ดู: 220|ตอบกลับ: 0
EP. 8   ริษยา            อาวุธทั้งสอง
               
                    เลือดของอิสะกะถูกส่งไปให้ไอเนะเรื่อยๆ เธอเริ่มจะฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่ได้สติแต่ทุกอย่างกำลังดูดีขึ้นตามลำดับ โลเกียมองดูอย่างโล่งใจและถอยกลับไปนั่งหมุนรูบิคอย่างเดิมดับอารมณ์ตึงเครียดเมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน แต่ก็ยังเลิกห่วงไม่ได้เค้าต้องเลือกถ่ายเลือดให้ไอเนะแค่พอจะรอดชีวิตเท่านั้นนั่นก็เพื่อให้อิสะกะพอจะมีเรี่ยวแรงเหลือจะพาไอเนะหนีออกไปตามทางหนีที่เค้าบอกได้
                                      “อีกสิบนาทีคุณจะเริ่มสติพร่าเลือนขึ้นมาเล็กน้อยตั้งสติให้ดี อย่าบ้าระห่ำนัก ถ้าไม่อยากวูบเอากลางอากาศทางหนีที่ให้ไปอากาศค่อนข้างน้อย คุณต้องใช้แรงและสติที่มีให้ฉลาดเข้าไว้”
                                      “ดูเหมือนสติชั้นจะเลือนรางได้ที่ชั้นฟังคำพูดแกไม่รู้เรื่องเลย=..=;;;”
                                      “อืม... คงตั้งแรงสูบมากไปหน่อยสำออยกว่าที่คิด(. .)”
                                       “คำเมื่อกี๊ชั้นได้ยินนะเฮ้ย=____=**”
                                               ครืน!!!
                   แรงสั่นอย่างรุนแรงแผ่ออกมาจนพวกของอิสะกะที่อยู่ใต้เรือรู้สึกได้ข้างบนคงมีการต่อสู้ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมมาก กำลังเสริมของRuzonคงมาถึงและเริ่มสู้แล้ว
                     ไฟฟ้าในห้องเริ่มใหววูบท่าทางจะไม่ดีเท่าใหร่ โลเกียหันไปมองมอนิเตอร์ที่เริ่มวูบดับไปเพราะระบบตัดไฟฉุกเฉิน การถ่ายเลือดเริ่มต้องชะงักไปแต่กกลับมาเมื่อการจ่ายไฟยังคงทำงานได้ปกติ โลเกียถอยไปนั่งและถอนหายใจอย่างโล่งอก
                                       “เกือบไปแล้ว...คงต้องเร็วกว่านี้เพราะเหมือนเวลาจะไม่คอยท่า”
                                       “...เลือดของไอเนะ...ของคอลลอยด์มันจำเป็นต่อพวกแกยังไงกันแน่?”
                                      “............”                   “แกไม่ได้อยากจะทำเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่รึไง?”
                                       “ไม่มีใครสนว่าอยากทำมั๊ย? สำคัญที่ว่ามีคนสั่งแล้วต้องทำ”
                                      “............”                   “การโคลนนิ่งนักบินที่มีศักยภาพสูงและปลูกถ่ายDNAเฉพาะของคอลลอยด์เข้าไปทำให้สามารถสร้างสายพันธ์เพื่อสงครามโดยเฉพาะได้”
                                       “ฟังดูโอเวอร์ดี”                 “กับคุณคงเห็นเป็นอย่างนั้นแต่มันก็กำลังเริ่ม อาวุธที่อยู่ในร่างมนุษย์ในหลอดสังเคราะห์ รอDNAของคอลลอยด์ไปเติมเต็มและรอวันจะออกมาทำหน้าที่อาวุธที่ขับโมบิลสูทคอลลอยด์นับพันรึอาจเป็นหมื่นตายเพื่อให้กำเนิดอาวุธชีวภาพเพียงห้าถึงหกคน...”
                                        “ฆ่าคนเป็นพันๆเพื่อกองทัพกองเดียว?”
                                        “...แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับเค้า...กองทัพอันบอร์นเหล่านั้น ทรงคุณค่ากว่าคนตายนับพัน”
                                       “แล้วแกเห็นด้วย?”                  “..........”
                                        “...........”                  “ไม่มีทางอยู่แล้ว ไม่ใช่รึไง?”
                                                          วูบ!!!!
               ในที่สุดไฟที่เริ่มริบหรี่ในห้องทดลองก็ดับมืดลง โลเกียเปิดไฟสำรองขึ้นมาให้การถ่ายเลือดให้ไอเนะผ่านไปอีกนิดก่อน แค่ให้หมดถุงเลือดที่ค้างอยู่นั่น
                                          “ไม่มีเวลาเท่าที่คิดแฮะเธอยังไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด แต่ไม่มีทางเลือก รีบพาเธอไป”
               โลเกียช่วยอิสะกะที่อ่อนแรงพยุงไอเนะขึ้นมาพาดใหล่ไว้แผ่นผนังถูกลากออกให้เห็นเป็นช่องว่างพอให้คนลอดผ่านได้ ที่หน้าประตูห้องทดลองโลเกียได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆที่กำลังวิ่งมาที่ห้องที่เค้าอยู่
                                    “เห็นสายไฟสีแดงเข้มเส้นใหญ่นั่นสินะตามมันไป มันจะพาคุณไปที่ลานจอดที่หน้าเรือ ระหว่างทางจะมีทหารอยู่แค่ใหนผมไม่รู้แต่ถ้าค่อยๆผ่านไปเงียบๆ มันก็ไม่น่าจะทันสังเกตุ ผมน่าจะยื้อพวกที่กำลังมาได้ไม่นานเร็วๆเข้า”
                                     “ถึงจะไม่อยากจะพูดแต่ก็ขอบใจละกัน”
                 แผ่นผนังถูกเคลื่อนมาปิดไว้ให้อิสะกะได้แอบหนีไปโลเกียเดินตรงห่างออกมาจากจุดที่อิสะกะหนีไป และเดินไปเปิดแง้มช่องแอร์ที่อีกฟากตบตาทหารที่กำลังเข้ามาว่าอิสะกะหนีไปทางช่องแอร์นั่นคมดาบของโลเกียยกขึ้นและกรีดเข้าที่ข้างเอว จนเป็นแผลออกมาเล็กน้อยพอให้เลือดได้ตบตาว่าเค้าถูกเล่นงานเอา
                                                      ตูม!!!!
                    ประตูถูกระเบิดออกพร้อมทหารกองใหญ่ที่สาดไฟมาในห้องที่มืดและมีแววเสียหายที่ไม่ไกลจากกลุ่มทหาร หัวหน้าทีมฉายไฟไปเจอร่างของโลเกียนอนพิงแผงควบคุมอยู่
                                    “เรียกทีมแพทย์...มีคนของเราบาดเจ็บ”
                                    “ผู้กอง!! มีร่องรอยของพวกมันเปิดหนีไปทางช่องระบายอากาศครับ!!”
                                   “ตามปล่องแอร์ไป!!จับเป็นไม่ได้ กจับตายมันมา!!”
                   ได้ผล...ทหารที่นี่สมองน้อยกว่าที่ใครจะรู้
                 สถานการณ์ข้างนอกที่หน้าเรือโมบิลสูทของRuzonรู้ ว่าเป้าหมายของข้าศึกคือตัวประกันและเหยื่อทดลองของกองเรือแต่ตอนนี้ ที่สำคัญที่สุดคือทรัพยากรของวัตถุดิบในการสร้างกองทัพชีวอาวุธในเรือลำที่พวกอิสะกะอยู่นี่มากกว่าเมื่อทรัพย์สินที่ทรงคุณค่ากำลังอยู่ในอันตราย กองทัพRuzonจึงส่งราชสีห์ที่คลุ้มคลั่งอย่างเนเมอามาไล่ตะเพิดกลุ่มข้าศึกไป
                                  “ห่วยแตก!!ห่วยแตก!! แค่หุ่นสวะกับกันดั้มถูกๆทำไมถึงปล่อยให้มันยำได้วะ!?”
                  ซันเซสฟาดดาบเลื่อยใส่กองโจรคนหนึ่งจนแขนขาดออกเพื่อนโจรด้วยกันเห็นท่าไม่ได้ จึงเหวี่ยงลูกตุ้มมารั้งแขนขาของเนเมอาไว้เรี่ยวแรงที่เหนือกว่าของโมบิลสูททั้งสี่เครื่องรวมกันของเนเมอาออกแรงยื้อดึงโซ่ลูกตุ้มที่คล้องรัดอยู่จนสั่นแรงรอยยิ้มของซันเซสแสยะขึ้นอย่างดูถูกกองโจรของเมโรดี้
                                    “กากว่ะ!!กากเป็นบ้า!!!”
                 
                    คมเลื่อยของเนเมอาผละออกจากตัวดาบและพุ่งไปรุมกรีดร่างของโมบิลสูทที่รัดตรึงเค้าไว้จนเกิดเป็นแผลลึกนับไม่ถ้วนกองโจรต้องผละปล่อยโซ่ที่จับไว้และหนีไปซันเซสหัวเราะอย่างชวนหัวและแปลงเป็นโมบิลอาเมอร์พุ่งไปฝังเขี้ยวใส่เจกันของกองโจรเครื่องหนึ่งคมเขี้ยวกัดทะลุร่างเจกันและดึงสะบัดออกบ่าและคอของเจกันฉีกขาดออกมาด้วยคมเขี้ยวและระเบิดออกมา
                      ทีโอยิงปืนใหญ่ใส่เมื่อเห็นเนเมอาหยุดนิ่งชั่วขณะ ลำแสงขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาสิงโตสีขาวที่เผยคมเขี้ยวรอเนเมอากลับเป็นโมบิลสูทและชกกรงเล็บใส่ลำแสงจนกระสุนนัดยักษ์ของทีโอถึงกับใหวเอนและเบี่ยงไประเบิดใส่โมบิลสูทกองโจรข้างหลังของเนเมอาแทน
                                    “กระสุนอะไรวะ?ไม่ได้น่ากลัวเล้ย!!มีแต่ขนาดงั้นสิ!?!”
                  ปืนแสงที่ฝ่ามือของเนเมอาเลื่อนออกมาและยิงใส่ดูมอย่างรัว กระสุนแสงที่รวดเร็วสีเหลืองสว่างของเนเมอาพุ่งเข้าหาที่โอที่บังคับดูมให้บินหนีแต่ยิ่งหนี ซันเซสที่ลากกระสุนเข้าใกล้ทีโอมากขึ้นทุกทีๆ
                                    “ฮ่าๆๆๆๆ!!!!ตาย!ตายยยยย!!!!!”
                                    “แกสิตาย!!!ไอ้โรคจิต!!!”
                     
                                                   กึง!!!
                   สติคม่ากระโดดพุ่งมายกขาทั้งสองถีบเข้าที่ร่างของเนเมอาจนปลิวตกไปกระแทกที่เรือเฝ้าระวังอย่างแรงราสสะบัดบีมไรเฟิลออกมาและกระหน่ำยิงใส่เนเมอาอย่างไม่ถนอมกระสุน เนเมอาตั้งกรงเล็บฟูลบลาสต์ขึ้นดีดกระสุนจากสติคม่าออก และสะบัดแส้ตรงเข้าหาสติคม่าทันที
                   เสียงแส้หวีดผ่านสติคม่าไปอย่างฉิวเฉียดแผ่เสียงออกมาอย่างน่าขนลุกราสยกคันธนูขึ้นและยิงใส่เนเมอาทันที ลูกศรพลังพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วซันเซสไม่อยากเสี่ยงรับตรงๆ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และก็อย่างที่คิดทันทีที่ลูกศรพุ่งทะลุลำเรือลงไป  แรงระเบิดรุนแรงก็ซัดแรงออกมาพร้อมซากเรือที่แหลกระเบิดออกมาน้ำทะเลซัดสูงขึ้นมาฉาบร่างของเนเมอาจนเปียกปอน
                                      “แรงเว้ย...ฮิๆๆๆ น่าสนุกล่ะทีนี้”            
                          
                                      “ไอ้บ้านั่น เร็วชะมัด!”
                   ราสสบถออกมาและพับธนูไปเก็บไว้ที่หลัง เพื่อให้ทำหน้าที่ทรัสเตอร์เสริมความเร็วต่อแทนบีมเซเบอร์เขียวสว่างถูกหยิบออกมาใช้แทนธนูที่ต้องชาร์จพลังงานแทน
                                    --ราส...เจ้านั่นพลังงานสูงลิ่วเลย... บางทีอาจเป็นฟูล บลาสต์--
                                     “เยี่ยม=___=;;ชั้นด็อคกิ้งไม่ได้แถมใช้เนเมซิสไม่ได้ ซวยสองชั้น”
                                   “น่าสมเพชจริงโว้ย!! แค่นั้นก็เจียมกะลาหัวแล้วสินะว่าชนะชั้นไม่ได้!!”
                ซันเซสหัวร่อออกมาอย่างแสนอารมณ์ดีกรงเล็บที่มือทั้งสองขยับเล่นอย่างอารมณ์ดีและกรีดไปมาทีโอเองก็ไม่อยากจะเถียงให้เป็นการอวดดี แต่เนเมซิสของเธอมีอานุภาพแค่เพิ่มความเร็วในการล็อคเป้าและเพิ่มความรุนแรงของปืนเท่านั้น ไม่มีทางที่จะรับมือกับเนเมอาตรงๆได้เลย
                                      “เปล่า... แต่นั่นก็ดีชั้นจะได้ใช้ไอ้เท่าที่มี กุดคอหุ่นของแกไง- -*”
                                      “ปากเก่งดีว่ะ...ไอ้เปรต!!!”
                   เนเมอาพุ่งเข้ามาและฟาดกรงเล็บในมือซ้ายลงมาใส่ราสที่ตั้งดาบรออยู่แล้วเพราะเป็นฟูล บลาสต์เทียม ดาบบีมเซเบอร์ของราสเลยยังปะทะต้านไว้ได้อยู่แต่เรี่ยวแรงจากร่างที่ใหญ่และทรงกำลังกว่าของเนเมอา ก็กดแรงดันคมเล็บลงมาเรื่อยๆราสเร่งทรัสเตอร์ยื้อแรงเอาไว้ ซันเซสง้างกรงเล็บจากมืออีกข้างขึ้น และจะหวดลงมาแต่กรงเล็บใบมีดของเฟรดดี้ ครูเกอร์ก็พุ่งมารัดดึงแขนอีกข้างของเนเมอาไว้
                                         “อะไรว้า~!!? ไอ้พวกนี้ มันเยอะซะจริง!!!”
                                          “อาทีมิส!!”
                                          “!!?”
                                                  เคร้ง!!!
                   ดาบสีเหลืองพุ่งตรงมาหาเนเมอาอย่างรวดเร็วซันเซสต้องเหวี่ยงกรงเล็บที่ต้านกับราส
อยู่ออกและยกมันมาสกัดดาบที่พุ่งเข้ามาแทน
                                      “ดาบนั่น...?!”
                                      “ขอยืมหน่อยละกัน!!”
                     อาทีมิสที่กระเด็นจากการปะทะ ถูกสติคม่าคว้าไว้และเหวี่ยงฟาดลงมาใส่เนเมอาสุดแรง ซันเซสแหงนหน้ามองคมดาบที่คุ้นตาที่เคยหายไปกรงเล็บของเนเมอาสะบัดขึ้นขวางอาทีมิสไว้เสียงปะทะของกำลังของโมบิลสูทสองเครื่องแผดออกมา
                                        “ดาบนั่น! ของปีศาจคุง”
                                        “ไม่ว่าแกพล่ามอะไรแต่ถ้าถูกใจดาบนี่ ชั้นก็จะใช้มันตัดคอแกให้!!!”
                      ซันเซสแสยะยิ้มอย่างอารมณ์ดี เมื่ออีกฝ่าย ประกาศว่าจะสังหารตนคำพูดนั่นของราส คือการกระตุกต่อมความอำมหิตในตัวซันเซสได้อย่างดี
                                            “งั้นขอดูหน่อย!!! ว่าไอ้ดาบนั่น!!กับแก จะแน่อย่างที่กร่างไว้รึเปล่า!!?”
                  
                     ดวงตาเดี่ยวของเนเมอาสะบัดแสงกู่คำรามและพุ่งเข้ามาแกว่งฟาดกรงเล็บใส่สติคม่า ทีกำลังหวดดาบลงมาเช่นกันคมพลังทั้งสองพุ่งฟาดแรงเข้าสหากันอย่างรุนแรงอาทีมิสที่ไม่คุ้นมือของสติคม่าเท่าใหร่ผละหลุดมือออกไปซันเซสกรีดยิ้มอย่างเยียบเย็น และง้างกรงเล็บขึ้น กะจะฟาดตัดกลางตัวของสติคม่าซะ
                 ราสเรียกสติกลับมาและกระชากบีมเซเบอร์ออกมาและสกัดดาบของเนเมอาไว้ซันเซสหัวเราะในลำคอและผละถอยออกๆไปจากสติคม่าปืนจากฝ่ามือของเนเมอากราดยิงใส่สติคม่าอย่างคลุ้มคลั่งเสียงหัวเราะของซันเซสระเบิดออกมาเมื่อเห็นราสเป็นฝ่ายถอยหนีเอง
                                         “ฮ๊า!!!ฮ่าๆๆๆๆ!!!หนีเข้าไป หนีเข้าป๊ายยยยย!!!!”
                                         “หนอย... ไอ้โรคจิตเอ๊ย=___=**”
                                       --ราส!!ระวัง!!!--                       
            ทีโอร้องบอกถึงคมดาบแสงที่พุ่งคมเข้าหาราสจิมเครื่องหนึ่งซัดดาบใส่ราสพร้อมกับเครื่องอื่นๆที่โถมเข้ามาพร้อมๆกัน
                                        “เพราะงี้ไง...ถึงเกลียดทหารของRuzon”
                                                            เคร้ง!!!!!
                       ดูแรนดัลเงื้อดาบออกมาฟาดสกัดกรงเล็บของเนเมอาไว้ มิอันยกปืนขึ้นมาแทนและยิงใส่เนเมอาในระยะประชิดกระสุนพลังระเบิดอานุภาพออกมาใส่หน้าของสิงห์คลั่งจนหน้าหงายไป
                                                            เปรี้ยง!!!!
                       
                                        “ก๊าก!!!!ฮ่าๆๆๆ!!!”                  
                                        “!!??”
                             ในกลุ่มควันที่ยังลอยคลุ้งเสียงหัวเราะของเนเมอายังคงลอยออกมาหลอกหลอนอยู่ราสเริ่มจะรู้สึกว่าคู่ต่อสู้จะเริ่มตึงมือกว่าที่คิด
                                        “เล่นแรงนะ ไอ้พวกกากสวะ!!!”
                            ไอแสงจากพลังงานที่เพิ่มขึ้นของเนเมอา เป็นสัญญาณบอก ว่าตอนนี้ทุกอย่างเริ่มจะเลวร้ายขึ้นกว่าที่ราสคาดคิด เนเมอามีดวงตาที่เปลี่ยนไปพร้อมๆกับซันเซสที่มีอาการแปลกๆเผยขึ้นมา เส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่ข้างขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัวแต่ตอนนี้ซันเซสกลับควบคุมความรู้สึกนี้ได้แล้ว กลายเป็นความรู้สึกที่พลุ้งพล่านกระหายเลือดเข้ามาแทน  
                                     “ถลกหนังมันเลย!!!เนเมอา!!!!”                           
                                       
                                               FULL BURST SYSTEM




--------------------------------------------------------------------------------------**Next part.
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 9-12-2016 12:48 , Processed in 0.038761 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้