ดู: 222|ตอบกลับ: 1

Council Love Of Crystier secondary school.*ตอนที่2 ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ*

[คัดลอกลิงก์]
หญิงสาวผู้ทุ่มเททุกอย่างให้กับงานของโรงเรียนมีรูปร่างหน้าตาสวยงามเยี่ยงนางฟ้านางสวรรค์ที่ใครๆต่างหมายปองกำลังเดินสะลึมสะลือลงบันไดอย่างช้าๆ นี่อาจเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่เธอตื่นเช้าต้องเรียกว่าเช้ามากเพราะนี่พึ่งจะตี5เอง หรืออีกนัยหนึ่งคือ เธอนอนไม่ค่อยหลับเลยไม่รู้ว่าคิดมากเรื่องเพื่อนชายคนใหม่ของเธอที่ทำให้เธอใจเต้นหรืออาจคิดมากเรื่องงานรับน้องใหม่ที่จะถึงในไม่นานนี้
ถูกต้องและหละ เธอที่เป็นดั่งเทพธิดาคนนั้นคือ...
คือ...
คือ!
ฉันเองแหละ ฉันรู้ว่าฉันน่ารัก ^^ <<<< จ๊ะจ๋า (เกลียดตัวละครตัวนี้จุงL)
ว้าย!!!
ฉันก้าวเท้าพลาด จึงส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ตกบันไดแต่ฉันโชคยังดีที่ขั้นบันไดมันเหลือแค่ขั้นเดียว ขอบพระคุณในสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้ตั้งแต่เกิดนะเจ้าคะ-/\- แต่มันเจ็บก้นกบง่ะ TTOTT
“เจอเรื่องร้ายต้อนรับวันใหม่เลยนะ ^^”
บุรุษร่างสูงที่ดูสง่าก้าวออกจากแสงสลัวของบ้านใบหน้าที่ดูคมคายยิ้มให้กับจ๊ะจ๋าพร้อมส่งมือเป็นหลักให้ยืนขึ้น
“พี่อั๋น! มาอยู่ที่นี่ได้ไง”
ฉันถามผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยคามเหวอ งง สงสัยและตกใจผสมกัน อ้อ นี่คือ ‘พี่อั๋น’ ลูกชายคนเล็กของเพื่อนแม่ที่แสนดีคอยดูแลฉันตั้งแต่ยังเล็กๆ ถึงจะแก่กว่าเกือบ 10 ปีแต่พี่เค้ามีใบหน้าที่ยังดูเด็กเหมือนแค่อายุ18ปีเอง!
“อ้าว พวกพี่ๆไม่ได้บอกเราหรอ ว่าพี่จะมาเป็นอาจารย์ประจำที่โรงเรียนคริสเทียร์และต่อจากนี้...”
เขาเว้นช่องว่างคำพูด พร้อมกับยิ้มบางๆบนริมฝีปาก เฮ้ย! พูดเร็วๆหน่อย ลุ้นว้อย>_<
“...พี่จะมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้นะ ^_^”
“O_O”
“เป็นเรื่องจริงจ้า^O^”
Nooooooooooooooooooooooooooooooooooooo
ติ๊ก...ติ๊ก...ติ๊ก...
เสียงนาฬิกาดังเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอเม็ดเหงื่อมากมายผุดขึ้นเต็มใบหน้า ฉันเอามือปาดมันออกแล้วหันไปมองนาฬิกาที่บอกให้ฉันได้รู้ว่า ฉันตื่นเช้ามาก
5.00น.
ฉันเพี้ยนขนาดฝันเห็นพี่อั๋นเลยหรอ!? ไม่ได้ๆพี่เค้าเรียนอยู่ตั้งอเมริกาจู่ๆจะมาโผล่ที่เมืองไทยได้อย่างไรมันต้องเป็นความฝันอยู่แล้ว^^;; วันนี้ตื่อเช้าทั้งทีลงไปสูดอากาศยามเช้าข้างล่างดีกว่า
ขณะที่ฉันก้าวออกเท้าก็เกิดอาการชะงักขึ้นมากะทันหันนึกถึงภาพในฝันแล้วเกิดอาการวิตกขึ้น
ถ้าเกิดมันเป็นจริงขึ้นมาหละ พี่อั๊นก็ต้องมาอยู่บ้านฉันผู้หญิงกับผู้ชายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยที่ไม่ใช่พ่อหรือพี่น้องในครอบครัวอาจจะส่งผลให้เกิดปรากฏการ ‘ซัมติง ขิงแก่กับขิงอ่อน’ กรี๊ด! ต้องไม่ใช่อย่างน้าน ต้องไม่ใช่แน่นอน เอาหละ ทำใจให้สงบเราแค่บังเอิญตื่นเช้าเท่านั้นแหละ...ว้าย!
ฉันก้าวเท้าผิดจังหวะเหมือนในความฝันเลย เฮ้ย!ฉันบังคับให้ตัวเองยืนอยู่กับที่ไม่ใช่หรอ=[ ]=(เธอเป็นหุ่นยนต์รึไง) ตาย ตายแน่ๆหัวฝาดพื้นก็อย่าให้ต้องเย็บหลายเข็มเลยนะตะพระผู้เป็นเจ้าT^T หงิบๆ
“มาเดินที่บันไดทำไมแต่เข้าเนี่ย เกือบตกลงไปแล้วไง...”
อ๊ะ! นี่เสียงเทวดารึไง เราตายแล้วหรอ แล้วที่เกือบตกลงไปก็คือเกือบตกนรกใช่ไหมหละดีจังที่เรายังทำบุญมาเยอะ
“หลับตาทำไม ไม่มีอะไรแล้ว หรือกลัวจนสลบเลยหว่าไม่เป็นไร เธอนี่น่าเอ็นดูจริงๆ น่ารักขนาดนี้จูบดีมั๊ยน้า♪”
ฮะ...เฮ้ย! เทวดาจะจูบกับวิญญาณได้ยังไงก๊านถึงทำได้มันไม่ดูทำอานาจารไปหน่อยหรอแต่เสียงมันคุ้น เหมือนเคยได้ยินในความฝันรึว่า...!
“O_O”
ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาก็โดนจูบที่หน้าผากอย่างอ่อนโยนก่อนจะตบท้ายด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น
“...”ฉัน
“ฟื้นซะทีนะ”พี่อั๋น
“O////////////////O…! ครอก -_-z Z z”
“นี่! จ๊ะจ๋า เป็นอะไรไป พี่ตกใจนะ เฮ้!”
ขอสลบก่อนเจ้าค่ะ มันสุดจะทนแล้วจริงๆ
เสียงกลุ่มนักเรียนหญิงเม้าท์มันปากเรื่องผู้เรื่องผู้ชายดังแผ่วมาแต่ไกลๆชุ่มชื่อฤทัย...เย้ย นี่มันเพลงไกลรุ่งแล้วไม่ใช่หรอ(เพลงใกล้รุ่งย่ะ^^;;)แล้ว โอ้วสมองฉันชักจะเพี้ยนไปหมดแล้วสินะ มันเกิดอะไรขึ้นในการทำงานของสมองฉัน แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหนอะ
“น้อง จ๊ะจ๋าฟื้นแล้ว!”เสียงหวานอันคุ้นหูลอยเข้ามา
“เอ๋จริงหรอพี่ในที่สุดก็ฟื้นซะทีเล่นหลับไปตั้งสามชั่วโมงเลย”เสียงหวานอีกหนึ่งดังขึ้งเพื่อช่วยส่งเสริม แต่...
“3ชั่วโมงเลยหรอ!”
“อื้ม ฉันกับพี่ข้าวเป็นห่วงแกมากเลยนะ”
ยัยฟ่างพูดมาด้วยความดีใจทำให้ฉันถึงบางอ้อว่าคนที่นั่งเฝ้าฉันขณะที่นอนหลับเป็นเจ้าหญิงนิทราคือฝาแฝดผู้ที่มีสมองที่พิเศษกว่าใครในโรงเรียน‘ข้าว’ กับ‘ฟ่าง’ที่พอแรกพบกันก็เกิดอาการถูกชะตาขึ้นแบบฟ้าฝ่าแปร๊บๆ (?) แต่...เดี๋ยวนะฉันมาอยู่ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนได้อย่างไร ฉันมึนไปหมดแล้วนะปวดหัวฟีลลิ่งตอนนี้อธิบายไม่ถูก
“ข้าว วันนี้วันที่เท่าไหร่?”
“18 พฤษภาคม จ้ะ”
“เอ๋?”
“ทำไมหรอ^^”
วะ...วันที่17 เราเจอเปรมจิ(ชินปาก)ครั้งแรกวันนี้เราฝันถึงพี่อั๋น ในขณะที่นอนอยู่บนเตียงไม่ขยับเขยื้อนแต่กลับฟื้นมาอีกทีก็เวลาประมาณเที่ยงวันของโรงเรียน มันยังไงค๊าบ ก๊าบๆ สวยงงช่วยเคลียร์ให้สวยฟังที
“มันเกิดอะไรขึ้น ฉันคงไปหมดแล้ว”
“อย่าบอกนะว่าแกจะอะไรไม่ได้เลยO_o”ยัยคุณเพื่อนทั้งสองทำหน้าอึ่งตะลึงงังแล้วก็ทำหน้าอยากจะตายเมื่อฉันส่ายหน้า เค้าผิดด้วยหรอ L “วันนี้แกดูเพี้ยนมากตั้งแต่เมื่อเช้าที่เดินมาโรงเรียนโดยไม่นั่งรถมาเหมือนทุกวันมีอาการเม่อลอยเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หัน แต่กลับเรียนรู้เรื่อง รู้ป่าวอาจารย์กิติศักดิ์ทำตัวไม่ถูกเลย พอเบรกช่วงแรก แกก็ดูเหมือนก็กลายเป็นปรกติแต่มันไม่ปรกติตรงที่อยู่ๆแกก็เกิดอาการหน้าซีดเป็นลมล้มพับชักแด่วๆอยู่บนพื้น...”
ปากหรือนั่น-*-
“...แล้วก็มีอัศวินขี่ม้าขาวนามอาจารย์เพิ่มพูนเข้ามาอุ้มหล่อนมาส่งที่ห้องพยาบาลด้วยความรีบร้อนโอ้ว! อิจฉา */\*”
“เฮ้ยๆ อย่าบอกนะว่าโรงเรียนเรามีอาจารย์ที่หล่อขนาดที่ทำให้แกคลั่งไคล้นามเพิ่มพูนตั้งแต่เมื่อไหร่?ทำมายช้านไม่รู้”
“สงสัยตลอดครึ่งวันที่ผ่านมาสมองและหัวใจตรงส่วนไหนของแกนี่แหละต้องหลุดไปอยู่มายเวิด์ลแน่ๆ=_=”
ความเงียบเข้าโรยตัวปกคลุมสตรีทั้งสามอย่างหน้าอึดอัดสร้างความเครียดระดับเบสิกแล้วค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะ...ก่อนจะ...ก่อนจะ!!!
ครืด~ ครืด~
สายตาอันคมกริบของยัยฟ่างเพื่อนคนสนิทที่สุดของฉันและมันก็เส้นตื้นที่สุดในสายชั้นตบมือให้เธอผู้นี้หน่อยเร๊ว แปะๆ เฮ้ย! ไม่ใช่เวลามาชื่นชมโว้ย ^^;;ละ...แล้วสายตาที่เพ่งมองมาที่อิฉันโดยเฉพาะมันหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ได้โปรดอย่าจ้องฉันเลย T_T (จะกลัวทำไม ยัยบ้า!)
“ท้องแก”เสียงที่เอ่ยมานั้นบ่งบอกถึงความเครียดจัดเลยขอบอก
“O_O”
เอาอีกแล้วอาการเจ้าข้าวของอาจารย์ฟ่างกลับมาใบ้หวยให้ทุกคนแล้วค้า~ เตรียมกระดาษมาจดด่วน-*-แต่คราวนี้เธอสั่นเทาเบาลงกว่าครั้งที่แล้ว ก่อนจะ...
“ก๊าก!เคี๊ยกๆๆๆ”ปล่อยการหัวเราะบ้าระห่ำไม่เคยเกรงใจผู้อื่นตามฉบับเดิม(ดีนะที่ครูห้องพยาบาลไปพักเที่ยง)ซึ่งเวลานี้ฉันก็กำลังหาทางติดต่อกับสวนสัตว์เปิดเขาเขียวให้มากลับสัตว์ของสวนสัตว์พวกท่านกลับไปเร็วๆ
“กิ๊วๆ ไม่ต้องทำหน้าบึ้งอย่างนั้นก็ได้ ฉันล้อเล่นหิวแล้วเหมือนกัน yoyo”
ยัยเพื่อนแสนน่ารัก(กัดฟัน)จูงกึ่งลากฉันไปราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่เชื่อฟังฉันก็กระชากแขนเสื้อพร้อมยิงคำถาม
“อาจารย์คนใหม่ที่แกบอกว่าหล่อนักหล่อหนาชื่อว่าอะไรนะ?”
“เพิ่มพูน”
“ขออีกที ย้ำให้เข้าใจ”
“อา-จารย์-เพิ่ม-พูน ค่ะ คุณนาย!”
น้ำเสียงยัยข้าวออกแกมประชดเล็กน้อยพี่สาวยังดูน่ารักหว่าน้องสาวเยอะแฮะ อ๊ะ เดี๋ยว พี่อั๋นชื่อเพิ่มพูนสุขสวัสดิ์ใช่ไหม!?(ไม่มีใครตอบคำถามคุณได้)คง...ไม่ใช่หรอกมั้ง มันไม่บังเอิ๊ญ บังเอิญขนาดนั้นหรอกใจเย็น^^
แค่คนชื่อเหมือนอะวะ
มุ่งตรงสู่สวรรค์แห่งการกินโรงอาหาร...หาร...หาร...หาร(นึกถึงประกายระยิบระยับ วิ๊งๆ)
“กะเพราไก่ไข่ดาวเหมือนเดิมค่ะป้า ^O^”
ฉันที่กลับมาสดใสกำลังสั่งอาหารกลางวันเมนูเดิมเหมือนที่ผ่านๆมา แต่ต้องคอตกเมื่อป้าพูดออกมาว่า...
“หมดแล้วจ้ะหนูจ๋าเอาเป็นอย่างอื่นดีมั๊ย ^_^”
รอยยิ้มอบอุ่นจากป้าส่งมาให้ฉันทำนองปลอมใจ เอาก็เอาไม่เป็นไร มีอะไรก็กินไปก่อน เพราะตอนนี้...หนูหิวแย้ว
“งั้น...เอาเป็นผัดผักก็ละกันค่ะ”
เอาวะ วันนี้ขอไม่รักโลกซักวันโดยการกินผัก >O<(ไม่เกี่ยวย่ะ)
ข้าวมื้อกลางวันอร่อยจุงเบยแม่จะซัดเพื่อทดแทนพลังงานที่หายไปกับการนอน ฮิฮิ
“กรี๊ด~ ^O^”
ผีเข้ารึไงยะ ชะนีแฝดแผดเสียงกรี๊ดออกมาเดซิเบลอยู่ในระที่สามารถทำให้ฉันซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางพอดี หูดับไม่ได้ยินพักใหญ่ใครก๊าน!มันหน้าไหนที่ทำให้ยัยพวกนี้ทำลายประสาทหูฉัน ขอดูหน้าหน่อยเหอะ...โอ้วแม่เจ้า!!!
“เปรมจิ”
ขณะนี้ใบหน้าของเขามีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้ามากมายเสียงหอบที่เป็นจังหละกระชากใจ ดูเซ็กซี่ เวรี้ กู๊ด มากๆ แต่มันไปทำอะไรมาหว่า-*-
อ๊ะเค้าหันมายิ้มให้ฝาแฝดข้าวฟ่างก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เพื่อน(ยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์พวกเขาเป็นยังไง)กระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง...
“ฝากด้วยะ”
ทั้งสองพยักหน้ารับอย่งว่าง่ายแล้วหันมายิ้มให้กับเพื่อนของฉันทั้งสอง
“ถ้าพวกผมจะขออาสาพาพวกคุณเดินเล่นรอบโรงเรียนพวกคุณจะ...”
“ไม่รังเกียจจั๊กกะติ๊ดนึงเลยค่ะ ^O^”
แหม~ เค้าพูดยังไม่ทันจบก็ชิ่งตัดบทซะแล้ว _/\_
เอ่อ...แต่ ณ ที่นี้เหลือเพียงฉันกับเปรมจิ สะ...สองคนอร๊าย! เขิลอะ
“เปรมจิ...นาย ไปทำอะไรมาหรอสภาพนายดูแย่มากเลยรู้ตัวป่ะ น่ะ...”
“ยัยบ้า!”
ยัยบ้าเลยหรอ =[ ]=
“รู้มั๊ย เมื่อเช้าฉันอายแค่ไหน เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หัน ทำเป็นเมินแหกปากตะโกนจนทุกคนมุงดูแล้วนินทาอะไรต่างๆนักก็ไม่รู้ หาว่าฉันตื้อหญิงหญิงไม่สนไม่เหลียวมอง ถ้าโมโม่ไม่มาช่วยฉันคงโดนไปมากกว่านี้ ซึ้งอะ”
คร๊าบ น้องมันดีกว่าพี่แทบทุกอย่างเลยนี่
“ยังมีอีก พอไปดึงให้หันมามองหน้าฉันก็ได้เจอกัฐใบหน้าเรียบเฉย สายตาเย็นชาแถมกลวงอีกต่างหาก โคตรน่ากลัวเลยเสียเวลามานั่งห่วงเธอ และวิ่งตามหาเธอทั้งอาคารเมื่อไม่เจอเธอที่ห้องพยาบาล...”
เปรมจิ ฉันซาบซึ้งตัวนายมากเลยนะ Y^Yเห็นอย่างนี้ก็ยังมีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์
“...หัดคิดซะบ้างสิถ้าเธอป่วยเข้าโรงพยาบาลอาการเจียนตาย หลับไม่ตื่อ ฟื้นไม่มีแล้วใตรจะช่วยฉันจีบประทานนักเรียนหละพวกพี่ของเธอฉันก็ไม่กล้าขอให้ช่วย คิดดูดิ คนนึงโหด อีกคนนิ่ง เย็นชาเธอคือตัวช่วยที่ดีที่สุดแล้ว”
ขอถอนคำพูด!! นายมันคนเห็นแก่ตัวมาก งอน
“โอ๋ ล้อเล่นฉันห่วงเธอจากใจจริงนะเพราะเธอคือเพื่อแสนสนิทของฉัน”
“เพื่อนสนิท หรื สะพานข้ามแม่น้ำ กันแน่”
“ยังมาแขวะอีก เอ้า กินเข้าไปเร็วๆ”
“เจ้าค่ะ ท่านเปรมจิ!”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงแกมประชด
“ฉันมีเรื่องจะถามเธอซักเล็กน้อยนะ คือว่า...”เขาเริ่มเอานิ้วจิ้มกันไปมา “...มันก็พูดยากน่ะ คือ...”
“พูดออกเมื่อไหร่ sms ไปบอกด้วย”
“โมโม่เค้าชอบอะไรเป็นพิเศษอ่ะ...ฟู่~ พูดออกซะทีฉะ...ฉันไม่ได้เขินนะ ไม่ได้อายอะไรเลย -////-”
อร๊าย! คนอะไร อยู่นิ่งๆก็หล่อพอแล้ว พอเขินก็ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ >////////<
“จะพูดก็พูดออกมาตรงๆเลย ฉันจ๊ะจ๋าไม่ใช่โมโม่ของที่ยัยนั่นชอบอ่ะนะ ก็...ไม่มีขายอยู่บนโลกนี้หรอก พะ...”
“อย่าบอกนะว่ามันคือความรัก *O*...โอ๊ย! มันเจ็บนะ
เขาลูบแขนที่พึ่งโดนฉันหยิกปอยๆ คนมันของขึ้น
“ปัญญาอ่อน! นี่นายคิดว่าน้องสาวฉันเป็นคนอย่างนั้นอยากได้ความรักจนตัวสั่นงั้นหรอ! ฉันยังพูดไม่ทันจบเลย”
                “เออ ไม่ขัดแล้วก็ได้”
เปรมจิทำท่าทีงอน ประมาณว่า ‘ฉันไม่ได้ผิดอะไรซะหน่อย’ เฮ้ย! นี่แกม.4 แล้วนะ ทำตัวเป็นเด็กไปได้
“เพราะสิ่งๆนั้นต้องทำขึ้นมาเอง เป็นของทำด้วยมือหรือ hand make รู้จักป่ะ”
“อ๋อ...” ต้องย่างนี้สิ^^ “...ไม่เข้าใจ มันคืออะไรฮิ”
ไอ้โง่ แค่นี้ยังไม่รู้จัก และอย่ามาเลียนแบบคำลงท้ายแบบฉันเซ้! >O<
“เคยเห็น...เฮ้อ~ ขี้เกียจจะอธิบาย ฉันว่านายคงไม่เข้าใจ”
“จะด่าว่าฉันง่างั้นสิ”
มีส่วนอยู่นิดๆ =_=
“แล้วแต่นายจะคิด”
ฉันทำหน้าเอือมระอากับความคิดเห็นของเขา งี่เง่าจริงวุ้ยวะ...เหวอ!
“นะ...นายเปรมจิ นี่นายจะลากฉันไปไหนเนี่ย”
ฉันถามขึ้นเพราะจู่ๆ เค้าก็กระชากแขนฉันให้วิ่งตาม
“เงียบไปซะ ฉันจะให้เธอได้เห็นว่า ฉันก็มีดีไม่ได้โง่เหมือนที่เธอคิด!!!”

โพสต์ 29-4-2013 00:57:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 11-12-2016 17:00 , Processed in 0.070090 second(s), 17 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้