ดู: 1212|ตอบกลับ: 0

[Akiba Time] ว่าด้วยเรื่องของคำว่า “Otaku”

[คัดลอกลิงก์]
akiba-time-toshokan-otaku-01-500x340 - Anime-Thai.Net.jpg
เก็บตกจากรายการวิทยุ Akiba Time ที่จะเอาเรื่องเล่าในรายการมาย้อนหลังให้อ่านกัน จากเทปออกอากาศวันที่ 17 พฤศจิกายน 2012 เรื่องราวของคำๆ นึงที่ทุกคนต้องเคยได้ยินกันมาบ้าง กับคำว่า “Otaku” คำใช้เรียกคนที่คลั่งไคล้อะไรซักอย่างกันแบบสุดตัว ซึ่งเราจะมาบอกถึงที่มาของคำๆ นี้กันเน้
Otaku (おたく / オタク) เป็นคำแสลงที่ใช้เรียกคนที่มีความชอบในอะไรซักอย่างมากๆ ชนิดที่เรียกว่าระดับแฟนพันธุ์แท้ ประมาณว่าถามอะไรตอบได้หมด โดยมักจะถูกคำว่าใช้กับพวกที่ชื่นชอบอนิเมะเกมส์ หรือมังงะเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ได้จำกัดอยู่แค่ว่าต้องใช้กับคนที่ดูอนิเมะ หรือเล่นเกมส์เท่านั้น และสามารถใช้ได้กับคนที่ชอบอะไรมากๆ ได้ทุกเรื่อง ซึ่งถ้าจะเทียบกับคำในภาษาอังกฤษก็อาจจะเป็นอย่างคำว่า Geek อะไรแบบนี้นั่นก็ได้เช่นกัน

ซึ่งที่มาที่ไปของการใช้คำนี้นั้น ต้องบอกว่าแต่เดิมคำนี้ก็มีอยู่ในภาษาญี่ปุ่นกันมานานแล้ว โดยคำว่า Otaku (お宅) เดิมเป็นคำที่ใช้เรียกในเชิงยกย่องบุคคล แปลว่า “บ้านของคุณ” แต่บางทีก็สามารถเรียกในเชิงความหมายว่า “คุณ” ก็ได้ เป็นคำเรียกธรรมดาๆ นี่เอง แต่ถ้าจะหมายถึงพวกที่คลั่งไคล้อะไรมากๆ แล้ว มักจะเป็นคำที่เขียนด้วยตัว ฮิรางานะ (เป็น おたく) หรือ คาตาคานะ (เป็น オタク หรือ ヲタク) เพื่อให้แตกต่างออกจากกันนะ

แต่แล้วคำๆ นี้มันมาเป็นคำใช้เรียกผู้ที่คลั่งไคล้อะไรมากๆ ได้อย่างไรกัน ก็ต้องบอกว่ามีมีมาหลากหลายไม่จัดเจนว่าอันไหนก่อนหลัง หรือเป็นจุดเริ่มต้นให้ใช้กัน ไม่แน่ว่าอาจจะเริ่มมาจากการที่แม่ใช้เรียกลูกของตัวเอง ที่ชอบเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านว่า “Otaku” ก็ได้ ประมาณว่าไอ้ลูกชั้นมันอยู่แต่ในบ้าน มีความหมายประมาณว่าเป็นพวกอยู่แต่ในบ้านเก็บตัวนั่นแหละ

akiba-time-toshokan-otaku-02-500x375 - Anime-Thai.Net.jpg
จุดเริ่มต้นของคำนี้ที่มักจะถูกล่าวถึงคือ บทความ “Otaku no Kenkyuu” (『おたく』の研究 ) ของคอลัมนิสต์ชื่อ Nakamori Akio ในนิตยสารโลลิคอนชื่อ Manga Burikko เมื่อปี 1983 จากคุยกันของผู้ที่คลั่งไคล้อนิเมะ และเรียกกันเองว่า Otaku (ตอนนั้นคงจะหมายถึงคำเรียกที่แปลว่า “คุณ”) หรืออีกทางหนึ่งก็อาจจะมาจากทีมงานของสตูดิโอ Nue ของ Kawamori Shoji อีกทางหนึ่งก็คือมาจากทีมงานของสตูดิโอ Nue ของ Kawamori Shoji ในตอนทำอนิเมะ Macross ในปี 1982 ที่ใช้คำนี้เรียกกันในทีมงานแทนคำว่า “คุณ” และก็มีแฟนๆ นำไปใช้เรียกกันต่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นแฟนระดับฮาร์ดคอร์ของเรื่องนี้อะไรแบบนั้น

akiba-time-toshokan-otaku-05-500x370 - Anime-Thai.Net.jpg
เยอะไปไหม…

แต่ในช่วงแรกคำว่า Otaku ก็ยังไม่ใช่คำที่ดูรุนแรงในแง่ลบอะไรมากนัก เพียงหมายถึงคนที่ชอบเก็บตัว ดูอนิเมะ เล่นเกมส์ ไม่ค่อยเข้ากับใครเท่าไหร่ แต่แล้วก็ได้เกิดร้ายแรงจนทำให้คำนี้กลายเป็นแง่ลบมากๆ ขึ้น เมื่อ Miyazaki Tsutomu ได้กลายเป็นผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าเป็น “ฆาตกรโอตาคุ” ในปี 1989 ในการก่อคดีลักพาตัวและฆ่าข่มขืนเด็กผู้หญิงในช่วงระหว่างปี 1988 – 1989 รวมถึงมีการดื่มเลือดและกินบางส่วนของเหยื่ออีกด้วย (เหวอ) โดยก่อนหน้าที่เขาจะถูกจับผู้คนจะรู้จักกันในชื่อของ “คดีฆาตกรรมเด็กสาวต่อเนื่อง” และเป็นเรื่องช็อคชาวญี่ปุ่นมาก ในฐานะประเทศที่เรียกว่ามีอัตราก่ออาชญากรรมต่อเด็กต่ำ

หลังจาก Miyazaki Tsutomu ถูกจับในวันที่ 23 กรกฏาคม 1983  ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่พักของเขาและพบกับเทป อนิเมะ และหนังโหดชนิดเลือดสาดกว่า 5,763 ม้วน และทำให้สื่อต่างก็เรียกเขาว่าเป็น “ฆาตกรโอตาคุ” สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของคำนี้ขึ้นมาอย่างมาก และสื่อมากมายที่มองคำนี้ในมุมติดลบ ขนาดว่าห้ามใช้คำนี้ออกอากาศเลยทีเดียว

akiba-time-toshokan-otaku-03-400x581 - Anime-Thai.Net.jpg
Otaku no Video

ด้วย การที่คำนี้ดูติดลบมาก Okada Toshio หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Gainax ก็ได้ออกมาโต้ตอบกระแส ด้วยการทำอนิเมะเป็นสารคดีล้อเลียน ชื่อว่า Otaku no Video ออกมา (ตามที่พูดไปแล้ว เห็นไหมมันใกล้ๆ กัน ฮา) ในปี 1991 และก็มีการเปิดสอนเกี่ยวกับ Otaku ในมหาวิทยาลัย Tokyo ในปี 1992 อีกด้วย

แต่เรื่องร้ายก็มาอีกครั้งในปี 1995 กลุ่มลัทธิ Aum Shinrikyo ได้ปล่อยแก็สพิษในทางรถไฟใต้ดิน Tokyo ทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็ดมากมาย ซึ่ง Asahara Shoko ผู้นำลัทธินี้ก็ถูกมองว่าเป็น Otaku ด้วยเหมือนกัน

akiba-time-toshokan-otaku-04 - Anime-Thai.Net.jpeg
ละครทีวีเรื่อง Densha Otoko

จนมาถึงยุค 2000 คำนี้ก็ยังเป็นที่พูดถึงกันเรื่อยมาในเชิงลบ แต่เมื่อรัฐบาลเล็งเห็นกระแสการยอมรับอนิเมะในต่างประเทศมากขึ้น ก็ได้นำอนิเมะ มังงะ เกมส์ เหล่านี้มาโปรโมทในคอนเซ็ป Cool Japan ที่ต่อมาแม้แต่อดีตนายกฯ ของญี่ปุ่น Aso Taro เองก็ได้ประกาศตัวว่าตัวเองเป็น Otaku กันเลยทีเดียว โดยจากการวิจัยพบว่าการยอมรับของทั้งในและต่างประเทศที่มีมากขึ้น คำๆ นี้ก็เลยถูกมองในแง่ที่ดีขึ้น จากการที่องกรค์ต่างๆ เองก็ใช้ตัวละครสาวน้อยโมเอะ ในการโปรโมทต่างๆ เช่นละครทีวีจากนิยายเรื่อง Densha Otoko ในปี 2004 ก็ทำให้คนมอง Otaku ในแง่ที่ดีขึ้น

akiba-time-toshokan-otaku-06-500x319 - Anime-Thai.Net.jpg
แต่ ในปี 2008 ก็มีคดีร้ายแรงอีกคดีที่บ้านเราก็คงจะรู้จักกัน เมื่อนาย Katou Tomohiro วัย 25 ผู้สิ้นหวังในชีวิตได้โพสข้อความในบอร์ด 2ch ว่าจะก่อเหตุในย่าน Akihabara ก่อนจะไปลงมือจริงๆ โดยเขาถูกมองว่าเป็น Otaku และหลังถูกจับศาลก็ได้ตัดสินให้รับโทษประหารชีวิต หลังจากนั้นต่อมาถ้ามีข้อความแปลกๆ ว่าจะก่อเหตุในบอร์ด 2ch ก็ต้องมีคนระแวงอยู่เรื่อย

ทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่เรานำมาเล่ากัน กับที่มาที่ไปของคำๆ นี้ที่หลายคนรู้แล้วและยังไม่รู้ ซึ่งก็ไม่ขอตัดสินว่าจริงๆ แล้วคำนี้มันดีหรือไม่ดี เพราะมีการเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในปัจจุบันอาจมองได้ว่าคำนี้แบ่งเป็น Otaku ในความหมายแบบเก่าที่ดูเลวร้ายต่อสังคมและไม่น่าคบหา กับในความหมายใหม่ที่หมายถึงคนที่ชื่นชอบอะไรมากๆ ระดับแฟนพันธุ์แท้ ซึ่งเขาก็ไม่ได้แปลกแยกหรือจะเป็นคนไม่ดี เพียงแต่มีงานอดิเรกที่ชอบอนิเมะ หรือเล่นเกมส์ ซึ่งจะว่าไปแล้วคนเราก็มีสิ่งที่ชอบไม่เหมือนกันนั่นเอง

ปล. เป็นความเห็นของทางทีมงานที่น่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจกันมากขึ้นนะ

เครดิต By Akibatan
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 10-12-2016 21:40 , Processed in 0.024940 second(s), 16 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้