ดู: 274|ตอบกลับ: 0
EP.7    สู้ด้วยตัวเอง              ลมหายใจที่รวยริน     
                    งั่บ...
          แฮมเบอร์เกอร์คำเล็กๆถูกกัดโดยเจ้าของกลีบปากบางได้รูปแม้จะประกาศภาวะฉุกเฉินพร้อมรบแล้ว แต่เธอกลับไม่กระตือรือร้นหรือสนใจการต่อสู้ที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยกล้องส่องทางไกลคว้ามาและส่องไปที่ท้องทะเลที่มีกลุ่มควันและแสงระเบิดฉายอยู่ตลอดแต่ก็เหลือเกินจริงๆ โมบิลสูทที่บ้าระห่ำนั่น บุกมาที่กองเรือด้วยตัวคนเดียวจริงๆไม่มีกำลังตามมาเสริมในเร็วๆนี้ด้วยแน่และเธอก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปโจมตีดูแรนดัลอยู่แล้วด้วย
                                   “ยิ่งดู...ยิ่งหน่ายใจกับความห่วยของกองทัพเราซะจริงเนอะชุนชุน...”
                                    **ไม่ได้เรื่องไม่ได้เรื่อง**
          ฮาโล่ขนาดเท่าลูกเปตองของเธอกระโดดขึ้นมาบนใหล่และมองไปที่การต่อสู้ที่ยังดำเนินอยู่เหมือนดูแรนดัลนั่นจะมาเพื่อใครบางคนบนนั่นมากกว่าจะมาสู้ซะอีก ก็นะ... ในเรือนั่นคนบนนั้นทำอะไร ไหนเลยเธอจะไม่รู้                     
                                       **ซาเนีย เค้ากินมั่งเค้ากินมั่ง**
                                    “กินได้ที่ไหนล่ะเดี๋ยวได้พังเอาพอดี แล้วก็ลงไปจากหัวชั้นนะ=___=*”
                                    **แย่จังแย่จัง**
           เบอเกอร์คำสุดท้ายถูกส่งเข้าปากของหญิงสาวในชุดนักบินของRuzonซาเนียเคลียเส้นผมที่โดนลมพัดจนปิดตาออกเผยให้เห็นดวงตาสีเหลืองเงาแสงและเขียวทับทิมผมยาวเหยียดถึงต้นขาลอยตามลมชายเขาทอดเงาสีเทาเงินซาเนียยืดแขนเพื่อเตรียมตัวไปร่วมลุยเมื่อเห็นท่าไม่ดีขึ้นมาเธอเดินไปหาร่างดำทะมึนที่นั่งคุกเข่านิ่งสนิทที่ซ่อนอยู่ในเงาไม้อย่างไม่รีบร้อนและหันไปมองดูแรนดัลเป็นครั้งสุดท้าย
                                     “คลื่นโทรศัพท์ที่ให้หาอยู่ที่เรือนั่นไม่ผิดแน่ แต่ห้องที่เธออยู่นั่นอีกเรื่อง”
                                     “แค่นั้นก็พอ...แต่ต้องมาคิดทางถ่วงเวลาซะก่อน”
                                     “ชั้นเรียกพวกของชั้นมาแล้วแต่น่าจะอีกเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึง”
                                      “รอนานกว่านี้ไม่ได้นี่มันนานเกินไปแล้ว ไอเนะทนต่อไม่ใหวแน่ๆ”
                      จริงอย่างที่อิสะกะว่า สถานการณ์ในห้องทดลองบนเรือผลิตอาวุธตอนนี้ร่างกายของไอเนะเริ่มอ่อนล้าและซีดสีขึ้นมาอย่างชัดเจนมันอาจจะเหมือนการบริจาคเลือด แต่ต่างกันตรงที่ เลือดของเธอที่ถูกสูบออกมามันมาเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะรับมันได้ บางที เธออาจจะทนได้อีกไม่นาน
                                         “...........”                  “ช่วยไม่ได้นะ... ใหนๆก็ช่วยแล้วท่าทางคุณต้องจ่ายเพิ่ม”
                                         “ได้...”                 “ตกลงง่ายดี”
                                         “ชั้นไม่มีเวลามากอย่างที่เธอคิด”                 “งั้นก็ลงไปลุยเอาละกันตรงนี้ชั้นน่าจะยันไว้ได้อยู่”                     
                    มิอันผ่อนลมหายใจออกมาดับความเกร็ง และดูรูปแบบการบังคับของดูแรนดัลกรายๆดูเหมือนจะต่างจากเมโรดี้ของเธอเอาการ แถมรูปแบบการสู้ก็ไม่ใช่แนวแต่ก็น่าจะพอไปได้
                                            “เธอคงไม่ได้หมายความว่า...”                   “ชั้นจะขับดูแรนดัลเองส่วนคุณก็ลงไปช่วยองค์หญิงเอาละกัน ให้ไวนะ”
                                             “.......”                “ไม่มีเวลาให้คิดไม่ใช่เหรอ?”
               แม้จะพอรู้ว่ามิอันไม่ใช่เด็กธรรมดาๆ แต่เค้าก็ไม่มั่นใจว่าเธอจะขับดูแรนดัลใหวเธอมองมาที่เค้านิ่งๆ แต่เหมือนในความนิ่งของแววตาเธอกำลังร้องขอให้เค้าเชื่อใจเธอ
                                           “ขออย่างนึงสิ...”                 “...ถ้าไม่มากชั้นอาจจะพอพิจารณานะ”
                                            “อย่าฝืนเด็ดขาด...เธอห้ามตายเด็ดขาด...”              “........”
                                            “ถึงชั้นจะจำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้แต่ชั้นก็รู้...ว่าเธอสำคัญ...”
                                             “...คิดไปเองมั้ง...”
                                             “ชั้นจะรู้... ถ้าเธอยังอยู่”
                 ค็อกพิทของดูแรนดัลค่อยๆเลื่อนเปิดออก มิอันเข้ามานั่งที่นั่งคนขับและพาดูแรนดัลลงมาที่พื้นเรือ ปืนใหญ่ต่อต้านโมบิลสูทยิงเข้ามาใส่ทันทีมิอันยกโล่แสงของดูแรนดัลขึ้นมากันกระสุนไว้ได้ ทันทีที่ระเบิดสงบลงอิสะกะก็กระโดดลงจากดูแรนดัล พร้อมบุกเข้าไปในตัวเรือทันที
                                         --ระวังด้วยนะ เร็วๆด้วย ท่าทางคงมีกำลังเสริมตามมาแน่ๆ--
                                           “เข้าใจละ! เธอเองก็ด้วย!!”
                                         --แรงดันส่งตัว เคลียล์ พลังงานพร้อม บรรจุอาวุธพร้อม--
                                           “ดูเหมือนจะมีเรื่องผิดคาดเกิดขึ้นอีกแล้วราส...”
เจนิเอลติดต่อมาบอกราสที่เตรียมออกตัวถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
                                            “เยี่ยม...โคตรรื่นหู อะไรล่ะ?”
                                           “ไม่รู้ว่าอะไรนะ...แต่เป้าหมายของเรา จะโดนดูแรนดัลโจมตีอยู่...”
                                            “ดูแรนดัล? เจ้านั่น เป็นเครื่องของRuzonด้วยกันไม่ใช่รึไง?”
                                            “ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะแต่ทางที่ดี เราต้องสนับสนุนดูแรนดัล และช่วยประชาชนบนนั้น”               “ไหงงั้นฟะ...เออ...รับทราบ”
               แม้จะไม่ค่อยสบอารมณ์แต่ในสถานการณ์นี้ ประชาชนต้องมาก่อนอารมณ์ส่วนตัว ราสกดไล่ระบบพร้อมปล่อยตัวสติคม่า ครั้งนี่เค้าคงไม่สามารถใช้อิมมอทัลได้เพราะเครื่องยังอยู่ในระหว่างซ่อมแซม ทีโอเลยทำหน้าที่มาช่วยสนับสนุนแทนในใจของหนุ่มผมทองคิดอย่างหวาดๆขออย่ามาทำปืนลั่นใส่เค้าด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวละกัน=___=;;
                                            “ถ้าซีวิตยังสู้ได้ชั้นจะขอเปลี่ยนพาร์ทเนอร์”
                                           “ตายละ...จู่ๆก็อยากทำปืนลั่นแฮะ(. .)**”
                                            “พี่เจน เปลี่ยนเลย ด่วนๆ=A=;;;”
                                             “เลิกเล่นกันได้แล้ว ได้เวลาแล้ว”
                                             “เฮ้อ~...คราวซวยสินะ”
                                              --ยืนยันตัวนักบิน..--
                            “ราส R. รีเบิร์น... ยืนยันภารกิจสติคม่า กันดั้ม ไปล่ะครับ!!!”
            ปีกไอพ่นของสติคม่าเลื่อนเปิดออกให้ทรัสเตอร์เบื้องหลังซัดแรงดันออกมา สติคม่าพุ่งออกมาจากรันเวย์ และบินไปสู่ท้องฟ้าเหนือทะเลในเขตยานราสหยุดรอดูมตามออกมา และออกตัวไปพร้อมๆกัน
                                   “ครั้งนี้ต้องลุยช่วยดูแรนดัลสินะ”                   “อืม... ถึงจะไม่สบอารมณ์ก็เหอะ”
                                   
              ราสเหยียบคันเร่ง เร่งความเร็วสติคม่าขึ้นไปอีกตามประสาของนักซิ่งตัวยง ทีโอมองตามอย่างหน่ายเซ็ง นิสัยเสียของราส แต่ก็นะ...เพราะไอ้นิสัยที่ชอบซิ่งนี่แหละ ที่ทำให้เธอกับเค้าสนิทกันได้
                สำหรับเธอราสเป็นเหมือนน้องชายที่ไม่รู้จักโต หวังว่านิสัยเสียหลายๆอย่างคงดัดได้มั่งล่ะน่า
                    ปัง!!!                     พิ้ง!!!
                          
               กรรม...ปืนที่ไอ้พวกนี้มันใช้มันมีกระสุนไม่อั้นเลยรึไงกัน=___=**ผมกัดดึงสลักระเบิกน้อยหน่าในมือออก และโยนใส่กลุ่มททหารที่บริจาคตะกั่วใส่ผมอยู่
                                        “ระเบิด!!!”                “หลบ!!! ระเบิด!!!”
                  เออ!! ระเบิดไง!! เก่งจริงอย่าหลบนะเอ็ง=w=**
                                                         บรึม!!!
                                        “อ้าก!!!!”
                  เยี่ยม... มันไม่หลบจริงว่ะสงสัยกองทัพเลี้ยงฟางแทนข้าว ฉลาดซะ(_ _)d+
                                        “แก!!!ตายยยยย!!!”
                                                                            ปัง!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง!!!
                 เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟ แย้ก!!!p[]q;;;ไอ้สองตัวที่เหลือถึงกับของขึ้น บุกเข้ามาสาดยิงใส่ผมเอาดื้อๆ เข้าทางเด่ะ=___=+
                                                                              ฉึก!!!
                  ดาบยาวของผมเขวี้ยงไปปักอกทหารคนนึงเหมือนจะตรงจุด มันล้มลงทั้งๆที่ยังจับปืนอยู่ ปืนAKที่มันถือลั่นใส่เพดานและเพื่อนที่วิ่งมาด้วยกันจนผมแทบไม่ต้องออกแรงทันทีที่ทางโล่ง ผมก็วิ่งไปดึงดาบออกมาและวิ่งไปตามทางต่อ จากปากคำของพยาน(?) เหมือนที่ที่ไอเนะอยู่จะอยู่ที่ห้องทดลองใต้ท้องเรือ ไกลแล้วไกลอีกผมแวะเก็บระเบิดมือสองสามลูกจากทหารที่นอนตายข้างทางมาเก็บไว้พร้อมกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง จะให้ลุยแบบดาบสู้ปืน ผมก็ไม่สดพอ เชื่อดิ=__=;;
                  ชั้นจีสาม... อีกสองชั้นชั้นต่อไปคือคลังแสง... กรรม ถ้ายิงมั่วซั่ว ผมได้ตายอนาถแบบเละแล้วเละอีกและที่เป็นฝันร้ายของผม ที่นี่ไม่มีใครใช้อะไรยิงๆ จะมีก็แต่ทหารร่างเท่าตึกใส่ชุดเกราะวิ่งถือกระบองไฟฟ้าพุ่งเข้ามาหาผมเป็นกอง บ้าเอ๊ย!!!โปะยาสลบชั้นก่อนแล้วค่อยฆ่าเถอะมากันอย่างนี้TOT;;;
                 ทหารรักษาการณ์พุ่งเข้ามาและฟาดกระบองเข้าใส่ผม ผมยกดาบในมือขึ้นขวางไว้แรงกระแทกส่งแรงมาปะทะ บ่งบอกถึงพละกำลังที่อีกฝ่ายมี ถ้ามีเครื่องป้องกันขนาดนี้แต่ละคน คงต้องใช้พละกำลังและจังหวะในการรุกสูงขึ้นพอดูต้องมองหาจุดอ่อนที่ชุดเกราะป้องกันน้อยที่สุด และซัดซะ
                                             แก๊ง!!!
                  ทันทีที่ตะบองปะทะกับคมดาบผมก็เห็นสะเก็ดไฟกระเด็นออกมา เอาสิ...โดนไปที่คงไม่จบแค่โดนช็อตแน่ผมถีบเอาร่างใหญ่ของทหารที่ฟาดตะบองมาออกห่าง อีกคนก็สลับพุ่งมาเหวี่ยงตะบองใส่อีกผมเอี้ยวตัวหลบ เสียงของตะบองไฟฟ้าหวดลมส่งเสียงกระแสไฟวูบผ่านไปอย่างน่าหวาดเสียวดาบในมือฟาดใส่แขนของมันอย่างแรง แต่เกราะที่แขนของมันกลับกันไว้ได้ความแข็งของเครื่องป้องกันทำให้ดาบของผมผละออก ก็น่าอยู่
            เมื่อดาบแรกเสียเปล่าแขนขนาดเท่าเสาบ้านก็กระทุ้งเข้าที่ตัวผมอย่างแรง ซัดร่างผมปลิวไปชนกับแท่นวางจรวดข้างหลังอย่างแรงยังไม่ทันที่ความรู้สึกจุกจะทักทายไอ้กระทิงอีกตัวก็พุ่งมาอัดผมติดกับจรวดอีกครั้ง
                                              ปึง!!!
                                 “แค่ก!!!”
              ถึงกับตัวกับท้องชาใหล่ของบักกระทิงนี่มันทำจากอะไรวะ!!? ซี่โครงจะหักรึเปล่าเนี่ย!!?=[]=;;เมื่อมันเห็นผมยังยืนใหว คราวนี้เลยกะเอาตะบองมาหวดให้สลบซะงั้น ไอ้มักง่าย=___=**
                                              ปัง!!!           พิ้ง!!!
              บ้าเอ๊ย!!! อุตส่าห์ยิงระยะประชิดก็ยังไม่เข้าเรอะ!!? ไอ้เกราะบ้านี่แข็งเพื่อ!?T[]T;;แต่มันก็หน้าผงะไปหน่อย ผมยกเท้าทั้งสองขึ้นและถีบใส่เข้าที่หน้าของมันซะไม่ล้มก็เอาเด่ะ=A=***
                                            ตึง!!
               เมื่อตัวแรกล้มทหารที่อออยู่ข้างหลังก้ตรงเข้ามาหวดตะบองในมือใส่ผมกันเป้นวัวหลงทิศผมมุดตัวเข้าใต้จรวด หลบดงตะบองที่ฟาดลงมาเสียงพวกมันหวดตะบองพลาดไปโดนจรวดส่งเสียงกระแทกดังออกมา เอ้ยๆ ตู้มนะตู้ม=A=;;;
                                   “ตามมันไป!”
                 จังหวะนี่ผมต้องวิ่งออกไปจากตรงนี้ ก่อนที่จะมีอันวินาศเพราะความคลุ้มคลั่งของฝูงกระทิงนี่ผมวิ่งมาได้ไม่นาน ก็มีพวกมันสามสี่คนโดดลงมาดักหน้า โอย... ถ้ามาทีละคนยังพอทำใจนี่เล่นยกมาเป็นแก๊งค์ ถ้ามากันอย่างนี้ ไม่ต้องมีมันแล้วพระเอก ฆ่าเลยเหอะ=___=;;;
                                        เคร้ง!!!
                 ทหารที่นำมาฟาดตะบองใส่ผมที่กันดาบไว้อีกครั้ง...จัดการไอ้ตะบองนี่ก่อนท่าจะดี ระหว่างที่มันกดแรงต้านดาบผมลงมาเรื่อยๆผมก็ชักปืนออกมา และยิงใส่ตะบองไฟฟ้าจนมันหักกระเด็นออก ซึ่งได้ผลเกินคาดทหารที่กดแรงลงมาสุดตัว พอเสียหลักก็ไม่มีการป้องกันดาบยาวของผมกระแทกเข้าที่สีข้างของมันจนทะลุไปอีกข้างเลือดสดๆของมันกระเด็นมาฉาบมือผมจนรู้สึกอุ่นร้อน ผสมเหนียวแปลกๆ
                   ผมกระชากปลอกแขนของทหารที่พึ่งตายไปออกมาสวมไว้ที่แขนข้างหนึ่งถ้ามีเครื่องป้องกันมั่ง คงปลอดภัยขึ้นมาหน่อย
                   ดูเหมือนแม้เพื่อนจะโดนผมฆ่าไปคนนึงแต่พวกมันก็ไม่แตกตื่นเท่าใหร่ ท่าทางจะเจอของแข็งกว่าที่คิด เอาตามตรง...ถ้าไม่กลัวไอ้จรวดที่วางรอบๆมันตู้มขึ้นมา ผมจะเอาระเบิดที่เอวไปสอยซะให้จบๆไป  ยิ่งปล่อยไว้นาน... ไอเนะก็ยิ่งแย่มากขึ้น
                                     “เท่าที่ดูๆนั่นมันองค์ชายของโฮลป์ไม่ใช่รึไง?”
                                     “องค์ชาย?... เออ ก็น่าใช่ ไอ้อาวุธนั่นก็คิดอยู่ ว่าคงโผล่ลายแน่ๆ”
                                     “..........”
                       ผมเงียบฟังคำดูแคลนของพวกมันสำหรับพวกนี้ ผมก็เป็นแค่อาวุธจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน... อาวุธอย่างผมยังต่างกับอมนุษย์ที่คิดจะฆ่ายัยนั่นอย่างเลือดเย็น
                                     “มันก็คงมาช่วยนังเด็กที่เราไปเอามาน่ะแหละ...อาวุธมีชีวิตเหมือนกัน คงมาคุ้มกะลาหัวพวกเดียวกัน”
           
       กึง!!!
                                   “ไม่ใช่อาวุธนะ!!!”


--------------------------------------------------------------------------------------------------------**

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 4-12-2016 04:56 , Processed in 0.085276 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้