ดู: 262|ตอบกลับ: 0
“...ใครคือวานิลลา”


                       คำถามนั้นของเค้าทำให้ชั้นสะอึกไป... สิ่งเดียวคนเดียวที่เค้าพยายามฝืนจำคือเธอที่ชั้นไม่อาจแทนได้... เค้าไม่ได้มัวเมาไปในสงครามไม่ได้มีภาพของสนามรบติดตรึงแต่มีเศษเสี้ยวความทรงจำที่ว่างเปล่าของคนสำคัญจริงๆติดอยู่แทน แล้ว...ชั้นควรตอบคืออะไร...?
                                                “............”                    “............”
                                                 “...........”                     “เธอเป็น...”
                  วาบ!!!
                                           “ใครอยู่ในนั้น!!?”
              คำตอบที่ยากจะพูดกำลังจะเปล่งออกมาแต่กลับมีเสียงของยามรักษาการณ์ดังมาแทรกก่อนแสงจากสปอร์ตไลท์สาดมาทางเราที่ไม่ทันระวังตัว ชั้นเอามือป้องแสงที่สาดเข้าตาทำไงดี!? ต้องหนี!!
                                             “อืม...มันจ้า~ซะเหลือเกิน... เลิกส่องทีได้มั๊ย? ตาจะบอดแล้ว=___=;;”
                                             “อ...องค์ชาย!!?=O=;;;”
                 แสงจากสปอร์ตไลท์ลดลงไปเปิดโอกาสงามๆให้หนีแล้ว!!แต่พลาดไปนิด ชั้นวางถุงยาของมาม๊า กับขนมปังไว้บนเบลด ซีโร่อ่าTOT;;
                                              “เด็กผู้หญิงนั่น!!! ตามไป!!!”                  “ไม่ต้องหรอกมั้งถึงไงก็ไม่ได้เอาอะไรไปอยู่แล้ว(‘‘)”                        
                                              “งั้นอย่าจับตาย จับมาเป็นๆ!!”                 “เดี๋ยวชั้นไม่ได้หมายความยังงั้น==;;”
                  ฮึ... หาไปสิพวกบ้าพลังทั้งหลาย ให้ตายก็ตามไม่ทันแน่ชั้นมองไปที่ถนนข้างชายหาดที่พวกทหารพวกนั้นยังส่องไฟหาชั้นอยู่เลย เฮ้~ชั้นอยู่นี่(- -)\=/บนเขาข้างหน้านายแล้วนี่งาย~คนพวกนั้นชอบคิดว่าชั้นเป็นเด็กแล้วจะไม่กล้าหนีไปตามทางเปลี่ยวๆมืดๆนะแต่ใครจะรู้ นั่นล่ะของชอบชั้นล่ะ ถึงตรงนี้ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วสินะชั้นคงต้องไปซื้อยาลดน้ำมูกให้มาม๊าใหม่สินะ ป่านนี้คงยังมีร้านขายยาเปิดนะเสียดายขนมปังชั้นจังT^T;;;
                 
                                         “กลับมาแล้วค่า~(_ _)...”                        “ทำไมกลับดึกขนาดนี้ มิอัน=___=*”
                    ชั้นสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อเสียงดุๆของลุงบยอมดังขึ้น ... ...เดี๋ยวนะ!!
                                         “ลุงบยอม!!!”                    “เออ!!ข้าเอง!!! เอ็งไปใหนมาห๊า!!?”
                     ชั้นชะตาขาดแล้ว!!! โดนดุอ่วมแน่งานนี้ซวยได้โล่เลยวันนี้TT^TT   
                ฝ่ายมิอันที่กำลังโดนดุก็ไม่ได้รับรู้ชะตากรรมของอิสะกะเลย เค้าเองก็ซวยไม่แพ้กันเจ้าหญิงตัวเล็กก็กำลังจ้องมองเค้าที่แอบเข้าไปในเขตต้องห้ามเป็นครั้งที่ร้อยกว่ามองอย่างคาดโทษ ถุงขนมปังใบโตบางอยู่บนตักเค้าอิสะกะคาบมันไว้และเงยหน้ามามองไอเนะที่จ้องมองเค้าด้วยแววตาตำหนิถึงเค้าจะมีศักดิ์พี่ชาย แต่กลับก่อเรื่องให้เธอต้องปวดหัวไม่เว้นวันอิสะกะที่นั่งคาบขนมปังอยู่ไม่ต่างจากเด็กที่เผลอไปเล่นซนแล้วก่อเรื่องเข้า
                                    “อิสะกะซังคะ...”                     “ค...ครับ!!!=O=;;;”
                                    “คิดว่านี่ เป็นครั้งที่เท่าใหร่?”                 “ยี่สิบสอง... รึยี่สิบห้านะ(. .);;”
               สามสิบสี่ครั้งแล้วตะหากในรอบสองเดือน... ไอเนะคิดในใจอย่างเอือมที่จะบ่นเค้า ที่รอบๆเบลดซีโร่ถูกห้ามเข้าไป ไม่ใช่เพราะพวกเค้ากำลังวิจัยหุ่นเครื่องนั้นแต่เป็นเพราะหลายๆครั้ง เบลด ซีโร่มักปล่อยพลังงานที่รุนแรงออกมาตลอดเวลาและมันค่อนข้างอันตราย กษัตริย์โฮลป์เลยสั่งให้กั้นเป็นเขตหวงห้ามไว้
                                         “ชั้นควรจะทำยังไงดีเนี่ย?”               “อ๊ะ... ขอชานมอีกแก้วนะไม่ต้องร้อนมาก(‘ ‘)”
                อิสะกะหันไปบอกสาวใช้ที่เดินผ่านมา และบอกเติมชาอย่างไม่สำนึกผิดเลยด้วย
                                          “ชั้นขอสั่งตัดไฟที่ห้องของพี่จะเป็นไงนะ”
                                         “ขอแค่นั้น อย่าเลยสำนึกผิดแล้วครับT^T”  
                                         “แล้วเดี๋ยวนี้ถึงขนาดเอาของกินขึ้นไปด้วยแล้วสินะคะ”
                ไอเนะมองมาที่ถุงขนมปังใบใหญ่ในวงแขนของอิสะกะ เธอเห็นเค้าหิ้วมาตั้งแต่เข้ามาในวังแล้วเชื่อเค้าเลย...
                                         “อันนี้เก็บได้(‘ ‘)”                 “เก็บของที่เค้าทิ้งไว้มากินเนี่ยนะและเก็บมาเป็นถุงงี้เลย=___=;;”               
                                           “งั้นเดี๋ยวต้องเอาไปคืน(. .)”                “กว่าจะหาเจ้าของเจอมันก็เสียหมดแล้วล่ะค่ะกินไปเหอะ”
                  จริงของไอเนะว่าแต่ที่อิสะกะว่าต้องคืน คืออีกอย่างมากกว่าไม่ใช่รองเท้าแก้วที่ซินเดอเรนล่าลืมไว้ แต่เป็นกุญแจกล่องแพนโดร่าของเธอมากกว่าถึงมันจะเป็นของเค้ามาก่อนก็ตาม
                        
                บนภูเขาหินสูงชันหมู่บ้านเล็กๆห่างไกลจากราชอาณาจักรเพียงเล็กน้อย ที่นี่ถูกใช้เป็นค่ายของเมโรดี้ หลังจากมันร้างไม่มีใครมาอยู่อาศัยนับแต่ราชอาณาจักรขยายตัวให้ประชาชนได้ไปอยู่ในเมืองอย่างเท่าเทียมกันเมโรดี้และมิอันใช้บ้านสองชั้นที่ไม่ใหญ่มากไว้พักนอนส่วนน้ำไฟก็ไม่ยากเกินกว่าจะหามาได้
                  หลังจากโดนดุแบบมาราธอนมิอันก็พาร่างอันเมื่อยล้าจะการผจญภัยมาล้างคราบไคลเหงื่อให้ออกไปเสื้อนอกที่ชื้นเหงื่อถูกถอดออกไว้ในตะกร้าใบเล็กๆกางเกงยีนส์ขาสั้นถูกปลดลงและโยนลงไป มิอันจ้องมองตัวเองในกระจกที่เหลือแต่ชั้นในสีฟ้าอ่อนด้วยความหน่ายใจส่วนสูงของเธอดูไม่เพิ่มขึ้นเลย น่าหนักใจทั้งส่วนสูง และสัดส่วน...ยิ่งถ้าเทียบกับวานิลลา...--**
                                               “ต้องมีอะไรผิดพลาด...ต้องมีอะไรผิดพลาดสินะ==**”
                     มิอันเอื้อมมือไปปลดบราลง ให้เนินผิวขาวเนียนอ่อนของเธอเผยออกมาเรือนร่างแม้จะดูเล็ก แต่กลับดูเย้ายวนสายตากว่าที่คิด ทันทีที่ร่างเปลือยเปล่าผ้าขนหนูผืนประจำของเธอก็ถูกหยิบขึ้นมา และเดินเข้าไปในห้องน้ำที่ไอน้ำอุ่นลอยคลุ้ง
                                                           จ๋อม...
                     เสียงน้ำในอ่างก้องสะท้อนในห้องอาบน้ำ มิอันทอดร่างลงไปในอ่างน้ำและวักน้ำมาล้างเหงื่อออกจากไรคอขาวเนียนของเธอ แต่เหมือนเธอจะลืมไปมิอันรีบดันตัวขึ้นมาและปลดสร้อยแฟลชไดร์ฟออก... แต่กลับไม่อาจจะจับอะไรได้นอกจากผิวที่เนียนลื่นของเธอ
                                               “...ห...หายไป...หายไปใหนอ่า!!?=[]=;;”         
                     ที่ระเบียง ในเวลาดึกสงัดผมยืนมองแสงไฟจากในตัวเมืองที่ยังส่องสว่างอยู่ เวลาอย่างนี้นอนไม่ค่อยหลับเลยแฮะรู้สึกยังคาใจอยู่เลย ว่าที่เด็กคนนั้นกำลังจะบอกคืออะไร ผมลืมอะไรไปกันแน่...เรื่องราวของผมก่อนจะมาอยู่ที่นี่ ผมกับA.Dรึแม้แต่ผม...กับกันดั้มที่นอนอยู่นอกเมืองนั่น แม้จะยังรู้สึกไม่อาจจะไปจากไอเนะรึไปจากโฮลป์ได้ แต่ผม...ก็ยังอยากได้สิ่งที่ผมลืมไป คืนมาอยู่ดี
                     แฟลชไดร์ฟสีแดงดำสลักชื่อของโมบิลสูทกันดั้มเครื่องนั้นไว้อย่างชัดเจน เบลดซีโร่?...ชื่อของกันดั้มเครื่องนั้นสินะ...
                      ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด...ตามที่หมอโอเอดะบอกผมควรจะนึกอะไรออกมาได้มั่งแล้วนะ... แต่แล้วทำไม... จนป่านนี้...
                                             “อิสะกะ...”                     “!!??”
                        ผมสะดุ้งนิดหน่อยและหันไปมองดูยัยตัวเล็กที่เดินเข้ามาเรียกผมเอากลางคันไอเนะยืนอยู่ใกล้ๆประตูห้องของผมและมองอยู่เหมือนกลัวผมตำหนิ
                                             “ชั้น...เห็นประตูมันแง้มเปิดเอง...เลยนึกว่าคุณจะไม่อยู่”
                                             “...ไม่เป็นไรหรอก”
                      ไอเนะยิ้มออกมาอย่างน่ามอง เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาผมช้าๆเธออยู่ในชุดพลีตลูกไม้น่ารักๆ สำหรับเข้านอน ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันที่เด็กดีอย่างยัยนี่ยังตื่นในเวลาอย่างนี้
                                             “พรุ่งนี้...ชั้นว่าชั้นจะไปนอกเมืองหน่อย”
                                             “เอ๊ะ?”               “ไปกับชั้นมั๊ย?”
                        ไอเนะยิ้มบางๆแต่มันออกแฝงแววเสียดายอย่างชัดเจน
                                             “อยากไปนะ...แต่ชั้นมีอย่างอื่นต้องไปทำ ขอโทษนะ...”
                                             “งาน? ชั้นไม่เห็นรู้เลย”                 “อื้ม... เสด็จพ่อพึ่งบอกน่ะ”
                                             “งั้นจะให้ชั้นไปด้วยดีมั๊ย?”              “ไม่ล่ะ...เพราะอิสะกะคงไม่ถนัดงานราชย์แน่ๆ”
                        เป็นการด่าอ้อมๆว่าผมมันหัวทึบกับงานแบบนี้--* เอาเหอะ...เพราะถึงไงผมก็อยากจะไปถามกับเด็กคนนั้นตรงๆเลย ถึงยังไง ไอเนะก็มีทหารองครักษ์อยู่แล้วนี่นะบางที นี่อาจจะเป็นโอกาสดีก็ได้ ที่ผมจะได้มีโอกาสไปหาบางอย่างเจอก็ได้ คิดว่านะ- -\
                              
                          แกร็ก...
           ชั้นพลิกหลังเบาะนักบินในเบลดซีโร่ดูจะเป็นครั้งที่สิบกว่าๆแล้ว แต่ก็ยังไม่เจออะไรอีกอยู่ดีไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มี ไม่มี ไม่มี๊!!/(TOT)\ แฟลชไดร์ฟของเบลดซีโร่ที่ชั้นห้อยติดตัวไว้ตลอดหายไป อุตส่าห์แอบเข้ามาที่นี่ทั้งๆที่ยามเพิ่มการตรวจมากกว่าเดิมแล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายชั้นต้องเสี่ยงฟรีเหรอเนี่ย!?แถมยังไม่รู้จะออกไปได้รึเปล่าอีก โอย...ชีวิตTT__TT
                                    “บ...บางที...อาจจะหล่นไปที่ซอกนี่=O=;;”
                                                           
                                                   แคร่ก...
                                     “!!?”                     เสียงของแข็งบางอย่างดังขึ้นชัดๆ เหมือนจงใจให้ได้ยินความซวยกำลังมาเรียกหาชั้นแล้วสินะ=__=;;
                                      “.........”                “ปล่อยมือออกจากมีดปอกผลไม้ที่เอวเธอดีกว่าของชั้นใหญ่กว่าเยอะ”
                                      “...อ...อิสะกะ...ซัง”
               แม้จะรู้ว่าเป็นเค้าแต่ชั้นก็ไม่อยากวางใจ ไม่รู้ว่าRuzonล้างสมองเค้าไปมากแค่ใหนแม้เค้าจะเตือนแต่ชั้นก็ยังจับมีดที่เอวไว้จนแน่นมือ และที่ชั้นสังเกตเห็นจากแสงที่ลอดผ่านเข้ามากระทบที่ตัวของเค้า สิ่งที่ชั้นตามหาก็แขวนอยู่บนคอของเค้า=O=;;
                                       “นั่น!! เอาคืนมานะ!!”                  “อ๊ะ...”                  ก๊อง!!
                 แง้ว!!!! เพราะทะเล่อทะล่าพุ่งเข้าไปหาหน้าผากชั้นเลยกระแทกเข้าที่ด้ามดาบยาวของเค้าเต็มๆ เจ็บนะเนี่ย โนรึเปล่า อูยT^T#
                                         “โง่เองเจ็บเองแท้ๆนะนั่น...”                 “ของของชั้น ขอคืนด้วยค่ะ- -#”
                                         “เจ็บยังไม่หายอย่ามาทำเก๊กนิ่งเลย”                “ขอคืนด้วยค่ะ”
                                                      ป๊อก...!!
                                          “เจ็บ!!”                  “นั่นไง- -+”
                 คนบ้า!!ซาดิสม์!! บอกดีๆก็ได้ทำไมต้องมาดีดซ้ำแผลเก่าด้วย โฮ!!เจ็บขึ้นมาจริงๆละนะT[++]T;;ถ้าเล่นแรงอย่างนี้ พี่ก็พี่เหอะ จะค้ำคอร์...เอ่อะ...จะซัดให้ดูTT[]TT**
                  ชั้นสะบัดมือออกไปกะตะครุบเอาแฟลชไดร์ฟมา แต่ก็นะ เรื่องไวเรื่องหลบชั้นวัดกับเค้าไม่ใหว ถึงจะไม่มีความทรงจำก็เหอะT^T
                                            “ดุชะมัดเลยเธอเนี่ย...เป็นเด็กเป็นเล็ก ทำตัวน่ารักๆซิ”
                                            “คุณเอาของของชั้นคืนมาก่อนจะเจ็บตัวดีกว่า”
                                            “งั้นก็ช่วยเล่าเรื่องของชั้นให้ฟังทีสิแล้วชั้นอาจจะตอบแทนงามๆ”
                                            “คุณจะมาตกลงอะไรกับโจรอย่างชั้นมิทราบคะ?”
                                            “แต่โจรที่โดนปล้นซะเองเนี่ยน่าพิลึกกว่าว่ามั๊ย ยัยเปี๊ยก”
                   ใครเปี๊ยก!!?ชั้นสูงตั้งร้อยห้าสิบสองแล้วนะ!!อายุแค่นี้มันก็แค่นี้แหละ อย่ามาจี้จุดซ้ำๆได้มั๊ย!!?T[]T**ที่ห้ามพูดเด็ดขาดเลยคือเรื่องส่วนสูงกับหน้าอก มันละเอียดอ่อน!! แต่ก่อนอื่นชั้นต้องกดความช้ำในนี้ไว้และหยิบเอาแฟลชไดร์ฟนั่นมาให้ได้ ก่อนชั้นจะระงับโทสะไม่ใหว=___=**
                    ในระหว่างที่ชั้นจ้องตากับพี่ชายที่ทำหน้ายียวนใส่ชั้นสะบัดมือออกไปจะหยิบแฟลชไดร์ฟที่คอเค้าอีกครั้ง ซึ่งมันก็วืดอีกครั้ง=___=;;
                                                “ดื้อชะมัด ยัยเปี๊ยกตกลงดีๆเหอะน่า(‘ ‘)”               
                                                 “อย่ามาเรียกชั้นเปี๊ยกค่ะ! ชั้นไม่ได้สนิทกับคุณขนาดนั้น!”                    “เฮ้อ...อย่าน้อยใจนะส่วนสูงก็น้อยแล้ว”
                   ฟั่บ!!!
              เพราะอิสะกะที่แหย่แมวเหมียวตัวน้อยมากเกินไป มิอันจึงพาลสะบัดมีดเล่มเล็กออกมาใส่อิสะกะเค้าถอยร่างหลบไปอย่างไม่รีบร้อน แต่ท่าทางแมวเหมียวร่างเล็กจะไม่ยอมรามือง่ายๆเท้าเล็กๆของมิอันผลักร่างสูงของอิสะกะออกไป และพุ่งตัวเข้ามาคร่อมร่างของเค้าและเอื้อมมือมาจะจับกระชากแฟลชไดร์ฟออกมาจากตัวของเค้า
                                                มั่บ...
                                     “ดุจริงๆแฮะ ตกใจหมดเลย= =;;”                  “คืนมันมานะ!!”
                                    “.........”                     “มีเพียงสิ่งนี้เท่านั้น!! ชั้นจะไม่ให้มันไปอยู่ในมือของRuzon!!”
                                  “........”                      “แม้ว่าRuzonคนนั้น... จะเป็นพี่ชายเอง...ก็ตาม...”
                                   “...ยัยเปี๊ยก...”                  “ทั้งๆที่ชื่อของชั้น!!คุณยังจำไม่ได้แท้ๆ!!”
                                  “......”                        “........”
               มิอันผละมืออกจากอิสะกะและลุกขึ้น กระโดดลงไปจากร่างของเบลด ซีโร่อิสะกะถอนหายใจออกมาและลุกขึ้นนั่งมองเด็กสาวเดินคอตกออกไปช้าๆทหารยามที่ตรวจอยู่เห็นคนแปลกหน้านอกจากอิสะกะอยู่ข้างในจึงเล็งปืนมาจังหวะนี้เธอไม่ได้สนแล้ว ว่าจะโดนจับไปรึโดนฆ่ามั๊ย... เพราะสิ่งเดียวที่เธอทำได้มันก็ไม่มีแล้ว
                                    “นังเด็กนั่น!! เข้ามาทำอะไรที่นี่!!”                  “ยกมือขึ้น!!! ช้าๆ!!”
                                    “มันลงมาจากกันดั้ม...ท่านอิสะกะ!?”
             ดวงตาเย็นเคลือบน้ำตาของมิอันไม่สะท้อนคำตอบใดๆให้ทหารที่เฝ้าถามแต่ยิ่งเธอไม่ตอบ มีดเล่มเล็กที่เธอถือนั่น กลับทำให้สถานการณ์พาลเลวร้ายลงปืนของทหารยามกระตุกขึ้นและจะกราดยิงใส่ มิอันคงโดนยิงทิ้งถ้าหากเสียงที่เหนื่อยหน่ายขององค์ชายแห่งอาณาจักรไม่แทรกออกมาก่อน
                                       “เออ!!! เข้าใจแล้วๆ!!”                             ตุบ...
                                        “.........”
                มิอันหันใบหน้าไร้อารมณ์ของเธอไปหาอิสะกะที่หัวเสียโดดลงมาจากเบลดซีโร่และเดินเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ท่ามกลางสายตาของทหารที่มองมาที่พวกเค้าอย่างต้องการคำตอบของเรื่องที่เกิด
                                        “องค์ชาย!! เด็กคนนั้น...!!”                     
                  หัวหน้าทหารคนสนิทของอิสะกะร้องถามก่อนที่เค้าจะจูงมือของมิอันออกไปจากความวุ่นวายย่อมๆนี้ชายหนุ่มเกาหัวอย่างไม่อยากจะตอบและนึกๆซักพัก ก่อนจะทำหน้านึกออกมา
                                         “ไม่มีอะไร... แค่ซินเดอเรนล่ามาหาเกือกแก้วน่ะ”
                                         “ห...หา!?”                    “ได้ยินแล้วนี่ ไปนะ โทดที”                                             
                                               
                                         “ปล่อยชั้น...ได้รึยังคะ?”                   “เธอคิดจะทำบ้าอะไร!?”
                                        “........”                    “เธออยากตายมากขนาดนั้นเลยรึไง?! ถ้าชั้นไม่ออกไป เค้าฆ่าเธอแน่อย่าทำตัวโง่ๆอย่างนี้อีก!”
                                          “ชั้นก็ยังไม่ตาย...”                  “เลิกทำเสียงงี้ทีได้มะ? ดุเธอแล้วหมดรมณ์เลย=__=”
                  ผมเริ่มหน่ายจิตกับยัยเปี๊ยกนี่ขึ้นมาเรื่อยๆแล้วนะ อะไรฟะ! ไม่ชอบให้เรียกว่าเปี๊ยกแต่ดันไม่บอกชื่อแซ่ให้เรียกซะงั้น=___=;;
                                           “.........”                    “เธอชื่อ?”
                                            “ชั้นต้องบอก?”               “เออ=__=*”
                                            “...มิอัน...แค่นั้นล่ะ”               “ก็แค่เนี้ย= =**”
                                            “ชั้นไปได้แล้วรึยัง?”             “เดี๋ยว...”
                                            “........”
                  มิอันหันมามองผมด้วยดวงตาที่กร้านความรู้สึกนั่นผมก็อ่อนใจกับยัยเด็กนี่แล้วแฮะผมกระตุกสร้อยเส้นบางที่แขวนแฟลชไดร์ฟเจ้าปัญหาลงมา และชูมันยื่นไปให้มิอันแต่เธอกลับมองมาที่มันอย่างไม่ใส่ใจ
                                             “ไม่เอารึไง?”               “ชั้นจะขโมยมันกลับมาเอง...”
                                             “หา?”                 “รับคืนมาอย่างนี้...มันเสียศักดิ์ศรีโจร... ชั้นกลับล่ะ...”
                                              “อ่ะ...เอ้ย!!”
                    และยัยนั่นก็คว้าเอาจักรยานมาและปั่นมันออกไปผมมองแฟลชไดร์ฟในมืออย่างขุ่นในอารมณ์ ทำไมเจ้านี่มันถึงได้สร้างเรื่องได้มากผิดกับขนาดเล็กๆอย่างนี้ฟะ...รึผมมันเป็นตัวก่อเรื่องเอง=___=;;ผมมองมิอันที่ปั่นจักรยานไกลออกไป ไม่ใช่ไม่เอา แต่จะมาขโมยกลับไปสินะ...ขโมยน่ะนะ=__=;;


-----------------------------------------------------------------------------------**End.
ต้องไปทำงานต่างจังหวัดถึงวันที่16เลย ถ้าไงเดี๋ยวอัพตอนที่6ต่อให้รวดเลยละกัน
อ่านเเล้วชอบไม่เม้นต์ไม่เป็นไร เเต่ถ้าไม่ชอบตรงใหน รบกวนเขียนเเจงนิดเน้อ โพสเกรียนขออนุญาตไม่ตอบเน้อ~


EP.6
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 07:10 , Processed in 0.064020 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้