ดู: 269|ตอบกลับ: 1
                                 ...ชั้นชื่อไอเนะ... ไอ • เนะ เรียกดูสิ
                                 .............
                               ไม่เข้าใจที่ชั้นพูดเหรอเนี่ย? งั้น พูดอะไรให้ฟังหน่อยสิ ภาษาของคุณน่ะ
                                 .............
                                อย่าเงียบอย่างเดียวสิ ชั้นทำตัวไม่ถูกนะT^T;;
                                Can... you speak English?- -;;;
                                อ่ะ พูดด้วยล่ะ! เอ...อืม where are you from?
                                 I’m from Thailand...
                                 ชั้นพูดภาษานี้ได้แฮะ^^



               จู่ๆรอยยิ้มจางๆจากตอนพบกันครั้งแรกก็ผุดขึ้นมาบนหน้าโดยเค้าไม่ทันรู้ตัว อิสะกะเห็นหน้าตัวเองที่เงาของน้ำพุต่อหน้าก็หม่นรอยยิ้มไปเสียงลมหายใจผ่อนลงอย่างปล่อยใจ เสียงก้าวเดินเบาๆดังขึ้นที่ข้างหลังเรียกให้เค้าหันไปมองคนตัวเล็กที่มาเยือนช้าๆ
                 ไอเนะที่คิดจะมาหาที่เงียบๆอยู่ กลับมาเจอหนุ่มที่เย็นชาใส่จับจองที่ตรงนี้อยู้แล้วจึงคิดจะกลับไปเงียบๆ อิสะกะคิดจะรั้งแขนเธอไว้ ...แต่อาวุธที่สกปรกอย่างเค้าไม่ควรแตะต้องเธอ จึงแค่เพียงเรียกรั้งไว้
                                   “เมื่อกลางวัน... ขอโทษนะ...”
                                   “...ไม่ใช่ของปลอม...ไม่ใช่การแสดง...”                 “...เธอหมายถึง...”
                                   “ที่ชั้นทำให้!! มันไม่ใช่การแสดงซะหน่อย!!!”
                                  “ไอเนะ...”
                                  “ชั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยแท้ๆไม่เคยคิดว่าคุณเป็นอาวุธแท้ๆ ทั้งๆที่คุณอ่อนโยนแท้ๆ”
                                  “........”                    “ทำไม...ต้องทำให้ตัวเองเป็นอย่างอื่นด้วย...”
                                  “........”                    “ชั้นไม่ได้อยากได้คำขอโทษ...ชั้นแค่ อยากให้คุณกลับมาเหมือนเดิม”
               ไอเนะเช็ดเอาน้ำตาที่คลออยู่ออกไปและสูดลมหายใจเข้าไปให้ตัวเธอได้เย็นลงแม้จะไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากอิสะกะนอกจากความเงียบแต่ไอเนะก็พอจะเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเค้าไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง แม้จะยังสับสนแต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เค้าต้องเจอเธอทำได้แค่อยู่ข้างๆและดึงเค้าออกมาเมื่อเดินหลงทาง
                                                “ทำเป็นพูดดี...”                    “ห๊ะ?!”
                                               “เป็นแค่ยัยขี้แยแท้ๆ- -+”                “อิสะกะT^T**!!”
             มือของอิสะกะค่อยๆเลื่อนมาวางบนหัวของไอเนะและลูบเบาๆรอยยิ้มจางๆเผยออกมาบนใบหน้าของเค้า สำหรับคนอื่น เค้าอาจจะเป็นอาวุธที่ร้ายกาจแต่นั่นไม่สำคัญอะไรกับเค้า คนที่สำคัญจริงๆ คือคนคนเดียวที่ให้ความสำคัญกับเค้ามากกว่าอาวุธ
                                   “ขอบใจนะ...ไอเนะ...”                     “...ฮึ...”
               แม้ท่าทีจะยังปั้นปึ่งแต่นั่นก็เป็นแค่ท่าทีแก้เขินของไอเนะเท่านั้นถึงแม้จะไม่อาจเลี่ยงความจริงที่ตัวเองเป็นอาวุธได้ แต่ไม่ว่ายังไง  ถ้ากับเธอ เค้ายังเป็นมนุษย์ได้นั่นก็เกินพอแล้ว
                                   
                  ออสนิกส์
                                       “หน้าตาพวกแกนี่มันน่าหน่ายใจว่ะเป็นอะไรกัน=O=”
      ฟูจิวาระเงยหน้าขึ้นนมาจากเกมกดในมือและมองมาที่ทาลอสอย่างไม่สบอารมณ์
                                        “พวกแกมาเคืองชั้นหาอะไรเล่ามันช่วยไม่ได้ สู้ไปก็ตายเปล่า=O=;;;”
                                       “เจ้าเครื่องสีขาวนั่น...ชั้นว่าคนขับคืออิสะกะ”
                                        “เอาอะไรมาพูด”                  “ชั้นไม่รู้...แต่ว่า...”
                                        “ฟังนะ ฟูจิวาระ ถึงนั่นจะเป็นอิสะกะแต่เราก็จะดึงดันสู้กับรีเบลเลียนตรงๆไม่ได้ และยังรุ่นใหม่ที่มาอีกเจ็ดนั่นอีกครั้งนี้นอกจากภารกิจเราจะล่ม พวกของเรายังเสียไปเยอะเกินกว่าที่คาด แกลองคิดดูว่าถ้าสู้ต่อทั้งอย่างนั้น มันคุ้มจริงๆเหรอ?”
                                                 “...........”                  “นี่ชั้นเองก็ติดต่อไอ้เมลไม่ได้เล้ย... หายหัวไปใหนวะ!?”
                                   “ฮ้าดเชว้ยเว้ยว้าย!!! กะเทยควายสะดุ้ง=O=”                 “มาม๊า=___=;;”
                                     “มิอัน แม่ขอทิชชู่หน่อยสิจ๊ะ”
                เป็นซะอย่างนี้สินะ แม่ของชั้นกล่องทิชชู่ถูกหยิบไปจากมือชั้นช้าๆเสียงสั่งขี้มูกดังออกมาจากแม่ของชั้นที่นั่งอยู่ใกล้ๆชั้นส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับแม่และหันไปดูแผนที่ของเขตแผนรบครั้งต่อไปต่อตั้งแต่ต้องมาตั้งค่ายบนโลก เมโรดี้ของชั้นก็ไม่เคยได้รับการดูแลแบบดีๆเลยซักครั้งดูเหมือนแผนของลุงทาลอสที่จะบุกโฮลป์ก็ล่มไม่เป็นท่า เพราะแม่ทัพของศัตรูสินะ
                                   “หนูจะออกไปซื้อของมากินเล่นแม่จะฝากซื้ออะไรมั๊ย?”
                                  “ยาลดน้ำมูกกับยาแก้แพ้=__=;;”
               
              ชั้นเดินออกมาขึ้นขี่จักรยานที่จอดอยู่ใกล้ๆบ้านแทนจะเดินไปแหม...ทางมันไกลนี่นะ ชั้นก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่ยังไม่สิบหกดีเลยไหนจะเดินจากค่ายลงเขาไปเข้าเมือง ทางมันก็ไกลโรคจิตเกินจักรยานจ่ายตลาดของชั้นค่อยๆแล่นไปตามทางลงเขาไป สองข้างทางที่มืดเอาการค่อยๆสว่างขึ้นด้วยแสงไฟที่ส่องสาดมาจากในเมืองโฮลป์เนี่ย... ถ้าไม่ติดว่าเป็นเมืองของRuzon ชั้นว่ามันสวยงามเอามากเลยนะหยั่งกับเมืองที่สวยงามในนิทานที่มาม๊าชอบเล่าให้ชั้นฟังบ่อยๆ
             กรุ๊งกริ๊ง...
                 กระดิ่งเสียงใสๆเคาะดังเมื่อชั้นผลักประตูร้านขายยาเสียงบอกต้อนรับของคุณป้าเภสัชก็บอกออกมา
                                  “สวัสดีจ้า”               “อยากได้ยาแก้แพ้แล้วก็ลดน้ำมูกต่างหากน่ะค่ะ”
                                    “เด็กหรือผู้ใหญ่ทานจ๊ะ?”                “ผู้ใหญ่ค่ะ”
                 หลังจากถามเรื่องต่างๆป้าเภสัชก็ก้มลงไปและหยิบกระป๋องยาออกมาและช้อนยามาใส่ห่อไว้อืม...ต้องกินติดต่อกันจนกว่ายาจะหมดเลยเหรอ เอาเหอะ หมอบอกนี่นะ (ยาบางชนิดที่ใช้กับพวกอาการหวัดหรือน้ำมูกใหลไม่จำเป็นต้องทานจนหมดแค่พอหายก็หยุดทานไปก็พอแต่ยาสำหรับบางอาการถ้าหมอบอกให้กินติดต่อกันคือกินไปเรื่อยๆจนกว่ายาจะหมด เพื่อให้ยาได้ผลมากที่สุดครับ)
                 เมื่อได้ยาของแม่มาแล้วชั้นก็จัดการไปหาขนมปังจากร้านเบเกอรี่มากินรองท้องไว้ก่อนไปปั่นจักรยานเล่นต่อชั้นปั่นจักรยานมาเรื่อยๆ ตามถนนที่มีผู้คนบางตา คงเพราะสงครามพึ่งจบไปมั้ง...สองข้างทางมีแสงไฟสีเหลืองสว่างฉายตลอดทาง ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทุกที่ก็ดูสว่างไสวและสวยงามแม้ในยามกลางคืนอย่างนี้แต่สำหรับโจรอย่างชั้น ชั้นไม่ค่อยถูกโรคกับแสงสีซะด้วยสิ ถึงจะสวยก็เหอะ(- -)\
                   จักรยานของชั้นจอดลงช้าๆที่ชายหาดที่เงียบสงบไม่ห่างจากตัวเมือง แม้แถวนี้จะที่ทำเลดี เหมาะจะเป็นที่สำหรับท่องเที่ยวหรือตั้งร้านรวง แต่มันกลับโล่งซะหมด มีเพียงหาดทรายและทะเลที่ทอคลื่นนั่นเหตุที่ไม่มีใครมาทำอะไรแถวนี่ เพราะบางสิ่งที่นอนจมทรายอยู่ไม่ไกลนั่น...
                    รั้วเหล็กสูงยาวนั่น กั้นเขตไว้ชัดเจนนั่นติดป้ายเหล็กขึ้นสนิมไว้ชัดเจนว่าเขตหวงห้าม ที่มันหวงห้าม ก็เพราะ... เบลดซีโร่ที่นอนนิ่งอยู่นั่นน่ะแหละ
                   ชั้นมองกันดั้มของพี่ชายที่ถูกทิ้งไว้จนคราบทรายเกาะนั่นและวิ่งหลบสปอร์ตไลท์ของยามเข้ามาใกล้ๆกับตัวหุ่นเฝ้าหุ่นที่ร้ายกาจขนาดนี้ ถึงจะพังไปแล้วก็เหอะ แต่ไม่หละหลวมไปหน่อยรึไง(- -)p
                    แม้จุดอื่นจะมีคราบทรายรึฝุ่นจับหนาแต่ห้องคนขับกลับดูเหมือนจะมีพวกที่วิจัยมาเทียวสำรวจอยู่เสมอ และแน่นอน ทุกๆครั้งพวกนั้นคว้าน้ำเหลว และบันทึกว่ากันดั้มเครื่องนี้พังไปแล้วซะทุกครั้งสมองปูซะจริง ที่เบลด ซีโร่ไม่ขยับน่ะมีสามหลักที่ชั้นพอรู้
                      อย่างแรกก็ฟูลบลาสต์ที่เป็นแกนพลังงานได้หมดพลังงานไปแล้ว ถึงพวกนั้นจะเอาฟูลบลาสต์เทียมมาเติมให้ก็เปล่าประโยชน์ เพราะอย่างที่สอง คนที่จะบังคับเบลดซีโร่ได้คือพี่ชายเท่านั้น และสาม สุดท้าย สำคัญเอาการ- -+
                      แฟลชไดรฟ์ที่เป็นกุญแจของเบลด ซีโร่โดนชั้นแฮ้ฟมา= =+แรกๆที่รู้ว่าหายก็แทบพลิกเมืองหาล่ะคุณเอ๊ย แต่ใครจะไปรู้ขนาดแม่ชั้นยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ที่ชั้น ชั้นแอบขโมยมันมาตอนที่รู้ว่าเค้ายังมีชีวิต แต่สูญเสียความทรงจำไป แม้จะมีรอยขีดเป็นรอยมั่งแต่โดยรวม มันก็ยังแสดงข้อมูลบางอย่างของเบลด ซีโร่ได้อยู่ชั้นเลยเก็บมันไว้กับตัวโดยไม่ให้ใครได้รู้ รอแค่วัน วันที่เค้าจะกลับมาและคืนมันให้เค้า
                                        “เธอ...ใช่เด็กในกองโจรตอนนั้น= =;”                    สะดุ้ง!!!O^O;;;
                                                      เผียะ!!!!
                                          “แอ่ฟ!!!=[]=;;;”                    “ข...ข...เข้ามาได้ยังไงเข้ามาทำไม เข้ามาเมื่อใหร่!!?”
                                         “งั้นเธอก็ควรถามก่อนจะตบชั้นยัยโจรเปี๊ยก-___-***”
                   ชั้นไม่คว้ามีดพกที่เอวมาจิ้มก็บุญแล้วทำไมคนคนนี้ถึงชอบมาแบบที่ไม่มีใครรู้ตัวทุกทีเลยเนี่ย!?ชั้นได้หัวใจวายตายตั้งแต่ยังเด็กแน่TT___TT
                                           “ชั้นควรถามเธอมากกว่ามากทำอะไรในเขตหวงห้าม ยัยโจรเตี้ย”
                      คำก็เปี๊ยก สองคำก็เตี้ยพี่ก็พี่ จิ้มซะดีมั๊ยเนี่ย?==*
                                         “.............”                     “ไม่มีสัญญาณตอบรับซะอย่างนั้น-*-;;”
                                         “แล้วยังไง คุณจะทำอะไรชั้นจับชั้น?งั้นก็รีบๆซะนะ ชั้นอาจไวกว่าที่คุณคิด”
                                        “จับเธอไป ชั้นก็โดนจับด้วยดิชั้นก็แอบเข้ามา”
                     นิสัยเดิมไม่เปลี่ยนเลยสินะถึงจะเสียความทรงจำ แต่ก็ดูเหมือนว่าเค้าจะเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนซะส่วนใหญ่ชั้นเก็บแฟลชไดร์ฟของเบลด ซีโร่ไปไว้ในเสื้อเผื่อว่าเค้าจะอาศัยทีเผลอแล้วดึงมันไปใครจะรู้
                                         “บรรยากาศน่าอึดอัดใช้ได้ โจรA.D กับองค์ชายของRuzon”
                                         “อย่าเรียกว่าองค์ชาย ขอร้อง=___=;;และเธอก็บอกว่าชั้นเคยเป็นนักบินของA.Dนี่”
                                         “แต่ตอนนี้ไม่ใช่”
                                         “ขอร้องอย่าทำเสียงเย็นชานักได้ป่ะ ชั้นกดดัน ชั้นไม่จับเธอไปส่งพวกทหารแน่ รับรองเลยเอ้า=O=”               
                                         “ชั้นเชื่อคุณได้รึไง?”                 “ชั้นควรตอบยังไง?”
                                          “ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการอะไรจากชั้นกันแน่ชั้นอยากได้ยินมันตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม”
                     พี่ชายมีท่าทางเหมือนหน่ายโลกและถอนหายใจออกมาเค้าคงคิดจะค่อยๆใช้ไม้อ่อนกับชั้น แต่ชั้นว่ามันน่ารำคาญนะ ขอตรงๆเลยดีกว่าจะจับก็จับ จะฆ่าก็ฆ่า เรื่องง่ายๆ
                                          “เธอ... เป็นคนรักของชั้นเหรอ=__=///;”                  “ห๊ะ?”
                                          “.......=___=;;”                     “คิดได้ไง? ชั้นเด็กกว่านายเกือบห้าปี โลลิค่อน=///=”
                     ถ้าเป็นตอนเค้ายังจำทุกอย่างได้ แล้วเค้ามาถามอย่างนี้ ชั้นจะตอบว่าใช่ดังๆแต่ตอนนี้คงไม่ได้ ชั้นไม่หลงนายหรอก นายแค่ปีศาจตนอื่นที่มาสิงเค้า ออกไปนะออกไปแล้วให้พี่ชายคนเดิมมาถามคำถามเมื่อกี๊กับชั้นอีกครั้ง>///<                           
                                       “ใครจะไปรู้เล่า?ชั้นจำอะไรเกี่ยวกับเมื่อก่อนไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมตอนเจอเธอครั้งแรกความรู้สึกมันก็บอกอย่างเนี้ย”
                        จำไม่ได้แต่ก็ยังเดาไปเรื่อย แถมเดาไม่เก่งซะด้วยคุณขา(- -);;
                                             “ชั้นแอบเข้ามาที่กันดั้มนี่ประจำเพราะทุกครั้งที่มานอนบนนี้ มันรู้สึกเหมือนจะเห็นภาพอะไรลางๆตลอดแต่ก็ไม่เคยเห็นชัดซะที”
                         น้ำเสียงของเค้าดูหงอยขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาสั่นสับสนไปหมด ชั้นเดาไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้ เค้าต้องทนทรมาณกับความสับสนและว่างเปล่าในหัวนี้ขนาดไหนมันคงเหมือนกับไม่รู้ว่าจะหันเดินไปทางไหนดี เหมือนชั้น ก่อนที่จะมาเจอมาม๊า...
                                              “...ครั้งแรกที่เจอคุณ...ชั้นคิดจะปล้นโมบิลสูทเครื่องนี้ กับยานของคุณ...”      
                                              “..........”                  “คุณไม่รู้แน่ๆว่าคุณก่อนจะลืมทุกอย่าง คุณเก่งกว่านี้แค่ใหน”
                                              “สงคราม ไม่ใช่สิ่งที่ชั้นอยากจำที่ชั้นอยากจำ คือสิ่งสำคัญจริงๆของชั้น”
                                              “งั้นคุณจำอะไรนอกจากนั้นได้? เสียงปืน สงคราม ยานรบรึโมบิลสูท”
                                               “...ใครคือวานิลลา”







------------------------------------------------------------------------------------------**Next part.
เมื่อวานลืมอัพเเฮะ ก่อนไปมหาลัย เลยลงให้ก่อนเลยละกัน
ขอโทษน้า~!><;; ภาพประกอบไม่ค่อยมี เเต่จะเยอะในช่วงหลังๆนะ ช่วงนี้ติดเรียนกับทำงาน เเต่ก็จะมาลงให้เรื่อยๆ
ใครรออ่านHMก็ยังอยู่ในช่วงพักยาวอยู่เเต่ยังไม่เลิกเขียน รอช่วงว่างๆจะทยอยลงให้วันละตอนนะ><;;

โพสต์ 5-8-2014 12:09:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบใจมากครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 14:59 , Processed in 0.041858 second(s), 21 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้