ดู: 323|ตอบกลับ: 0

[LightNovel] InfiniteFinal ค้นอดีต-พลิกชะตาโลก ตอน 1

[คัดลอกลิงก์]
ในห้องแลปที่มืดทึบอึมครึม นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งเดินไปตามทางงที่เต็มไปด้วยหลอดแก้วขนาดใหญ่ข้างในนั้นมีเด็กกำลังลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางน้ำเลี้ยงสีเขียวมันคงเป็นการทดลองอะไรสักอย่าง แต่พอสังเกตดูดีๆแล้วก็ได้เห็นว่าเด็กพวกนี้หน้าตาเหมือนกันทุกคน ผมหยักศกสีเข้มประมาณด้วยตาเปล่าน่าจะเป็นสีดำ ดวงตาปิดสนิทเลยมองไม่ออกว่าเป็นแบบไหนภาพที่เห็นทำให้ผู้ช่วยคนสนิทของเขาเกิดอาการหวั่นใจขึ้นมา
“ท่านอัลเครนครับ”
นักวิทยาศาสตร์คนนั้นยักยิ้มตอบกลับโดยไม่หยุดฝีเท้า
“ว่าไง”
“เด็กพวกนี้เกี่ยวข้องยังไงกับเด็กผมดำที่ท่านเคยบอกว่าเป็นร่างต้นแบบรึเปล่าครับ?”
“อื้ม... เกี่ยวข้องยังไงหรอถ้าถามแบบนั้นก็คงตอบว่าพี่น้องล่ะมั้ง แต่ไว้ค่อยอธิบายทีเดียวแล้วกัน”คุณผู้ช่วยไม่ได้แปลกใจที่ว่าอัลเครนแอบทดลองโคลนนิ่งมนุษย์ เพราะในสมัยนี้กลายโคลนนิ่งกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายไปแล้วต่อให้มีคนเดินมาเสิร์ฟอาหารแล้วบอกว่าจานนี้ทำจากเนื้อคนก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วยซ้ำแต่ที่น่าแปลกคือตอนนั้นอัลเครนเคยเปรยเอาไว้ว่าเด็กผมดำคนนั้นคือไพ่ตายของเขารู้สึกตัวอีกทีทั้งคู่ก็มายืนอยู่หน้าประตูชั้นสุดท้ายแล้วอัลเครนใส่รหัสพร้อมสแกนลายนิ้วมือทั้ง 2 ข้างรวมถึงสแกนม่านตาเพื่อจะเปิดมันออกและเมื่อประตูเปิดไอเย็นของห้องก็แผ่ออกมาจนเขาแทบจะแข็งในคราวเดียว“เอ้า~ บ๊อบบี้
อัลเครนโยนหมากฝรั่งมาให้ทั้งในปากตัวเองก็กำลังเคี้ยวอยู่อันหนึ่งมันคือหมากฝรั่งที่จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายไม่แปรผันไปตามสภาวะแวดล้อมหรือพูดอีกอย่างก็คือไม่รู้ร้อนรู้หนาวบ๊อบบี้ยัดมันเข้าปากแล้วเคี้ยวหงุบหงับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่มีอุณหภูมิ0 องศาสมบูรณ์ เป็นจุดที่เรียกได้ว่าประจุต่างๆ หยุดเคลื่อนไหวบางทฤษฏีได้กล่าวไว้ว่าเวลาจะหยุดเดินห้องที่เขากำลังเข้ามาเป็นห้องขนาดเล็กห้องหนึ่งด้านในนั้นมีเครื่องอะไรสักอย่างที่มีลักษณะเป็นทรงกลมล้อมด้วยวงแหวนหลายวงเมื่อได้เห็นแล้วบ๊อบบี้ก็ถึงกับใจหาย“ท่านอัลเครน... หรือนี่คือ—”
“ถูกต้องแล้ว~ มันคือโปรเจคคู่ขนานกับอิมมอร์ทอลโปรเจคของอังลีมายูไง”อัลเครนกางแขนภูมิใจนำเสนอ แต่บ๊อบบี้กลับปากสั่นที่ได้เห็นมันอยู่ตรงหน้า
“จริงหรอเนี่ย... ท่านจงใจซ่อนข่าว...”
“ฮึ แน่สิไม่ใช่แค่อังลีคนเดียวหรอกที่หลอกทั้งโลกว่าทำผลงานไม่สำเร็จ”ไทม์แมชชีนโปรเจค
เครื่องย้อนเวลาที่อัลเครนเป็นคนขุดคุ้ยทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ขึ้นมาสานต่อ ทั้งที่ใครต่อใครวางมันทิ้งไปแล้วก็ตามทีเพราะไม่ว่ายังไงผลลัพธ์ที่ได้มากที่สุดของเครื่องไทม์แมชชีนที่เคยคิดค้นมาก็ทำได้แค่เครื่องย้ายวัตถุอย่างรวดเร็วเหมือนตู้ไปรษณีย์ความเร็วสูงเท่านั้นแถมวัตถุที่ส่งไปกลับแหลกละเอียดจนไม่เห็นเค้าเดิมอีกด้วย แต่มันไม่ใช่สำหรับเครื่องไทม์แมชชีนที่กำลังอยู่ต่อหน้าเขา“ถึงฉันจะสามารถสร้างเครื่องไทม์แมชชีนที่ส่งอะไรต่อมิอะไรข้ามเวลาไปมาได้แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ตรงที่ว่ามันสามารถส่งไปได้เฉพาะสิ่งของเท่านั้น”“แล้วท่านจะส่งอะไรกลับไปล่ะครับ”
บ๊อบบี้ถามทั้งที่เดาคำตอบเอาไว้อยู่แล้วหากเป็นอย่างนั้นสิ่งที่จะส่งกลับไปก็ต้องไปอะไรสักอย่างที่สื่อสารกับใครสักคนในอดีตเพื่อให้คนๆนั้นกำจัดอังลีเสีย แต่คำตอบของอัลเครนกลับสวนทางไปอย่างไม่น่าเชื่อคนไง
“หืม?”
“นายคงกำลังคิดว่าเราควรจะส่งสารกลับไปบอกให้คนในอดีตกำจัดอังลีเพื่อหยุดยั้งโศกอนาถกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตใช่ไหมล่ะเรื่องนั้นฉันก็คิดมาหลายรอบแล้ว ชนิดว่าตีลังกาคิดเชียวล่ะ(ทำจริงนะ) แต่ผลสรุปก็คือความไม่แน่นอนของมนุษย์นั้นเป็นปัจจัยที่ยากเกินไปสำหรับการควบคุมขนาดผู้รับสารเหมือนกันยังเกิดความคิดต่างกัน ต่อให้เป็นตัวฉันเองในอดีตก็เถอะหากมีใครสักคนส่งข้อความมาจากอนาคตแล้วบอกให้ไปฆ่าคนนู้นคนนี้ฉันก็คงปักใจเชื่อไม่ได้หรอกแถมอีกอย่างช่วงเวลาก่อนที่อังลีจะเข้าร่วมทีมวิจัยโลกและได้รับการคุ้มครองจากหน่วยทหารมันมีแค่ตอนที่เขายังอายุไม่ถึง13 ปีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต่อให้ตัวฉันอดีตคิดจะฆ่าอังลีจริงก็ยังไม่มีทางที่เด็กอายุ13 จะหาตัวเจ้านั่นเจอแน่”ในส่วนนี้อังลีและอัลเครนเป็นคนที่อายุเท่ากันบ๊อบบี้จึงพยักหน้ายอมรับในเหตุผล“แล้วท่านจะส่งคนไปได้ยังไงครับในเมื่อท่านเป็นคนพูดเองว่ามันส่งได้แต่วัตถุ”อัลเครนชี้นิ้วแยกเป็นสองทาง
“โฮ่ล่า~ ถ้าเราส่งได้แต่สิ่งของเราก็ทำคนให้กลายเป็นสิ่งของซะก็สิ้นเรื่อง”พูดเสร็จก็ชี้นิ้วไปทางเดียวกันที่มุมห้อง
บ๊อบบี้ถึงกับสะอึกเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมดำหยักศกในหลอดทดลองยืนนิ่งอยู่ดวงตาของเขาเลื่อนลอยดูไร้วิญญาณ และอีกอย่าง... ในนี้มันไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยไม่ใช่รึไงได้เห็นสีหน้าของบ๊อบบี้ อัลเครนก็ตัดสินใจอธิบายออกมาแบบหยาบๆ
“คนเราน่ะมีสิ่งที่ยากแท้หยั่งถึงอยู่”
นิ้วชี้เขาค่อยๆ ลากขึ้นมาจ่อตรงขมับเพื่อบอกว่าสิ่งๆนั้นคือเจ้าก้อนไขมันที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใน“สมองเป็นตัวคัดหลั่งสารสื่อประสาทที่สามารถเร่งการทำงานของร่างกายให้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณมันสามารถทำให้คนเกิดอาการซึมเศร้าจนฆ่าตัวตายสามารถสั่งให้เราเจ็บปวดหรือแม้แต่หิวกระหาย แต่เราก็ยังไม่รู้ทั้งหมดของมันหรอกจนกระทั่งฉันได้พบสารสื่อประสาทตัวหนึ่งที่จะคัดหลั่งเมื่อสารสื่อประสาททุกชนิดหลั่งออกมาเป็นสารที่จะหลั่งเฉพาะสถานการณ์ที่คนเราใกล้ตาย ฉันให้ชื่อเรียกมันว่าเคอานินมั่นใจได้เลยว่าชื่อนั้นเขาเป็นคนตั้งขึ้นเองเพราะมันดูไร้ที่มาที่เป็นอย่างสมเหตุสมผลตามแบบฉบับส่วนตัวของอัลเครนไม่ผิดเพี้ยนบ๊อบบี้กลืนน้ำลายลงคอพลางคิดทบทวนเกี่ยวกับเหล่าโคลนนิ่งที่อยู่ในหลอดทดลองถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็...“แสดงว่าเด็กคนนี้เป็นผลผลิตหนึ่งเดียวที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีใช่ไหมครับ”
“ถูกต้องแล้ว~ การผสมเคอานินเข้าในเซลล์ร่างกายมันยากชนิดที่ก่อให้เกิดการต่อต้านรุนแรง”
พูดถึงตรงนั้นอัลเครนก็ก้มมองมือทั้งสองที่กำลังสั่นระรัวด้วยแววตาเบิกโพลง
“ฉันต้องเห็นเจ้าเด็กนี่ตายไปไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้งทุกครั้งที่ฉีดไฮบริโดมายีนส์เข้าไปมันจะดิ้นทุรนทุรายและกรีดร้องเลือดจะไหลท่วมออกมาจากทวารทั้ง 5 จนสุดท้ายก็ขาดใจฉันต้องเก็บศพและคอยเช็ดคราบเลือดพวกนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็คอยย้ำกับตัวเองอยู่เสมอว่ามันก็ยังดีกว่าที่จะต้องเห็นกองศพของคนอีกนับล้านที่ต้องดาวดิ้นในอนาคต”อัลเครนเอามือประกบกันเพื่อตั้งสติเลิกฟุ้งซ่านแล้วเอียงคอซ้ายทีขวาที
“เอาเถอะ ยังไงฉันก็คิดไว้แล้วว่าเวลานี้ต้องมาถึง”
เขาหันกลับไปหาเครื่องไทม์แมชชีน ค่อยๆเอื้อมมือไปยกร่างอันเย็นเฉียบของเด็กหนุ่มคนนั้นเข้าไปในแกนกลางเครื่องจักรทรงกลมขนาดใหญ่ขณะที่ปากก็ยังไม่เว้นวางกับการอธิบายสิ่งที่กำลังจะเกิดในอีกไม่ช้าอย่างน้อยก็เพื่อให้ใครสักคนได้รับรู้ถึงมัน“เราจะส่งเด็กคนนี้กลับไปในช่วงเวลา 10 ปีที่แล้ว เมื่อย้อนเวลากลับไปถึงตอนนั้นความทรงจำที่ถูกฝังลงไปจะตื่นขึ้นมาทำให้เขารู้ว่าตนเองมีหน้าที่อะไรสารเคอานินในตัวจะเป็นเครื่องคอยตอกย้ำให้จดจำได้อยู่เสมอและมันจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ปฏิเสธความตายที่จะบังคับให้ร่างกายแสดงศักยภาพสูงสุดออกมาเมื่ออยู่ต่อหน้าภยันตรายทั้งปวงเด็กหนุ่มนิ่งอยู่ตรงกลางเครื่องจักรล้ำสมัยเหมือนกำลังนั่งมองฟากฟ้าที่ริมชานบ้านอัลเครนเฝ้ามองเขาด้วยแววตาที่ส่อถึงความคาดหวังพักหนึ่งก็จึงเลื่อนมือปิดประตูเครื่องไทม์แมชชีนลงลุกขึ้นมาและหันไปตั้งค่าเครื่องด้วยแป้นพิมพ์ 3 มิติที่ลอยขึ้นมาอยู่ด้านข้างเมื่อใส่รหัสผ่านยืนยันเข้าระบบเป็นอันเรียบร้อยก็จัดแจงใส่ชุดคำสั่งลงไปอย่างรวดเร็วจากนั้นตัวเลข 10 จำนวนมากก็เรืองแสงขึ้นมาบนวงแหวนของเครื่อง“ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้เจ้านั่นชื่อว่าเคอัส
“เคอัส? งั้นหรอครับ...”
“อ่า... ชื่อเทพเจ้าแห่งความว่างเปล่าหรือเทพแห่งความสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบ”
เขาเว้นช่วงสักครู่ ก่อนจะเหลือบมองบ๊อบบี้ด้วยหางตา
“แต่อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงเทพผู้สร้างทุกสรรพสิ่งเช่นกัน”จากนั้นก็ลงมือกดคำสั่งยืนยัน เครื่องไทม์แมชชีนเริ่มทำงานวงแหวนต่างๆ หมุนวนรอบเครื่องจักรทรงกลมในทิศทางสวนกันประจุไฟฟ้าไม่ทำงานในสภาวะศูนย์องศาสมบูรณ์ ตรงใจกลางแกนเครื่องค่อยๆเกิดประกายสีดำวูบวาบขึ้นมาหรือที่เรียกว่าหลุมดำ ก่อนมันจะค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นออร่าสีขาวลอยเคว้งแตกกระจายออกจากศูนย์กลางแต่ตอนนั้นเองที่อัลเครนรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงติ๊ดๆ
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันโดยไม่ได้ตั้งใจสิ่งแรกที่ทำคือหันหลังกลับไปมองบ๊อบบี้อีกฝ่ายยกมือขึ้นด้วยสีหน้ากังวลไม่ได้ต่างจากเขาเลยอัลเครนพยายามไตร่ตรองอยู่หลายต่อหลายครั้งว่าเสียงนั้นมาจากอะไรมันไม่ใช่เสียงของเครื่องไทม์แมชชีนแน่ แต่ต้นเสียงก็อยู่ไม่ไกล มันดังอยู่ในห้องที่ไม่ควรจะมีอะไรทำงานได้ทันใดนั้นเขาก็ถึงกับต้องใจหายเมื่อคิดว่าสิ่งที่แล่นเข้ามาในสมองเป็นเรื่องจริงอัลเครนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหยิบมันออกมาปากกาลูกลื่น… ปากกาที่เขาได้มาจากอังลี มายูในครั้งสุดท้ายที่เจอกัน
มันกำลังส่งเสียงร้องติ๊ดแหลมยาวเหมือนระเบิดที่ชนวนใกล้หมดเต็มที
“อังลี... แก...”
คิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากเพียงว่าอังลีล่วงรู้ความลับเรื่องไทม์แมชชีนเช่นเดียวกับที่เขารู้เรื่องที่อีกฝ่ายพัฒนาเซลล์อมตะขึ้นมาได้และอังลีก็ได้ดัดแปลงวัตถุระเบิดที่จะถูกกระตุ้นในสภาวะศูนย์องศาสมบูรณ์ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ไม่ทันกาลแล้ว อัลเครนรีบวิ่งออกจากห้องให้เร็วที่สุดแต่ก็สายไป
แรงระเบิดอันเงียบเชียบเปลี่ยนร่างของบ๊อบบี้ให้กลายเป็นเศษเนื้อทันใดเห็นขณะที่ร่างของอัลเครนก็หายวับไปเช่นเดียวกันห้องที่ถูกดัดแปลงมาอย่างดีเสียสมดุลจนไฟเตือนสีแดงสาดส่องไปทั่ว“ไอ้เลวเอ้ย!”
เมื่อร่างจำลองถูกทำลายร่างจริงของอัลเครนก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ทันทีเขาไม่สนใจความเสียหายทั้งหมดที่ได้รับ วิ่งตรงเข้าไปดูที่เครื่องไทม์แมชชีนและเปิดประตูเครื่องขึ้นอย่างรวดเร็วไม่มีอะไรอยู่ภายในนั้น
อัลเครนทรุดตัวลงนั่งแล้วหลับตาถอนหายใจ
อย่างน้อยก็ยังทัน...
“หืม?”
ด้วยความร้อนรนจึงไม่ทันได้สังเกตดูให้ดีตัวเลขที่เรืองแสงอยู่รอบวงแหวนของเครื่องมันไม่ใช่เลข 10 อีกต่อไป มันกลายเป็นเลข 10-10ดวงตาคู่นั้นค่อยๆ เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลักเด็กหนุ่มที่ควรจะย้อนกลับไปเมื่อ 10ปีที่แล้วถูกความแปรปรวนชักนำไปสู่อนาคตอันแสนไกล ทั้งที่เป็นตัวเลือกสุดท้ายไพ่ตายที่เก็บไว้โดยไม่บอกใครแท้ๆ แต่ก็ถูกอังลีมาดักทางไว้อีกจนได้ เขาสะเพร่าความสะเพร่าที่ไม่ควรให้อภัย อัลเครนค่อยๆ ทรุดตัวลงทุบพื้นเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ทุบแรงขึ้นแรงขึ้น และร้องตะโกนออกมาในที่สุด“โธ่ว้อยยยยยยยยย!”
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 8-12-2016 21:12 , Processed in 0.034455 second(s), 14 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้