ดู: 295|ตอบกลับ: 0
                                              “ยังไม่กลับ?”                  “เพคะ...องค์หญิงยังไม่ได้ติดต่อท่านอิสะกะเหรอเพคะ?”
                                             “...อืม...”
                  เมื่อวานบอกว่าจะมาถึงในวันนี้แท้ๆเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า? แตคนที่เป็นห่วงจนอยู่ไม่สุขจริงๆเห็นจะเป็นพ่อของเธอแท้ๆ จู่ๆหายไปไหนนะ ...
                  ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าคาดเอวและกดไปหาไอเนะ ถ้าเป็นเรื่องด่วนจริงๆเราสองคนก็มีเบอร์ที่ใช้ติดต่อกันได้อยู่น่ะนะผมยืนรอสายอยู่พักนึงจนสุดท้ายก็ตัดไป ...นี่ก็ไม่รับ ไม่น่าจะติดงานแล้วนี่นา...เพราะข่าวที่ออกในทีวี ยัยนั่นก็ขึ้นเครื่องบินมาตั้งแต่เช้าแล้วนี่นา...
                              ปึ่ก!!
                  
                  เสียงเหมือนคนชนชั้นวางแจกันด้านหลังเรียกผมให้หันกลับไปมองแค่สาวใช้เดินมาชนเองเหรอ-- แจกันบนชั้นยังโคลงเคลงอยู่จวนจะร่วงแล้วแต่คุณเธอยังเดินไปแบบไม่สนใจเลยด้วย เฮ้ยๆ- -;;
                            มั่บ...
                 ผมเองก็คงไม่ทึ่มขนาดปล่อยมันให้ตกแตกหรอกน่ะ ผมดันมันกลับเข้าที่และมองไปที่สาวใช้คนนั้นเชิงตำหนิเล็กๆ เอาเหอะ... คงเป็นเด็กใหม่
                  รอค่ำแล้วโทรไปใหม่ดีรึเปล่า... หวังว่าอย่ามีเรื่องอะไรเกิดอีกละกันขณะที่มกำลังมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อย เหมือนเรื่องยุ่งๆจะบังเกิดแก่ผมเอาเข้าให้จริงๆแล้วล่ะ=___=
                              
                      ผมมองไปที่ซอกหนึ่งของวังสาวใช้คนเมื่อครู่ทำลังทำทีเหมือนเช็ดกระจกอยู่ด้านนอกเรือนนอกซึ่งเป็นบ้านของผมแปะทับๆกันหลายๆชั้นผมแอบหลังเงาเสาในวังและมองดูเล่นๆ ว่ายัยนั่นจะทำอะไรต่อ- -
                            แกร๊ก!!!
                     ศอกเล็กๆของยัยสาวใช้กำมะลอกระแทกเข้าที่จุดที่แปะเทปไว้จนแตกออกง่ายๆ...เอ้ยๆ...ซ่อมแพงนะนั่น(_ _)* ยัยนั่นพยายามล้วงแขนเข้าไปเปิดกลอนแฮะเอาเหอะ... โจรเตี้ยๆพรรค์นั้น ผมรู้จักอยู่คนเดียว= =
ผมเปิดแขนเสื้อออกและมองดูไอ้แฟลชไดรฟ์เจ้ากรรมอย่างหน่ายเซ็งและมองสลับไปที่ยัยเปี๊ยกนั่นที่พยายามพาร่างเล็กๆนั่นปีนเข้าไปอย่างเนียนๆแต่ขอโทษ ผมมองอยู่คาตาเลยว่ะ=___=**
                                           “วันวุ่นวายแห่งชาติ...”
                       ผมประชดกับตัวเองและพาร่างอันหน่ายเซ็งไปที่เรือนของตัวเองอย่างหน่ายๆเอาคืนไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาทำลายบ้านผมเล่นอีก=__=;;
              กึก!กึก!          แกร๊ง!!กร๊อง!         กุกกัก!กุกกัก!!
                         อื้อหือ... ฟังจากเสียงแล้ว...ผมไม่อยากจะนึกสภาพในห้องนอนของตัวเองซักเท่าใหร่เลยเดิมทีก็รกจนไอเนะโวยเอาบ่อยๆแล้ว เธอยังจะมารื้อมันให้กระจุยเข้าอีกทำเพื่อT[]T;;
                ........         เงียบ...
                          จู่ๆก็เงียบซะงั้นน่ะ- -...
                                              “หว่ะ!... นึกว่าชอบแบบอกโตๆซะอีกแฮะ(. .)”                ห๊ะ?=____=;
                                              “หืม~ แนวน้องสาวทั้งนั้นเลยมั้ง...ไม่ๆ มีแบบ‘หู’ด้วยนี่นะ ชอบแบบนี้แฮะ”      !?                          “แนวซึนนิยมสินะ รึคละๆกันไปนะหวา...โมเอะนิยมอื้อเลยอ๊ะ...”
                       อะไรซึนๆ อะไรเอะๆนะเธอกำลังทำอะร้าย!!!?=[]=;;;
                                               “ฮาเร็มล้วนๆเลยด้วย!?! หว่า~! ร้ายกาจกว่าเมื่อก่อนเยอะอ่ะ!”             ชัดเลย!!!
                                             
                                               “เฮ้ย!!หยุด!!!เธอกำลังทำอะไรกับของส่วนตัวของชั้นไม่ทราบ!!!=[]=///”
                  ทันทีที่รู้ว่ายัยเปี๊ยกนั่นดูอะไรลับๆของผมอยู่ผมก็รีบผลักประตูเข้ามาอย่างแรง และก็อย่างที่คิด ที่ตู้หนังสือของผมโดนยัยนี่รื้อซะกระจายและเบื้องหน้า มีของที่ผมผนึกไว้กองอยู่ตรงหน้ายัยนั่นซะอย่างชัดเจน แว้ก!!!
                     มิอันไม่ใส่ใจแม้ผมจะจับได้แถมยังมองมาที่ผมและยิ้มมีนัยมาหาผมด้วยผมรีบพุ่งเข้าไปยึดกองหนังสือลับของผมเกือบทั้งกองมาไว้กับตัว แม้ว่ามันจะสายไปแล้วT^Tและหันไปหัวเราะกลบเกลื่อนกับมิอัน
                                               “หืม~...”                   “อ๊ะ...ก...ก็...นั่นไง...นั่น... อ...อะฮะๆๆๆ^O^;;;”
                                              “เห~...”                       “อะฮะ...อะฮะๆๆ...อะฮ่าๆๆๆ~เอิ๊กTT^TT;;”
                                               “ชอบหลายแนวจังนะคะ นายท่าน♥”                   “อ้ากกกก!!ขอล่ะ ลืมมันที!”
                                               “ทำไมล่ะคะ?พี่~ชาย♪”               “แย้กกกก~!!ฆ่าชั้นเลยสิ ฆ่าชั้นเลยดีกว่า!!”
                                               “เอ๋~...เค้าทำไมลงหรอก เหมียว>w<///”              “ม...เหมียว?...ไม่ช้ายยย!!”
                                               “อืม...ชอบเนโกะมิมิเอาการแฮะ...จดๆ(. .)”          “จดทำซากอะไรเล่า!!ยัยบ้า!!”
                    หลังจากสูญเสียไปมากมายผมก็นั่งเซ็งๆอยู่บนโซฟาที่กลางห้อง ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ ใกล้ๆโซฟาของผมมิอันกำลังนั่งกัดคุกกี้ของผมพลางอ่านหนังสือลับของผมนิ่งๆเออ...ไม่มีอะไรจะเสียแล้วไงTT___TT
                                 “ชั้นคืนไอ้นี้ให้ แล้วเธอกลับไปได้ป่ะ=___=**”                 ผมโยนแฟลชไดรฟ์ในมือให้มิอันรับไว้ แต่เธอกลับโยนมันกลับมาแบบไม่ไยดีซะงั้นเฮ้ย!!ยัยเด็กนี่!!=[]=**
                                  “เจ้าหญิงน้องสาวของนายยังไม่กลับอีกรึไง?”                “ถามเพื่อ?”
                                   “เห็นในข่าวว่าขึ้นเครื่องมาตั้งกะเช้าแล้วเกิดอะไรขึ้นน้อ?”              “เธออยากจะบอกอะไรชั้น”           “ความแตกต่างระหว่างน้องสาวแท้กะไม่แท้เนี่ยชัดเจนเนอะรักต้องห้ามก็หนึ่ง ร่วมสายเลือดก็หนึ่ง อ่านแล้วหนุกดีกว่าที่คิดแฮะ”
                                    “อย่าเลี่ยงคำถามชั้น”                “........”
                                     “มิอัน...!”                 “ชั้นเป็นโจร...จะขออะไรจากชั้นฟรีๆ?”
                                      “เธอต้องการอะไร แฟลชไดรฟ์นี่!?รึเงิน!?”               “ผิดทั้งคู่แฮะ(‘ ‘)7”
                                     “เกิดอะไรขึ้น...กับไอเนะ!?”                 “.......”
             ผมตะคอกเสียงถามแต่มิอันยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือต่อหน้า และกัดคุกกี้เข้าไปอีก ยัยนี่ต้องการเล่นอะไรกับผมกันแน่รึว่าจะปั่นหัวอะไรผมเล่นกันแน่!?
                                        “แลกกับ...คำขอของชั้นอะไรก็ได้เป็นไง?”               “!??”
                                         “ถ้าตกลงชั้นจะพาไปก่อนจะสายเกินแก้ให้ เพราะพวกนายไม่มีทางรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเร็วกว่าชั้นแน่”                       “..........”
                                          “เอายังไงดีเอ่ย?”                 
               มิอันถามเชิงเย้าแหย่ผม ถึงยังไงผมเอง ก็ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับบัลลังค์อยู่แล้ว และไม่สนด้วยถึงยัยนี่จะทะลึ่งของตำแหน่งอะไรมา ผมก็คงให้ไม่ได้อยู่แล้ว เอาเหอะไม่มีอะไรต้องแลกอยู่แล้ว
                                           “ตกลง...”               แก๊ก...                =^=;;;
                                            “เรียบร้อย งั้นก็ไปกันเหอะ”
                                            “เธออัดเสียงชั้นไว้ด้วย=O=”               “อือฮึ เพื่อความไม่ประมาทนายร้ายกว่าที่ใครจะคิด”                           “ถือว่านั่นคือคำชม”               
                  มือเล็กๆของมิอันลากแขนของผมให้ลุกขึ้น และเดินตามเธอไป
                                               “แล้วจะพาชั้นไปใหน?”                   “ดูแรนดัลพร้อมสู้ศึกหนักได้สินะ?”
                    เป็นคำบอกเล่าว่าความซวยจะบังเกิดแก่ผม=___=;;;
                                                “พร้อมน่ะพร้อม แต่บอกก่อน ว่าเกิดบ้าอะไรขึ้น?”
                                                “น้องสาวผู้น่ารักของนายเป็นคอลลอลยด์เลือดแท้พวกRuzonเหมือนจะลักพาตัวเธอไปสูบเลือดออกมาสร้างอาวุธชีวภาพที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมบิลคอนโทรล”
                                                  “เรื่องพรรณ์นั้น...!!”                “มันทำได้! และไอเนะต้องตายแน่!”
                    มั่บ!!!
                                                  “อ๊ะ!!นี่!!! ช้าหน่อยสิ!! จู่ๆก็!!!”
                                                   “พลังงานของดูแรนดัลพร้อมก็จริงแต่ยังขาดอาวุธระยะไกลบ้าง แต่ช่างมัน ถ้าเธอไม่ได้โกหก  เราก็ไม่มีเวลาจะมาเอ้อระเหย!

                          ที่โรงเก็บดูแรนดัลทหารยามเห็นอิสะกะวิ่งมาอย่างรีบร้อนจึงจะเข้าไปถาม แต่คนเลือดร้อนกลับวิ่งฝ่าไปโดยไม่สนใจช่างเทคนิคที่กำลังตรวจระบบของดูแรนดัลโดนอิสะกะผลักออกและยัดร่างของมิอันลงไปก่อน เสียงร้องเรียกจากทหารเบื้องล่างร้องรั้งเค้าไว้แต่มันกลับไม่มีประโยชน์ ค๊อกพิทของดูแรนดัลเลื่อนปิดลง
               ถึงจะเป็นคนของราชวงศ์แต่การนำเอาอาวุธสงครามที่ทรงอานุภาพอย่างกันดั้มออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตมันไม่ต่างจากอาชญากรรมร้ายแรง
                                                “บ้าชิบ!!”               “อ...อะไร!?O^O;;;”
                                                “ชั้นลืมแฟลชไดรฟ์ของดูแรนดัล!!=[]=;;”
                                                 “ตาบ้า!!!=[]=;;;”                 “ทำไงล่ะทีนี้!?”
                                                 “กลับบ้านไปหยิบมั้ง!?บ้ารึไง!?หน้าสิ่วหน้าขวาน!ลืมอะไรไม่ลืม!!”
                                                 “ช่วยไม่ได้นี่นา!!เรื่องแบบนี่ก็ต้องมีมั่งแหละน่า!!=[]=**”
                 ระหว่างที่มัวแต่เถียงกันช่างระบบด้านนอกก็กำลังจะเปิดค๊อกพิทออกมา อิสะกะไม่เหลือทางเลือกอะไรนอกจากจะเดินเครื่องฉุกเฉิน... แต่ถ้าทำอย่างนั้น พลังงานของดูแรนดัลจะมีแค่สิบเอ็ดนาทีเท่านั้น
                              ปึด!!!
                   สร้อยแฟลชไดรฟ์ถูกกระชากออกมาวัดดวงอิสะกะจะลองใช้มันกับดูแรนดัลดู
                                                  “จะบ้าเหรอ!? ได้ทีใหนเล่า!?”
                                                   “ได้ไม่ได้!!ไม่ลองไม่รู้!!”
                  แฟลชไดรฟ์ของเบลดซีโร่ถูกนำไปใช้กับดูแรนดัล แสงสว่างจากระบบที่ทำงานสว่างออกหน้าจอระบบเดิมของดูแรนดัลเปลี่ยนไป และแปรเปลี่ยนเป็นรูประบบของเบลดซีโร่ขึ้นมาแทน มิอันจ้องมองอย่างไม่เชื่อในดวงตา คันบังคับเลื่อนขึ้นมาหามือของอิสะกะให้เค้าจับกระชับมันไว้ ดวงตาของดูแรนดัลแผดแสงสว่างแดงฉานต่างจากทุกครั้งกระแสไฟฟ้าแผดออกมาจากอุปกรณ์ในโรงเก็บหุ่น
                 ทรัสเตอร์เร่งแรงดันมหาศาลออกมาและพุ่งออกไปจากโรงเก็บและหนีไปจากทหารที่ล้อมอยู่ดูแรนดัลพุ่งออกไปจากโรงเก็บและโผบินขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเหนือเมืองโฮลป์และหยุดมองเบื้องล่าง มือของดูแรนดัลยื่นไปเบื้องหน้าเหมือนจะเรียกบางอย่างที่หลับใหลอยู่ขึ้นมา
                    ในผืนทรายที่ห่มคลุมไว้อาทีมิสจากเบลด ซีโร่มีปฎิกริยาตอบสนอง และพุ่งขึ้นมาหาดูแรนดัลพร้อมๆกันโมบิลสูทที่ไม่ตรวจพบพลังงานได้ๆที่ใช้ขับเคลื่อนมานับปี บัดนี้เปี่ยมพลังและพุ่งทะยานไป สร้างความตกตะลึงแก่นักวิทยาศาสตร์ที่สำรวจอยู่กันถ้วนหน้าอาทีมิสลอยมาล้อมดูแรนดัลไว้มิอันจ้องมองมาที่อิสะกะอย่างตะลึงในความสามารถของเค้า
                     ที่ชานวังกษัตริย์โฮลป์ออกมามองภาพที่น่าตะลึงที่เกิดขึ้น ร่างที่เป็นการรอวันตื่นของหายนะบัดนี้ได้ปีกคืนมาแล้ว
                                                “น่ะ...นี่...”
                                                “จับให้ดีๆนะ...มิอัน”                “!!?”
                    ดูแรนดัลชาร์จความเร็วและพุ่งร่างของตัวเองไปตามพิกัดที่มิอันเซ๊ตไว้ให้ดูแรนดัลพุ่งออกไปที่ท้องทะเลกว้าง โดยมีอาทีมิสตามมาติดๆ
                          ห้องบางอย่างที่มืดสลัวเบื้องหลังกระจกนิรภัยสุดแน่นหนา ร่างของเจ้าหญิงที่นอนไม่ได้สติยังคงนอนนิ่งไม่ใหวติงหมอบาลันหรือไทแรนด์กำลังกดเดินระบบอย่างหน่ายเซ็งกับงานที่ไม่มีอะไรมาเร้าเลย  แถมโอกาสสำเร็จก็ต่ำแสนต่ำแถมไม่มีทางได้ลผลิตที่มีความน่าพิศวงเหมือนพลังที่เกิดเองด้วย
                                       “เฮ่ย....โลเกีย....ส่งเฟรมข้อมูลเก้ามาซิ...”
                                       “.......”
                          ชายหนุ่มที่นั่งนิ่งๆที่บันได้ลุกขึ้นเงียบๆและเดินลงมาความหาเฟรมข้อมูลไปให้บาลันชายหนุ่มใบหน้านิ่งสงัดราวตุ๊กตากล เดินมาเหมือนไม่มีวิญาญาณและนั่งลงเสียบสายไฟระโยงรยางค์เข้าที่เฟรมและลุกขึ้นเงียบๆ
                                       “เออ...ไสหัวไป... เกะกะ”
                          บาลันไล่ชายหนุ่มออกไปอย่างไม่ไยดีแต่ราวกับเค้าไม่สนใจความหยาบคายของบาลันแม้แต่นิด โลเกียเดินออกไปจากแผงควบคุมและหยิบรูบิตมาเล่นอย่างไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น
                                        “ได้ข่าว...แกได้ขับโมบิลสูทในบาปด้วยสินะ มีประโยชน์กว่าที่คิดนะ”
                                        “........”                  “แกมีประโยชน์กว่านังโสเภนีนั่นเอาการ”
                                                       แก่ก....
                                         “ผมไม่อยากให้พ่อพูดถึงแม่อย่างนั้น...”
                                                                ปึ่ก!!!
                        แผ่นรองเอกสารพุ่งมากระแทกเข้าที่หัวโลเกียอย่างแรงหลังจากที่บาลันคว้ามันขึ้นมา และเขวี้ยงใส่เค้าอย่างแรงแผ่นรองหล่นลงกระแทกพื้นหลังปะทะกับโลเกีย ไม่ใช่ว่าหลบไม่ทันแต่เค้าไม่หลบมันมากกว่า โลเกียนั่งมองหยดเลือดที่ตกลงแตะพื้นอย่างไม่สนใจเค้าได้แต่ปล่อยให้บรรยากาศในห้องให้เงียบสงัดผิดกับบาลันที่ใบหน้าฉาบความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
                                         “พ่อ~? แม่~?... แกพล่ามอะไรออกม๊า!? แกเป็นอาวุธ!!!ไม่ใช่คน!!”
                                         “.........”
                                          “เฮ้อ~... แย่ๆชั้นไม่มีอารมณ์ทำงานเลย เฝ้าให้ดีนะ ชั้นจะไปผ่อนคลายซะหน่อย”
                      โลเกียพยักหน้าเบาๆและเช็ดคราบเลือดออกไป และพิงราวบันไดเล่นรูบิตต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง ห้องก็กลับมามืดสลัวอีกครั้ง โลเกียลุกขึ้นมาจากที่นั่งและค่อยเดินมาแตะที่กระจกมองดูไอเนะที่นอนไม่ได้สติอยู่
                                           “อยากให้มีใครซักคนมาช่วยเธอจริงๆ...”
                      บาร์โค๊ดที่ประทับด้วยความเจ็บปวดปางตายที่ใหล่ซ้ายของโลเกียตอกย้ำถึงการสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปอย่างสมบูรณ์ เค้าถูกตรานามขึ้นใหม่ว่าเป็นอาวุธชีวะ ที่ทำหน้าที่ขับโมบิลสูทในบาปเจ็ดประการ และคนที่ส่งเค้าเข้าไปไม่ใช่ใครอื่น บาลัน พ่อ...ผู้ให้กำเนิดเค้ามา จากแม่ที่เป็นเพียงนางบำเรอของเค้าเท่านั้น
                                           “ถ้าเธอมีคนสำคัญมาช่วยไปได้...อาวุธที่มีชีวิตอย่างชั้น คงไม่เกิดมาอีกแน่”
                       เงาจากหยดเลือดของไอเนะที่ค่อยๆถูกดูดออกมาใส่ในภาชนะบรรจุ สะท้อนดวงตาที่แสนทุกข์ของโลเกียออกมา


-------------------------------------------------------------------------------------------------**Next part.
อ่านต่อ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 12:54 , Processed in 0.034670 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้