ดู: 284|ตอบกลับ: 0

FatE-MagiciaN : Fate.2 [คณะละครสัตว์1]

[คัดลอกลิงก์]

Fate.2


คณะละครสัตว์

ฟึบ!
                นกพิราบสีขาวหลายตัวบินขึ้นฟ้าไปไม่ไกลจากสายตานักโดยฝีมือของนักเล่นกลมืออาชีพที่ฝึกฝนมาอย่างดีจนกลของเขาไหลลื่นราวกับเป็นความจริงถุงมือสีขาวที่สวมนิ้วเรียวยาวสวยอย่างผู้ชายถูกยกขึ้นกวาดไปรอบตัวเพื่อให้กลดูสมจริงมากยิ่งขึ้น
                “เฮ!”และเมื่อกลจบลงผู้ชมรอบทิศก็พากันส่งเสียงให้กำลังใจพร้อมกับปรบมือดังๆให้กับนักมายากลผู้เก่งกาจที่ยืนอยู่ตรงใจกลางของวงกลมศีรษะที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมยาวละเอียดสีขาวบริสุทธิ์ค้อมลงให้กับผู้ชมอีกครั้งก่อนที่เขาจะเริ่มลงมือเก็บอุปกรณ์ที่ใช้เล่นกลเมื่อไม่นานมานี้เข้าที่เดิมพร้อมๆกับที่กลุ่มคนมุงเริ่มทยอยเดินออกไปทีละน้อย
                “ขอโทษนะคะ”เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆเขาก่อนที่ใบหน้าคมคายที่ประกอบไปด้วยคิ้วเข้มๆอย่างชายชาตรีนัยน์ตาคมสีเงินเป็นประกายและผิวขาวที่ดูสุขภาพดีราวกับคุณชายจะเงยขึ้นมาสบกับเจ้าของเสียง
                “มีอะไรรึให้ช่วยรึเปล่าครับ”เขาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มละมุนพาให้ใจละลายเพื่อตอบกลับสาวน้อยน่ารักที่น่าจะอายุไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่นัก
                “เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่อยากจะถามว่าคุณมีคนที่ชอบแล้วรึยังคะ” หญิงสาวทำท่าทางเขินอายกับประโยคที่พูดออกไปทว่าแทนที่เจ้าตัวที่ถูกถามจะแปลกใจเขากลับทำท่าทางสบายๆราวกับคุ้นเคยแล้วตอบกลับไปว่า
                “ถ้างั้นช่วยบอกก่อนจะได้มั้ยครับว่ากลของผมเป็นยังไงบ้าง”
                “เอ๊ะกลของคุณเหรอคะ...ฉันว่าคุณเล่นกลเก่งมากๆเลยค่ะ” เธอตอบออกไป
                “อย่างนั้นเหรอครับ”เขาเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้อีกระลอกก่อนจะบอกต่อไป“ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ ส่วนที่คุณถามมานั้น...ผมมีแล้วละครับ”
                หญิงสาวหน้าเสียไปนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มน้อยๆแล้วตอบออกมา”ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณที่เสียเวลานะคะ” แล้วร่างบางก็เดินกลับไปอย่างไม่เหลียวหลัง
                “เฮ้อ...”ชายหนุ่มในชุดทักซิโดสีขาวสะอาดตาเอนตัวลงพิงต้นไม้ใหญ่ข้างๆเต็นท์ของคณะละครสัตว์เร่ร่อนที่เพิ่งจะมาตั้งในวันนี้อย่างอ่อนแรงหมวกทรงสูงที่นักมายากลมักใช้กันถูกเลื่อนลงจากศีรษะเพื่อคลายร้อนก่อนที่รอยยิ้มที่เขาเพียรสร้างมันขึ้นมาจะอันตรธานหายไปอย่างง่ายดายเหลือแต่ใบหน้านิ่งเรียบที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก
                “เอาอีกแล้วสินะ“เขารำพึงกับตัวเองเบาๆก่อนจะใช้สายตามองลอดเงาไม้ข้างกายออกไปยังที่ไกลๆทว่ายังไม่ทันได้มองอะไรสายตาคมก็บังเอิญไปสะดุดกับสิ่งหนึ่งเข้า
                ชายคนหนึ่งที่ดูราวกับจะเป็นตัวแทนของสีดำกำลังยืนรอรับบัตรเข้าชมฟรีของคณะละครสัตว์ในค่ำคืนนี้อยู่แต่นั่นไม่สำคัญหรอก...มันสำคัญตรงที่ว่าปลายของอมยิ้มที่มันห้อยลงมาจากชายเสื้อของเขาต่างหากปลายของด้ามจับมีป้ายที่ดูเหมือนป้ายราคาห้อยอยู่...
                “หึโจรชั้นต่ำ” เขาละสายตาออกจากบริเวณนั้น ก่อนจะค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆลมหายใจสูดเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอกระทั่งเสียงเหยียบเศษไม้ใกล้ตัวเรียกออกจากภวังค์
                “นายนี่ประสาทไวตลอดเลยนะ”ไม่ต้องหันไปมองเขาก็พอจะรู้ว่าคนที่ยืนพูดอยู่นี่เป็นใคร เส้นผมสีทองซอยสั้นเป็นทรงกับดวงตาสีฟ้าสดใสแบบโทแพซทำให้เดาได้ไม่ยากว่าไม่ใช่คนในประเทศนี้แน่
                “มีอะไรอีก”ชายหนุ่มตอบห้วนๆสายตายังคงไม่ละไปจากพุ่มไม้พุ่มเดิมตรงหน้าทว่าอีกฝ่ายก็ยังพูดต่อไปอย่างไม่ใส่ใจราวกับชินชาในมนุษย์สัมพันธ์แย่ๆของเขา
                “ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าทำไมหลังจากเล่นมายากลแล้วนายต้องเป็นแบบนี้ทุกทีมาดีนด์”เขาเว้นไปสักพักก่อนจะเอ่ยต่อ”ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่นายรักแล้วก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมแท้ๆแต่นายกลับดูเหนื่อยทุกครั้งที่มันจบลง”
                มาดีนด์ถอนหายใจหนักๆก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทางที่ไม่ใส่ใจอะไร
                “มันไม่ใช่เรื่องที่นายต้องรู้ซิทริน”
                “นั่นสินะมันก็จริงอย่างที่นายพูด แต่เผอิญว่าฉันเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นน่ะอันที่จริงฉันว่ามายากลของนายสามารถไประดับโลกได้สบายๆเลยนะแต่ฉันก็อยากรู้อีกว่าทำไมนายถึงไม่ไป”สิ้นประโยคนั้นชายหนุ่มเรือนผมสีขาวปลอดก็ชันตัวลุกขึ้น
                “เอาไว้นายเลิกสงสัยเมื่อไหร่ค่อยคุยก็แล้วกัน”แล้วเขาก็หมุนตัวเดินออกไปทันที ทิ้งไว้แต่ชายหนุ่มผมทองที่ได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของตัวเองเบาๆ
                “ไม่ได้ไปหรือจริงๆแล้วไปไม่ได้กันนะ”
            
         แล้วลงท้ายใกล้เที่ยงคืนของวันเดิมไวกัสก็มายืนอยู่หน้าคณะละครสัตว์จนได้ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาบังเอิญไปเห็นเต็นท์ที่มาตั้งอยู่ที่ลานแสดงกลางเมืองพอดีจึงเข้าไปต่อแถวรับบัตรชมฟรีของรอบแรกในคืนนี้มาเสียดื้อๆจนแล้วจนรอดจึงมายืนต่อแถวหน้างอง้ำอยู่ตรงทางเข้า
                “ทำไมคนถึงได้เยอะนักเมื่อกลางวันยังไม่เยอะขนาดนี้เลย”ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆอย่างหงุดหงิดกับจำนวนคนต่อคิวที่เพิ่มขึ้นจากตอนรับบัตรไม่รู้กี่เท่าตัว
                “ก็บัตรฟรีนี่ครับคนจะเยอะก็ไม่แปลกหรอก” ทว่าเสียงที่ดังตอบก็ทำให้เขาสะดุ้งเฮือกจนต้องหันไปมองต้นเสียงและสบเข้ากับนัยน์ตาสีทับทิมที่มีแววระริกอยู่ในทีชายหนุ่มมองมือที่ยื่นมาให้เขาอย่างงงๆก็จะร้องอ๋อเบาๆเมื่ออีกคนหยิบเอาบัตรฟรีที่เขาถืออยู่ไปปั๊มตราว่าบัตรถูกใช้แล้วก่อนจะยื่นบัตรคืนให้เขาแล้วผายมือไปยังทางเข้า”เชิญครับขอให้สนุกกับโชว์ของเรา”
            ว่าแล้วเขาก็เดินผ่านประตูเข้าไปตามคำเชิญภายในเป็นอัฒจันทร์ขนาดกลางที่บรรจุคนได้ไม่มากนักล้อมรอบกระบะทรายขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องใช้แสดงโชว์บนพื้นที่เป็นลานปูนเช่นนี้ จนกลายเป็นว่านอกจากส่วนของอัฒจันทร์แล้วพื้นที่ตรงกลางที่เหลือจะกลายเป็นพื้นทรายทั้งหมด
                เสียงคนไม่น้อยที่ต่างก็พาลูกหลานมาจับจองที่นั่งกันเกือบหมดทำให้เจ้าตัวอดทึ่งเล็กๆไม่ได้ก่อนที่ร่างสูงจะละความสนใจแล้วพาตัวเองไปนั่งอยู่แถวบนสุดไม่ไกลจากทางเข้านัก
                “ของฟรีนี่มีอิทธิพลจริงๆเลยนะ”เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆพลางหยิบตลับไพ่ขอบดำออกมาจากกระเป๋าเพื่อสับมันเป็นวงจรไปเรื่อยๆฆ่าเวลาที่คณะละครสัตว์จะแสดงโชว์
                ไม่นานนักแสงสว่างภายในเต็นท์ก็ถูกดับลงพร้อมๆกับที่การแสดงเริ่มเปิดฉากขึ้นเสียงเพลงดังขึ้นเรียกความสนใจของผู้ชมพาให้ไวกัสต้องเก็บไพ่ในมืออย่างรวดเร็วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเมื่อเสียงแรกของการแสดงเริ่มขึ้นชายผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาสีทับทิมที่เขาจำได้ว่าเป็นคนปั๊มตราบัตรเข้าชมให้เมื่อกี้นี้ยืนอยู่กลางลานแสดงด้วยการแต่งกายที่หลุดโลกรวมกับจมูกแดงๆที่เกิดจากการเติมแต่งนั่นด้วยแล้วทำให้เดาได้ไม่ยากว่าบทบาทของเขาคงจะเป็น”โจ๊กเกอร์”หรือเรียกอีกอย่างก็คือตัวตลกอย่างแน่นอน
                “สวัสดีผู้ชมทุกท่านและของโทษที่ต้องให้รอ ขณะนี้คณะละครสัตว์เฟทเมจิกเชี่ยนของเรายินดีมอบความสุขยามค่ำคืนให้ทุกท่านแล้วขอเชิญตกตะลึงและหรรษาไปกับพวกเราในอาณาจักรแห่งชาวคณะละครสัตว์เร่ร่อน ณ บัดนี้!”
                สิ้นเสียงประกาศเหล่านักแสดงก็ผลัดกันขึ้นมาโชว์ความสามารถกันอย่างต่อเนื่องโดยที่อาศัยเนื้อเรื่องที่คาดว่าจะแต่งขึ้นเองของคณะละครสัตว์เป็นคิวขึ้นแสดง ทำนองว่าตัวเอกเป็นเทพที่ต้องการจะทำลายโลกแต่มีมนุษย์พิลึกคนหนึ่งซึ่งหลงใหลเทพองค์นี้มากตัดสินใจเข้าขัดขวางโดยสร้างตัวเองเป็นแกนนำของพวกมนุษย์ก่อให้เกิดสงครามขึ้นโดยใช้เวทมนตร์ที่ได้มาจากวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์เป็นอาวุธในการต่อสู้
                ไวกัสหรี่ตาลงอย่างพิจารณากับการแสดงตรงหน้าพลางทำท่าจุ๊ปากอย่างชอบอกชอบใจจนเด็กชายที่นั่งข้างๆต้องเขยิบหนีไปทางแม่ของตัวเองอย่างหวาดๆก่อนจะขยับปากบอกเธอประมาณว่าโรค-จิตพาให้คนเป็นแม่ต้องอุ้มเด็กน้อยขึ้นนั่งตักด้วยความระแวงไม่ต่างกัน
                “สุดยอดเลยแฮะเจ้าคนผมขาวนั่น”นัยน์ตาสีนิลระยับมองไปที่บุคคลบนลานแสดงอย่างจดจ่อราวกับต้องมนต์สะกด”อะไรจะตีบทแตกขนาดนั้น”ทว่าคำพูดที่ออกมาจากปากเขาก็ยังหาสาระไม่เจออยู่วันยังค่ำ...
                การแสดงนี้มีเทคนิคอลังการจนน่าตกตะลึงก็จริงทั้งการโหนบาร์เดี่ยวพร้อมการร่ายรำที่สวยงามหรืออะไรก็แล้วแต่ทว่าสำหรับไวกัสไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจเขาได้ดีไปกว่าชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีขาวปลอดยาวถึงกลางหลังที่ยืนอยู่กลางเวทีนั่นอีกแล้ว
                การแสดงมายากลผสมผสานกับสัตว์ทั้งหลายที่ดูเหมือนกับจะเป็นพรรคพวกของเขาเป็นอะไรที่น่าจดจำนักถึงจะรู้ดีว่าบทบาทของเขาคือเทพที่ต้องการทำลายโลกแต่แววตาที่ส่งออกมานั้นดูเฉยชาต่อทุกสิ่ง...มากเกินไป...นัยน์ตาสีเงินนั้นราวกับว่าไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะทำให้เขามีความสุขได้เลย  มันหม่นหมอง เย่อหยิ่ง ไร้ความสุขและไร้ความรู้สึกอย่างที่สุดจนชายหนุ่มที่ได้แต่จ้องเผลอจิกแขนตัวเองด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่เกิดขึ้นแปลกๆ
                หากตอนนี้เขายืนอยู่หน้าคนคนนั้นไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่เขาคงไม่ลังเลที่จะกระชากให้หันมาแล้วถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่างรอบตัวของคนคนนั้นแน่เพราะความรู้สึกเศร้าและหนาวจับขั้วหัวใจมันรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนจนต้องลงมือทำอะไรสักอย่างทว่านี่ก็เป็นแค่การแสดง...เมื่อคิดได้ดังนั้นความรู้สึกที่แรงกล้าจึงค่อยๆลดลงพร้อมๆกับความคิดที่ผุดขึ้นใหม่...เพราะคนเราหากมีดวงตาแบบนั้นจริงๆคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้หรอก...
            


เนื้อหาตอนนี้ยาวครับ เลยแบ่งเป็นสองพาร์ทแทน


FatE--MagiciaN

               

ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ประวัติการแบน|Anime-Thai | สังคมของคนรักอนิเมะ Google+

GMT+7, 5-12-2016 15:35 , Processed in 0.028281 second(s), 18 queries , Gzip On, Xcache On.

Powered by Discuz!

© 2001-2013 Comsenz Inc.

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้