่วงลงไปนอนในทะเลได้(‘ ‘)*--              ยัย... อำมหิต=___=;;
                     สงครามเกิดขึ้นที่นอกราชอาณาจักร ทหารหลายคนของเราแลดูร้อนรนและหวาดกลัวแต่ผมกลับเฉยชาอย่างคาดไม่ถึง เพราะอย่างนี้รึเปล่าเพราะผมมันเป็นแค่อาวุธใช่รึเปล่า สำหรับที่นี่ โลกใบนี้ ผม ...สุดท้ายไม่ว่าไงก็คงเป็นได้แค่อาวุธที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดเท่านั้น...มือที่เย็นจนแสบของผมบีบกุมคันบังคับแน่นกว่าเดิมสร้อยข้อมือห้อยจี้ทำเองที่เธอให้ผมสวมส่งเสียงออกมาทันทีที่กระทบกับคันบังคับ...แม้กระทั่งรอยยิ้มและความอบอุ่นนั่นที่เธอทำให้มันก็แค่การหลอกลวงสินะ...ไอเนะ...
                                “รู้สึกยังไงบ้างครับ...ท่านอิสะกะ”             เสียงของชายเสื้อคลุมยาวสวมหน้ากากถามผมออกมา เหมือนหมอนี่จะเป็นคนคุมทหารกองใหญ่ที่มาด้วยทั้งหมดเจ้าของโมบิลสูทสีแดงนั่น
                                 “...กับอาวุธอย่างชั้นไม่เห็นต้องมามีมารยาทด้วยเลย...”
                     ผมเอนตัวพิงกับเก้าอี้นักบินอย่างเหนื่อยใจนี่คิดจะแสดงตบตากันไปถึงใหนกันนะ
                                  “ถ้าท่านคืออาวุธ เราเอง ต่างก็เป็นอาวุธที่ทรงพลังกันทั้งคู่...”
                                   “เป็นคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกดีไม่เลว”              “ท่านไม่ได้พอใจกับพลังที่มีเลยรึไง?”
                                    “พลังที่มี ทำให้ชั้นไม่ใช่มนุษย์ชั้นในตอนนี้ สำหรับพวกนาย ชั้นเป็นได้แค่อาวุธ!!”
                                    “งั้นก็คงต้องบังอาจที่จะบอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ”                 “!!?”
                                    “ลองมองดูสิครับ...”                    “...........”
                                    “ทหารเบื้องล่างนั้นต่างมีพลังที่ใช้ขับเคลื่อนให้ใช้พลังได้ต่างๆกันไปพลังที่แปรเปลี่ยนมากจากการดิ้นรนของมนุษย์ที่ไร้พลัง ก้าวไปเป็นอาวุธที่ทรงพลังและอำนาจ...”
                                     “..........”                “ทุกๆคนต่างไขว่คว้าพลังมาเพื่อให้ได้ครองซึ่งสิ่งที่ตัวเองปรารถนา อำนาจ เงินทอง ชีวิต ความสุขทุกๆอย่างจะถูกเติมเต็ม เมื่อท่านมีอำนาจ”
                                      “นั่นคือคำพูดของนายที่ใช้กล่อมคนที่ไม่เหลือความทรงจำ และเคยเป็นอดีตทหารของA.D นายมันประมาทไม่ได้เลยสินะรูฟัส”                  “ผมขอถือว่านั่นคือคำชมเชย...”
                   รูฟัสยิ้มออกมาอย่างปลิ้นปล้อนผมพอจะรู้ว่านั่นไม่มีความจริงใจส่งมาแม้แต่นิด แต่ว่า ที่รูฟัสพูดเหมือนกับในตัวของผม มีบางสิ่งบางอย่างมันร้องแย้งขึ้นมาอยู่ว่าคำพูดของรูฟัสไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมันทั้งหมด แม้จะจริง ที่ทหารเบื้องล่างนั้นพร้อมที่จะใช้ความรู้สึกที่ว่ามาเปลี่ยนตัวเองเป็นอาวุธที่บ้าคลั่งไม่ต่างจากผมได้แล้วล่ะก็สุดท้าย นั่นก็ไม่ใช่อะไรที่ผมต้องการอยู่ดี... ถ้าไม่มีสงคราม...
                    ถ้าสงครามที่มีมันหายไปเรื่องที่น่าสังเวชอย่างนี้ก็จะไม่เกิดเรื่องที่น่าเศร้าและเจ็บปวดนี่ก็จะไม่เกิด...
                                   “ถ้าท่านอยากที่จะหลุดพ้นจะวัฎจักรที่ไม่สิ้นสุดนี้มันมีแค่ไม่กี่ทาง...”
                                   “....!”         “ทำลายทั้งA.Dและสหพันธ์ซะ... เมื่อทุกอย่างอยู่ในมือของเราก็จะไม่มีใครอาจหาญมายุ่งกับพวกเราอีก... ราชอาณาจักรนี้ที่ท่านอยากปกป้องชีวิตที่หลุดพ้นจากการเป็นอาวุธนี้... ท่านจะสามารถสร้างมันได้...ด้วย...พลังของท่าน”
                    
                     
                      แม้อิสะกะจะยังชั่งใจไว้ได้ด้วยสามัญสำนึก แต่ภาชนะที่ว่างเปล่าอย่างเค้าเมื่อเจอรูฟัสที่อาศัยจังหวะนั้น ลบล้างตัวตนเก่าของเค้าไปและแทนที่ด้วยความมืดเล็กๆนั้นแทน การที่จริงรูฟัสอยากจะเพาะเงามืดนั้นให้มากขึ้นอีกหน่อยแต่กษัตริย์โฮลป์กลับเดินมาก่อน เค้าจำเป็นต้องถอยออกไปจากอิสะกะ
                                         “สงครามกำลังคืบมาสู่ราชอาณาจักรเราอยากได้รับคำตอบ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!? นี่ไม่ใช่การพิพาทเรื่องดินแดนทัพใหญ่กำลังทำอะไรกันแน่!!”            
                       นอกจากจะไม่ตอบรูฟัสยังกระตุกยิ้มใส่อย่างไม่กลัวจะโดนประหาร เรโนเดินขึ้นมาพร้อมเอกสารบางอย่างให้กษัตริย์โฮลป์ ได้เห็น พร้อมปากกาที่มาพร้อมทันทีที่อ่านก็ถึงกับมือที่จับแผ่นเอกสารอยู่เริ่มสั่นไหว ริมฝีปากเย็นเฉียบของกษัตริย์โฮลป์พูดออกมาสั่นๆหลังจากอ่านใจความของเอกสารเรียบร้อยแล้ว
                                         “นี่...ทัพใหญ่...คิดจะสร้างลาสต์เดย์อีกครั้ง!?”
                                         “เพราะครั้งแรกถูกขัดขวางไป ดาบเลยไม่เฉียบขาดเท่าที่ควร เราเลยจะทำมันใหม่อีกครั้ง ...และครั้งนี้... อำนาจจะตกเป็นของเรา โดยสมบูรณ์”
                                           “นี่มันบ้าไปแล้ว...โอบิลเลียไม่รู้แน่ๆว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่!!?”
                                           “ไม่จำเป็นที่ท่านจะกังวลอะไร...ทุกอย่าง จะเป็นไปตามที่เราคาดการณ์...”
                                           “ถ้าข้าตอบว่าข้าปฎิเสธที่จะตอบรับข้อตกลงนี้...”
                                            “กระหม่อมก็จะไม่บังคับพระองค์เพราะถึงยังไง เสียงข้างมาก ก็ไม่ได้อยู่ที่พระองค์”
                  กษัตริย์โฮลป์วางปากกาดำในมือลงและหันหลังจะออกไปจากที่นี่ แต่ก่อนไป กลับมองมาที่อิสะกะก่อน อย่างที่ไอเนะบอกดวงตาที่กร้านเย็นนั่น... อิสะกะรู้แล้ว ว่าRuzonปฎิบัติยังไงกับเค้าแม้นั่นจะไม่ใช่ความต้องการของกษัตริย์โฮลป์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวรูฟัสรับรู้ว่าแท้จริงแล้ว กษัตริย์โฮลป์ก็อยากจะต่อต้านคำสั่งจากทัพใหญ่เหมือนกันแต่ไม่อาจมีนักบินที่มีฝีมือ หรือกองทัพที่หนุนหลังมากนัก
                  การได้อิสะกะมาก็เหมือนเป็นฟ้าโปรด แม้การที่จริงต่อให้ไม่มีความทรงจำก็ควรฆ่าทิ้งซะ แต่โอบิลเลียกลับตะหนักถึงพลังที่ผิดแปลกของอิสะกะจึงเปลี่ยนมาล้างสมองอิสะกะ ให้กลายเป็นอาวุธชีวที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาแทน
                                      “...ออกไปจากราชอาณาจักรเราซะ...พร้อมๆกับสงครามที่ท่านนำมาสู่เมืองของเรา...”
                                      “งั้นก็ย่อมได้ แต่เกรงว่าตอนนี้จะลำบากน่าดูจะเป็นอะไรมั๊ย ถ้าเราจะขอยืมพลังของรัชทายาทของท่าน มาร่วมรบกับเราซักครั้งหนึ่ง”
                     เจ้าเล่ห์เพทุบายเมื่อหย่นเมล็ดลงไปแล้ว ที่รูฟัสต้องทำอย่างสุดท้าย แค่รดน้ำ พรวนดินให้กล้าที่ดำมืดเติบโตขึ้นมาเองทีละนิด แม้กษัตริย์โฮลป์อยากจะปฎิเสธก็ไม่อาจทำได้อิสะกะจะเป็นอาวุธของทัพใหญ่เท่านั้น เค้าแค่รับและดูแลไว้ พอกองทัพต้องการใช้ก็มาหยิบไป ไม่ต่างจากสิ่งของ
                                         “ก็ได้...”                    “อิสะกะ...”
                                         “เป็นเรื่องที่ชั้นต้องทำนี่นะงานของอาวุธน่ะ...”                     “เดี๋ยว...ไม่ได้นะ!!”
                  ประตูค็อกพิทเลื่อนปิดลงโดยไม่สนใจคำพูดของกษัตริย์ที่ร้องปราม อิสะกะรอแค่ให้พลังงานของดูแรนดัลเต็มและจะได้ออกไปทำให้มันจบๆไป
                                          “ไม่ว่าจะที่ไหน...สุดท้ายที่ชั้นเป็นได้... ก็เป็นแค่อาวุธ


-------------------------------------------------------------------------------------**
มัวเเต่มุ่งเขียนตอนต่ออย่างเดียวเลยไม่ได้มาเช็คความเรียบร้อยเลย พิมพ์ผิด ตก ขาด อะไรยังไง รบกวนหลังไมค์(?)ไว้ให้ทีนะครับ มัวเเต่เขียนมันส์มือไปหน่อย รู้ตัวอีกที่ก็จะห้าทุ่มเเล้วเลยทีเดียวTwT;;

โพสต์ 1-7-2014 16:15:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด

รางวัลสำหรับการตอบกลับ +2 Point

สนุกดีครับ ^^

แสดงความคิดเห็น

ดีใจที่คนอ่านชอบจ้า>w<  โพสต์ 1-7-2014 16:21
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 05:07 , Processed in 0.071927 second(s), 19 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้